ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > พิธีมอบรางวัล

พิธีมอบรางวัล


 กำหนดการพิธีมอบรางวัล 

การประกวด “ร้อยกรองจากดวงใจ   ถวายองค์ราชัน”

วันอาทิตย์ที่ ๑๖  ธันวาคม  ๒๕๕๐ เวลา  ๑๔.๓๐-๑๖.๓๐ น.

  อาคารซีพี  ทาวเวอร์  ชั้น 11 ห้อง 1111C  ถ.สีลม

------------------------

 

เวลา  ๑๔.๓๐ น.                     บรรเลงดนตรีเพลง “พ่อของแผ่นดิน”

เวลา  ๑๔.๓๕ น.                    ลงทะเบียนพร้อมรับสื่อประชาสัมพันธ์

เวลา  ๑๔.๔๕ น.                    ผู้ร่วมงานพร้อมกัน ณ บริเวณงาน

เวลา  ๑๔.๕๕ น.                    คุณพล  ตันฑเสถียร   นักแสดง  นักเขียน  พิธีกรชื่อดัง   เล่าประสบการณ์งานเขียนหนังสือ

เวลา  ๑๕. ๑๕ น.                    ประธานในงาน (ศ.ดร.เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์)  เดินทางมาถึง    บริเวณงาน

เวลา  ๑๕.๒๐ น.                    ประธานในงาน (ศ.ดร.เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์)  เปิดกรวยถวายพระพร

เวลา  ๑๕.๒๕ น.                    ผู้อำนวยการกองทุนเวลาเพื่อสังคม (นายโอฬาริก  ศรีวงศ์)  กล่าวรายงาน

เวลา  ๑๕.๓๐  น.                    นำเสนอผลงานของผู้ชนะการประกวดประเภทกาพย์ยานี ๑๑  โคลงสี่สุภาพ  โคลงสุภาพ

เวลา  ๑๕.๔๐  น.                    ประธานในงานมอบ  เกียรติบัตร  ของรางวัล  ประเภทต่าง ๆ  ดังนี้

-  รางวัลผู้ชนะการประกวดร้อยกรองระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป ประเภทกาพย์ยานี ๑๑  (ชนะเลิศ  รองชนะเลิศอันดับ ๑ รองชนะเลิศอันดับ ๒   )

- รางวัลผู้ชนะการประกวดร้อยกรองระดับมัธยมศึกษาตอนปลายประเภทโคลงสี่สุภาพ  (ชนะเลิศ  รองชนะเลิศอันดับ ๑  รองชนะเลิศ อันดับ ๒  )

- รางวัลผู้ชนะการประกวดร้อยกรองมัธยมศึกษาตอนต้นประเภทโคลงสุภาพ   (ชนะเลิศ  รองชนะเลิศอันดับ ๑  รองชนะเลิศ  อันดับ ๒ )

เวลา ๑๕.๕๐ น.                      นายกสมาคมนักลอนแห่งประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดีและให้ข้อคิดการเขียนกลอนที่ประสบความสำเร็จ

เวลา ๑๖.๐๐  น.                ประธานกองทุนเวลาเพื่อสังคม (ศ.ดร.เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์)  กล่าวแสดงความยินดีและปาฐกถา หัวข้อ  

                                               ทำดีทั่วไทย  ถวายองค์ราชัน

เวลา ๑๖. ๑๕  น.                    ผู้อำนวยการกองทุนเวลาเพื่อสังคม (นายโอฬาริก  ศรีวงศ์)  มอบของที่ระลึกและกล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงาน 

เวลา ๑๖. ๒๐ น.                     ถ่ายภาพร่วมกัน

 

 

----------------------------------------------------------------

 

หมายเหตุ    แต่งกายเสื้อสีเหลืองหรือชมพู



ผู้ตั้งกระทู้ ผู้สื่อข่าวบ้านไพร :: วันที่ลงประกาศ 2007-12-13 19:15:16


[1] 2 3 ถัดไป >>

ความเห็นที่ 1 (938243)

อยากทราบผลการประกวด

ผู้แสดงความคิดเห็น คนอุตรดิตถ์ วันที่ตอบ 2007-12-14 11:54:09


ความเห็นที่ 2 (938244)

รางวัลผู้ชนะการประกวดในกำหนดการ ไม่ตรงกับระเบียบการประกวด ?

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ส่งงานประกวด วันที่ตอบ 2007-12-14 12:46:29


ความเห็นที่ 3 (938245)

  คุณชวิน

            ไปรับรางวัล ตามวันเวลา ที่กำหนดด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น อาสา วันที่ตอบ 2007-12-14 20:41:18


ความเห็นที่ 4 (938246)

แสดงว่าผู้สื่อข่าวบ้านไพรไปแปลงกำหนดการของเขาหรือเปล่าลองตรวจสอบดูให้ดีนะจ๊ะที่รัก

ผู้แสดงความคิดเห็น คนกลาง วันที่ตอบ 2007-12-15 09:40:00


ความเห็นที่ 5 (938247)

เขาให้มาอย่างนั้น ก็ลงไปตามนั้นครับ

ขอบคุณที่เป็นห่วง

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวบ้านไพร วันที่ตอบ 2007-12-16 12:08:41


ความเห็นที่ 6 (938248)

ขอโทษครับ  พึ่งกลับมาจากแข่งขันวงโยที่มาเลเซีย จะต้องทำอย่างไรครับ  หรือว่าสละสิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น ชวิน วันที่ตอบ 2007-12-16 19:21:17


ความเห็นที่ 7 (938249)

ผลประกวดน่าจะไม่โปร่งใส เพราะปิดบังอำพราง ไม่ชัดเจน    ทีหลังจะไม่ส่งประกวดแล้ว น่าเบื่อ

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัย วันที่ตอบ 2007-12-16 21:55:10


ความเห็นที่ 8 (938250)

ผลประกวดน่าจะไม่โปร่งใส เพราะปิดบังอำพราง ไม่ชัดเจน    ทีหลังจะไม่ส่งประกวดแล้ว น่าเบื่อ

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัย วันที่ตอบ 2007-12-16 21:56:25


ความเห็นที่ 9 (938251)

คณะกรรมการจัดประกวดเขาทำตามระบบทุกประการรวบรวมสำนวนกลอนส่งมาที่สมาคมนักกลอนฯ ถึงจะเร่งรีบเพราะจำกัดมีเวลาจำกัดแต่กระบวนการตัดสินก็ชัดเจน ตรงไหนที่ไม่ชัดเจนให้ถามมาได้เลย ทุกคนทำด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร และไม่ได้ไปแสวงหาประโยชน์อะไรจากการประกวด หรือท่านนักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัยเสียผลประโยชน์อะไรให้ท่านแสดงความคิดเห็นมาได้ตลอดเวลา

ผู้แสดงความคิดเห็น กรรมการ วันที่ตอบ 2007-12-17 14:47:55


ความเห็นที่ 10 (938252)

คงอยากทราบผลประกวดกันทุกคนแหละครับ  ไหนๆเมื่อมอบรางวัลแล้ว สักพักก็คงจะได้ทราบกันทุกคน  รอกันหน่อยนะครับ  อย่าคิดไม่ดีกันเลยย

ผู้แสดงความคิดเห็น ชวิน วันที่ตอบ 2007-12-17 23:10:58


ความเห็นที่ 11 (938253)

คิดดี ทำดี พูดดี ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอน วันที่ตอบ 2007-12-18 08:15:50


ความเห็นที่ 12 (938254)

  ขอแสดงความยินดีกัยวงโย ที่คุณชวินไปแงได้ชนะเลิศ  เป็นข่าวดังไปทั่วเอเซีย  สำหรับรางวัลทางผู้จัด จัดให้ผู้รับแทนไว้แล้ว  ขอให้โชคดี  เรื่องซ่อนเร้นไม่ซ่อนเร้น คุณชวิน รับของรางวัลซึ่งใส่รถสิบล้อไม่หมด  แล้วมาเล่าให้รู้กันดวยนะครับ

     คุณชวิน  ติดต่อรับรางวัลได้ที่คุณ ธีรทัสน์

                   083-4805345,027120998

ผู้แสดงความคิดเห็น อาสา 089,2684727 วันที่ตอบ 2007-12-18 11:20:56


ความเห็นที่ 13 (938255)

      อยากเห็นสำนวนกลอนประกวดของ คุณนักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัยจัง  คงตรูอรรถหยาดย้อยหยดเยิ้มเลยนะจ๊ะ  เอามาให้อ่านบ้างซิ  จะช่วยตัดสินให้ ผู้จักการประกวดให้ได้อายไปเลย   แต่ถ้าคุณอายไม่กล้าอวด ก็ลองอ่านของชั้นมัธยมต้น อยู่แถวเขตประเวศ ตามสูจิบัติเขาไม่บอกโรงเรียน  ฮ้วย

  ชื่อ เด็กชาย  อนิรุต  สาลี

    ขอเดชะ  ฝ่าละออง  ธุลีพระบาท

ภัทร  มหาราช  ชาติสยาม

ทรงสถิตย์  สฤษดิ์สุข  ทุกเขตคาม

พระสมนาม  พ่อหลวง  ของปวงไทย

     ลูกกำเนิด  เกิดบนดิน  ถิ่นพ่อนี้

ได้ร่มพระ  บารมี  ลี้ลมฝน

จนเติบใหญ่  ได้เรียนรู้  สู้เลี้ยงตน

องค์ภูมิพล  คือมิ่งขวัญ  มั่นดวงใจ

     พอจำความ  เยาว์วัย  ไร้เดียงสา

เกิดกังขา  พางง  แสนสงสัย

รูปข้างฝา  แม่พากราบ  ไม่ทราบใคร

แม่จึงได้  ตอบความ  ที่ถามพลัน

     พระคือองค์  พระทรงธรรม์  มิ่งขวัญรัฐ

บรมกษัตริย์  ขัตติยา  เทวาสวรรค์

คือในหลวง  ผู้ห่วงใย  ไทยทุกวัน

ชนทุกชั้น  จึงจงรัก  และภักดี

     นามพระองค์  สถิตย์ใน  กลางใจราษฏร์

ฝ่าพระบาท  ยาตรเยือนย่ำ  ตามวิถี

ถ้วนทุกภาค  ฝากชีวา  ทุกนาที่

พระผู้นี้  อยู่กลาง  หว่างใจคน

       พิมพ์ตามต้นฉบับทุกอักษร    ส่วชนะเลิศกาพย์ให้คุณ ชวิน

นักดนตรีวงโยธวาทิตของโรงเรียนบดินทร์เดชาสิงหเสนีย์โพสท์ให้อ่านเอาเอง  ส่วนโคลงก็อยู่แถวจังหวัดเพชรบูรณ์ โน้น

ผู้แสดงความคิดเห็น ร่วมงาน วันที่ตอบ 2007-12-18 12:01:15


ความเห็นที่ 14 (938256)

ได้รับรางวัลและของรางวัลแล้วครับ เป็นของที่ใส่รถบรรทุกไม่หมดจริงๆ เนื่องจากเป็นความรู้ที่มากมาย  สำหรับสำนวนก็ ตามข้างล่างนี้เลยครับ ได้รับรางวัลชนะเลิศ

เฉลิมพระเกียรติก้อง                          

เกริกยุคทองแห่งผองไทย

ราชันขวัญดวงใจ                                                

แจ้งพระยศจรดฟ้าดิน

“ภูมิธรรม” นำราษฎร์รัฐ                  

ประจักษ์ชัดเมตตาริน

“ภูมิปราชญ์” โลกยลยิน                                   

ยอดกษัตริย์ประภัสสร์นาม

พระบาทพระยาตรย่าง                      

เพื่อเสริมสร้างสุขสยาม

พระกิจพระเกิดตาม                                           

เพื่อดับร้อนผ่อนลำเค็ญ

จวบแปดทศวรรษ                               

ดุจร่มฉัตรชาติร่มเย็น

จึงเปรียบพระองค์เป็น                                       

เทพเสด็จจากสวรรค์

ร้องกรองจากดวงใจ                           

ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์

หลอมรักภักดีมั่น                                

ตราบกัปกัลป์อนันตกาล

 

 

***อาจจะพิมพ์ให้อ่านกัน งง นิดหน่อย ขอโทษด้วยครับ  และก็ขอน้อมรับคำติคำชม เพื่อนำมาแก้ไขในครั้งต่อไปครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชวิน วันที่ตอบ 2007-12-18 17:47:22


ความเห็นที่ 15 (938257)

ตอบคุณร่วมงาน...นะครับ /กรรมการทุกท่านไม่เกี่ยวครับ

        ที่ผมว่าไม่น่าจะโปร่งใสคงเป็นเรื่องของ การประกาศผลการประกวดน่ะครับ ทีเวลาลงประกาศให้ประกวดคุณมีเวลาลงได้ แต่ทำไมประกาศผลไม่ยักรีบลงให้ทราบล่ะครับ สำหรับรางวัลของคุณชวินนั้นผมเชื่อมือ เพราะเธอเป็นนักลอนที่มีฝีมือมาแต่เล็กแต่น้อย...แต่คนอื่น ๆ ไม่ค่อยแน่ใจเท่าใดนัก...เพราะไม่ทราบว่าบุคคลที่ได้รับรางวัลอื่น ๆ นอกจากประเภทประชาชนของคุณอโศก ศรีวิชัยแล้ว ...จะเป็นฝีมือของนักเรียนจริงหรือเปล่า ยังไงผมก็ไม่เดือดร้อนหรอกครับ เรื่องได้หรือไม่ได้รางวัลน่ะ ส่วนกรรมการผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะทุกท่านมีคุณสมบัติของนักกลอนอยู่ในตนเองอย่างครบถ้วนแล้ว...ผมเคารพนับถือแทบทุกท่านด้วยซ้ำเพราะรู้ด้วยว่ามีใครบ้าง...แต่คุณร่วมงานนี่สิ รู้จักผมดีแค่ไหน ถึงได้กระแนะกระแหนว่าอยากอ่านสำนวนของผม ...คงต้องเช็คประสาทเสียบ้างนะครับว่าผมมีจุดประสงค์ตรงไหน อยากรู้อะไร ....ไม่ได้เกี่ยวกับสำนวนประกวดหรอกครับ...เอาเป็นว่าถ้าแน่จริงก็ไปเจอกันในสนามแข่งกลอนสดดีกว่า...ฝีมือมันก็จะบ่งบอกเองว่า ...ตัวจริงหรือร่างทรง...และถ้าคุณยังมีอุปนิสัยตอบโต้เช่นนี้คนที่เข้ามาอ่านกระทู้เขาก็จะรู้ด้วยวิจารณญาณเองว่าผมหมายถึงอะไร...ที่ว่าไม่โปร่งใสน่ะ...ไม่ได้เกี่ยวกับการตัดสินของกรมการเลย...คนที่รับผิดชอบเรื่องการประชาสัมพันธ์ต่างหาก...อ้อ ฝากขอบคุณนะครับที่กรุณาพิมพ์สำนวนผู้ชนะมาให้อ่านแต่ขอบอกว่า...ไม่มีปัญญาคิดแนวเขียนแล้วหรือ...ถึงได้ไปขโมยความคิดของคนอื่น ที่เขาเคยได้รางวัลจากการประกวดขององค์กรอื่นมา...อย่าให้ผมพิมพ์สำนวนที่บางคนไปขโมยความคิดเขามาเลยนะประเดี๋ยวจะเจ็บตัวทั้งครูทั้งเด็ก...อายเขาเปล่า ๆ

        ทุกคนที่ประกวดเขาก็ย่อมต้องการรู้ผล ไม่มีนักกลอนคนไหนละมั้งที่เขียนกลอนประกวดแล้วไม่ติดต่อสื่อสารกับองค์กรที่เขาส่งประกวดเลย...ผมว่าคนที่มีส่วนได้เสียก็คือคุณร่วมงานเองนั่นแหละ เข้าข่ายว่า...กินปูนร้อนท้องถึงได้พยายาม ตอบโต้อะไรแบบไร้สมองแบบนี้

       ผมศรัทธาท่านนายกสมาคมฯสมัยนี้นะ แล้วท่านก็รู้จักผมดี คุณร่วมงานอาจรู้จักผมแค่เปลือกนอกคุณเงียบปากไปดีกว่า....แต่ไม่เป็นไรถ้าคุณไม่หยุดผมก็จะพิมพ์ข้อความที่เราตอบโต้ในกระทู้นี้...เอาไปแสดงให้ท่านนายกฯดู ในวันประชุมใหญ่ 10 ธันวาคม  2551 เพื่อเป็นการบอกว่า คุณร่วมงานมีเจตนาที่จะทำให้เสียความรู้สึกที่ดีต่อองค์กรที่เราต่าง ก็รัก...ถ้าคุณแน่ไม่ต้องกลัวแพ้ ป.4 หรอกครับ กลัวแพ้ภัยตัวเองไว้จะดีกว่า

      ป.ล. ถ้าอยากแสดงตนก็เชิญไปพบกันได้ ผมก็จะได้ดูความสามารถของคุณร่วมงานอย่างเต็ม ๆขั้นเสียที ว่าจะฝีมือจะเก่งเหมือนปากไหม...หรือเป็นประเภทเห่าแล้ววิ่งหนี....

     ผมเป็นสมาชิกของสมาคมนักกลอนเพราะต้องการทราบข่าวสารการประกวด เพื่อจะได้ส่งเสริมนักเรียนที่รู้จักให้เขามีเวทีประกวด ไม่ใช่เอาไว้เป็นเวทีลับฝีปากกับคนที่สมองต่ำแบบคุณ ร่วมงาน ...ขอให้เนื้อที่ของกระทู้นี้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ๆจะดีกว่าครับ เสียดายเนื้อที่ SERVER ไร้สาระจริง ๆ...

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัย วันที่ตอบ 2007-12-19 20:36:03


ความเห็นที่ 16 (938258)

ถ้าจะให้ดี   ผมว่าคณะกรรมการการจัดงาน  กรุณานำผลประกวด และสำนวนที่ได้รับรางวัลมาลงเถอะครับ ถ้าไม่ลำบากเกินกำลัง....จะได้ยุติปัญหา  ขอร้องนะครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชวิน วันที่ตอบ 2007-12-20 12:16:46


ความเห็นที่ 17 (938259)

ผลงานผู้ชนะการประกวดร้อยกรอง

โครงการ  ร้อยกรองจากดวงใจ  ถวายองค์ราชัน

 

1. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  ประเภทกลอนสุภาพ

รางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  ประเภทกลอนสุภาพ  

ด.ช. อนิรุต  สาลี  ม.3/3 โรงเรียนมัธยมสุวิทย์  เขตประเวศ  กรุงเทพฯ

(ตัวแทนชุมชนบ้านบึง)

ขอเดชะ ฝ่าละออง ธุลีพระบาท                 ภัทร มหาราช ชาติสยาม  
ทรงสถิตย์ สฤษดิ์สุข ทุกเขตคาม       สมพระนาม พ่อหลวง ของปวงชน  

ลูกกำเนิด เกิดบนดิน ถิ่นพ่อนี้           ใต้ร่มพระ บารมี ลี้ลมฝน  
จนเติบใหญ่ ได้เรียนรู้ สู้เลี้ยงตน        องค์ภูมิพล คือมิ่งขวัญ มั่นแรงใจ  


พอจำความ ยามเยาว์วัย ไร้เดียงสา     เกิดกังขา พางง แสนสงสัย  
รูปข้างฝา แม่พากราบ ไม่ทราบใคร     แม่จึงได้ ตอบความ ที่ถามพลัน  


พระคือองค์ พระทรงธรรม์ มิ่งขวัญรัฐ   บรมกษัตริย์ ขัตติยา เทวาสวรรค์  
คือในหลวง ผู้ห่วงใย ไทยทุกวัน        ชนทุกชั้น จึงจงรัก และภักดี  


นามพระองค์ สถิตย์ใน กลางใจราษฎร์  ฝ่าพระบาท ยาตรเยือนย่ำ ตามวิถี              ถ้วนทุกภาค ฝากชีวา ทุกนาที           พระผู้นี้ อยู่กลาง หว่างใจคน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  ประเภทกลอนสุภาพ

ด.ช.ชูศักดิ์   สิทธิจันทร์  ชั้น ม.2/1  โรงเรียนเทศบาล 5 อ.เมือง

จ.นครปฐม

 

ดั่งสูรย์สองผ่องไทยในชนบท                พระกำหนดแก้ไขที่มีปัญหา

พระองค์ไม่ลืมเลือนเยือนประชา    ตรัสปิยวาจาสง่างาม

 

ด้วยบุญไท้ทศธรรมนำราษฎร์ร่ม    ไทยอุดมทั่วแผ่นดินถิ่นสยาม

วางโครงการสานสุขทุกเขตคาม     เลิศด้วยความพิริยะของพระองค์

 

รักษ์นิเวศแวดล้อมถนอมเถื่อน       ทั้งฝายเขื่อนคลองชลพระดลส่ง

ล้วนโครงการงานนำสุขดำรง         พระประสงค์เสริมสวัสดิ์พิพัฒน์ไทย

 

เลิศทุกศาสตร์ปราชญ์ทุกศิลป์ปิ่นกษัตริย์                  ประเทืองเรืองรัฐสวัสดิ์ไสว

พระคือพ่อแห่งแผ่นดินปิ่นราชัย     ราษฎร์ภูมิใจด้วยมีศรีราชัน

 

วโรกาสครบแปดสิบพระพรรษา      ปวงประชาเทิดยิ่งพระมิ่งขวัญ

ขอพระองค์ทรงสุขเกษมนิรันดร์     พระทรงธรรม์ทรงพระเจริญเทอญ                 

 

 

 

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2   ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  ประเภทกลอนสุภาพ  

ด.ญ.สรารัฐ  จันทร์หอม  ชั้น ม.3  โรงเรียนเทศบาล 5 (กระดาษไทยอนุเคราะห์)  อ.เมือง  จ.กาญจนบุรี

 

บรมบพิตรภัทรมหาราช                   พิพัฒน์ชาติวิวัฒน์ชนดลสุขศรี

ทรงก่อเกื้อบำเพ็ญกิจกอปรกรณีย์       นรบดีเกียรติเกริกก้องเถกิงไกร

 

ชนเจริญชาติจรุงกรุงจรัส                 เถลิงรัฐถวัลย์ราชย์ผงาดสมัย

ผองพิรัชยอพระยศปรากฏไกล           เนาพระทัยในพระธรรมนำนรา

 

การกสิกทรงพลิกฟื้นผืนหล้าแห้ง       หนึ่งกล้าแกร่งจึงคงเกิดก่อล้านกอกล้า

ทำพออยู่รู้พอเพียงเลี้ยงชีวา             คงคุณค่าความเป็นไทยในใจชน

 

อัจฉรีย์คีตศิลป์ทรงสืบสาน               เชี่ยวเชิงกานท์ชาญเชิงกลอนก้องสถล

พริ้งไพเราะเสนาะรสบทบริพนธ์         ค่าอนนต์ชนอะคร้าวคราวยลยิน

 

แปดสิบพระพรรษามหาสวัสดิ์            วอนไตรรัตน์ดลพระเลิศประเสริฐถวิล

พูนพระยศให้ยงอยู่คู่แผ่นดิน             ไทยทั่วถิ่นเทิดพระองค์ทรงพระเจริญ 

 

 

 

2. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  ประเภทกาพย์ยานี 11

       

รางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  ประเภทกาพย์ยานี 11

        นายชวิน  พงษ์ผจญ  ม.4/2  โรงเรียนบดินทรเดชา  (สิงห์  สิงหเสนี) 

กรุงเทพฯ

 

เฉลิมพระเกียรติก้อง               เกริกยุคทองแห่งผองไทย

ราชันขวัญดวงใจ                           แจ้งพระยศจรดฟ้าดิน

“ภูมิธรรม” นำราษฎร์รัฐ           ประจักษ์ชัดเมตตาริน

“ภูมิปราชญ์” โลกยลยิน           ยอดกษัตริย์ประภัสสร์นาม
พระบาทพระยาตรย่าง             เพื่อเสริมสร้างสุขสยาม
ราชกิจพระเกิดตาม                 เพื่อดับร้อนผ่อนลำเค็ญ
จวบแปดทศวรรษ                  ดุจร่มฉัตรชาติร่มเย็น
จึงเปรียบพระองค์เป็น              เทพเสด็จจากสวรรค์
ร้องกรองจากดวงใจ                ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์
หลอมรักภักดีมั่น                     ตราบกัปกัลป์อนันตกาล

 

 

 

รางวัลรองชนะเลิศ  อันดับ 1  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  ประเภทกาพย์ยานี 11

น.ส.วรรณกานต์   เคลือบสูงเนิน   ม.6/1  โรงเรียนศรีเทพประชาสรรค์

อ.ศรีเทพ  จ. เพชรบูรณ์

 

เศียรราบกราบบัวบาท          มหาราชภูมิพล

ทั่วถิ่นแผ่นดินดล                         ดาลสวัสดิ์พิพัฒน์ไทย

พูนโภชย์ประโยชน์ราษฎร์    สว่างชาติโชติสมัย

เนาเนื่องประเทืองใน                    ปณิธานพิศาลบุญ

สืบศาสน์พิลาสนำ                        ทศธรรมวิเศษคุณ

เมตตาและการุณย์                      ล้วนวิสุทธิ์วิศิษฏ์ผล

เสทะประเทาทุกข์                        ประดุงสุขประชาชน

ทั่วไทยไม่ขัดสน                          สมประโยชน์โสตถิ์ไพศาล

นามพ่อแห่งแผ่นดิน             เลื่องระบิลตลอดกาล

พระโพธิสมการ                           ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  ประเภทกาพย์ยานี 11

น.ส.ศิริลักษณ์  รักงาม   ม.6/1  โรงเรียนศรีเทพประชาสรรค์ 

อ.ศรีเทพ  จ. เพชรบูรณ์

 

กราบพ่อแห่งแผ่นดิน      พระภูมินทร์ปิ่นสยาม

เสด็จทุกเขตคาม                   เพื่อดับความทุกข์ประชา

        ถิ่นใดไร้โรงเรียน           พระจุดเทียนการศึกษา

แดนใดไร้ธารา                      โรยฝนหลวงช่วยปวงชน

        บ้านใดให้กันดาร           พระราชทานไฟถนน

จวบไทยไร้ยากจน                 จวบเห็นผลหลายสิบปี

        เป็นพ่อแห่งแผ่นดิน                พระให้สินเจริญศรี

ราษฏร์พึ่งบารมี                     มุ่งทำดีเพื่อพระองค์

        แปดสิบพระพรรษา         จุ่งบิดาสุขดำรง

พระชนม์ให้ยืนยง                   ขอทรงพระเจริญเทอญ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3. ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป  ประเภทโคลงสี่สุภาพ

       

รางวัลชนะเลิศระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป  ประเภทโคลงสี่สุภาพ

นางนนทวรรณ  บุญวงษ์  135/2 หมู่12  ต.สระกรวด  อ.ศรีเทพ 

จ.เพชรบูรณ์

 

กราบบัวบาทราชล้ำ             จริยวัตร

งามวิสุทธิ์กษํตริย์                        สง่าแคว้น

เผยราชปณิธานตรัส                    สืบต่อ

เราจักครองราชย์แม้น                  มั่นด้วยทศธรรม

        บำเพ็ญราชกิจเกื้อ              เกริกภาร

บำราบแล้งกันดาร                       ดับร้อน

บำรุงราษฏร์สราญ                       สุรัติ

บำบัดทุกข์ถมซ้อน                      โศกสิ้นสมผล

        ดลสุขศาสตร์ชาติเรื้อง         รอยบุญ

พ่อแห่งแผ่นดินคุณ                     ครอบฟ้า

เลิศพิชญ์ผ่องกรุณย์                    ลือเลื่อง

เพ็ญพิริยภาพกล้า                       โลกก้องสรรเสริญ

        จำเริญราษฏร์รัฐล้วน            ร่มเย็น

พสกพึ่งปารมิเป็น                                สุขแพร้ว

ชาติไทยห่อนลำเค็ญ                   ครองสวัสดิ์

วิกฤติชาติแก้แล้ว                                เลิศล้นเรืองเสถียร

        เวียนวารเฉลิมราชเจ้า          จอมไผท

เฉลิมเกียรติราชัย                               ฉัตรฟ้า

ทรงเจริญพระชนม์ไพ-                 สิฐเถิด    พระเอย

ปวงพสกไทยทั่วหล้า                    เทิดไท้ถวายกุศล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รางวัลรองชนะเลิศ  อันดับ 1  ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป  ประเภทโคลงสี่สุภาพ

นายประสิทธิ์  บุญวงษ์  135/2 หมู่12  ต.สระกรวด  อ.ศรีเทพ  จ.เพชรบูรณ์

 

ผคมบาทราชเจ้า                 จอมไผท

พระมิ่งเมืองเรืองไตร-                  โลกรู้

ทรงครองราชย์ชาติไพ-               เศษยิ่ง

พ่อแห่งแผ่นดินผู้                         เพริศล้ำเรืองกุศล

        ประดนประดิษฐ์สร้าง            สุขประชา

ประกาศเกียรติกฤษฎา                 ดิลกถ้วน

ประยุกต์ยิ่งพัฒนา                       เนาเนื่อง

ประเทศชาติราษฎร์ล้วน                        รุ่งเรื้องราวสวรรค์

        สรรค์สวัสดิ์สว่างไท้              ทศธรรม

ชาติเกิดวิกฤติกรรม                     กอปรแก้

ผ่องพิสุทธิ์พูนสัม-                       ฤทธิ์โรจน์

เกินหกสิบสกแท้                            ป้องปัดเข็ญ

        เย็นศิระราษฏร์ด้วย              พระภิบาล

พสกสบพิสิฐศานติ์                       สุขพร้อม

อุดมแผ่นดินปาน                         ปรุงทิพย์

พระกรุณาธิคุณล้อม                    ร่มทั้งไผทผอง

        ฉลองราชราษฎร์แซ่ซ้อง       สดุดี

เฉลิมพระชนม์องค์ศรี                   กษัตริย์แก้ว

ขอทรงพระเจริญทวี                     เวี่ยสุข

แปดสิบพรรษาพูนแล้ว                  ราษฎร์พร้องถวายชัย  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2  ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป  ประเภทโคลงสี่สุภาพ

นายสานิตย์  สีนาค  289  หมู่7 หมู่บ้านพระปิ่น 2 ซอย 3  ถ.บรมราชชนนี  แขวงศาลาธรรมสพน์  เขตทวีวัฒนา  กรุงเทพ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวบ้านไพร วันที่ตอบ 2007-12-20 13:22:09


ความเห็นที่ 18 (938260)

สมมติเทวราชเจ้า          อวตาร ลงแล

เสพสถิตเสถียรสถาน              สฤษฏ์สร้าง

ลักษณ์รูปเทพสักการ              กรุงเทพฯ ไท้แฮ

พระเกียรติยศอวดอาตม์อ้าง      เอกอะเคื้ออะคร้าวองค์

       ทรงปกครองประเทศทั้ง   ธรณิน

โดยทศพิธธรรมยิน                 เยี่ยมหล้า

โองการประกาศปรมินทร์          โอมอ่าน

 เพื่อประโยชน์สุขถ้วนหน้า       ไพร่ฟ้าชาวสยาม

        บำเพ็ญกิจตามอ้าง         เสมอสมัย

หยาดหยดทิพย์น้ำพระทัย        ถั่งล้น

ชุบจิตชุ่มหลั่งไหล                 ชโลมอาบ

ปวงพสกนิกรนิราศพ้น             ปลอดร้ายภัยภินท์

        พลังแผ่นดินหนักแท้      ธ ครอง – ราชย์เอย

เสาวภาคย์แผ่นดินทอง           อร่ามล้ำ

เกษตรแนวใหม่ทดลอง           แบบยั่ง- ยืนนา

กษัตริย์เกษตรปรัชญาย้ำ         หยัดถ้วนธำรง

       ทรงพระเจริญจรัสแจ้ง      อายุหมาย

พรรณผ่องผิววรกาย                พร่างแพร้ว

สุขเกษมจิตเบาสบาย             รมย์รื่น

พลังแกร่งแข็งแรงแล้ว                 มิ่งแก้วไผทสยาม

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวบ้านไพร วันที่ตอบ 2007-12-20 13:23:10


ความเห็นที่ 19 (938261)
ผมพึ่งได้รับสำนวนที่ได้รางวัลทั้งหมดจาก เจ้าหน้าที่ครับขอบคุณทุกระทู้ที่เข้ามาครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวบ้านไพร วันที่ตอบ 2007-12-20 13:24:21


ความเห็นที่ 20 (938262)

อ่านสำนวน

รางวัลรองชนะเลิศ  อันดับ 1  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  ประเภทกาพย์ยานี 11

น.ส.วรรณกานต์   เคลือบสูงเนิน   ม.6/1  โรงเรียนศรีเทพประชาสรรค์

อ.ศรีเทพ  จ. เพชรบูรณ์

 

เศียรราบกราบบัวบาท          มหาราชภูมิพล

ทั่วถิ่นแผ่นดินดล                         ดาลสวัสดิ์พิพัฒน์ไทย

พูนโภชย์ประโยชน์ราษฎร์    สว่างชาติโชติสมัย

เนาเนื่องประเทืองใน                    ปณิธานพิศาลบุญ

สืบศาสน์พิลาสนำ                        ทศธรรมวิเศษคุณ

เมตตาและการุณย์                      ล้วนวิสุทธิ์วิศิษฏ์ผล

เสทะประเทาทุกข์                        ประดุงสุขประชาชน

ทั่วไทยไม่ขัดสน                          สมประโยชน์โสตถิ์ไพศาล

นามพ่อแห่งแผ่นดิน             เลื่องระบิลตลอดกาล

พระโพธิสมการ                           ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

 

 

จากนั้นอยากให้อ่านสำนวนนี้

 

พูนโภชย์ประโยชน์ราษฎร์  สิริชาติ ธ รักษา

หมายเหตุพระเมตตา   ปณิธานนิมิตบุญ

สืบศาสน์พิลาศล้ำ   ทศธรรมพิเศษคุณ

โดยราชการุณ-  ยวิศุทธิ์วิศิษฐ์ผล

อวยทานประเทาทุกข์  ทะนุสุขประชาชน

ทั่วรัฐมิขัดสน  ลุประโยชน์มหาศาล

 

ผลงานข้างล่างนี้ เขียนเป็นอินทรวิเชียรฉันท์ ส่วนหนึ่งของบทที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เมื่อปี ๒๕๔๒ ของมูลนิธิอัฐมราชานุสรณ์ บังเอิญที่โรงเรียนมีหนังสือเล่มนี้อยู่ และเคยอ่านแล้วคุ้นตา เลยเอามาบอกกล่าวกันไว้ ว่าทำไมช่างบังเอิญเหมือนกัน เพียงเปลี่ยนบางคำเท่านั้น แต่การวางคำ วางความตรงกันเป๊ะ

จึงอยากบอกอาจารย์ศรีเทพประชาสรรค์ ว่าควรอบรมนักเรียนเรื่องคุณธรรมบ้าง ไม่ได้หาเรื่อง เพียงแต่สร้างความถูกต้องและเสริมความเห็นของ "นักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัย" ว่าเห็นด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.เบญจมฯ วันที่ตอบ 2007-12-20 14:48:41


ความเห็นที่ 21 (938263)

จริงๆ  คงไม่ต้องฝากบอกนักเรียนหรอกครับ

ฝากบอกถึงอาจารย์เลยดีกว่านะครับ เพราะคนในวงการก็รู้กัน

บางงานก็เห็นเด็กเพชรบูรณ์ได้รับรางวัล แต่ขอสละสิทธิ์ 

ทั้งที่เป็นรางวัลพระราชทาน ไม่ทราบว่าเหตุใด..อาจเป็น

เพราะติดเหตุฉุกเฉิน     หรือไม่กล้ามาประชันกันในรอบ

ตัดสินก็ไม่รู้เหมือนกัน

หยุดเถอะครับ เลิกนั่งสมาธิเข้าทรงกันได้แล้ว    มันตัด

โอกาสคนอื่นเขา  โถ่...เป็นครูอาจารย์ซะเปล่า...

"จรรยาบรรณอยู่ที่ไหน"

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้เฝ้าติดตาม...ในความหลอกลวง วันที่ตอบ 2007-12-20 15:13:18


ความเห็นที่ 22 (938264)

ใครแน่...ใครแย่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๑ เชิญไปล้างตากันที่ ม.สยาม ประชันกันสดๆเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ส่งกลอนกระดาษ แพ้เสมอ วันที่ตอบ 2007-12-20 16:26:39


ความเห็นที่ 23 (938265)

ไม่น่าเชื่อเลยอาจารย์ก็เก่งอยู่นะแต่เด็กไม่น่าทำแบบนี้ครับเพราะมันดูทุเรศมากๆๆๆๆๆสำหรับการแข่งขัน ขอร้องครับ

"ถ้าไม่แน่อย่ามาแข่งเลยครับ"

มันตัดโอกาสคนอื่นและมันดูแย่มากๆ

ไม่น่าจะเป็นแบบนี้เลย

วันหลังนะครับ

ถ้าทำแบบนี้

ไปทำในวงการอื่นดีกว่า

อย่ามาทำในวงการกลอน

คนที่ใจรักก็มี

อย่าทำให้วงการนี้เสียหายอีกต่อไป

ถ้าคุณแน่จริง

มาวันที่ 18 มกราคม 2550  แล้วเราจะได้ประชันฝีมือที่แท้จริงกัน

 

แล้วเจอกันครับคนขี้โกง

ผู้แสดงความคิดเห็น คนที่จะไปดูหน้าคนขี้โกงวันที่ 18 มกราคม 2550 นี้ วันที่ตอบ 2007-12-20 16:43:37


ความเห็นที่ 24 (938266)
       อภัยกันเถอะ เพราะความไร้เดียงสาของเด็ก และเด็กอาจจะชอบเลย ถือเป็น แนวและแปลงเอาก็ได้ อาจารย์คงไม่ได้สงเสริมให้ทำเช่นนั้น และอาจารย์อาจไม่ทราบเลยเข้าใจว่าเด็กแต่งดี  คงพากันภูมิใจใหญ่  ทีหลังอย่าทำละกัน กลอนอะไรไม่รู้ตั้งปี 42 เป็นอมตะจริง ๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น สงสารเด็ก วันที่ตอบ 2007-12-20 22:07:39


ความเห็นที่ 25 (938267)

ขอบคุณท่านอ.เบญจมฯ มากนะครับที่สนับสนุนความคิดเห็นของผม

      ผมเองอยู่ในวงการนี้มา 15 ปี อาจจะน้อยไปในสายใครหลายคน...แต่ผมอยู่มาก็เห็นนายกหลายสมัย กรรมการหลายชุด  บางสมัยฟูเฟื่อง  บางสมัยถูกก่นโคตรก็มี บางครั้งถึงขนาดด่าแบบให้อวัยวะเพศกันในเว็ปไซต์เลยก็เคยอ่านเคยเห็นกันมาแล้ว

    อยากฝากข้อคิดว่า โรงเรียนที่มีนามข้างต้นไม่ว่าท่านจะทำด้วยเหตุผลใดก็ตาม มันเป็นการเอาเปรียบฝีมือที่แท้จริงของนักเรียน  อย่าได้เห็นแก่รางวัลเพียงถ่ายเดียวเลยครับ คุณธรรมจริยธรรมก็ขอให้มองเห็นบ้าง  ท่านมีความสุขที่ได้สนับสนุนให้เด็กของท่านได้รางวัล ได้เงินรางวัล แต่มันไม่เก่งจริงมันก็ไม่มีทางมีชื่อเสียงได้ยืนยาวดอกครับ

    มีคดีที่อยากเล่าเตือนสติว่า "อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคน" ท่านอาจจะไม่เชื่อเพราะคิดว่า คนเป็นครูศักดิ์สิทธิ์เสมอ ศิษย์ต้องเคารพเชื่อฟัง แต่ถ้ามันมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวกันแล้วละก็...เงินเท่านั้นบันดาลสุข...ไม่ใช่ครูเท่านั้นบันดาลสุข  อุทธาหรณ์ที่จะเล่ามีอยู่ว่า...

   นักกลอนในอีดตนามอุโฆษเกรียงไกร ขอใช้ตัวย่อว่า ณ.ย. ท่านมีความสามารถในการประพันธ์ชนะมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ใครได้ยินชื่อต่างก็ขนพองสยองเกล้า ในฝีมือของท่าน

   ครั้งหนึ่งท่านเคยทำอย่างที่ครูโรงเรียนข้างต้นทำ...นั่นคือเขียนแล้วใส่ชื่อลูกสาวต่างเมีย ปรากฏว่า บุญหล่นทับครับ หล่อนได้รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัลสูงถึง 200,000 บาท ท่านคิดสิครับว่า พ่อลูกคู่นี้น่าจะดีใจขนาดไหน  คนที่ดีใจมากที่สุดคงจะเป็นท่าน ณ.ย. เพราะท่านคำนวณไว้แล้วว่าจะแบ่งให้ลูกสาวร่างทรงผู้นี้เท่าใด ...แต่เหตุการณืไม่เป็นไปตามนั้นคือ

    วันที่ลูกสาวจะไปขึ้นเช็คเงินรางวัลที่ธนาคาร เธอก็เล่นแง่ว่า ที่พ่อตกลงจะให้หนู 50,000 น่ะ น้อยไปนะ  พ่อก็ใจดีว่าจะเพิ่มเป็น 60,000 บาทให้ สาวเจ้าก็ยังไม่ยอม โกหกหน้าตาเฉยว่า หนูทำเช็คหายไปแล้ว  โถ น่าสงสารพ่อเสียจริงอุตส่าห์ลงสมองคิดกลอนใส่เป็นชื่อลูกสายเลือดตนเองแท้ กลับต้องผิดหวัง  พอคาดคั้นไปคาดคั้นมา ก้อยู่ในกระเป๋ามันนั่นแหละ...สุดท้ายพ่อก็ถามว่าจะเอายังไงก็บอกมาเดี๋ยวคนอื่นสงสัยเห็นมายืนเถียงกันนานแล้ว...

    นังลูกสาวตัวดีบอกหน้าตาเฉยว่า ผัวหนูจะเอา 100,000 นึงถ้าน้อยกว่านี้หนูจะไปบอกกรรมการว่าหนูไม่ได้เขียนเอง พ่อเขียนให้ พ่ออยากอายไหมล่ะ  คิดดูสิครับ คนเป็นพ่อทรมานใจขนาดไหน...เงินอยู่ตรงหน้าแต่คว้าไว้ไม่ได้เพราะเล่นไม่ถูกกติกา พอทำเสียงดุว่างั้นมึงอย่าได้เลย  โดนตลบหลังเสียเจ็บปวดว่า ตามใจยังไงเช็คก็เป็นชื่อหนู พ่อจะมีปัญญาทำอะไร ถ้าไม่ทำตามที่หนูบอก สุดท้าย ท่าน ณ.ย. จำยอมต้องมอบส่วนแบ่งให้ถึง ครึ่งหนึ่งของเงินรางวัลแต่ก็ไม่วายที่ผมจะไปสืบรู้เรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง 

    หยุดเข้าข้างอวิชชากันเสียทีครับ สนับสนุนให้มีนักกลอนรุ่นใหม่ ๆเกิดบ้าง อย่าคิดว่าตนเองเป็นมิตรชัย บัญชา หรือ เพชรา เชาวราชย์ ดาวค้างฟ้าได้คนเดียว...จริงอยู่ท่านอาจจะมีพรรคพวกที่ให้การสนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นโจรกับท่านในการปล้นโอกาสของเด็กน้อยตาดำ ๆ โรงเรียนอื่น ท่านเป็นดาวที่ควรจะสว่างด้วยความดี ไม่ใช่ความอัปรีย์จัญไร หรือเผยเนื้อในให้คนอื่นเขารุมทึ้งแบบนี้ ...อายเขาไหมครับ หน้าด้าน...ทำได้ก็ทำไปเถอะครับอย่าคิดว่าในท้องฟ้าต้องการดาวอย่างคุณไปตลอดกาล เพราะผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งพระอาทิตย์ท่านคงเห็น และพร้อมจะมอบแสงให้ดาวดวงน้อย ๆได้กระจ่างแจ้งแข่งรัศมีกับคุณอย่างแน่นอน

    ลองคิดเล่น ๆนะครับว่าถ้ามีจดหมายไปถึงผู้อำนวยการโรงเรียนตามชื่อที่ปรากฏด้านบน พร้อมกับข้อมูลอีกมากมายทีพร้อมจะแฉหน้ากากของคุณ คุณจะเตรียมการแก้ตัวอย่างไรกับเกียรติยศจอมปลอมของคุณที่ร่วมกันคิดโดย สองผู้เฒ่าหัวหงอกแห่งเทือกเขาเพชรบูรณ์ หรือไม่ก็ลองนึกเล่น ๆว่า....

   เกิดการคว่ำบาตรในการแข่งขันกลอนสดรายการใดรายการหนึ่ง ทันทีที่เขาประกาศชื่อโรงเรียนของคุณ โดยทุกโรงเรียนขอนั่งเฉย ๆให้คุณแข่งทีมเดียว... อยากได้สักกี่รางวัล ก็เดินไปหยิบได้เลย...จะเอาเงินสักกี่บาท ก็เดินไปหยิบที่กรรมการได้เลย...อย่างนี้ดีไหมครับ ...ผมจะได้เป็นกระบอกเสียงอีกแรงและคิดว่าน่าจะเป็นผลตามที่คาดหมายเสียด้วย...ถ้าคุณยังไม่เลิกพฤติกรรมตัวเงินตัวทองแบบนี้

    เอาอีกคดีไปย้อนเตือนสติตัวเองดูนะ  คงพอจำได้ ว่ามีงานประกวดกลอนของหน่วยงานหนึ่ง ปรากฏว่าเด็กของบุคคลนั้นได้รางวัลชนะเลิศ  แต่พอขึ้นไปอ่านบนเวทีกลับปล่อยไก่หมดเล้า ทำเอาบรรดากรรมการ ประธานในพิธี รวมถึงคนอื่น ๆ ทั้งงง และอยากจะขำให้ช็อกตายไปตาม ๆ กัน ก็เรื่องของผู้ชนะการประกวดไงครับ

   หล่อนค่อย ๆ บรรจงอ่านอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาหน้าของครูหล่อน...แต่แล้ว สัญญาณหายนะก็เกิดขึ้น เมื่อหล่อนอ่านไปพบคำว่า "กอปร" ซึ่งเราคงรู้ว่าต้องอ่านว่าอย่างไร  แต่หล่อนคงใช้ปฏิภาณกวีของหล่อนอย่างเต็มก้านสมองจนเปล่งเสียงออกไปว่า "กอ -ปอน"  ทำเอาคุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ น่งไม่ติดเก้าอี้ ต้องเดินเข้าไปต่อว่าต่อขานกันยกใหญ่ เพราะขายขี้หน้าผู้สนับสนุนให้จัดประกวด...ก็โรงเรียนที่ว่านี้แหละ...แม่งไม่เคยเข็ดหลาบจนนักกลอนโรงเรียนอื่นเขาเอือมระอาเต็มทีแล้ว

     เรื่องนี้คงยังไม่ยุติง่ายดอกครับ ตราบใดที่ท่านนายกสมาคมนักลอน ไม่ออกมาช่วยชี้แจง หรือแถลงความรับผิดชอบแก่บรรดาเพื่อนนักกลอนที่เขาเป็นสมาชิกเหมือนผม...ทุกคนคงไม่อยากให้มีนักกลอนขี้โกงเกิดขึ้นใช่ไหมครับ...ขนาดทุกวันนี้ยังสอนสันดานความโกงให้ลูกศิษย์...ต่อไปในอนาคตสังคมคงจะเต็มไปด้วยสัตว์เดรัจฉานที่เกิดจากการหล่อหลอมผิดแนวทางของคนบางกลุ่มบางพวก

    อ้อ...แล้วลืมไปได้เลยว่า ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวจะได้ผล...ไม่มีทางหรอกครับเพราะนักกลอนน่ะเขาถึงกันเร็วยิ่งกว่าหน่วยสืบข่าวลับของทหารเสียอีก  ถ้ายังไม่หยุดพฤติกรรมตัวเงินตัวทองล่ะก็ วันหนึ่งถูกคนหมั่นไส้รุมกระทืบกลางงานแข่งกลอน จะยิ่งอายขายขี้หน้าไปถึงบางไหน...ถ้าเกิดขึ้นจริงล่ะก็..แนะนำว่าให้ท่านทั้งสอง ไปตัดหัวทิ้งดีกว่าครับ มีไว้ก็เป็นภาระเปล่า ๆ ....ไม่มีหัว  ก็ไม่มีตา

ไม่มีตา...ก็ไม่ต้องอายสายตาที่คนอื่นเขาเหยียดหยาม

ไม่ต้องมีสมอง...เพราะสมองอยู่ในกะโหลกอันแสนอุบาทว์ของคุณได้ถูกทำลายไปแล้ว

ไม่มีหู...ก็ไม่ต้องรับรู้คำก่นด่าที่บางครั้งเขาอยากจะแจกอวัยวะเพศพ่อเพศแม่แถมให้คุณทุกครั้งที่เจอหน้าในสนามแข่งขัน

    ไปลงนรกเสียเถิดเกิดเสียชาติ

    คนอุบาทว์ใจสัตว์เดรัจฉาน

    ใช้กลโกงเคลือบแฝงแต่งผลงาน

    ส่อสันดานทุจริตคิดกอบโกย

    สอนลูกศิษย์ให้จับปลาดีกว่านะ

    แล้วศิษย์จะฝีมือไกลไม่โหลยโท่ย

   หรือชอบชีวิตฉ้อฉลให้คนโวย

   กูจะโบย....ด้วยคำด่าให้สาใจ

   ไม่มีมึงสังคมกลอนไม่ร้อนหรอก

   กูขอบอกให้รู้กันเขาหมั่นไส้

   เถอะสักครั้งถึงเวลามาชิงชัย

   กูจะได้ถีบกระชาก...หน้ากากมึง

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัย วันที่ตอบ 2007-12-20 22:32:33


ความเห็นที่ 26 (938268)
       ต้องขออภัยท่าน นักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัย ก็ไอ้คำว่าไม่โปร่งใส ของท่านนี่มันตีความยากยิ่งกว่ารัฐธรรมนูญซะอีก ก็ไม่รู้ว่า ท่านหมายถึงอะไร  ถ้าหมายถึงผู้จัดก็ช่างเถิด  เพราะเข้าใจว่าทำงานกันไม่เป็น เห็นรางวัลก็ไม่มีอะไร มีแต่กระดาษหอบหนึ่งผู้รับคงเอาไปชั่งกิโลขาย  แทนค่ารถที่เสียเวลามารับรางวัล  ทำไมท่านถึงทำตัวเป็นขี้แพ้ชวนตียังงั้นล่ะ  ไม่เอาน่าคมนะมันอยู่ในฝัก  เอะอะโวยวายไปได้   ก็คงไม่สามรถประมือกะท่านได้หรอก  เพราะฝีมือท่านเลิศเลอขนาดนั้น  เราก็คงต้องเห่าแล้ววิ่งหนี  คงปล่อยให้ท่านทั้งเห่าทั้งหอนอยู่แต่เพียงผู้เดียวจนน้ำลายฟูมปากนั่นแล  และเชิญขี่ม้าสามสอกไปบอกนายกของท่านเถิด
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ร่วมงาน วันที่ตอบ 2007-12-20 23:09:05


ความเห็นที่ 27 (938269)

    ต้องขอโทษค่ะ  หนูเห็นคำดี ๆ ก็ชอบ และอยากเลียนแบบบ้าง  และขอบอกว่า อาจารย์ไม่เกี่ยว หนูเห็นหนังสือนานแล้ว หนูเขียนแล้วให้อาจารย์ดูดูอาจารจ์ก็บอกว่าดี อาจารย์ถามว่า โภชย์ มาจากใหนแปลว่าอะไร หนูก็แปลตามพจนานุกรมให้ฟัง อาจารย์ก็ว่าดี อาจารย์ไม่รู้  และอาจารย์เพิ่งเรียกหนูมาตำหนิเมื่อเช้านี้เองต่อไปหนูไม่ทำอีก

      วรรณกานต์

ผู้แสดงความคิดเห็น รัก วันที่ตอบ 2007-12-21 10:06:07


ความเห็นที่ 28 (938270)

คุณร่วมงาน....

       อันที่จริงคุณเองก็เป็นผู้ใหญ่จนขนอะไรต่อมิอะไรหงอกแล้ว ยังคิดว่าคนอื่นเขาขี้แพ้ชวนตีอีกหรือ...ไอ้ทีคุณว่ารางวัลได้แค่กระดาษไปชั่งกิโลขายไม่คุ้มค่ารถที่เสียเวลามารับ...แล้วคุณไปรับ ไปร่วมงานกับเขาทำไมหรือว่ายากจนขนาดต้องสะสมกระดาษไว้ขายตอนหมดทางหากิน...

      โบราณเขาว่า "น้ำลดตอผุด" น่ะเป็นธรรมชาติที่เห็นได้ชัด ต่อมาคนเราก็เลยใช้เทียบกับความชาติชั่วที่โผล่ให้เห็นเมื่อความจริงถูกเผย...มันก็เป็นสิ่งที่ควรทำให้คนดี ๆในสังคมคนเขารู้มิใช่หรือ...หรือท่านมิใช่คน เป็นสัตว์ที่ยังจัดตระกูลให้ตนเองไม่ได้ จึงไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องที่เขาทำกันโจ๋งครึมแบบนี้...คงเข้าข่าย สันดานเดียวกัน เลยคนว่าคนอื่นเขาเที่ยวมาพูดความจริงจึงโกรธ

      ขอบคุณที่พยายามให้ผมเห่าและหอนจนน้ำลายฟูมปาก...ก็ยังดีกว่าหมดปัญญาหาเหตุผลมาต่อสู้แล้ววิ่งหนีกลับไปโรงพยาบาลศรีธัญญาแบบคุณ...

      หากคุณคิดว่าการเห่าหอนของผมไปรบกวนสัญชาตญาณสัตว์ของคุณ คุณจะเสียเวลามาพิรี้พิไรทำไมล่ะครับ เอาเวลาไปแทะไก่ในลำคลองตามความถนัดไม่ง่ายกว่าหรือ

     ถ้าผมเป็นสัตว์ที่เห่าหอนได้...ก็ยังดี...ดีที่ผมรู้ว่าหน้าที่ของการเห่าคือการเตือนภัย...การหอนคือการส่งสัญญาณหรือเริ่มแผนการที่วางไว้...ทั้งคุณและเขาก็ระวังไว้เถิด....วัวสันหลังหวะ...ย่อมระแวงเวลาที่คนอื่นเขาพูดขึ้นมา ....วันนี้เลยไม่รู้ว่า คุณร่วมงานจะเรียกลักษณนามว่า คน หรือ ตัว ดีกว่ากัน

     เรื่องนี้เขารู้กันไปทั่วประเทศแล้ว ต่อให้คุณมาช่วยเป็นทนายหน้าหอแก้ข่าวให้สองผู้เฒ่าแห่งเทือกเขาเพชรบูรณ์ก็เปล่าดาย...ไม่มีใครเขาเชื่อหรอกครับ...โดยเฉพาะคำอ้างของนักเรียนที่มาขอโทษขอโพยนั้น...ยิ่งน่าสงสัยว่า ทำไมครูเธอจึงไม่ยักเอะใจ ว่าทำไมแต่งดีจัง  ทั้งที่เธอเองก็เคยปฏิเสธการรับรางวัลใหญ่ ๆมาแล้วหลายครั้ง...

    เรื่องแบบนี้ คุณร่วมงาน ควรเอาเวลาไปฝึกฝนฝีมือจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด  มันจะได้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า การเห่าครั้งต่อไปก่อนที่คุณจะวิ่งหนีนั้น มันมีรสชาติที่น่าพิสมัยเพียงใด...ดีกว่าการเข้าข้างคนผิดแบบนี้

    แล้วถ้าหากจะให้ไปด่าผู้จัดงานล่ะก็ ควรย้อนไปดูที่ใบประกาศเชิญชวนแข่งขันดีกว่าไหม...ว่าเขามีเกณฑ์ว่าอย่างไร...ถ้ามีว่า ผลงานที่ส่งเข้าประกวดห้ามลอกเลียนหรือคัดลอกสำนวนของผู้เคยได้รางวัลใดมาแล้วจะต้องสละสิทธิ์...หรือสำนวนที่แต่งขึ้นต้องไม่เคยส่งประกวดที่ไหนมาก่อนเลย...แบบนี้จะชัดเจนกว่าไหม...ว่าการตัดสินเป็นไปตามกระบวนความถูกต้องหรือเปล่า...สมควรให้คนทุจริตเอารางวัลมามอบคืนแก่หน่วยงานประกวดจะสวยงามกว่านี้เยอะเพราะมันแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม...มิใช่ตอบสองต่อความอยากได้ของคนบางคน

        จริงอยู่ที่เราควรให้อภัยเด็กแต่ผมคิดว่า ม.6 น่ะไม่เด็กแล้วนะ กรอบความคิดและสติปัญญาน่ะอยู่ที่ไหน หรือใส่ไว้ในกระเป๋านักเรียนแล้วลืมเปิดจึงทำเป็นเฉไฉหน้ามึนมากล่าวขอโทษในเว็บไซต์แห่งนี้

       ก่อนทำทำไมไม่คิดให้ละเอียดรอบคอบ ว่าคุณควรสร้างผลงานด้วยสมองของคุณ แม้ไม่ได้รางวัลมันก็คืองานของคุณ ผมเคยไปสัมภาษณ์พูดคุยกับ อดีตนักเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ว่าทำไมเมื่อก่อนไม่เห็นค่อยได้รางวัลเลย  หลายปีมานี้เก่งจัง...เขาตอบว่าไงรู้ไหมครับ..เขาบอกว่าก็เก็บชิ้นงานที่ไม่ได้รางวัลไว้...พอประกาศผลก็ไปร่วมงานแล้วไปดูว่าเขาเขียนอย่างไรจึงชนะ...เอามาวิเคราะห์เทียบเคียงแล้วลองแต่งใหม่..ปรากฏว่าชัดเจนขึ้น กระจ่างขึ้น มีโวหารดีขึ้น ...เข้าทำนองว่าผิดเป็นครูว่างั้นเถอะ

   แต่นี่ไม่ใช่...เข้าข่ายขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ตอนนี้มีพรบ.ลิขสิทธิ์ ปี 2547 ออกมาบังคับใช้แล้วนะครับ...หากว่าเด็กคนนั้นออกมากล่าวแบบว่าไม่ได้ตั้งใจแต่ตนเองได้รับผลประโยชน์ แม้จะเป็นกระดาษใบเดียวที่จะเก็บไว้ชั่งกิโลก็ตาม...ถือว่าเป็นอามิสรางวัล...เจ้าของสำนวนอาจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้คราวนี้ถ้าเป็นคดีความขึ้นมา...ถามหน่อยว่า ไอ้คำว่าไม่รู้ ไม่ได้ตั้งใจน่ะ มันจะฟังขึ้นในชั้นศาลไหม

          เมื่อรู้ตัวว่าทำผิดควรยอมรับผิดแล้วก็ลามือไปเสียจากวงการ  เพราะต่อให้คุณหน้าด้านอยู่ก็ไม่มีใครคนไหนเขาอยากสมาคมกับคุณหรอกครับมันแปดเปื้อน  ...ระยะฟักตัวคุณอาจเป็นแค่คนเลว..แต่เมื่อสมบูรณ์แบบแล้ว คุณจะเป็นคนชั่วในที่สุด อยากให้ถึงวันนั้ไหมล่ะ....

         อนาคตของเราเราเลือกเอง  เมื่อคุณเลือกที่จะทำผิด คุณก็ต้องยอมรับกรรมที่ทำผิด ส่วนคนอื่น ๆจะพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วยหรือไม่ ผมไม่ทราบแต่หน่งในนั้นไม่ใช่ผมแน่นอน...เพราะผมละอายแก่ใจ

        คุณร่วมงานอาจเป็นประเภทแก่กะโลกกะลา แถมดวงตายังมืดบอดจากมลทิน ด้วยความ       เสน่หา ยังไม่รู้จักวิเคราะห์อะไร คิดอย่างเดียวว่าคนที่ไม่ได้รางวัลแพ้แล้วหาเรื่อง 

      คุณเองต่างหากที่ก่อชนวนขึ้นมาเอง แล้วไม่มีทางที่ไฟกองนี้จะดับลงไปง่าย ๆ เพราะตอนนี้ นักเรียนหลายโรงเรียนเขาเริ่มเข้าใจสภาวะแล้ว และพร้อมจะก่อตัวเป็นพายุพัดถล่มคนจัญไรให้กระเจิงได้ในพริบตา...อย่าเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเลยครับ กลับไปอยู่ในโลกแห่งกิเลสต่อไปเถอะ...จะกรวดน้ำให้    

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัย วันที่ตอบ 2007-12-21 12:32:48


ความเห็นที่ 29 (938271)

คุณร่วมงาน....

       อันที่จริงคุณเองก็เป็นผู้ใหญ่จนขนอะไรต่อมิอะไรหงอกแล้ว ยังคิดว่าคนอื่นเขาขี้แพ้ชวนตีอีกหรือ...ไอ้ทีคุณว่ารางวัลได้แค่กระดาษไปชั่งกิโลขายไม่คุ้มค่ารถที่เสียเวลามารับ...แล้วคุณไปรับ ไปร่วมงานกับเขาทำไมหรือว่ายากจนขนาดต้องสะสมกระดาษไว้ขายตอนหมดทางหากิน...

      โบราณเขาว่า "น้ำลดตอผุด" น่ะเป็นธรรมชาติที่เห็นได้ชัด ต่อมาคนเราก็เลยใช้เทียบกับความชาติชั่วที่โผล่ให้เห็นเมื่อความจริงถูกเผย...มันก็เป็นสิ่งที่ควรทำให้คนดี ๆในสังคมคนเขารู้มิใช่หรือ...หรือท่านมิใช่คน เป็นสัตว์ที่ยังจัดตระกูลให้ตนเองไม่ได้ จึงไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องที่เขาทำกันโจ๋งครึมแบบนี้...คงเข้าข่าย สันดานเดียวกัน เลยคนว่าคนอื่นเขาเที่ยวมาพูดความจริงจึงโกรธ

      ขอบคุณที่พยายามให้ผมเห่าและหอนจนน้ำลายฟูมปาก...ก็ยังดีกว่าหมดปัญญาหาเหตุผลมาต่อสู้แล้ววิ่งหนีกลับไปโรงพยาบาลศรีธัญญาแบบคุณ...

      หากคุณคิดว่าการเห่าหอนของผมไปรบกวนสัญชาตญาณสัตว์ของคุณ คุณจะเสียเวลามาพิรี้พิไรทำไมล่ะครับ เอาเวลาไปแทะไก่ในลำคลองตามความถนัดไม่ง่ายกว่าหรือ

     ถ้าผมเป็นสัตว์ที่เห่าหอนได้...ก็ยังดี...ดีที่ผมรู้ว่าหน้าที่ของการเห่าคือการเตือนภัย...การหอนคือการส่งสัญญาณหรือเริ่มแผนการที่วางไว้...ทั้งคุณและเขาก็ระวังไว้เถิด....วัวสันหลังหวะ...ย่อมระแวงเวลาที่คนอื่นเขาพูดขึ้นมา ....วันนี้เลยไม่รู้ว่า คุณร่วมงานจะเรียกลักษณนามว่า คน หรือ ตัว ดีกว่ากัน

     เรื่องนี้เขารู้กันไปทั่วประเทศแล้ว ต่อให้คุณมาช่วยเป็นทนายหน้าหอแก้ข่าวให้สองผู้เฒ่าแห่งเทือกเขาเพชรบูรณ์ก็เปล่าดาย...ไม่มีใครเขาเชื่อหรอกครับ...โดยเฉพาะคำอ้างของนักเรียนที่มาขอโทษขอโพยนั้น...ยิ่งน่าสงสัยว่า ทำไมครูเธอจึงไม่ยักเอะใจ ว่าทำไมแต่งดีจัง  ทั้งที่เธอเองก็เคยปฏิเสธการรับรางวัลใหญ่ ๆมาแล้วหลายครั้ง...

    เรื่องแบบนี้ คุณร่วมงาน ควรเอาเวลาไปฝึกฝนฝีมือจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด  มันจะได้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า การเห่าครั้งต่อไปก่อนที่คุณจะวิ่งหนีนั้น มันมีรสชาติที่น่าพิสมัยเพียงใด...ดีกว่าการเข้าข้างคนผิดแบบนี้

    แล้วถ้าหากจะให้ไปด่าผู้จัดงานล่ะก็ ควรย้อนไปดูที่ใบประกาศเชิญชวนแข่งขันดีกว่าไหม...ว่าเขามีเกณฑ์ว่าอย่างไร...ถ้ามีว่า ผลงานที่ส่งเข้าประกวดห้ามลอกเลียนหรือคัดลอกสำนวนของผู้เคยได้รางวัลใดมาแล้วจะต้องสละสิทธิ์...หรือสำนวนที่แต่งขึ้นต้องไม่เคยส่งประกวดที่ไหนมาก่อนเลย...แบบนี้จะชัดเจนกว่าไหม...ว่าการตัดสินเป็นไปตามกระบวนความถูกต้องหรือเปล่า...สมควรให้คนทุจริตเอารางวัลมามอบคืนแก่หน่วยงานประกวดจะสวยงามกว่านี้เยอะเพราะมันแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม...มิใช่ตอบสองต่อความอยากได้ของคนบางคน

        จริงอยู่ที่เราควรให้อภัยเด็กแต่ผมคิดว่า ม.6 น่ะไม่เด็กแล้วนะ กรอบความคิดและสติปัญญาน่ะอยู่ที่ไหน หรือใส่ไว้ในกระเป๋านักเรียนแล้วลืมเปิดจึงทำเป็นเฉไฉหน้ามึนมากล่าวขอโทษในเว็บไซต์แห่งนี้

       ก่อนทำทำไมไม่คิดให้ละเอียดรอบคอบ ว่าคุณควรสร้างผลงานด้วยสมองของคุณ แม้ไม่ได้รางวัลมันก็คืองานของคุณ ผมเคยไปสัมภาษณ์พูดคุยกับ อดีตนักเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ว่าทำไมเมื่อก่อนไม่เห็นค่อยได้รางวัลเลย  หลายปีมานี้เก่งจัง...เขาตอบว่าไงรู้ไหมครับ..เขาบอกว่าก็เก็บชิ้นงานที่ไม่ได้รางวัลไว้...พอประกาศผลก็ไปร่วมงานแล้วไปดูว่าเขาเขียนอย่างไรจึงชนะ...เอามาวิเคราะห์เทียบเคียงแล้วลองแต่งใหม่..ปรากฏว่าชัดเจนขึ้น กระจ่างขึ้น มีโวหารดีขึ้น ...เข้าทำนองว่าผิดเป็นครูว่างั้นเถอะ

   แต่นี่ไม่ใช่...เข้าข่ายขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ตอนนี้มีพรบ.ลิขสิทธิ์ ปี 2547 ออกมาบังคับใช้แล้วนะครับ...หากว่าเด็กคนนั้นออกมากล่าวแบบว่าไม่ได้ตั้งใจแต่ตนเองได้รับผลประโยชน์ แม้จะเป็นกระดาษใบเดียวที่จะเก็บไว้ชั่งกิโลก็ตาม...ถือว่าเป็นอามิสรางวัล...เจ้าของสำนวนอาจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้คราวนี้ถ้าเป็นคดีความขึ้นมา...ถามหน่อยว่า ไอ้คำว่าไม่รู้ ไม่ได้ตั้งใจน่ะ มันจะฟังขึ้นในชั้นศาลไหม

          เมื่อรู้ตัวว่าทำผิดควรยอมรับผิดแล้วก็ลามือไปเสียจากวงการ  เพราะต่อให้คุณหน้าด้านอยู่ก็ไม่มีใครคนไหนเขาอยากสมาคมกับคุณหรอกครับมันแปดเปื้อน  ...ระยะฟักตัวคุณอาจเป็นแค่คนเลว..แต่เมื่อสมบูรณ์แบบแล้ว คุณจะเป็นคนชั่วในที่สุด อยากให้ถึงวันนั้ไหมล่ะ....

         อนาคตของเราเราเลือกเอง  เมื่อคุณเลือกที่จะทำผิด คุณก็ต้องยอมรับกรรมที่ทำผิด ส่วนคนอื่น ๆจะพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วยหรือไม่ ผมไม่ทราบแต่หน่งในนั้นไม่ใช่ผมแน่นอน...เพราะผมละอายแก่ใจ

        คุณร่วมงานอาจเป็นประเภทแก่กะโลกกะลา แถมดวงตายังมืดบอดจากมลทิน ด้วยความ       เสน่หา ยังไม่รู้จักวิเคราะห์อะไร คิดอย่างเดียวว่าคนที่ไม่ได้รางวัลแพ้แล้วหาเรื่อง 

      คุณเองต่างหากที่ก่อชนวนขึ้นมาเอง แล้วไม่มีทางที่ไฟกองนี้จะดับลงไปง่าย ๆ เพราะตอนนี้ นักเรียนหลายโรงเรียนเขาเริ่มเข้าใจสภาวะแล้ว และพร้อมจะก่อตัวเป็นพายุพัดถล่มคนจัญไรให้กระเจิงได้ในพริบตา...อย่าเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเลยครับ กลับไปอยู่ในโลกแห่งกิเลสต่อไปเถอะ...จะกรวดน้ำให้    

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัย วันที่ตอบ 2007-12-21 13:16:28


ความเห็นที่ 30 (938272)

     ดิฉัน นนทวรรณ บุญวงษ์ ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใด แต่กลับถูกพาดพิงอย่างไม่เป็นธรรม จึงขอชี้แจงดังนี้

     1.ดิฉันสอนเขียนคำประพันธ์  ทุกประเภทเพื่อให้เด็กเขียนเป็น และเขียนเก็บคะแนนสะสม  ส่วนการส่งประกวดในวงแคบ ๆ นั้นก็เพื่อให้เด็กรู้วิธีการเขียนกลอนที่ดีเท่านั้น

     2.ก่อนจะนำผลงานของด็กส่งประกวดทุกครั้ง ก็จะจัดการแข่งขันภายในก่อน แล้วนำสำนวนที่ดีที่สุดมาช่วยขัดเกลาก่อน เป็นเรื่องที่อาจารย์จะทำได้ใช่ไหม

     3.เด็กทุกคนที่ส่งเข้าประกวด ต้องเขียนเป็นเขียนได้ และผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี  พร้อมที่จะให้ทดสอบได้  เพราะเสาร์อาทิตย์ ดิฉันจะเปิดบ้านและให้เด็กมาฝึกกันเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

     4.ดิฉันเป็นครูภาษาไทย สอนเด็กเขียนคำประพันธ์ด้วยใจรักหาตัวอย่างกลอนดี ๆมาให้เด็กได้ศึกษาวิธีการเขียน  เป็นแบบอย่าง แตไม่เคยสอนให้นักเรียนไปลอกหรือแปลงกลอนของผู้ใด และก็ไม่ได้ไปจดจำ ว่าใครเขียนไว้ที่ไหนตั้งแต่เมื่อไร ในกรณีของด็กที่ทำผิด ดิฉันเรียกมาสอบสวนและสั่นไปแล้ว  และให้นำเกียรติบัตรมาคืนเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่าหนึ่งต่อไป

     5.เงินรางวัลนักเรียน เราก็ไม่เคยมีส่วนได้ มีแต่ส่วนเสีย เพราะต้องเสียค่ารถค่ากินให้นักเรียนทุกครั้งที่มีการแข่งขันแต่ละนัดหรือ รับรางวัลแต่ละครั้ง  เงินรางวัลและโล่ หรือเกียรติบัตรก็ตามเราจะทำพิธีมอบหน้าเสาธงทุกครั้ง  และมอบให้เด็กทั้งหมด บางครั้งท่าน ผ.อ.ยังควักกระเป๋าท่านแถมให้เด็กอีกต่างหาก เพราะเด็กบ้านนอกยากจนอยู่แล้ว  ได้เป็นการศึกษาของเด็ก

      6.ดิฉันสอนหนังสือ  เป็นครูมากว่า 30 ปีไม่เคยมีปัญหากับใคร ไม่เคยเอาเปรียบใคร ไม่เคยให้ร้ายใคร  ทำไมต้องมาพาดพิง เรื่องเด็กนักเรียนไปอ่าน กอ-ปอน อะไรนั้นก็ไม่เป็นความจริง  เพราะผู้ที่เขียนมาดังนี้ไม่หวังดี ต้องการให้ดิฉันสื่อมเสียจึงขอประณาม เราไม่มีแผลอะไรให้ท่านเลียดอก พวกท่านคิดกันไปเอง  โรงเรียนศรีเทพประชาสรรค์ ไม่เคยชนะเลิศ ใด ๆ ในการจัดของคุณหญิงกุลทรัพย์ เพราะโรงเรียนอื่นเขาจองหมดแล้ว  และไม่เคยมีการชนะเลิศในการประกวด ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเรารู้ตัวว่าเป็นแค่ไม้ประดับ อย่าดีก็แค่ชมเชย ลองไปตรวจสอบดูใหม่นะหนู  นี่คือข้อเสแสร้งของคุณ "นักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัย"เพื่อทำลายชื่อเสียงของบุคคลอืน  คุณก็มีวุฒิภาวะพอสมควรทำไมถึงทำดังนี้ รังแกผู้หญิงเขาเรียกว่าอะไรดี  แม้กระงเด็กที่ขอโทษแล้ว

     7.เรื่องอ่าน.กอปร เป็น กอ-ปอน ไม่ต้องบอกหรอกว่าโรงเรียนอะไร เราไม่ใช่คนชอบทำลายคน ต้นฉบับคงเขียนเป็นกอบ หมายถึงกอบโกย หรือกอบกำ  แต่ผู้จัดการประกวดคงเห็นว่าน่าจะเป็นกอปร จึงพิมพ์เป็นกอปร น่าจะถูกกว่า ลองไปหาหนังสือสกุลไทยเมื่อสองสามปีที่แล้วอ่านดูซิ

     8.เด็กสละสิทธิ์ เพราะเด็กป่วยกระทันหัน ผู้ปกครองของเด็กไม่ยอมให้เด็กเดินทางไปทดสอบรอบสุดท้าย และทางเราก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นรางวัลอะไรหรือท่านผู้ใด้ป็นผู้มอบ  และเราก็ไม่ได้ยึดติดอยู่แล้ว  ถึงเด็กไปทดสอบก็ผ่านไม่เคยมีสักครั้งเดียวที่เด็กศรีเทพเขียนไม่ผ่าน  ท่านอย่าดูถูกสมองหรือฝีมือของเด็กมากนักเพราะท่านก็แข่งและเขียนกลอนประกวดมาตั้งแต่เด็ก

     9.ดิฉันไม่ได้ ยึดติดว่ารางวัลจะมากจะน้อย  หรือใครจะเป็นผู้มอบรางวัล เราส่งเพราะต้องการฝึกทักษะให้เด็ก รู้จักวิธีเขียนกลอนประกวด  และนำเด็กเข้าแข่งขันก็เพราะผู้จักการแข่งขันเชิญเรามา เราไม่อยากจนแส่ไปเองหรอก ส่วนเด็กเราจะเก่งหรือไมเก่งนั้น คงเห็นแล้วที่ ม.รังสิตเมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา

     ดิฉันสอนหนังสือมานานความเป็นอยู่ก็อยู่แบบพอเพียง  เกียรติยศเราก็ได้มามากมายทั้งหน้าที่การงานและทางสังคมมากมายและเพียงพอแล้ว  เราไม่ได้มีความเป็นอยู่เพราะการเขียนกลอนประกวดหรอก เพราะการประกวดไม่ใช่สรณะของดิฉันอยู่แล้ว  คุณรู้บ้างไหมว่ากลุ่มของคนที่เขียนกลอนประกวดนะถูกดูถูกดูแคลนของวงวรรณกรรมต่างๆ หลายสายอยู่แล้ว แต่พวกเรา ก็ยังส่งเสริมในวงการของเราเองซึ่งก็มีไม่กี่กลุ่มเห็นหน้าก็รู้จักกันหมดทำไมไม่เป็นมิตรกันเห็นจะเตะคนโน้นจะถีบคนนี้รู้สึกเหมือนไม่ใช่ครู แต่เป็นอันธฆพาลมากกว่านะท่านนะ

    .      

ผู้แสดงความคิดเห็น นนท์ วันที่ตอบ 2007-12-21 21:37:52


ความเห็นที่ 31 (938273)

คุณนนท์บอกว่าโรงเรียนของท่านไม่เคยชนะเลิศการประกวดใด ๆ และรู้ตัวว่าเป็นแค่ไม้ประดับ

จริงเพียงครึ่งเดียวครับ โรงเรียนของท่านไม่เคยชนะเลิศการแข่งขัน “กลอนสด” รายการใด ๆ เท่าที่ผมติดตามมาก็เป็นอย่างนั้น

แต่เด็กนักเรียนของท่านมักได้รางวัลชนะเลิศ “กลอนกระดาษ” หรือ “กลอนประกวด” หรือกลอนแบบที่ไม่ได้เขียนกันซึ่ง ๆ หน้าทั้งหลาย ไม่ว่านักเรียนท่านจะอ่านเองหรือพิธีกรอ่านให้ฟัง สำนวนกลอนช่างไพเราะเสียเหลือเกิ๊น

ผมจำได้เพราะผมได้รางวัลชมเชยสองครั้ง ในรายการที่นักเรียนของท่านได้รางวัลชนะเลิศ

แล้วจะให้ผมเชื่อคุณนนท์ว่าโรงเรียนท่านเป็นไม้ประดับนั้น

สำหรับเวทีกลอนแห้งแล้ว

ผมยืนยันว่า “ไม่จริงครับ”

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนจริงใจ วันที่ตอบ 2007-12-21 23:18:28


ความเห็นที่ 32 (938274)
ความคิดเห็นที่ 27 เป็นน้องวรรณกานต์ตัวจริงหรือเปล่า โดนผู้ใหญ่อ้างชื่อมาแก้ตัวใช่หรือไม่ เพราะหากเจ้าของผลงานเกิดฟ้องร้องขึ้นมา ข้อความในกระทู้นี้จะเป็นหลักฐานมัดตัวน้องทันที น้องวรรณกานต์จะเดือดร้อนมาก เป็นห่วงจริง ๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น สงสัย วันที่ตอบ 2007-12-22 00:58:53


ความเห็นที่ 33 (938275)

ติดตาม - อ่าน มาทุกความคิดเห็น  ก็จะขอแสดงความคิดเห็นบ้าง  เฉพาะที่อยากแสดงเท่านั้น คงไม่ทุกเรื่อง

     ๑. ครูที่สอนเขียนคำประพันธ์ทุกประเภทเพื่อให้เด็กเขียนเป็นนั้น  ควรได้มีการปลูกฝังในคุณค่า ความงาม ของภาษาและวรรณศิลป์  ให้เด็กเขียนด้วยความรักและเห็นคุณค่า   มิใช่ยัดเยียดให้เขียนเก็บคะแนนสะสมหรือเขียนเพื่อส่งเข้าประกวด เพราะการเขียนกลอนที่ดีไม่จำเป็นต้องเขียนเพื่อเอาชนะใครหรือหวังรางวัลใดๆ

     ๒. การขัดเกลาสำนวนกลอนโดยครูผู้สอนเป็นผู้เปลี่ยนเอง ขัดเอง เกลาเอง เพื่อให้สำนวนกลอนออกมาดีนั้น  สุดท้ายแล้วก็จะมีสำนวนภาษาของครูผู้สอนเข้าไป  กลืนคิดความคิดของเด็ก  แล้วสุดท้ายเด็กก็ได้รางวัล...มันคงน่าภูมิใจในผลงานเด็ก

     ๓.  เรื่องเด็กนักเรียนไปอ่าน กอ-ปอน อะไรนั้น  ถ้าแม้นเป็นความจริง  เด็กที่ได้รางวัลนั้น คงเปนไปไม่ได้ที่จะอ่านสำนวนของตัวเองผิด  เพราะคนที่จะใช้คำใดคำหนึ่งที่ตัวเองยังอ่านไม่ถูก ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย

       ๔.  เด็กสละสิทธิ์ เพราะเด็กป่วยกระทันหัน ผู้ปกครองของเด็กไม่ยอมให้เด็กเดินทางไปทดสอบรอบสุดท้าย และไม่รู้ว่าเป็นรางวัลอะไรหรือท่านผู้ใดเป็นผู้มอบ  และก็ไม่ได้ยึดติด  ถึงเด็กไปทดสอบก็ผ่าน  ไม่เคยมีสักครั้งเดียวที่เด็กศรีเทพเขียนไม่ผ่าน ไม่ได้หมายความว่าดูถูกสมองเด็กหรอก  ดูถูกสมองครูดีกว่า   เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่คนเป็นครูจะไม่รู้ว่า “เป็นรางวัลอะไรหรือท่านผู้ใดเป็นผู้มอบ”  ทั้งที่เปิดบ้านให้เด็กมาฝึกซ้อม  แต่กลับไม่รู้ว่าเด็กประกวดอะไร   ทำให้ยิ่งสงสัยว่าครูใส่ใจเด็กจริงหรือไม่   

            แล้วที่สละสิทธิ์น่ะ  ใช่ครั้งเดียวซะที่ไหน  บ่อยจนน่าเกลียด  เด็กท่านป่วยทุกครั้งหรือไร

            จะบอกอะไรให้อย่าง   คนที่เขาเคยจัดงานจะรู้ดี      การประกวดกลอนครั้งหนึ่งๆ  ถ้ามีผู้สละสิทธิ์ไม่มาแข่งในรอบทดสอบ  แม้เพียงคนเดียวก็จะเกิดปัญหาน่าปวดหัวตามมาหลายอย่าง  ปัญหาที่เล็กที่สุดก็คือ การสรุปงบรายงานต่อผู้สนับสนุน  ส่วนปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือถ้าเป็นรางวัลพระราชทาน  การแจ้งต่อสำนักพระราชวัง  เพราะถ้าปีนี้มีคนไม่มาแข่ง  แล้วปีหน้าเค้ายังจะให้ถ้วยพระราชทานกับผู้จัดอีกหรือ

            เดือดร้อนกันไปทั่ว

            อย่างไรเสีย  ถ้าเด็กป่วยก็รบกวนช่วยแจ้งต่อกรรมการจัดงานด้วย  เขาจะได้มีเหตุผลไปอ้างต่อไป  ส่งใบรับรองแพทย์มาด้วยก็ดี  อย่าหนีเงียบไปเฉยๆ   ผู้จัดเขาเดือดร้อน

            ถ้ากรรมการเขาเข็ดชื่อโรงเรียนนี้  ต่อไปอาจจะไม่พิจารณาให้เข้ารอบอีกจะทำยังไง  รุ่นน้องคงหมดสิทธิ์เกิด  เพราะพฤติกรรมของรุ่นพี่

            แต่เชื่อเถอะ  กรรมการผู้ใหญ่เขาไม่ใจร้ายหรอก  ถ้าเด็กเขียนดี  ยังไงเขาก็รับพิจารณา  ไม่มีอคติอยู่แล้ว      แต่หากผู้เป็นครู (แล้วมีเด็กของตัวเองลงแข่ง) เป็นกรรมการนี่สิ  ไม่รู้ว่าจะอคติอะไรกับเด็กโรงเรียนอื่นหรือเปล่า

***ส่วนเรื่องของสมาคมนักกลอนหรือแวดวงนักกลอนนั้น  ผมไม่ขอแสดงความคิดเห็นอะไรมาก เพราะเชื่อว่าในข้องย่อมมีปลาเน่าอยู่บ้างสักตัวสองตัว  แต่อยู่ที่ว่าจะดูแลอย่างไรอย่าให้มันเหม็นเน่าไปติดตัวอื่นๆ หรือสุดท้ายก็อาจต้องเขี่ยปลาเน่าทิ้ง...

      

ผู้แสดงความคิดเห็น นครา ประไพพงศ์ วันที่ตอบ 2007-12-22 09:20:13


ความเห็นที่ 34 (938276)

      เรียนคุณนครา  ประไพพงศ์

                            สอนภาษาไทยและสอนคำประพันธ์ คุณจะให้เอาอะไรไปให้เด็กทำงานเก็บคะแนนสะสม เพราะวิชาในหน่วยของภาษาไทยก็มีครูผู้สอนแต่ละวิชารับผิดชอบอยู่แล้ว  จะเป็นวรรณคดี หลักภาษาไทย ไวยากรณ์ไทยก็ตาม

     เรื่องอ่าน กอ-ปอน อะไรนั้น ไม่ทราบ ทราบแต่เพียงว่า เด็กนักเรียนที่ดิฉันสอนคงไม่ไปอ่านอย่างนั้น

     เรื่องกลอนกระดาษ ที่ ม.ปทุมนั้น เป็นกลอนเปิด  ซึ่งใครก็สามรถเขียนได้ เพราะคุณผู้จัดเขาแค่กำหนดเวลาส่ง ให้ทุกผู้ทุกนามเขียนได้หมด  ไม่จำกัดชั้นเรียน ไม่จำกัดอายุ  บางครั้งผู้เขียนก็ไม่อยากใช่อตัวเอง  เช่นคนมีฝีมือหน่อย เขียนแล้วไม่ได้รางวัลก็จะเขิน บางคนก็กลัวกรรมการลำเอียง แล้วแต่เหตุผล เราจะเห็นว่ากลอนกระดาษในผู้เขียนมักใช้นามแฝง และคุณจะนั้งเขียนนอนเขียนที่ไหนก็ได้ ขอเพียงให้ส่งทันเลาแล้วกัน  ใครจะใช้นามแฝง นามจริงได้ทั้งนั้น  และคงมีคั้งเดียวเท่านั้นที่มีชื่อนักเรียนดิฉันได้ชนะเลิศ

     นอกนั้นครั้งไหน ๆ ก็ไม่เคยมี ไปตรวจสอบตามบรรดาผู้จัด ดูเถอะ หรือรายการไหนที่เขาจัดประจำก็ได้  ส่วนครูช่วยขัดเกลามีทุกโรงเรียนแหละ ยิ่งเป็นกลอนที่ต้องใช้ราชาศัพท์ ด้วยต้องดูแลเป็นพิเศษ  เห็นกลอนที่เด็กเขียนชนะเลิศมาทุกครั้งก็เห็นสำนวนพริ้วสละสลวยทั้งนั้น  ไม่เชื่อก็ลองไปหาดูเถอะ  มันไม่เหมือนเด็กเขียนเลย 

     เรื่องเด็กสละสิทธิ์ก็เช่นกัน มันไม่มีคำว่าหลายหรอก  ถ้าได้จริงใครจะไปสละสิทธิ์อะไรตั้งหลายครั้ง  ถ้ามีจริงคงเป็นโรงเรียนอื่นมากกว่า เพราะฌด็กนักเรียบนของดิฉันมีครั้งเดียวเท่านั้นและแจ้งให้ผู้จัดทราบแล้ว  และการแจ้งมายังผู้ที่เข้ารอบเขาไม่ได้บอกมานี่ว่าเด็กของท่านได้ที่เท่านี้ เท่านั้นนะ เราจะได้รู้รางวัลล่วงหน้า  นี่เขาบอกเพียงว่านักเรียนของท่านเข้ารอบให้นำนักเรียนหรือให้ตัวนักเรียนไปทดสอบเพื่อจัดอันดับเราก็ทราบแค่นี้แหละ  และถ้ารู้ว่าได้รับรางวัลพระราชทานจริงทั้งผู้ปกครองและทั้งเราคงต้องหามเด็กไปทดสอบแล้ว คงไม่ปลอยโอกาสไปหรอก

     ฉนั้น ใด ๆ ก็ตามที่เป็นความเท็จอย่าได้ นำมาใส่ร้ายป้ายสีกันเลย เพราะมันเป็นหลักฐานที่สามาถตรวจสอบกันได้  ส่วนเรื่องพวกคุณจะไปไล่เบี้ยทำร้ายอะไรกับนักเรียน ก็เป็นเรื่องของพวกคุณ

     น่าจะโทษการไม่อ่านให้ถ่องแท้เสียก่อนแล้วจึงมาพูดกัน ที่ประกาศกันตูม ๆ เป็นถ้วยพระราชทานของใคร ถึงวันรับเข้าจริงองค์ท่านผู้ประทานมิได้มาให้ผู้อื่นมาแทน บางครั้ง เป็นพระองค์เจ้า บางครั้งเป็นกรมฯ บางครั้งก็เป็นบรมฉายาลักษณ์ ก็มี ซึ่งตัวดิฉันก็รับประทานมาหลายครั้งแล้ว เราจึงไม่ทราบว่าใครเป็นองค์ประทาน  ดังนี้ โปรดอย่าอคติกับดิฉันเลย เพราะดิฉันเป็นครูบ้านนอกคงไม่ไปโต้ตอบอะไรท่านหรอก ก็เพียงแต่ชี้แจงเท่านี้แหละ

ผู้แสดงความคิดเห็น นนท์ วันที่ตอบ 2007-12-22 12:08:50


ความเห็นที่ 35 (938277)

 

สงครามศักดิ์สิทธิ์

 

                                ...น้องพี่...

                                นานหลายปีที่เราต่างตกต่ำ

                                เฝ้าฝึกซ้อมกันมาตั้งหน้าทำ

                                ถูกมือดำแย่งชัยไปต่อตา

 

                                เราต่างวัดฝีมือด้วยซื่อสัตย์

                                เราต่างงัดหัวใจใส่คุณค่า

                                ทีละบาททีละบทจรดปากกา

                                เพื่อได้มาโดดเด่นเป็นกลอนดี

 

                                เพียงสักครั้งหวังได้ชัยชนะ

                                จึงมานะบากบั่นกันเต็มที่

                                แต่แล้วใครกันหนอขอโทษที

                                เบียดขยี้พี่น้องเข้าครองชัย

 

                                หาได้คิดถึงกมลใครคนอื่น

                                ยิ้มระรื่นกับรางวัลไม่หวั่นไหว

                                ใช้เพื่อนคนด้วยกันเป็นบันได                                                        

                                เหยียบขึ้นไปขึ้นไปไต่ขึ้นฟ้า

 

                                เราหนึ่งคน หนึ่งชื่อ ถืองานส่ง

                                มันทำหลง ส่งหลายชื่อ  ดื้อหนักหนา

                                จะนามจริง นามแฝง ก็แต่งมา

                                แต่กังขาที่แฝงนามตามคนจริง

 

                                ถ้าอยากดันดาราอย่าเล่นโกง

                                เดี๋ยวตายโหงแล้วจะไร้ที่ให้สิง

                                ถ้าอยากได้รางวัลอันเพริศพริ้ง

                                อย่ายอมทิ้งศักดิ์ศรีความดีงาม

 

                                ...นะน้องพี่...

                                นานหลายปีที่เราถูกเขาหยาม

                                มันลอยนวลอยู่ได้ด้วยใจทราม

                                และลุกลามกลายเป็นมะเร็งร้าย

 

                                มากัดกินวงการกลอนจนกร่อนสึก

                                จิตสำนึกตกต่ำทำฉิบหาย

                                ก่อนล่วงถึงคืนวันอันตราย

                                เราทั้งหลายจะร่วมยั้ง ... ถอยหลังนับ                             

 

                                เราจะทำสิ่งดีที่ถูกต้อง

                                เราจะร้อง “ยุติธรรม” เรียกนำกลับ

                                เราจะยืนหยัดรบจนจบทัพ

                                เราจะจับคนจัญไร...เหยียบให้จม

                               

                                กร้าวประกาศสงครามอันศักดิ์สิทธิ์

                                ปราบคนผิดลงทัณฑ์ให้มันสม

                                เถิดน้องพี่มีศรัทธามาระดม

                                เราจะถ่มน้ำลายป้ายคนเลว

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2007-12-23 15:53:20


ความเห็นที่ 36 (938278)

     นอกนั้นครั้งไหน ๆ ก็ไม่เคยมี ไปตรวจสอบตามบรรดาผู้จัด ดูเถอะ หรือรายการไหนที่เขาจัดประจำก็ได้  ส่วนครูช่วยขัดเกลามีทุกโรงเรียนแหละ ยิ่งเป็นกลอนที่ต้องใช้ราชาศัพท์ ด้วยต้องดูแลเป็นพิเศษ  เห็นกลอนที่เด็กเขียนชนะเลิศมาทุกครั้งก็เห็นสำนวนพริ้วสละสลวยทั้งนั้น  ไม่เชื่อก็ลองไปหาดูเถอะ  มันไม่เหมือนเด็กเขียนเลย

 

 

  อย่าคิดว่าเด็กโรงเรียนอื่นๆโง่เหมือนเด็กของคุณสิครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ยาว วันที่ตอบ 2007-12-24 09:33:33


ความเห็นที่ 37 (938279)

ถ้าเป็นถึงครูบาอาจารย์ แล้วทำอย่างที่ถูกกล่าวหาจริง ๆ กับสังคมไทย
มีครูที่ปลูกฝังเด็กในทางผิด ๆ ทำเรื่องน่าละอาย โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองทำผิด
ลูกศิษย์โตขึ้น ก็ไร้สามัญสำนึกแบบที่ถูกปลูกฝังมา ทำผิดได้โดยไม่ละอาย

ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ขอความร่วมมือจากสมาคมนักกลอน
ช่วยสอดส่องดูแล อย่าให้คนแบบนี้เจริญเติบโต ลอยหน้าลอยตาอยู่ได้
เพราะไม่เช่นนั้น กระทั่งผู้บริหารทั้งหลาย ก็เข้าข่ายส่งเสริมคนผิดให้ทำผิดได้ต่อเนื่อง

ขอความร่วมมือจากองค์การด้านร้อยกรองทุกหน่วยงาน
ช่วยกันจับตา และหาทางกำจัดพวกคนเหล่านี้ให้หมดสิ้นวงการ
ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทางก้าวไปไหนได้ มีแต่พวกทำความชั่วโดยไม่รู้สึกผิด
แค่เรื่องเท่านี้ยังเสื่อมเสียขนาดนี้ นับประสาอะไรกับเรื่องส่วนรวมระดับชาติ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนตามอ่าน วันที่ตอบ 2007-12-24 09:51:55


ความเห็นที่ 38 (938280)

...การรับรางวัลที่ไหนก็แล้วแต่... ไม่ว่าใครจะเป็นประธาน หรือใครเป็นผู้มามอบรางวัล  เป็นธรรมเนียมที่ดีงามมิใช่หรือที่ผู้ที่ได้รับรางวัลนั้นไปรับรางวัลด้วยตนเอง  อย่างน้อยก็เป็นการให้เกียรติกับผู้จัดงาน  ให้เกียรติกับผลงานที่ตนเองได้รับรางวัล  อย่าคิดแต่เพียงว่า ตนเองได้รับรางวัลมามากแล้ว  ถ้าไม่ไปรับ ผู้จัดก็ส่งมาให้เอง  มันใจแคบเกินไป...

...ส่วนการแสดงความคิดเห็นของคนอ่านนั้น  ผมเชื่อว่าผู้อ่านทุกคนมีวิจารณญาณในการอ่าน  แล้วก็มีความคิดว่าควรจะเชื่อหรือไม่เชื่อใคร  ใครจะถูกจะผิดก็ย่อมจำนนกันที่หลักฐาน  ผมเชื่อว่าตอนนี้น่าจะมีใครที่กำลังติดตามข้อมูลของเรื่องราวทั้งหมดอยู่  แล้วความจริงก็จะกระจ่างแน่นอน...

                                

ผู้แสดงความคิดเห็น นครา ประไพพงศ์ วันที่ตอบ 2007-12-24 13:07:13


ความเห็นที่ 39 (938281)

นักเรียนโรงเรียนศรีเทพประชาสรรค์  อ่าน กอปร เป็น กอ-ปอน  ในงาน “ เจ็ดสิบสองพรรษาราชินีกับห้าสิบปีสกุลไทย”  จัดโดยนิตยสารสกุลไทย  เมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๔๗  มีพยานรู้เห็นจำนวนมาก  และเป็นเหตุให้คุณหญิงกุลทรัพย์ต้องกระวนกระวายใจอย่างยิ่งในวันนั้น

                บทกลอนดังกล่าวอยู่ในหนังสือ “ร้อยดาวสู่ดาว”  ความว่า

 

                                                                ห้าสิบปีบรรจบครบสมัย
                                                สกุลไทยเทิดแท้แม่ขวัญหล้า
                                                พระกอปรเกื้อเอื้ออุ้มคุ้มประชา
                                                เจ็ดสิบสองพระวรรษาโลกยลยิน

 

                ผู้เขียนชื่อ นายพงษ์ดนัย  อ่อนศรี (ขออภัยที่ต้องระบุชื่อจริง)   ในหนังสือไม่บอกว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนศรีเทพประชาสรรค์  แต่พอตรวจสอบพบว่า เป็นนักเรียนโรงเรียนนี้จริง   อ้างอิงตามลิงก์ต่อไปนี้   http://gpa.moe.go.th/GpaSearch/Search2548/ListStudent.asp?xSchId=07670601 เด็กคนนี้มีชื่อเป็นลำดับที่ ๘๒  จบ ม.๖ จากศรีเทพฯในปีการศึกษา ๒๕๔๘  แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๗ ที่เด็กคนนี้เรียนอยู่ชั้น ม.๕ 

                ข้อสังเกต  เรื่องอ่าน กอปร เป็น กอ-ปอน นั้น มีประจักษ์พยานรู้เห็นทั่วกัน  จะไม่ขอพูดถึง  แต่จะขอตั้งข้อสังเกตว่าเด็กเขียนกลอนเองจริงหรือไม่ ???

                เรื่องนี้  คุณนนทวรรณอ้างไว้ในความเห็นที่ ๓๐  ข้อที่ ๗  ว่า  ต้นฉบับอาจเขียนเป็น กอบ ที่หมายถึง กอบโกยหรือกอบกำ   แล้วผู้จัดประกวดก็พิมพ์เป็น กอปร  เพราะเห็นว่าน่าจะถูกกว่า  เด็กไม่รู้จึงอ่านผิด

                หัวข้อกลอนในวันนั้นเป็นหัวข้อเทิดพระเกียรติ  เนื้อหากล่าวสรรเสริญพระบารมีของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ      คำที่มีความหมายในแง่ลบอย่างกอบกำหรือกอบโกยจึงไม่น่าปรากฏอยู่ในกลอนสำนวนดังกล่าวได้    และคำว่า “กอปร” ที่แปลว่า  ประกอบ , สร้าง  นั้นต่างหาก  ที่น่าจะปรากฏอยู่ในกลอนเทิดพระเกียรติ    ดังที่เรามักจะเห็นกันทั่วไปว่าใช้ในบริบทที่กล่าวถึงพระราชกรณียกิจนั่นเอง

                อนึ่ง  ในการพิมพ์สำนวนกลอนใด ๆ นั้น  โดยธรรมเนียม  ผู้จัดจะเคารพสำนวนต้นฉบับของผู้เขียนอย่างมาก   ไม่ว่าเขาจะเขียนอย่างไร  ก็ต้องพิมพ์ไปตามนั้น  อาทิ  อาจจะเขียนคำว่า “เปน” ที่หมายถึงคำว่า “เป็น”   ดังที่เรามักเห็นกันในงานเขียนโบราณ    ฝ่ายจัดพิมพ์จะไม่มีสิทธ์เติมไม้ไต่คู้ลงในคำว่า “เปน” ได้  เพราะนั่นหมายถึงการไม่เคารพต้นฉบับของผู้เขียน   ยิ่งผู้จัดที่มีชื่ออย่างสกุลไทยด้วยแล้ว  เรื่องนี้นับว่าสำคัญมาก  เขาจะไม่คิดแทนเด็กว่าต้องเป็น  “กอปร”  ไม่ใช่  “กอบ”     

                หากฝ่ายจัดพิมพ์ไม่แน่ใจเขาจะตรวจสอบกับผู้เขียนโดยตรงว่าสะกดอย่างนั้นจริงหรือไม่  คนที่มีงานตีพิมพ์ในสกุลไทยหรือนิตยสารเล่มอื่น ๆ จะรู้ดี   ถ้าเขาไม่แน่ใจก็จะโทรถามผู้แต่ง  และถ้าจะมีการแก้ไขก็ต้องให้เจ้าของเห็นชอบรับรู้ด้วย

                ข้ออ้างของคุณนนทวรรณในประเด็นนี้จึงแทบเป็นไปไม่ได้

                ยิ่งไปกว่านั้น  หากเด็กแต่งกลอนเอง  ก็ไม่มีทางหรอกที่จะอ่านผลงานของตัวเองผิด  เสียงอ่าน กอบ และ กอ-ปอน  ต่างกันมาก   มันมีผลต่อจำนวนคำในวรรคนั้น  เราก็รู้กันดี  ถ้ามีเสียงเกินมาสักพยางค์หนึ่ง  วรรคนั้นก็อาจมีปัญหาคำเกิน  หรือเสียจังหวะกลอนได้  ลองคิดดูนะครับ  ถ้าอ่านว่า พระ-กอ-ปอน-เกื้อ-เอื้อ-อุ้ม-คุ้ม-ประ-ชา  มันคงฟังแปลกหูพึลึก   และนั่นก็เป็นเหตุผลให้คนทั้งหลายในงานจำเรื่องในวันนั้นได้อย่างแม่นยำ

                อนึ่ง  ในหนังสือ “ร้อยดาวสู่ดาว” จะพิมพ์ผลงานที่ได้รางวัล  และมีประวัติของผู้เขียนประกอบด้วย  โดยในหน้าประวัตินั้น  ส่วนหนึ่งจะเป็น “เกียรติประวัติ” หรือรางวัลที่นักเขียนคนนั้นเคยได้รับมาก่อน

                เมื่อตรวจสอบในประวัติของนายพงษ์ดนัย  พบว่า  ไม่มีข้อมูลในส่วนเกียรติประวัติ  แปลว่า  นักเรียนคนนี้ไม่เคยได้รับรางวัลใด ๆ มาก่อน   ไม่เคยมีฝีมือปรากฏเป็นที่ประจักษ์ในวงการ  จึงน่าสงสัยว่าเด็กเขียนเองจริงหรือไม่  เป็นนอมินีหรือร่างทรงของใครหรือเปล่า    แต่หากจะมองในมุมของน้องพงษ์ดนัยแล้ว  ก็อาจเป็นไปได้ที่เด็กคนนี้อาจได้รางวัลที่นี่เป็นครั้งแรก   อย่างไรก็ตาม  ผลการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น  ไม่พบว่าเด็กคนนี้ได้รางวัลที่อื่นอีกเลย (หากมีข้อมูลคืบหน้าจะเอามาแจ้งให้ทราบอีกครั้งที่นี่  เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย) 

                ข้อสังเกตอีกประการคือ  ในงานดังกล่าว  มีผู้ได้รับรางวัลเป็นเด็กเพชรบูรณ์อีกคนหนึ่ง  เป็นรางวัลชมเชย  ชื่อผู้แต่งคือ ชานนท์  คงรอด   (ขออภัยที่ต้องพาดพิงอีกครั้ง)  ตรวจสอบแล้วเป็น เด็กนักเรียนโรงเรียนศรีเทพประชาสรรค์    น้องคนนี้เพิ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศการประกวดบทร้อยกรองที่มหาวิทยาลัยรังสิต  เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา    อย่างไรก็ตาม   ยังไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเคยเป็นร่างทรงเมื่อปี ๒๕๔๗ หรือไม่   เพราะไม่ปรากฏเกียรติประวัติในหนังสือร้อยดาวสู่ดาวเช่นกัน

 

                ข้อเขียนข้างต้นนี้  ได้จากการสืบค้นข้อมูลจากตัวแทนหน่วยงานและหนังสือ เอกสารต่าง ๆ และสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด  อนึ่ง  ข้าพเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับผู้ถูกกล่าวถึงทั้งสองฝ่าย  ข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้ติดตามข่าวคราวในวงการกลอนและมีข้อสังเกตบางประเด็นที่จะนำเสนอ  และขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายใดทั้งสิ้น  ข้าพเจ้าเขียนตามข้อมูลที่สืบค้นมา   ความถูกต้องต่าง ๆ ผู้อ่านสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง   โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ   และขอย้ำอีกครั้งว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสังเกตเท่านั้น

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อดีตผู้สื่อข่าวไอทีวี วันที่ตอบ 2007-12-24 13:23:26


ความเห็นที่ 40 (938282)

อยากถามท่านายกสมาคมว่า 

"เมื่อมีเรื่องฉาวเช่นนี้ ทำไมท่านยังไม่ออกมาพูดอะไรเพื่อสร้างความกระจ่างแก่คนร่วมวงการบ้างเลยหรือ"

แล้วอุปนายกสมาคมที่ขึ้นชื่ออยุ่ในเว็บแห่งนี้ ก็ยังมีชื่อของ คนโกงอยู่อีก แล้วต่อจากนี้ไปจะให้คนเชื่อถือสมาคมนักกลอนได้อย่างไรเล่า

ผู้แสดงความคิดเห็น อย่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้ วันที่ตอบ 2007-12-24 13:39:28


ความเห็นที่ 41 (938283)

เรียน สมาชิกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย มิตรรักนักกลอน ตลอดทั้งผู้ให้ความสนใจกิจกรรมของสมาคมนักกลอน ระหว่างที่มีการตั้งประเด็นในเว็บบอร์ดกระทู้นี้ผมไปศึกษาดูงานอยู่ต่างประเทศ (เขมร) ไม่สะดวกในการติดต่อสื่อสารกับผู้ใด เมื่อผมกลับมาปรากฏว่ามีโทรศัพท์เข้ามาเต็มไปหมด ทั้งนี้คงเป็นด้วยความห่วงใยสมาคมของเรา ก่อนไปเขมรผมก็ได้ชี้แจงไปบ้างแล้วประเด็นที่ชี้แจงก็คือโครงการประกวดร้อยกรองจากดวงใจ ถวายไท้องค์ราชัน จัดโดยกองทุนเวลาเพื่อสังคม ทีมีท่านศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เป็นประธาน คณะทำงานของท่านได้โทรศัพท์ขอความร่วมมือจากสมาคมนักกลอนฯเพราะเปิดเว็บไซต์ของสมาคมดูแล้วจึงโทรศัพท์มาที่นายกสมาคม เพื่อขอความร่วมมือสนับสนุน นายกสมาคมฯก็นำเรื่องเสนอที่ประชุม ในการประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๕๐ เดือนธันวาคม ๒๕๕๐ การจัดประกวดครั้งนี้ทางกองทุนเวลาเพื่อสังคมเป็นผู้กำหนดโครงการและการดำเนินเองทั้งหมด สมาคมนักกลอนฯมีหน้าที่ตัดสินการประกวด และมอบวุฒิบัตรร่วมกัน ที่สำคัญคือระยะเวลาที่ใช้ในการประกวดจะสั้นดังนั้นจึงมีผู้ส่งเข้าประกวดไม่มาก ทั้งนี้ทางคณะทำงานต้องการให้เสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวโรกาสมหามงคลฯวันที่๑๐ธันวาคม ๒๕๕๐ คณะทำงานของกองทุนเวลาเพื่อสังคมนำผลงานมาให้สมาคมตัดสิน ตัดสินเสร็จก็ส่งผลให้เพื่อกองทุนเวลาและสังคมไปจัดทำประกาศผล จัดพิธีมอบรางวัลวันที ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๐ ที่อาคาร ซี. พี.ทาวเวอร์ สีลมมี ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ และนายกสมาคมนักกลอน ร่วมกันมอบวุฒิบัตร (ไม่มีเงินรางวัล) ต่อมาจึงมีกระทู้คำถามเป็นจำนวนมากจึงขอสรุป ดังนี้

๑.ขอความกรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ ตามหลักการของประชาธิปไตย คือ ปัญญาธรรม คาวรธรรม และสามัคคีธรรม อย่าใช้ถ้อยคำหยายคาย ดุด่า เสียดสี ให้ร้าย ละเมิดสิทธิทำให้ผู้อื่นเสียหาย

๒.เรื่องตัวจริง ตัวปลอม ตัวแปลง ที่ส่งผลงานเข้าประกวดแต่งคำประพันธ์ มีมาหลายทศวรรษแล้ว การส่งผลงานประกวดโดยใช้ชื่อคนอื่นสอบถามนักกลอนอาวุโสได้เลย แต่ที่ไม่ควรทำและควรเลิกกระทำ ได้แก่การส่งผลงานโดยใช้ชื่อเด็กนักเรียนประเภทผู้ใหญ่ตีตั๋วเด็ก น่าจะเป็นการพัฒนาสร้างสรรค์งานเขียนนักเรียน ข้อนี้ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน

๓.ผมได้หารือกับที่ปรึกษาสมาคมนักกลอนหลายท่านในเรื่องมาตรการป้องกันแก้ไขกลโกงในการส่งผลงานเข้าประกวด ได้ข้อคิดเห็นมาหลายประการ แต่ต้องมุ่งแก้ไขที่ต้นเหตุ แก้ที่ปลายเหตุไม่ได้ และทำลายล้างก็ไม่เอา เพราะกระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการคัดเลือกนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยโดยใช้คะแนนคุณธรรมจริยธรรมมาประกอบการพิจารณาพวกเราคงมองออกว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต

๔.ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของตัวบุคคลสมาคมนักกลอนฯเป็นเรื่องของส่วนรวม วัตถุประสงค์ของสมาคมก็มีชัดเจน บทบาทหน้าทีของสมาคมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดถ้ามีร่องรอยหลักฐานฉ้อโกง ประพฤติมิชอบก็ให้ดำเนินการไปตามตัวบทกฎหมาย เรื่องบางเรื่องก็เป็นปัญหาสาธารณะ แก้ไขยาก เรากำลังจะทำโครงการประชุมสัมมนาแนวทางจัดประกวดเขียนร้อยกรอง และพัฒนาเกณฑ์การประเมินงานเขียนร้อยกรอง ท่านมีข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กรุณาเสนอผ่านเข้ามาได้เลย

๕.ทรรศนะความคิดเห็นทั้งหลายที่มีเหตุผลเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่พาดพิงผู้อื่นให้เสียหาย สมาคมนักกลอนฯขอให้นำเสนอต่อไป แต่ที่ละเมิดสิทธิ ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ขาดเหตุผล บิดเบือนข้อเท็จจริง ขออนุญาตลบทิ้ง ข้อมูลความคิดเห็นทั้งหมดเราจะปิดเป็นความลับ ไม่มีการสืบค้นเพื่อดำเนินการใดใดเราไม่ส่งเสริมให้เกิดการแตกแยก เราสนับสนุนการรู้รักสามัคตี ขอให้มีจิตสำนึก ผูกพัน และร่วมกันพัฒนางานจะดีที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย วันที่ตอบ 2007-12-24 17:14:17


ความเห็นที่ 42 (938284)

ผลการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมครับ

                นักเรียนโรงเรียนศรีเทพประชาสรรค์   ไม่ไปประกวดกลอนรอบทดสอบในรายการต่อไปนี้

                                -  น้อมเกล้าฯเจ้าแผ่นดิน  ปี ๒๕๔๙   

                                    จัดโดย บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด  ร่วมกับ นิตยสารสกุลไทย

                                -  เย็นศิระเพราะพระบริบาล    ปี ๒๕๕๐

                                                จัดโดย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ร่วมกับ  บริษัท เมโทรเว็บ จำกัด

                 

                ข้อสังเกต  นักเรียนโรงเรียนศรีเทพประชาสรรค์  ไม่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารอบทดสอบรายการ  น้อมเกล้าฯเจ้าแผ่นดิน ในปี ๒๕๕๐ นี้    ข้อสันนิษฐานแรก คือ  ไม่มีการส่งผลงานเข้าแข่งขัน  หรือสำนวนกลอนไม่ถึงขั้น  จึงไม่ได้รับการคัดเลือก    ข้อสันนิษฐานที่สอง คือ  ผู้จัดเข็ดหลาบกับพฤติกรรมอันน่าเอือมระอาของนักกลอนโรงเรียนนี้   จึงปฏิเสธการเข้ารอบ 

 

                การตรวจสอบผู้เข้ารอบรายการน้อมเกล้าฯ นั้น ค่อนข้างยาก  เนื่องจากผู้จัดฯ จะส่งจดหมายแจ้งไปยังผู้เข้ารอบเป็นรายบุคคล     และผู้เข้ารอบทั้งหมดจะมาพบกันในวันทดสอบ

                อย่างไรก็ตาม   ในจดหมายมีการแจ้งให้ทราบว่าเป็นรางวัลพระราชทานอย่างชัดเจน   ผู้เคยได้รับจดหมายดังกล่าวจะทราบดี   เนื้อความจดหมายบอกว่าจะมีการเชิญนักกลอนไปทดสอบในวัน และเวลาที่แน่นอน  รวมทั้ง  “ จะนำเข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ”

                แสดงให้เห็นว่า  ผู้จัดได้แจ้งให้ผู้เข้ารอบทราบอย่างชัดเจนแล้วว่าเป็นรางวัลพระราชทาน  และใครเป็นองค์ประทาน

                สำหรับข้อมูลเรื่องผู้เข้ารอบนั้น  แม้ผู้จัดฯ จะส่งจดหมายแจ้งไปยังผู้เข้ารอบเป็นบุคคล  แต่ข้าพเจ้าต้องขอบคุณ ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจ  บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด  ที่ให้ข้อมูลรายชื่อผู้เข้ารอบมา ณ ที่นี้    สามารถติดต่อฝ่ายส่งเสริมธุรกิจได้ที่ โทรศัพท์ ๐๒-๖๘๕-๑๐๐๐ ต่อ ๒๑๑ - ๒๑๙

 

                ในที่นี้คุณนนทวรรณอ้างในกระทู้ที่ ๓๔  ว่า  “เรื่องเด็กสละสิทธิ์ก็เช่นกัน มันไม่มีคำว่าหลายหรอก” และ “เด็กนักเรียนของดิฉันคงมีครั้งเดียวเท่านั้น” 

                ประเด็นนี้จึงไม่เป็นความจริง  เพราะเพียงการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้นก็พบว่ามีนักเรียนโรงเรียนนี้สละสิทธิ์แล้วถึงสองรายการ

                ส่วนที่บอกว่า “ได้แจ้งให้ผู้จัดทราบแล้ว” นั้น  ไม่อาจตรวจสอบได้   ทราบเพียงว่า  ผู้จัดได้รับความเสียหายจากพฤติกรรมดังกล่าวอย่างมาก

                และที่บอกว่า  “ ถ้วยพระราชทานของใคร ถึงวันรับเข้าจริงองค์ท่านผู้ประทานมิได้มาให้ผู้อื่นมาแทน บางครั้ง เป็นพระองค์เจ้า บางครั้งเป็นกรมฯ บางครั้งก็เป็นบรมฉายาลักษณ์ ก็มี ซึ่งตัวดิฉันก็รับประทานมาหลายครั้งแล้ว เราจึงไม่ทราบว่าใครเป็นองค์ประทาน”     

                ก็ไม่เป็นความจริงอีกเช่นกัน

 

                นอกจากจะสละสิทธิ์การแข่งขันรอบทดสอบในรายการข้างต้นแล้ว    นักกลอนโรงเรียนศรีเทพประชาสรรค์ยังปฏิเสธการเข้าร่วมแสดงความสามารถในรายการอื่น ๆ อีกด้วย

                ล่าสุด  เป็นการมอบรางวัลการประกวดบทร้อยกรองในงาน “รู้รักษ์สามัคคี  ทำความดีเพื่อแผ่นดิน”  ที่ หอประชุมกองทัพบก  จัดโดย  สถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพบก  เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน  ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา 

                ในงานมีการแสดง “โต้วาทีกลอนสด” ระหว่างทีมยุวกวีดีเด่น  จากสโมสรยุวกวี  ชมรมเทพศรีกวีศิลป์

กับทีมผู้ได้รับรางวัลในวันนั้น    เพื่อเป็นการให้นักกลอนทั้งสองฝ่ายได้แสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้ชม

                ผู้จัดได้ติดต่อไปยัง นางสาววรรณกานต์ (ขอสงวนนามสกุล)  เด็ก ม.ปลาย  โรงเรียนศรีเทพประชาสรรค์  ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ได้รับรางวัลในวันนั้น   เพื่อขอให้ร่วมโต้วาทีในทีมผู้ได้รับรางวัล  แต่ถูกปฏิเสธ  แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่า  คนปฏิเสธเป็นตัวเด็กเองหรืออาจารย์ผู้ควบคุม

                อย่างไรก็ตาม  มีนักเรียน ม.ต้น คือ  เด็กชายสถาพร  (ไม่ทราบนามสกุล)  จากโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช  จังหวัดนครศรีธรรมราช  เข้าร่วมโต้วาทีในวันนั้นแทน   

                น่าสนใจว่า เด็ก ม.ต้น ยังมีความมั่นใจที่จะแสดงออกมากกว่า เด็ก ม.ปลาย เสียอีก 

            กลับไปสู่ข้อสังเกตเดิมที่ว่า  นักเรียนมีความสามารถจริงหรือไม่  ทำไมจึงไม่กล้าแสดงฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์ 

            ขอฝากให้ผู้มีวิจารณญาณทุกท่านใคร่ครวญต่อไป

 

                ข้อเขียนข้างต้นนี้  ได้มาจากการสืบค้นข้อมูลจากตัวแทนหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงเอกสารอื่น ๆ และสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด  อนึ่ง  ข้าพเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับผู้ถูกกล่าวถึงทั้งสองฝ่าย  ข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้ติดตามข่าวคราวในวงการกลอนและมีข้อสังเกตบางประเด็นที่จะนำเสนอ  และขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายใดทั้งสิ้น  ข้าพเจ้าเขียนตามข้อมูลที่ได้รับมา   ความถูกต้องต่าง ๆ ผู้อ่านสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง   โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ     และขอย้ำอีกครั้งว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสังเกตเท่านั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น "อดีตผู้สื่อข่าวไอทีวี" วันที่ตอบ 2007-12-24 18:21:59


ความเห็นที่ 43 (938285)

คือที่ท่านนายกเขียนมา

.....พูดอะไรเนี่ย ไม่ได้เกี่ยวกันเลยครับ ท่านกำลังเมาเหล้าเขมรอยุ่รึเปล่าครับ  ผมแค่อยากทราบว่า จะจัดการกับเด็กและครูของเขาอย่างไร ถ้าเราไม่เชือดไก่ให้ลิงดูนะ ต่อไปมันก็จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วที่มันมีมานานแล้ว ก็เพราะทุกคนยังยอมให้คนชั่วลอยนวลไงครับ  กรุณากลับมาพิมพ์ความคิดเห้นอีกครั้งเถอะครับ  ผมศรัทธาในสมัยนี้ของท่าน  กรุณา แก้ไข และแถลงการณ์โดยด่วน"  ขอบคุณที่เข้ามาตอบครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ติดตามมมมม อีกรอบ วันที่ตอบ 2007-12-24 20:08:32


ความเห็นที่ 44 (938286)

คุณผู้แสดงความคิดเห็นที่ ๔๓ ครับผมคงไม่หมุนไปตามลมปาก หรือเป็นไปตามความคิดเห็นของท่านและคำกล่าวที่ว่าเมาเหล้าเขมรมันไร้สาระสำหรับผม ประเด็นที่จะไปจัดการกับเด็กและครูของเขาผมเองก็ไม่รู้ว่าจะไปใช้อำนาจหน้าที่อะไรไปพิพากษาเขา ระหว่างคำว่า "ผู้ต้องหา" กับ คำว่า"นักโทษ" มันคนละเรื่องนะครับกรณีของโรงเรียนดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในร้อยเท่านั้นมันยังมีของจริงอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่มีโจทก์ ไม่มีจำเลย ข้อมูลที่ผมนำเสนอเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทุกประเด็น คุณไม่รู้หรอกข้อมูลที่เราให้ลบออกไปเขาเขียนกันว่าอย่างไร ผมไม่ชอบการทำลายครับ วิสัยของผมชอบการพัฒนา "การเหยียบย่ำทำลายนั้นง่ายมากแต่ถ้าหากเว้นได้จะง่ายกว่า" และขอเรียนให้ทราบว่าเราใจกว้างพอสมควรที่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นตรงนี้ เพียงผมบอกให้เว็บมาสเตอร์ลบข้อความแสดงความคิดเห็นออกไป ทุกอย่างก็จบสิ้น แต่ที่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นก็เพราะต้องการโต้แย้งแบ่งปันเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวม อยากให้เสนอแนวทางป้องกันแลบะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น สิ่งที่ท่านทั้งหลายให้ข้อมูลมาถ้ามันเป็นเรื่องจริง บทสรุปทั้งหลายก็จบอยู่ในตัวของมันแล้ว มีคำตอบแล้ว ผมจึงไม่จำเป็นต้องไปจัดการอะไรกับครูและเด็ก เพราะไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของนายกสมาคมนักกลอน และขอบอกให้รู้ว่าผมรู้ทั้งนั้นว่าความคิดเห็นที่นำเสนอออกมาเป็นความคิดเห็นของใครบ้าง แต่ผมยังยืนยันจุดยืนเดิมว่าไม่ต้องการสร้างความแตกแยก ต้องการให้รู้รักสามัคคี และให้มีสำนึก ผูกพัน เพื่อร่วมกันพัฒนาวงการวรรณกรรม

ผู้แสดงความคิดเห็น นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย วันที่ตอบ 2007-12-24 20:53:52


ความเห็นที่ 45 (938287)

เรียนท่านนายกสมาคมสมัยปัจจุบัน

      ขอบพระคุณอย่างศุงที่กรุณามาให้คำชี้แจงแก่สมาชิกสมาคมนักกลอนครับ  เรื่องทั้งหลายทั้งปวงนั้นที่ทำให้เกิดกระแสอยู่ขณะนี้...คิดดูสิครับว่ามันเกิดขากอะไร...จริงอยู่ผมเป็นผู้เริ่มที่คำว่าไม่โปร่งใส แต่ก็ได้อรรถาธิบายไปแล้วว่า ท้ายที่สุดเป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์...กล่าวขออภัยเสียก็สิ้นเรื่องไปตั้งแต่ต้นแล้ว

     นี่อะไร....หากย้อนขึ้นไปอ่านข้อความที่ 7 หรือ 8 ก็จะเห็นว่า ผมตั้งข้อสงสัยเรื่องการดำเนินงาน ไม่ใช่กล่าวอ้างศักดาของสำนวนประกวดของใครเลย....แต่คุณร่วมงานกลับเสียดสี ถากถาง เข้าทำนองว่า อยากอ่านสำนวนของผม แล้วจะช่วยตัดสินให้ว่าควรได้รางวัลหรือไม่อย่างไรนั้นมันเป็นการจุดชนวนมิใช่หรือ....ผมเองมีวุฒิภาวะดีทุกอย่าง เพราะยังรับรู้ได้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดชั่ว สิ่งใดควรทำ หรือควรงด

    หากเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มันก่อให้เกิดความเสียหายจนอื่นอื่นไม่ไว้วางใจสมาคมฯต่อไปรายการดีที่จัดขึ้นใครจะไปร่วมครับ ผมขอถามหน่อย...

    และสิ่งที่ขอแสดงความเห็นอีกอย่างคือ แม้ผู้จัดเขาจะไม่ได้บอกว่าห้ามกรรมการบริหารของสมาคมนักกลอนส่งประกวด...แต่ก็ควรสำนึกรู้มิใช่หรือ...ว่าอย่างน้อยนายกสมาคมฯก็เป็นผู้ตัดสิน  ยังไงก็ถือว่ามีส่วนร่วมในการจัดประกวด...ไม่คิดจะแบ่งที่ยืนรับรางวัลให้นักเรียนหรือคนอื่น ๆ บ้างเลยหรือไง

     ผมทราบว่าท่านนายกฯก็คงรู้ว่าผมเป็นใคร  และเขาคนนั้นก็เป็นใคร และอีกหลาย ๆคนเป็นใคร ผมก็ยิ่งเชื่อมั่นได้ว่าท่านพร้อมจะพัฒนาตามเจตนาของท่าน แต่ปัญหาเหล่านี้จะทำอย่างไรให้มันหมดไปเล่า...ลองคิดให้ดี ๆ

    ผมเป็นคนรักความถูกต้อง เป็นคนที่ไม่กลัวความจริง หากคุณร่วมงานกล่าวหาคนอื่น โดยไม่มีหลักฐานย่อมเชื่อถือไม่ได้ ...แต่นี่คุณถูกนำหลักฐานมาแสดงต่อสาธารณชนแห่งนี้ คุณก็ยังบอกได้ว่า "แก้ตัวได้ทุกคำถาม" มันเห็นแก่ตัวเกินไปไหมครับ

    จะแก่กว่า หรืออ่อนกว่า ผมคิดว่าไม่สำคัญดอก การสร้างนิสัยกวีที่ดีต่าง ๆที่เราควรจะปลูกฝังให้ศิษย์เสียแต่ยังเยาว์  การอวดอ้างสรรพคุณของตนเองก็ตามเถอะไม่มีใครเขาอยากรู้ด้วยหรอกว่าจริงหรือไม่  ...เพราะสิ่งที่เขาอยากรู้มันไม่ได้อยู่กับอดีตของคุณ...เรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบันต่างหากที่คุณควรคิดแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ไล่บี้ตอบกระทู้แบบจนมุมอย่างนี้

    คำว่าสมาคมนักกลอนจะอยู่ในหัวใจของนักกลอนตลอดไป ถ้ามีการวางแผนพัฒนาให้กวีเกิดจริยธรรมต่อตนเอง...ผมก็ขอฝากให้ท่านนายกสานต่อด้วยละกันนะครับ

     อย่าเอาคนขี้โกงเป็นลูกมือเลยมันเสื่อมเกียรติของท่าน.... 

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัย วันที่ตอบ 2007-12-24 22:29:12


ความเห็นที่ 46 (938288)

จากที่มีบางคนอ้างว่า

"นอกนั้นครั้งไหน ๆ ก็ไม่เคยมี ไปตรวจสอบตามบรรดาผู้จัด ดูเถอะ หรือรายการไหนที่เขาจัดประจำก็ได้  ส่วนครูช่วยขัดเกลามีทุกโรงเรียนแหละ ยิ่งเป็นกลอนที่ต้องใช้ราชาศัพท์ ด้วยต้องดูแลเป็นพิเศษ  เห็นกลอนที่เด็กเขียนชนะเลิศมาทุกครั้งก็เห็นสำนวนพริ้วสละสลวยทั้งนั้น  ไม่เชื่อก็ลองไปหาดูเถอะ  มันไม่เหมือนเด็กเขียนเลย"

 

ผมจะขอบอกกับทุกท่านตรงนี้นะครับ ว่า เวลาที่ผม "คิด" จะเขียนกลอนเพื่อ "ส่งประกวด" จริงๆ จะไม่มีการเกลาจากทางคุณครูแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเขียนส่งไปรายการไหน คุณครู รร. ผม มีหน้าที่เพียงนำงานทั้งหมดไปส่ง และแค่ประสานงานรับทราบผลเท่านั้น

ดังนั้นผมไม่เสียใจเลย ถ้าเกิดงานของผมจะไม่ได้รางวัล เพราะนั่น ก็คืองานที่มาจาก "มือและสมอง" ของผมเองทั้งสิ้น

คุณอย่าคิดว่า รร. อื่นจะต้องทำเหมือน รร. คุณสิครับ อย่างน้อย รร. ผมก็ยัง "สอน" ให้เด็กรู้จักแก้ไขเอง ถ้าครูอ่านแล้วไม่ผ่าน ครูผมก็จะตีกลับ โดยไม่มีคำแนะนำอะไรทั้งสิ้น จนกว่างานชิ้นนั้นถูกส่งไปแล้ว ครูของผมจึงจะบอกว่า งานของผมมันมีตำหนิตรงไหน

และอีกอย่าง ผมไม่เคยคิดที่จะทำเรื่องสกปรกพวกนี้ด้วย กลอนที่ผมเขียน หากคิดจะส่งแล้ว ก็คือส่งไป ได้ไม่ได้ นั่นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าได้ ก็ดีใจกับตัวเอง ถ้าไม่ได้ ช่างมัน

ไม่ทราบว่า การประกวดร้อยกรองออนไลน์ ที่พี่วรรณกานต์ได้รางวัลชนะเลิศรอบสุดท้าย จะได้มาด้วยวิธีการนี้หรือเปล่า (เพราะผมประกวดกลอนค่อนข้างน้อย เนื่องจากไม่มีโอกาสส่งประกวด + ข่าวสารไม่ถึงหู)

แต่ท้ายที่สุด  ผมจะบอกว่า

"ผมเขียนกลอนเพราะผมรักที่จะเขียน ไม่มีใครบังคับให้ผมเขียน และผมก็ไม่ได้เขียนเพราะอยากส่งประกวดตามที่นั่นที่นี่ด้วย  ...แล้วคุณคนที่กระทำความผิดนี้ คุณเขียนกลอน(หรือสอนเขียนกลอน) เพื่อเป้าหมายอะไรกันแน่.........."

ผู้แสดงความคิดเห็น แดนไกล ไลบีเรีย ^-^ คับพ้ม วันที่ตอบ 2007-12-25 01:32:49


ความเห็นที่ 47 (938289)

ขอบคุณแดนไกล ไลบีเรีย,ชวิน,นักกลอนเก่ากึ่งกลางสมัยและอีกหลายๆความคิดเห็นที่แสดงเหตุผลออกมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ กล้าหาญในเชิงจริยธรรม และมองประโยชน์ส่วนรวมด้วยวิสัยทัศน์กว้างไกล ขอให้เจริญรุ่งเรืองในวงวรรณศิลป์ เป็นคลื่นลูกใหม่ใสสะอาดปราศจากมลพิษ สมาคมนักกลอนฯมีนโยบายประการหนึ่งก็คือส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้รักงานกวีนิพนธ์ได้มีโอกาสแสดงความรู้ความ สามารถต่อสาธารณชน ท่านทั้งหลายได้ให้เกียรติร่วมงานกับเรามาโดยตลอด ขอให้ร่วมกิจกรรมกันต่อไปด้วยหลักของการสมานฉันท์ ส่วนในเรื่องของผิดชอบชั่วดีผมรู้อยู่เต็มอก ผมจึงต้องพยายามบริหารจัดการสมาคมโดยหาจุดดี จุดเด่น ของผู้ร่วมงานแต่ละคนมาทำประโยชน์เชิงสร้างสรรค์ ส่วนจุดด้อย ข้อควรพัฒนา เราก็ไม่ได้ละเลย แม้ว่าบางเรื่องจะเหมือนที่ท่านพุทธทาสกล่าวไว้ "ส่วนไม่ดีอย่าไปรู้ของเขาเลย" แต่ถ้าผลกระทบมาถึงสมาคมฯสร้างความเสียหายก็ต้องแก้ไขปรับปรุงพัฒนา เพราะสมาคมนักกลอนเป็นสมบัติส่วนรวม เป็นมรดกทางวัฒนธรรมด้านภาษาและวรรณกรรมที่สมาชิกทุกท่านต้องช่วยกันดูแลรักษาไว้ ขอบคุณครับ
 

ผู้แสดงความคิดเห็น นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย วันที่ตอบ 2007-12-25 05:52:17


ความเห็นที่ 48 (938290)

       ครูนนท์ ครูนี่ ชื่อคล้าย ๆ กับโรงเรียนอะไรสักโรงที่คุณครูชอบทำแบบ  ที่เขามากล่าวจ้วงจาบกันอยู่ขณะนี้  และบุคคลที่ชอบพูดคำหยาบคือนักลอนกึ่งกลางสมัย อะไรนั่นแหละเขาร่วมแทะกินเค้ก กันอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน ถ้าเถียงเ ราจะเอาคำพูดครั้งหนึ่งเมื่อกำลังแทะเค้ก มาเล่าอย่างมีตัวตน ให้รับรู้กันไป ผมก็ตามเรื่องนี้มาตลอด เมื่อวิเคราะห์โดยถ่องแท้ รู้ศึกว่าคนเหล่านี้มีไม่กี่คนแต่ใช้ชื่อนั้นชื่อนี้ออกมารับกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เรื่องที่เขาเอามาเขียนนั้นเป็นเรื่องใส่ไข่แต่งเติมแต้มสี ทั้งที่เห็นแล้ว  ว่าคุณครูก็พยายามชี้แจงอย่างนิ่มนวลและสุภาพโดยไม่ให้กระทบกระทั่งผู้อื่น

      แต่ท่านที่เคารพ ท่านที่มีจริยธรรมและใจเป็ธรรมถ้าตามเรื่องนี้มาก็จะทราบ ว่าคนกลุ่มนี้ ทำงานกันเป็นหมู่ (ซึ่งดูแล้วไม่เกิน 3 คน เพราะจะมาในรูปของนามแฝง เป็นคนโน้น คนนี้ ทำเหมือนหวังดีแต่ประสงค์ร้าย) มาว่ากันต่อ การที่คนเหล่านี้ทำอะไรกันเป็นหมู่ เป็นมนุษย์เขาก็เรียกสามัคคีกันชั่วดี แต่ถ้าเป็สัตว์ ไม่รู้ว่าเขาเรียก หมู่อะไรหรือเปล่า ผมรู้จักคุณครู นนท์ ดีพอสมควร คุณครูจะเป็นคนเสงี่ยมเจียมตน ไปไหน ก็เห็น แต่นั่งเฉย ๆ เอาแต่ยิ้มอย่างเดียว หลังจากมีการจาบจ้วงกัน ผมได้โทรศัพท์ โทรคุยกับคุณครูหลายครั้ง  และก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมากมาย กว่าทีผมรู้มา แต่คุณครูไม่อยากพาดพิงผู้อื่น  แตท่ทำกันอยู่ขณะนี้มันจงใจทำลายกันอย่างน่าเกลียด ที่จริงแล้วคนหยาบ ผมอยากจะใช้คำหยาบมากกว่าแต่ เพราะ ผมยังมีจริยธรรมค้ำใจอยู่บ้าง คำว่าอยู่บ้าง ก็หมายความ..

     มาว่ากันตรงขอ้กล่าวหามี่ว่า นายพงษ์ดัยไปรับรางวัล แล้วอ่าน กอปร คูณไม่รู้หรือว่าเด็กยู่ชั้น ม.ปลายแล้วเด็กคนนี้ก็ผ่านการแข่งขันการประกวดมาตั้งแต่มัธยมต้น มีเกียรติบัตรมากมาย. แต่เพิ่งส่งประกวดรายนั้นเป็นครั้งแรกจริง  รายการวันนั้นวันที่รับรางวัลบังเอิญผมได้รับรางวัลเรื่องสั้นอยู่ด้วย  จึงได้รู้ได้เห็นและรู้ว่า การที่คุณหญิงทานวุ่นวายใจน่ะ มันน่าจะเป็นเด็กที่รับรางวัลชนะเลิศในวันนั้น อ่านกลอนของตัวเองมากว่า ไม่เห็นเอาชื่อเอาประวัติมายกย่องกันบ้างได้ถึงชนะเลิศ ว่าอยู่โรงไหนอย่างไร ครูผู้สอน เป็นใคร ควรแก่การยกย่องอย่างไร ก็น่าจะเชิดชูเกียรติกันออกมา การที่อดีตผู้สื่อข่าว ไอทีวี กำมะลอ อะไรนั่น ยกเอาแต่นักเรียนของโรงเรียนอื่นมากล่าวใครเขาจะเชื่อว่าจริง  ไอ้เรื่องจริงเสียยิ่งกว่าจริงในวันนั้น ก็คือนักเรียนที่ชนะเลิศในวันนั้นนั่นแหละ สร้างเหตุการณ์ระทึกใจมาก น้องเขาขึ้นเวทีนั่งสั่นยังกะเจ้าเข้า อ่านผิด ๆ จนคุณหญิงท่านหน้าเสีย ว่าลูกศิย์คนสนิทของท่าน ไงทำแบบนี้ สร้างความสมเพชเวทนา ให้กับผู้ร่วมงานมาก อันนี้สิน่าพิสูจน์เป็นอย่างยิ่งว่าแกเขียนเองหรือเปล่า และยังมีเรื่องเล่ากันไม่จบอีกมากมาย ถ้าต้องการจะให้ขยายหรือมีผู้อยากรู้ก็บอกมา ในวงสกปรกของคนกลุ่มนี้ ที่หลงระเริงในการแต่งกลอนประกวด คำหนึ่งก็ท้าเขียนแข่งกันในสนามกลอนสด แม่กระทั้งเด็กของคนกลอุ่นี้ก็อวดอหังการ์ โธ่ไอ้หนูไปรีบเรียน ซะให้มันจบ ๆ ไปถ้ารักชอบในการขีดเขียนคำประพันธ์ ก็สนามใหญ่ ๆ เช่น เซเว่นอะวอร์ด หรือซีไร้ท์ แสดงฝีมือให้เต็มที่ไป หนูอย่าหมกมุ่นฏโสมมอย่า พี่ เขาทำเลย นะคนดีของผู้ปกครอง และไอ้นิสัยที่ชอบท้าใครต่อใครน่ะเก็บใส่ลิ้นชักไว้ซะ อายเขาน่าเพราะน้องเพิ่งเริมเดินได้เท่านั้น

     ทีนี้กลับมาว่าถึงใข่เม็ดต่อไปที่ไอ้เจ้า  นักข่าวกำมะลออะไรนั่นใส่ กล่าว คือเรื่อง ปี 49 โรงเรียนที่มันใส่ไคล้  ไมใปรับรางวัลก็ไม่เป็นความจริง เพราะเราได้ตรวจสอบ และสอบถามครูดูแล้ว 

รายการต่อมาก็ที่กองทัพบกจัด เด็กไม่ไปรับรางวัลนั้นคุณคร แจ้งว่า เด็กติดอบรม ร.ด.ทางคุณครูได้แจ้งกับฝ่ายประสานงานไปแล้ว และฝ่ายประสานงานรับทราบแล้ว  ส่วนเรื่งติดต่อเด็กไปโต้วาที ก็เป็นไปไม่ได้เช่นกันเพราะเด็กก็บอกแล้วว่าติดอบรม ร.ด.ก็เป็นหน่วยงานของกองทัพบกเช่นกัน เด็กควรไปรับรางวัลชมเชยอันดับ 2 หรืออบรมเพื่อให้จบตามหลักสูตรของ ร.ด การทีบอกว่าเด็กไม่ไปโต้วาที คุณครูก็บอกว่าไม่เห็นเด็กบอกอะไร และถ้ามีการติดต่อจริง เด็กคงแจ้งให้คุณครทราบแล้ว

      เรื่องสุดท้ายที่ธรรมศซาสตร์นั้นได้แจ้งไปยังผู้จัดและทราบแล้ว ตามที่คุณครูแจ้งไปแล้ว ย้อนกลับไปอ่านดูเถิด

       จึงอยากเรียนท่าน นักลอนฯ ท่านนครา ท่านนักข่าวกำมะลอ ท่านยาว ท่านคนตามอ่าน หรืออะไรก็ตาม ที่ทำตัวเป็น  หมู่..ลองรวบรวมเด็กที่ที่ได้รับรางวัลในการประกวดในที่ต่าง มาแข่งขันกลอนสดกันดีไหม ไม่ได เอาแพ้ชนะอะไรกันหรอกเอาเป็นว่า เพื่อวิเคราะกันว่า เด็กเขียนได้พลิกพริ้วเลิศลอยตาม ที่ผู้จัดได้จัดแดงในที่นั้น ๆ เพราะทุกครั้งที่มีการรับรางวัล เราก็จะเห็นคุณครูของนักเรียนที่เก่งเหล่านั้นพานักเรียนไปทุกครั้งทุกโรงเรียน และบรรดาครูเหล่านั้นทุกคนล้วนผ่านการชนะเลิศ จากการแข่งขันกลอนสดที่มหาวิทยาลัยทธุรกิจบัณฑิตย์ทั้งสิ้น บางคนถึง 2 ครั้งก็มี  บางคนก็ชนะมาด้วยการร่วมมือของคณะกรรมการที่เป็นพวกกันก็มี โดยใช้วิธีฉ้อฉลอันลึกล้ำแบบพลิกฝ่ามือเดียว

       เอาเป็นว่ากลุ่มคนที่กำลังร่วมกันทำร้ายผู้อื่นนั้น มีประวัติอันยอดเยี่ยมและร้ายกาจทั้งนั้น  ถ้ายังสามหาวกันอยู่เราก็จะค่อยทะยอยเป็นซีรี่ ๆ ไป มันไม่ใช่น้ำลดตอผุด หรอก  แต่มันเป็น ว่าเขาอิเหนาเป็นเอง  อย่าลืมว่าไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ระวังไส้ใคร ต่อใคร จะถูกลาก

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวอิสระ-ตัวจริง วันที่ตอบ 2007-12-25 08:37:07


ความเห็นที่ 49 (938291)

เรียนท่านอดีตผู้สือข่าวไอ ที วี 

         ข้อมูลของท่านเป็นดังที่ ผู้สื่อข่าวอิสระ เขียนไว้แล้ว จึงขอเพิ่มเติมดังนี้  นายพงษ์ดนัย  อ่อนศรีเป็นนักเรียนแข่งขันประเภททีมของโรงเรียน  และไปแข่งที่ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์หลายครั้ง  โดยในทีมจะมี 1.นายพงษ์ดนัยอ่อนศรี 2.นางสาวอุษา  คำศรี  3 นางสาวรุจิรา  หงษ์อ่อน  แข่งขันอยู่ตั้งแต่ ม.ต้น จนถึงจบการศึกษา ม.ปลาย เกียรติบัตร ของนายพงษ์ดนัยคือ  รางวัลชมเชยเทิดพระคุณแม่ ปี 2547 จัดโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 "โหมโรงแข่งขันประชันกลอนสด" ประเภทกลุ่มบูคคลระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ปี 2547 จัดโดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ แลสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 การประกวดบทกลอนต่อต้านยาเสพติด จัดโดย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการทหารสูงสุด  ปี 48  รางวัลชมเชยประเภททีมระดับมัธยมศึกษาตอนปลายภาคเหนือ ณ โรงเรียนเขาทรายทับคล้อ 29 พ.ย.2548 

      และรางวัลชมเชยประเภททีม ในการแข่งขันประชันกลอนสดเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 14 มกราคม 2549 จัดโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาเขตพระนครศรีอยธยา วาสุกรี

      ไม่นับเกียรติบัตรที่ได้ชนะภายในโรงเรียนอีกมากมาย ท่านอดีตผู้สือข่าวไปเอาข้อมูลทีไหนมาว่า เด็กไม่เคยแข่งขันที่ไหนเลย ช่างดูถูกและเหยีบบย่ำเด็กได้อย่างผู้มีคุณอะนประเสริฐแท้

       ดิฉันขอบอกว่าจบเอกไทย โทอังกฤษ ตลอดเวลาทำงานมา 30 กว่าปีไม่เคยทำทุจริตใด ๆ ทั้งสิ้น แม้แต่การเขียนกลอนประกวดในนามเด็ก หรือเขียนให้เด็กส่งประกวด คุณลองไปสืบข้อมูลใหม่ อาจจะเป็นโรงเรียนอะไร ใปริมณฑลของกรุงเทพมหานครก็ได้ ข้อมูลของคุณรู้สึกจะไม่เป็นธรรมหลายประการ

        อยางเช่นเรื่อง กอปอน อะไรนั่น ดิฉันก็ได้ยินพูดกันเฮฮา มานานแล้ว และคุณคิดหรือว่าวันนั้นนายพงษ์ดนัย ซึ่ง อยู่ ม.5แล้วเป็นเด็กเรียบร้อยเป็นนักลอนจะอ่านได้ดังนั้นหรือ  แล้วอย่างที่ผู้สื่อข่าวอิสระโปรยไว้ว่าเด็กคน ชนะเลิศขึ้นไปอ่านสั่นเป็นเจ้าเข้า อ่นผิด ๆ ถูก ๆ ตะกุกตะกักจนเสียบรรยากาศของงานท่านผู้สื่อข่าวไอ ที วี ไม่ลอง ไปสัมภาสณ์ ว่าหนูมาจากโรงเรียนไหน  หนูแต่งได้ไพเราะมากสมกับชนะเลิศจริง ๆ อือทำไมหนูจึงสั่นและตะกุกตะกักนักล่ะ เวลาหรือรองไปตามสัมภาสณ์ย้อนหลังดูบ้างคุณอดีตผู้สื่อข่าว

    คนที่หากินกะเด็กตามที่พวกคุณสันนิษฐาน คงไม่ใช่ดิฉันดอก เมื่อมันรังแกกันจนถึงจุด หนึ่งมันคงต้องสู้ กันถึง สุด ๆละ มั้งตลอดเวลาดิฉันอุตส่าห์ไม่พาดพิงถึงผู้ใดแล้วแต่ยังเล่นไม่เลิกอีก ทุกคนมีข้อมูลของตัวเองอยู่ ในมือกันแล้วก็เอามาแฉ  ให้ชาวโลกจะได้รู้เรื่องราวที่พิศดารอีกมากมาย

      ครูอย่าดิฉันคงไม่ไปสร้างเรื่องราวอันยาวนานให้ประดับไว้กับโลกาจน เล่ากันไม่จบหรอก

                                                                     

      

ผู้แสดงความคิดเห็น นนท์ วันที่ตอบ 2007-12-25 11:39:39


ความเห็นที่ 50 (938292)

ขอชี้แจงความเห็นที่ ๔๘ และ ๔๙

 

        ๑.   ถ้าหลักฐานที่ยืนยันมาเป็นจริง ก็ไม่ขอเถียง เพราะข้าพเจ้าเพียงตั้งข้อสังเกตเท่านั้น

          ๒.  วิธีการเขียนของ “ผู้สื่อข่าวอิสระ-ตัวจริง”  ออกแนว ส่อเสียด ซึ่งจะกลับกลายเป็นว่า การเสนอข้อมูลเพื่อตั้งข้อสังเกตนั้นถูกตอบกลับแบบ "สามหาว" อย่างที่ท่านเขียนถึงผู้อื่น    ซึ่งไม่น่าจะเป็นคุณลักษณะของการแลกเปลี่ยนที่ดี

                ๓.  ถึงจะมีข้อขัดแย้ง กับคุณ "นนท์" แต่ก็โต้ตอบกันด้วยเหตุผล แบบมีสัมมาคารวะ ไม่ได้ทำเพื่อหาเรื่องชวนทะเลาะ

          ๔. “ผู้สื่อข่าวอิสระ-ตัวจริง”  จะเป็นผู้สื่อข่าวจริงหรือไม่  ขอเรียกร้องให้ตรวจสอบ “จรรยาบรรณสื่อมวลชน” ด้วย  เพราะดูจากข้อเขียนของท่านแล้ว  ท่านได้ทำผิดหลักการและไม่เข้าใจอะไรหลายอย่าง   ขอตั้งข้อสังเกตว่าท่านนี่แหละที่เป็นนักข่าวกำมะลอ     

          ๕. ถ้าข้อชี้แจงที่ชี้แจงมานั้นจริง ก็ถือว่า ข้อสังเกตที่ตั้งไว้ตกไปก่อน     แต่ขอให้ระมัดระวังการใช้ถ้อยคำส่อเสียด ชวนทะเลาะ   แต่อย่างไรเสีย  ข้อสังเกตที่ตกไปจะกลับขึ้นมาใหม่ได้เสมอเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม 

          ๖. ข้าพเจ้าแค่นำเสนอข้อมูลเท่านั้น  ทั้งยังให้หลักฐานอ้างอิง  เว็บไซต์  ชื่อหนังสือ  และเบอร์โทรศัพท์กำกับข้อมูลไว้ทุกส่วน   แหล่งอ้างอิงก็เป็นกลาง  ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายใด  ทั้งนี้เพื่อแสดงออกถึงการกระทำที่โปร่งใส   ให้ทุกคนสามารถตรวจสอบได้เท่าเทียมกัน   สำหรับส่วนที่กล่าวถึง ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ นั้น  ข้าพเจ้าจะได้ตรวจสอบแหล่งข่าวแห่งนี้ต่อไป

          อนึ่ง  ส่วนที่พาดพิงถึงน้องพงษ์ดนัยนั้น   ข้าพเจ้าได้ใคร่ครวญอย่างหนักแล้วว่าจะเอ่ยชื่อจริงหรือไม่   และรู้สึกเสียใจที่ทำให้ชื่อของน้องต้องกลายเป็นประเด็นโต้แย้งในที่นี้    ถึงกระนั้น  ข้าพเจ้าก็อ้างแล้วว่าเป็นการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น  และหากได้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้วก็จะมาลงไว้เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย 

          ทั้งนี้  การให้ข้อมูลของข้าพเจ้าก็พยายามทำอย่างตรงไปตรงมา  เพราะในหนังสือ “ร้อยดาวสู่ดาว” นั้น  ไม่ได้กล่าวถึงเกียรติประวัติของน้องพงษ์ดนัยไว้จริง ๆ    ในขณะที่ผู้ได้รับรางวัลท่านอื่นยังมีข้อมูลส่วนนี้  อย่างไรก็ตาม  ข้าพเจ้าก็ตังข้อสังเกตไว้แล้วว่า  อาจเป็นไปได้ที่น้องพงษ์ดนัยจะส่งเข้าประกวดเป็นครั้งแรกแล้วได้รางวัลใหญ่เลย  ซึ่งผู้ให้ความเห็นที่ ๔๘ ก็เข้าใจตรงจุดนี้แล้ว

 

          ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมโดยอาศัยข้อมูลจากความเห็นที่ ๔๘  และ ๔๙ เป็นสำคัญ

          คุณ “นักข่าวอิสระ-ตัวจริง” กล่าวถึงน้องพงษ์ดนัยว่า “เด็กคนนี้ก็ผ่านการแข่งขันการประกวดมาตั้งแต่มัธยมต้น มีเกียรติบัตรมากมาย”  และคุณนนท์ได้กล่าวถึงรางวัลต่าง ๆ ที่น้องได้รับ  หากเป็นอย่างนั้นจริง  ข้าพเจ้าก็เสียใจและขอโทษน้องพงษ์ดนัยไว้ ณ ที่นี้  

          แต่หากน้องมีรางวัลต่าง ๆ มากมายแล้ว  ทำไมจึงไม่มีข้อมูลเกียรติประวัติในหนังสือ  “ร้อยดาวสู่ดาว”  ทั้งที่เล่มนี้  พิมพ์เมื่อปี ๒๕๔๙   ขณะที่รางวัลต่าง ๆ ที่น้องมีล้วนแต่ได้รับในปี ๒๕๔๗ – ๒๕๔๙  ทั้งสิ้น (อ้างอิงจากความเห็นที่ ๔๙ ของคุณนนท์    และทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจใหม่ว่าน้องไม่ได้จบปี ๒๕๔๘ ) 

          ในการจัดทำหนังสือ “ร้อยดาวสู่ดาว” นี้  ผู้ได้รับรางวัลและมีผลงานตีพิมพ์จะทราบดีว่า  ทางผู้จัดได้ส่งเอกสารมาให้กรอกประวัติ  เพื่อจะได้ลงพิมพ์ในหนังสือเล่มดังกล่าว  ข้อมูลหนึ่งในนั้นคือส่วนที่เป็นเกียรติประวัตินั่นเอง  ทั้งนี้  ถ้าเกิดการส่งประวัติล่าช้า  ก็มีการติดต่อทวงถามจากทางสำนักพิมพ์ด้วย

          ปรากฏว่า ในหนังสือดังกล่าวมีเพียงประวัติของน้อง  แต่ไม่มีเกียรติประวัติว่าได้รับรางวัลใดใดมาก่อน ( อย่างคนอื่นๆ )      เป็นไปได้ไหมที่น้องจะกรอกแต่ประวัติของตนเอง  แต่ไม่ได้กรอกว่าได้รางวัลที่ไหนมาบ้าง ?

          ใบประวัติดังกล่าวจะส่งมาทางจดหมายพร้อมกับผลการประกวดในช่วงต้นปี ๒๕๔๙  และมีการมอบรางวัลในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ  ต้นเดือนเมษายน ๒๕๔๙   และหนังสือร้อยดาวสู่ดาวก็พิมพ์ออกมาในปีนั้น

          แสดงว่าน้องพงษ์ดนัยจะได้รับใบประวัติช่วงต้นปี ๒๕๔๙  กรอกเฉพาะประวัติแล้วส่งกลับไปโดยไม่ได้เขียนถึงรางวัลที่ตนได้มาตลอดสามปีเลย

          ก็อาจเป็นไปได้  สำหรับใครหลายคนที่รักการเขียนกลอนอย่างแท้จริง   โดยไม่ยึดติดกับรางวัลใดๆ   และไม่อยากอวดอ้างความสามารถ     น้องพงษ์ดนัยอาจเป็นหนึ่งในนั้น

          และหากการไม่มีเกียรติประวัติในหนังสือร้อยดาวสู่ดาวจะทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจน้องพงษ์ดนัยผิดไป  ก็ต้องขออภัยอีกครั้ง   

 

          อย่างไรก็ตาม  ข้อสังเกตก็คือข้อสังเกต   ความจริงก็คือความจริง     ข้อสังเกตจะนำไปสู่ความจริงได้ก็ต่อเมื่อมีข้อมูลที่ถูกต้อง  อ้างอิงและตรวจสอบได้   ทั้งนี้ทั้งนั้น  การนำเสนอความจริงต้องอยู่บนพื้นฐานของความสุภาพ  ตรงไปตรงมา   เป็นธรรม   และปราศจากอคติ  นี่เป็นแนวทางที่ข้าพเจ้ายึดมั่นเสมอมา  ไม่ว่าอดีต ปัจจุบัน  หรืออนาคต    

ผู้แสดงความคิดเห็น อดีตผู้สื่อข่าวไอทีวี วันที่ตอบ 2007-12-25 22:33:21



[1] 2 3 ถัดไป >>


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.