ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > มดตะนอย

มดตะนอย


 

 

                              “มดตะนอยตัวจ้อย”

 

   มดตะนอยตัวจ้อยกระจิดริด                   หวังพิชิตมะม่วงน้อยที่หอมหวน

พวงระย้าสุกอร่ามกลิ่นรัญจวน                   ช่างเย้ายวนชวนตรึงตราน่าเชยชม

   เยื้องย่างกายกรายกล้ำถลำลึก                  เพรียกสำนึกตรึกตรองค่าอย่าขื่นขม

อิทธิฤทธิ์มดตัวน้อยร้อยภิรมย์                   ชื่นสุขสมชิวหารสอันโอชา

   กลวิธีจัดชี้ชัดจะเจาะเปลือก                     ล้วนหลากเลือกคัดกรองลองสรรหา            

เปลือกบางแข็งแกร่งยิ่งสิ้นปัญญา               แต่เพียรมาตาจ้องแลแม้รู้ตัว

   มดตะนอยรู้ดีว่าสักวันหนึ่ง                     มะม่วงซึ่งกลิ่นหอมหวนที่เกลือกกลั้ว

จักสิ้นรสหวานฉ่ำอันอาลัว                         ยามเมื่อขั้วขาดผลลงร่วงสู่ดิน

   เตือนใจแท้บ่งบอกตนให้พากเพียร                    แม้ทางเกวียนจะขรุขระอย่าละสิ้น

เนื้อมะม่วงอย่าให้เน่าก่อนได้กิน                จิตถวิลเอาชนะแห่งใจตัวฯ             

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

 



ผู้ตั้งกระทู้ ทรชนบ้านนอก :: วันที่ลงประกาศ 2012-05-15 01:11:39


[1]

ความเห็นที่ 1 (2273465)


“กบโง่ในกะลา”

 

อิทธิฤทธิ์มิร้อนแรง       กินข้าวแกงข้างถนน

เหนื่อยนักก็พักบ่น        วิ่งเวียนวนหาลูกค้า

มือถือน้อยแก้เหงา        เขียนความเศร้าแทนปากกา

ร้อยพจน์รจนา            ไม่ตรวจตราแต่ตรวจใจ

เร่งรีบตามวิถี             แต่งกวีเคล้าฤทัย

รถหยุดก็แต่งไว้           คงไม่งามพิไลแท้

ขอแค่ไว้วาดฝัน           อันรางวัลไม่หวังแน่

กบโง่น้อมเปลี่ยนแปร    ด้วยจักแก้ถึงสันดานฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-15 13:46:49


ความเห็นที่ 2 (2273480)


 “หมาด่างน้อย”

 

หมาด่างน้อยสองสี        เหลืองแดงมีปนกันบ้าง

วิ่งเล่นอยู่ข้างทาง         ชะเง้อมองหาเจ้าของ

โลดเล่นตามทางฝัน      วนเวียนวันตามครรลอง

สันดานมิจองหอง         หลบหลีกหนีเมื่อเผชิญ

ยามหิวก็แวะวัด          พระท่านจัดส่วนที่เกิน

อิ่มท้องไม่หลงเพลิน      เดินก้าวต่อตามใจตัว

อิสรเสรี                    ช่างมีสุขไม่ทุกข์กลัว

เร่ร่อนวิ่งไปทั่ว            หลงสู่แดนสนธยา

หมาด่างมาต่างเมือง     แลเมลืองตระการตา

สุขแท้หนอชีวา            สรวงวิมานอันฝันถึง

หมาด่างมาพบเจอ        ฤาละเมอดาวดึงส์

เทพีผู้งามซึ้ง              เทวบุตรผู้องอาจ

หมาด่างแสนดีใจ         หารู้ไม่ชะตาขาด

เทวาผู้พิฆาต              สวรรค์นี้ไม่ต้องการ

หมาด่างยังเฝ้าฝัน        สรวงสวรรค์แดนวิมาน

พระอินทร์ท่านสงสาร     ชี้เห็นทางสนธยาฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-15 14:54:29


ความเห็นที่ 3 (2273500)


“ผีเสื้อ”

 

เจ้าผีเสื้อหนอไยเจ้างดงามยิ่ง               ใครแต่งแต้มระบายสีทุกสิ่งสร้าง

พริ้วบางเบาริ้วลวดลายซ่อนพรายพราง   เชยชมสะพรึงสล้างยิ่งกระไร

โบกโบยบินถลาท้าวิหคน้อย               โศกศัลย์เศร้าสร้อยร้อยระริกไหว

ปีกกล้าแกร่งแรงต้านลมกลางพงไพร      งามพิลาสพิราลัยเจ้าผีเสื้อเอย

ดอมดมชมชิมรสผกาเกสร                  งามสะพรั่งชูสลอนเคียงเขนย

หอมรัญจวนยวนชิวหาที่คุ้นเคย            เทพท่านไซร้ใคร่เฉลยเชยชิดชม

ผีเสื้อน้อยร้อยลวดลายสะยายปีก           บินหลบหลีกปากคมเหยี่ยวแสนขื่นขม

เกิดแต่ไข่เป็นตัวหนอนรอนระทม          แม้ตรอมตรมยังหาญกล้ามาโบยบินฯ

 

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”


ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-15 16:55:24


ความเห็นที่ 4 (2273589)

 

“ควายเฒ่า”

 

   ควายเฒ่าเอ๋ยเลาะเล็มหญ้ากลางท้องนา           นายเจ้ามาหว่านข้าวกล้าพาคราดไถ

นกเอี้ยงน้อยเกาะขี่หลังเป็นเพื่อนใจ                 แดดรำไรทอแสงทองรุ่งอรุณ

   ควายเข้านาก็ถูกด่าว่าโง่เขลา                       ตัวควายเฒ่านั้นหาโทษโกรธเคืองฉุน

ฟังเสียงปี่พระอภัยกล่อมละมุน                        แสงแดดอุ่นล้มตัวนอนลงปลักตม

   เจ้าเอี้ยงจ้อยเสียงเจื้อยแจ้วจะจิกกิน              เหลือบไรริ้นหนอนแมลงแสนสุขสม

เป็นเพื่อนรักเคียงข้างกายมานานนม                  ชื่นภิรมย์เสน่หาสหายใจ

   ควายเฒ่านี้มีหลังบ่าค่าเทียมแอก                  เอาไว้แบกชักลากดึงซึ่งคราดไถ

มีนายนาผู้ยากไร้ถือเชือกไป                           มือหนึ่งไซร้จับยกหางย่างรอยแปร

   ใครมองเห็นควายเฒ่านี้มักจะคิด                  ว่าชีวิตมันอดสูเป็นแน่แท้

โง่ขลาดเขลาเต่าตุ่นโดนรังแก                         นี่ล่ะแม่แท้ใจคนคิดแทนควายฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-15 22:20:31


ความเห็นที่ 5 (2273601)

 

 
 

“เต่านา”

 

   ต.เต่าสี่ขาหลังคามุงกระเบื้อง             ไม่ปราดเปรื่องเช่นกระต่ายที่หมายจันทร์

กินผักบุ้งกุ้งปูปลาสาระพัน                   อิ่มหมีพลีหมันมันก็ต้วมเตี้ยมไป

   บางคนเขาก็ว่าโง่เง่าเต่าตุ่น                ส่อแท้ด่าสถุลของคนสิ้นไร้

แม้เหยียบย่ำทับถมกันให้สาใจ              เต่าก็หาวิ่งเร็วไวดอกน้องเอย

   ปลากริมไข่เต่าใครหนอรู้บ้าง             อาหารหวานอย่างไรใคร่เฉลย

แม่หญิงทำเช่นไรนะชามเชย                 ชื่อคุ้นเคยแต่ไม่เคยจะลิ้มลอง

   มองดูเต่าใครสงสารมันบ้างไหม          โดนลักไข่ทำของหวานเสียแล้วน้อง

แต่อยากลิ้มชิมรสคงสมปอง                 หวังอิ่มท้องเพียงสักครั้งอย่ารั้งรอ

   เต่าเอ๋ยเต่าแม้เจ้าจะสี่ขา                  แต่สั้นหนาขาเจ้าอย่าเฝ้าขอ

จงพากเพียรเขียนหมั่นฝันลออ              อย่าเพียงพอเชื่อแต่ตนไม่พ้นภัยฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-15 23:50:25


ความเห็นที่ 6 (2273669)


“เซ็งเป็ด”


       เซ็งจังเจ้าเพื่อนเป็ด                ฉันละเข็ดกับมันจริง

       เวลายิ่งยากยิ่ง                      กว่าจะซิ่งหนีเมียเที่ยว

       ถึงร้านไม่ทันไร                      มันก็บอก กาบ ก่าบ ก้าบฯ

       เห็นไหมนะขอรับ                   มันน่าจับตีกะบาล

       มดตะนอยตัวจ้อย                  อ้ายเพื่อนกลอยน่าสงสาร

       อยากกินมะม่วงหวาน              สุดร้าวรานแค่เฝ้ามอง

       กบโง่นั่นก็ใช่                        เห็นอะไรมันก็ร้อง

       เคาะกะลาตีฆ้อง                    อึกทึกคึกโครม

       หมาด่างน้อยอีกตัว                 มันมัวแต่หลงชมโฉม

       เทพีผู้เล้าโลม                       ตักน้ำเถิดดูเงาเอง

       ผีเสื้อผู้ขื่นขม                        ฝ่าสายลมโดนข่มเหง

       นกเหยี่ยวเยี่ยงนักเลง             กางปีกเย้ยปีกบางเบา

       นกเอี้ยงมาคู่เคียง                  มันคอยเลี้ยงเจ้าควายเฒ่า

       ควายตู้ตัวโง่เขลา                   คนเขาว่าด่าเช่นนี้

       เต่านามาพร้อมเพียง               เอื้อยเอ่ยเสียงใครช่วยที

       สี่ขาแม้มากมี                        มาสายสุดเป็นประจำ

       เพื่อนพ้องมาครบหน้า              สุขอุราแต่ต้องช้ำ

       เจ้าเป็ดเพื่อนตัวดำ                 ดันกลัวเมีย กาบ ก่าบ ก้าบฯ

       เป็ดเอยอ้ายเป็ดน้อย               บอกเพื่อนกลอยนะขอรับ

       กลัวเมียไยต้องนับ                  วันเวลามาพบเจอ

       จะมีสักกี่ครั้ง                        เรามานั่งพบเพื่อนเกลอ

       สังสรรค์ก่อนไหมเออ               แล้วค่อยเคลียร์กับเมียแกฯ



ขอน้อมคารวะจากใจ

 

“ทรชนบ้านนอก”                  


ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-16 11:28:22


ความเห็นที่ 7 (2273681)

(แก้หน่อยนะครับ)      

       เซ็งจังเจ้าเพื่อนเป็ด                ฉันละเข็ดกับมันจริง

       เวลายิ่งยากยิ่ง                      กว่าจะซิ่งเมียเที่ยวผับ

       ถึงร้านไม่ทันไร                      มันก็บอก กาบ ก่าบ ก้าบฯ

       เห็นไหมนะขอรับ                   มันน่าจับตีกะบาล

       มดตะนอยตัวจ้อย                  อ้ายเพื่อนกลอยน่าสงสาร

       อยากกินมะม่วงหวาน              สุดร้าวรานแค่เฝ้ามอง

       กบโง่นั่นก็ใช่                        เห็นอะไรมันก็ร้อง

       เคาะกะลาตีฆ้อง                    อึกทึกคึกโครม

       หมาด่างน้อยอีกตัว                 มันมัวแต่หลงชมโฉม

       เทพีผู้เล้าโลม                       ตักน้ำเถิดดูเงาเอง

       ผีเสื้อผู้ขื่นขม                        ฝ่าสายลมโดนข่มเหง

       นกเหยี่ยวเยี่ยงนักเลง             กางปีกเย้ยปีกบางเบา

       นกเอี้ยงมาคู่เคียง                  มันคอยเลี้ยงเจ้าควายเฒ่า

       ควายตู้ตัวโง่เขลา                   คนเขาว่าด่าเช่นนี้

       เต่านามาพร้อมเพียง               เอื้อยเอ่ยเสียงใครช่วยที

       สี่ขาแม้มากมี                        มาสายสุดเป็นประจำ

       เพื่อนพ้องมาครบหน้า              สุขอุราแต่ต้องช้ำ

       เจ้าเป็ดเพื่อนตัวดำ                 ดันกลัวเมีย กาบ ก่าบ ก้าบฯ

       เป็ดเอยอ้ายเป็ดน้อย               บอกเพื่อนกลอยนะขอรับ

       กลัวเมียไยต้องนับ                  วันเวลามาพบเจอ

       จะมีสักกี่ครั้ง                        เรามานั่งพบเพื่อนเกลอ

       สังสรรค์ก่อนไหมเออ               แล้วค่อยเคลียร์กับเมียแกฯ



ขอน้อมคารวะจากใจ

 

“ทรชนบ้านนอก”                  


 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-16 12:24:31


ความเห็นที่ 8 (2273817)

 

 

“หอย...ขม”

 

   เหมือนถูกสาปบาปกรรมแต่ปางไหน    เกิดมาก็ไร้แขนขาน่าสงสาร

มือตีนกุดคุดด้วนพิกลพิการ                 สุดร้าวรานไม่เห็นดาวเดือนตะวัน

   ต้องมุดหลบซ่อนแอบในเปลือกหนา    ปิดด้วยฝาน่าอับอายคล้ายโศกศัลย์

ใครเดินผ่านต้องหดหัวอย่างเร็วพลัน       เจ็บแสบสันเมื่อต้องแสงสุริยา

   เที่ยวหากินเลาะเลียบใต้โคลนตม        แสนขื่นขมกับชีวิตที่ไร้ค่า

หวังจักเห็นแสงดาวเดือนเป็นบุญตา        เพื่อนำพาส่องชีวิตให้พ้นกรรม

   แต่ยังมีชายชราผู้แกร่ง                    ได้สำแดงมธุรสอันเลิศล้ำ

ฝากคติเตือนใจให้น้อมนำ                   กอปรการทำมาหากินจนตัวตาย

         “ดูแต่หอยซิ...ไม่มี ไม่มีตีน   มันยังหากินเองมันได้...

   นับประสาอะไรกับ...คนมีมือมีเท้า หากินเองไม่ได้ก็อายหอย”

   อ่านเอาเถิดคำเบื้องบนใช้เตือนจิต      เป็นข้อคิดไว้ส่องทางนะสหาย

เกิดเป็นคนอย่าสับสนจนวางวาย            แท้ความหมายคือเพียรเขียนใจตนฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-17 00:55:08


ความเห็นที่ 9 (2273930)


“โคถึก”

 

   กลางท้องนาหญ้าเหลืองเขียวขจี                  สัตว์สองสีเอาบ่าแบกแอกคันไถ

หนึ่งควายเฒ่าร้อยเล่าเรื่องบอกไป                   อีกหนึ่งไซร้นายนาไพร่ไยตัดรอน

   สัตว์สี่ขาว่าวิเศษเป็นเหตุผล                       ที่ผู้คนศรัทธามั่นในคำสอน

พาหนะเทพองค์พระศังกร                            พึงสังวรให้เราคิดถึงฤทธา

   ปั้นขี้สูดเป็นควายบ้าท้าพิรุณ                      ปั้นดินเหนียวเป็นโคขุนถึกคึกหนักหนา

ยืนกลางทุ่งมุ่งเย้ยหยันรังสิมา                        อคิราห์แผ่แผดเผาเจ้าสู้ทน

   ตัวนายนามิหาญกล้าท้าตะวัน                     จิตรำพันทิ้งหางไถให้ไกลพ้น

นอนผิวปากฝากเสียงเพลงละเลงคน                 วอนสายฝนช่วยโปรยปรายคลายอุรา

   แม้ยามไถนายนาไพร่ไม่ยอมแพ้                   มุ่งแน่วแน่รอยไถแปรที่แลหา

น้ำขุ่นโคลนวนเวียนไหลในแปลงนา                  ถึงเปื้อนตาไถผิดรอยไม่น้อยใจ

    อันตีวัวกระทบคราดนี้ว่าเจ็บ                     เหมือนหยิกเล็บเจ็บเนื้อเธอเชื่อไหม

เขาหาเจ็บแต่เราเจ็บด้วยฉันใด                       แล้วทำไมไม่เปิดใจจะเห็นรอย

   นายนาไพร่มีความฝันแค่เก็บเกี่ยว                ถือด้ามเคียวเกี่ยวรวงข้าวพราวพวงย้อย

สองมือตีนปีนสู่ฝันอันรอคอย                          แม้บุญน้อยถอยห่างขอทานกิน

   นี่ฤาแท้นายนาชราแก่                               ถึงถ่องแท้ชื่นชมหอยร้อยถวิล

ไร้มือตีนสิ้นแขนขาค่าติดดิน                          แต่มิสิ้นแห่งความเพียรเขียนใจตนฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”


ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-17 13:53:24


ความเห็นที่ 10 (2274041)

 

 

        คำพูดของชายชราผู้ทรนง :  “ดูแต่หอยซิ...ไม่มีมือ ไม่มีตีน   มันยังหากินเองมันได้...

   นับประสาอะไรกับ...คนมีมือมีเท้า หากินเองไม่ได้ก็อายหอย""

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

"ทรชนบ้านนอก”

 
ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-18 01:05:58


ความเห็นที่ 11 (2274042)

 

“หอย...ขม”

 

   เหมือนถูกสาปบาปกรรมแต่ปางไหน    เกิดมาก็ไร้แขนขาน่าสงสาร

มือตีนกุดคุดด้วนพิกลพิการ                 สุดร้าวรานไม่เห็นดาวเดือนตะวัน

   ต้องมุดหลบซ่อนแอบในเปลือกหนา    ปิดด้วยฝาน่าอับอายคล้ายโศกศัลย์

ใครเดินผ่านต้องหดหัวอย่างเร็วพลัน       เจ็บแสบสันเมื่อต้องแสงสุริยา

   เที่ยวหากินเลาะเลียบใต้โคลนตม        แสนขื่นขมกับชีวิตที่ไร้ค่า

หวังจักเห็นแสงดาวเดือนเป็นบุญตา        เพื่อนำพาส่องชีวิตให้พ้นกรรม

   แต่ยังมีชายชราผู้แกร่ง                    ได้สำแดงมธุรสอันเลิศล้ำ

ฝากคติเตือนใจให้น้อมนำ                   กอปรการทำมาหากินจนตัวตาย

         “ดูแต่หอยซิ...ไม่มีมือ ไม่มีตีน   มันยังหากินเองมันได้...

   นับประสาอะไรกับ...คนมีมือมีเท้า หากินเองไม่ได้ก็อายหอย”

   อ่านเอาเถิดคำเบื้องบนใช้เตือนจิต      เป็นข้อคิดไว้ส่องทางนะสหาย

เกิดเป็นคนอย่าสับสนจนวางวาย            แท้ความหมายคือเพียรเขียนใจตนฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

 

 
ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-18 01:07:05


ความเห็นที่ 12 (2274043)

 “โคถึก”

 

   กลางท้องนาหญ้าเหลืองเขียวขจี                  สัตว์สองสีเอาบ่าแบกแอกคันไถ

หนึ่งควายเฒ่าร้อยเล่าเรื่องบอกไป                   อีกหนึ่งไซร้นายนาไพร่ไยตัดรอน

   สัตว์สี่ขาว่าวิเศษเป็นเหตุผล                       ที่ผู้คนศรัทธามั่นในคำสอน

พาหนะเทพองค์พระศังกร                            พึงสังวรให้เราคิดถึงฤทธา

   ปั้นขี้สูดเป็นควายบ้าท้าพิรุณ                      ปั้นดินเหนียวเป็นโคขุนถึกคึกหนักหนา

ยืนกลางทุ่งมุ่งเย้ยหยันรังสิมา                        อคิราห์แผ่แผดเผาเจ้าสู้ทน

   ตัวนายนามิหาญกล้าท้าตะวัน                     จิตรำพันทิ้งหางไถให้ไกลพ้น

นอนผิวปากฝากเสียงเพลงละเลงคน                 วอนสายฝนช่วยโปรยปรายคลายอุรา

   แม้ยามไถนายนาไพร่ไม่ยอมแพ้                   มุ่งแน่วแน่รอยไถแปรที่แลหา

น้ำขุ่นโคลนวนเวียนไหลในแปลงนา                  ถึงเปื้อนตาไถผิดรอยไม่น้อยใจ

    อันตีวัวกระทบคราดนี้ว่าเจ็บ                     เหมือนหยิกเล็บเจ็บเนื้อเธอเชื่อไหม

เขาหาเจ็บแต่เราเจ็บด้วยฉันใด                       แล้วทำไมไม่เปิดใจจะเห็นรอย

   นายนาไพร่มีความฝันแค่เก็บเกี่ยว                ถือด้ามเคียวเกี่ยวรวงข้าวพราวพวงย้อย

สองมือตีนปีนสู่ฝันอันรอคอย                          แม้บุญน้อยถอยห่างขอทานกิน

   นี่ฤาแท้นายนาชราแก่                               ถึงถ่องแท้ชื่นชมหอยร้อยถวิล

ไร้มือตีนสิ้นแขนขาค่าติดดิน                          แต่มิสิ้นแห่งความเพียรเขียนใจตนฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”


ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-18 01:12:56


ความเห็นที่ 13 (2274044)

 

 
 

“โคถึก”

 

   กลางท้องนาหญ้าเหลืองเขียวขจี                  สัตว์สองสีเอาบ่าแบกแอกคันไถ

หนึ่งควายเฒ่าร้อยเล่าเรื่องบอกไป                   อีกหนึ่งไซร้นายนาไพร่ไยตัดรอน

   สัตว์สี่ขาว่าวิเศษเป็นเหตุผล                       ที่ผู้คนศรัทธามั่นในคำสอน

พาหนะเทพองค์พระศังกร                            พึงสังวรให้เราคิดถึงฤทธา

   ปั้นขี้สูดเป็นควายบ้าท้าพิรุณ                      ปั้นดินเหนียวเป็นโคขุนถึกคึกหนักหนา

ยืนกลางทุ่งมุ่งเย้ยหยันรังสิมา                        อคิราห์แผ่แผดเผาเจ้าสู้ทน

   ตัวนายนามิหาญกล้าท้าตะวัน                     จิตรำพันทิ้งหางไถให้ไกลพ้น

นอนผิวปากฝากเสียงเพลงละเลงคน                 วอนสายฝนช่วยโปรยปรายคลายอุรา

   แม้ยามไถนายนาไพร่ไม่ยอมแพ้                   มุ่งแน่วแน่รอยไถแปรที่แลหา

น้ำขุ่นโคลนวนเวียนไหลในแปลงนา                  ถึงเปื้อนตาไถผิดรอยไม่น้อยใจ

    อันตีวัวกระทบคราดนี้ว่าเจ็บ                     เหมือนหยิกเล็บเจ็บเนื้อเธอเชื่อไหม

เขาหาเจ็บแต่เราเจ็บด้วยฉันใด                       แล้วทำไมไม่เปิดใจจะเห็นรอย

   นายนาไพร่มีความฝันแค่เก็บเกี่ยว                ถือด้ามเคียวเกี่ยวรวงข้าวพราวพวงย้อย

สองมือตีนปีนสู่ฝันอันรอคอย                          แม้บุญน้อยถอยห่างขอทานกิน

   นี่ฤาแท้นายนาชราแก่                               ถึงถ่องแท้ชื่นชมหอยร้อยถวิล

ไร้มือตีนสิ้นแขนขาค่าติดดิน                          แต่มิสิ้นแห่งความเพียรเขียนใจตนฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”


ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-18 01:15:48


ความเห็นที่ 14 (2274045)

 

 
 

        คำพูดของชายชราผู้ทรนง :  “ดูแต่หอยซิ...ไม่มีมือ ไม่มีตีน   มันยังหากินเองมันได้...

   นับประสาอะไรกับ...คนมีมือมีเท้า หากินเองไม่ได้ก็อายหอย""

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

"ทรชนบ้านนอก”

 
ผู้แสดงความคิดเห็น ืทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-18 01:17:08


ความเห็นที่ 15 (2274825)

 ผีเสื้อน้อยร้อยลวดลายสะยายปีก           บินหลบหลีกปากคมเหยี่ยวแสนขื่นขม

เกิดแต่ไข่เป็นตัวหนอนรอนระทม          แม้ตรอมตรมยังหาญกล้ามาโบยบินฯ

 

วรรคแรกของบทนี้ ชอบมากเลยค่ะ แต่สะกดผิดนะคะ(สิบอกให่_ครูไม่อยู่เพื่อนร่วมห้องขอแอบบอก)

 

สัมผัสนอกและสัมผัสใน ไพเราะค่ะ แต่(อีกแล้ว_ เพื่อนขอแอบกระซิบ) ธรรมชาติของเหยี่ยวและผีเสื้อบินกันคนละระดับ หรือเปล่าเอ่ย

ขอบคุณค่ะที่มีงานมาให้อ่านเสมอ ๆ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ภูสุภา วันที่ตอบ 2012-05-22 05:10:14


ความเห็นที่ 16 (2274927)

ขอน้อมใจคารวะครับท่านครู"ภูสุภา" ที่ช่วยตรวจตราอักษรให้กระผม

ขอปรับปรุงนะขอรับ


ขอน้อมคารวะจากใจ

"ทรชนบ้านนอก"

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-22 11:53:26


ความเห็นที่ 17 (2274928)

“ผีเสื้อ”

 

เจ้าผีเสื้อหนอไยเจ้างดงามยิ่ง               ใครแต่งแต้มระบายสีทุกสิ่งสร้าง

พริ้วบางเบาริ้วลวดลายซ่อนพรายพราง   เชยชมสะพรึงสล้างยิ่งกระไร

โบกโบยบินถลาท้าวิหคน้อย               โศกศัลย์เศร้าสร้อยร้อยระริกไหว

ปีกกล้าแกร่งแรงต้านลมกลางพงไพร      งามพิลาสพิราลัยเจ้าผีเสื้อเอย

ดอมดมชมชิมรสผกาเกสร                  งามสะพรั่งชูสลอนเคียงเขนย

หอมรัญจวนยวนชิวหาที่คุ้นเคย            เทพท่านไซร้ใคร่เฉลยเชยชิดชม

ผีเสื้อน้อยร้อยลวดลายสยายปีก           บินหลบหลีกปากคมเหยี่ยวแสนขื่นขม

เกิดแต่ไข่เป็นตัวหนอนรอนระทม          แม้ตรอมตรมยังหาญกล้ามาโบยบินฯ

 

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-22 11:54:35



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.