ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > โคลงสี่สุภาพหัวข้อลมปาก

โคลงสี่สุภาพหัวข้อลมปาก


    ลมปาก

   ขาดรักดุจดั่งสิ้น        ดวงกมล เจียวนา

   ขาดที่พึ่งประคองตน     เหนี่ยวรั้ง

   เปรียบประหนึ่งเวียนวน   มาคู่ เคียงเรา

   เปรียบเรื่องรักนับครั้ง    บ่ได้เพียงพอ

   ยามรักใครใคร่คล้อย    ตามเขา

   ดุจดั่งเด็กวัยเยาว์       ร่ำร้อง

   ตามติดดั่งเป็นเงา      ไปทั่ว ทุกสถาน

   หอมกรุ่นความรักก้อง   เอ่อล้นดวงใจ

   ยามรักเปรียบอนึ่งน้อง  นวลนาง อรชร

   งามดั่งนวลสะอาง     พรั่งพร้อม

   ชายชมว่างามพลาง   หลงเล่ห์ ชายลวง

   ชายที่รักจักน้อม     ซ่านซึ้งทรวงใน

   นานวันรักเริ่มใกล้     โรยรา

   แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา  บ่อยครั้ง

   เวลาล่วงเลยมา       เหินห่าง จางหาย

   หมองหม่นตนพลาดพลั้ง นั่งน้ำตาคลอ

   ความรักเปรียบเรื่องสั้น  หมดหวาน สิ้นซาก

   เฉกเช่นคบคนพาล     เพียงครั้ง

   มอบรักอย่างอาจหาญ   โดยไม่ แคลงใจ

   เราที่เจ็บสุดยั้ง        ยิ่งแล้วดวงใจ

   หลงเพียงคำหว่านล้อม  แยบยล คนลวง

   หลงคลั่งคำทรชน      เพลี่ยงพล้ำ

   ลวงหลอกกี่สิบหน      มิต่าง ลมปาก

   ลองไตร่ตรองดูซ้ำ     อย่าได้หลงกล

 

แต่งโดยนางสาวศิริพร ดีจรัส (ประเภทบุคคลทั่วไป)ที่อยู่ 48/8 ต.ทัพไทย อ.ตาพระยา

จ.สระแก้ว 27180

เบอร์โทร 087-4973646

 

 

 

 

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ นางสาวศิริพร ดีจรัส :: วันที่ลงประกาศ 2008-06-13 16:27:22


[1]

ความเห็นที่ 1 (1773089)

ไม่ทราบว่าบทร้อยกรองที่แต่งสามารถส่งผ่านอีเมลได้หรือเปล่าครับ
หรือส่งในกระทู้ดีกว่า
เพราะส่งไปแล้ว ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา
กลัวว่าจะส่งไปไม่ถึงครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆาตกวี (potae_al-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-06-13 18:20:03


ความเห็นที่ 2 (1773159)

ถึงแล้วครับ แต่จะลงพร้อมกันทีเดียวทั้งหมดรวมของท่านอื่นด้วย

ตอนวันสุดท้ายหรือ 2-3 วัน หลังจากหมดเวลาหัวข้อ ของแต่ละเดือนครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ทีมงาน วันที่ตอบ 2008-06-13 20:22:02


ความเห็นที่ 3 (1773418)

คณะทำงานช่วยแจ้งให้ทราบด้วยว่าได้รับสำนวนการประกวดของผู้ใดแล้วจะได้ทราบว่าผลงานส่งถึงคณะกรรมการจัดประกวดแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น นักเลงกลอน วันที่ตอบ 2008-06-14 06:22:50


ความเห็นที่ 4 (1773763)

การส่งประกวดก่อนอาจมีข้อเสียเปรียบ

เพราะคนอื่นได้เห็นสำนวน

และอย่างโคลงของคุณศิริพร ดีสวัสดิ์

หฌไปไม่ถึงดวงดาว

เพราะเธอใช้คำสร้อยโคลงไม่เป็น

คำสร้อยในแต่ละบาท ใช้ได้บาทละ ๑ คำเท่านั้น

อีกคำต้องเป็นสร้อยคำ เช่น นา นอ แฮ เฮย เอย แล ฯลฯ

เช่น ชายชมว่างามพลาง  หลงเล่ห์  ชายลวง

คำว่า ชายลวง ถือว่าผิด

อาจจะต้องใช้ หลงเล่ห์  ชายแล

ชายนา   ชายเฮย

อย่างนี้จึงจะถูก

ขอเป็นกำลังใจให้ ลองแก้ไขดูและแต่งส่งใหม่ คงไม่ผิดกติกาใช้มั้ย ท่านกรรมการ

ผู้แสดงความคิดเห็น เอาใจช่วย วันที่ตอบ 2008-06-14 17:28:45


ความเห็นที่ 5 (1773945)
สร้อยคำ ใช้อย่างที่ว่าไม่ถือว่าผิด
แต่ถือว่า เป็นข้อตำหนิ เรียกว่า สร้อยเจตนัง

ที่ว่าเป็นข้อตำหนิคือ คล้ายกับเป็นการแสดงฝีมือของผู้เขียน ที่เก็บความไม่หมด จึงใช้สร้อยคำมาช่วยเสริมความเพื่อให้ความครบตามที่ผู้เขียนต้องการ

อันที่จริง ทฤษฎีว่าด้วยสร้อยคำก็มีหลายสำนักความคิดในการอธิบาย ซึ่งประเด็นหนึ่งที่พูดถึงกันค่อยข้างมากก็คือ ใช้สร้อยคำ เป็นตัวช่วยในเรื่องเสียง

นี่ว่ากันตามทฤษฎีที่ว่าด้วยการเขียนโคลงด้วยหู เขียนโดยการอ่านออกเสียง เพื่อใช้ในการฟัง ไม่ใช่เขียนโดยรูปวรรณยุกต์บังคับเพียงอย่างเดียว เหมือนเช่นปัจจุบัน ที่ผ่านการจัดระเบียบโดยการกำหนดรูปและสัมผัสบังคับ

สำหรับผู้ส่งงานประกวด นี่อาจเป็นหนึ่งในข้อตำหนิ ที่จะทำให้ชิ้นงานมีข้อด้อยในบางส่วน เพราะในแต่ละเวที แต่ละสนาม ก็ย่อมต้องพิจารณาจากองค์ประกอบหลาย ๆ ส่วนมาประกอบกัน ภายใต้รูปแบบที่กำหนด ดังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับผู้ส่งงานว่า จะพิจารณาโดยรอบคอบและรัดกุม เพื่อให้ชิ้นงานที่เขียนส่งประกวด มีความสมบรูณ์พร้อมมากที่สุดได้อย่างไร

เอาใจช่วยทุก ๆ ท่าน ที่รักการเขียน นี่อาจถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการยกระดับงานเขียนต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น ผ่านมา วันที่ตอบ 2008-06-14 22:26:52


ความเห็นที่ 6 (1773983)

ขอขอบคุณทุกท่านมากนะคะที่ให้คำแนะนำในการเขียนโคลงบทนี้ จะนำข้อติชมไปปรับปรุงแก้ไขใหม่คะ และขอเป็นกำลังใจให้กับคนอื่นๆและตัวเองด้วย คำติชมเป็นแรงผลักดันให้สู้ต่อไปคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ศิริพร ดีจรัส วันที่ตอบ 2008-06-14 23:41:45


ความเห็นที่ 7 (1773988)
คำสร้อยในแต่ละบาทที่ปรากฎอยู่ในโคลงนั้น บังคับหรือเปล่าคะว่าจะต้องมีตามลักษณะของฉันทลักษณ์
ผู้แสดงความคิดเห็น ศิริพร ดีจรัส วันที่ตอบ 2008-06-14 23:50:41


ความเห็นที่ 8 (1774220)

สร้อยเจตนัง ปัจจุบันไม่นิยมใช้เท่าไร

ถ้าใช้ในการประกวดอย่างนี้น่าจะถือว่าผิด

หากไม่ใช่การประกวด จะเขียนสร้อยอย่างไรคงไม่มีใครว่า

แต่ถ้าประกวด ต้องเลี่ยงใช้สร้อยเจตนัง

คนผ่านมา ลองเขียนประกวดดูก็ได้

ไม่ว่าจะเป็นสกุลไทย หรือแม้แต่ของกองวรรณกรรม กรมศิลป์

ถ้าคนผ่านมาใช้สร้อยเจตนัง แล้วได้รางวัล จะกราบที่อกงามๆ 

แต่ถ้าเขียนโคลงโดยไม่มีสร้อยเลยน่าจะชมเชยว่าเก่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น เอาใจช่วย วันที่ตอบ 2008-06-15 12:02:10


ความเห็นที่ 9 (1774234)

ขอบคุณมากนะคะที่ให้คำแนะนำมา จะพยายามส่งมาอีกคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ศิรพร ดีจรัส วันที่ตอบ 2008-06-15 12:37:49


ความเห็นที่ 10 (1774348)
ได้ยินคำว่า สร้อยเจตนัง มาไม่นานมานี้ มีความรู้สึกอยากแสดงความคิดเห็นบางประการ
     แปลตามรูปศัพท์ก็น่าจะได้ความว่า  เจตนา หรือตั้งใจให้เป็นสร้อย หมายความว่าเมื่อวางคำลงในตำแหน่งที่เป็นคำสร้อยแล้วบังเอิญไม่ทราบว่าต้นบัญญัติท่านว่าไว้อย่างไร ต่อเมื่อมาทราบภายหลังจึงแก้เก้อว่าเอ่อ..เอ่อ..มันก็เป็นคำสร้อยได้อยู่นะ แต่เป็นสร้อยชนิดใหม่ซึ่งฉันเรียกมันว่า สร้อยเจตนัง แหะ แหะ
     ทำผิดแล้วแก้เก้อในทำนองนี้มีมากมายไม่ว่าในแวดวงอะไร พูดไปพูดมาก็เหนื่อย เอาแค่ในภาษาไทยนี่แหละ ราชบัณฑิตย์ ไล่เก็บคำที่พวกคนไม่ค่อยรู้ภาษาพูด ๆ กันเพราะที่พูดครั้งแรกนั้นพวกเขาเข้าใจว่าถูก เมื่อพูดต่อกันไปก็กลายเป็นความเคยชิน ทีนี้ละ ท่านประดาราชบัณฑิตก็มานั่งทบทวนบทบาทตัวเองว่าโอหนอ..ท่านตั้งให้เป็นราชบัณฑิตย์แล้วนี่นาจะนิ่งเฉยอยู่ไย ไปตามเก็บคำขยะเหล่านั้นมารวบรวมไว้ให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียเลย ครั้นจะรวมไว้ในฉบับอ้างอิงก็รู้สึกกระดากใจ จึงรวมไว้ในอีกเล่ม
     กลอนตลาดหรือกลอนแปดสุภาพ เดิมท่านก็เคร่งครัดในการกำหนดจำนวนคำในแต่ละวรรค พอนานเข้าผู้คนนิยมเขียนมากขึ้นก็ย่อมมีทั้งคนหยาบและละเอียด ใช้คำน้อยลงบ้าง มากขึ้นบ้าง ไป ๆ มา ๆ ก็เลยมีกลอนเจ็ด กลอนเก้า ส่วนกลอนหกนั้นเขามีอยู่เดิมแล้ว
     ใช้ไป...อยากทำอะไร...ทำไป เหมือนพวกที่เขียน อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ใช้คำที่เป็นครุแล้วบอกว่าเป็นเสียงลหุ ก็เพราะใช้วิธีฟังเสียง คือฟังให้มันเป็นลหุให้ใด้ว่างั้นเหอะ เอาภาระอันหนักอึ้งไปใส่หูบังคับหูให้ฟังให้เป็นเสียงนั้นเสียนี้ให้ ได้ แล้วถ้าเกิดมีคนเขียนคำว่า ยาว ในตำแหน่งลหุ เมื่อถูกทักว่า ท่านขอรับ มันน่าจะไม่ถูกนะขอรับ ท่านผู้เขียนก็ย้อนกลับมาว่า เห่ย..ไอ้น้องก็ฟังให้มันเป็นลหุซี่
     สร้อยเจตนัง มีที่มาที่ไปเป็นประการใด เจตนารมณ์ที่แท้จริงเป็นเช่นไร พวกเราทราบแต่ที่มาจากเล่มหนังสือ อ่านมาก อ่านพบแล้วนำมากล่าวอ้างต่อ ๆ กันมา ส่วนสร้อยที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เห็นว่ามีหลัก มีชั้นเชิงทางวรรณศิป์ และมีความท้าทาย ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงก็ไม่มีท่านผู้ใดทราบอีกนั่นแหละว่ามันมีความเป็นมาอย่างไร เลือกเอาเองถ้าถูกใจเรา ส่วนจะให้ถูกใจเขา คือคนอ่านอื่น ๆ ที่ไม่เคยอ่านพบคำว่า สร้อยเจตนัง และถ้าส่งประกวดก็บรรดาท่านกรรมการนั่นแหละหนา...อันนี้บังคับไม่ได้.
ผู้แสดงความคิดเห็น พิกกาจู้ วันที่ตอบ 2008-06-15 14:57:19


ความเห็นที่ 11 (1774387)

บทนี้เป็นบทที่ส่งแล้ว แต่ลองตัดสร้อยคำออกไปคะและแก้ไขในบางบทดู ลองอ่านแล้วช่วยแนะนำด้วยนะคะ

ขาดรักดุจดั่งสิ้น...................ดวงกมล

ขาดหนึ่งประคองตน..............เหนี่ยวรั้ง

เปรียบประหนึ่งเวียนวน...........มาคู่

เปรียบเรื่องรักนับครั้ง.............บ่ได้เพียงพอ

ยามรักใครใคร่คล้อย.............ตามเขา

ดุจดั่งเด็กวัยเยาว์..................ร่ำร้อง

ตามติดดั่งเป็นเงา.................ไปทั่ว ทุกสถาน

หอมกร่นความรักก้อง.............เอ่อล้นดวงใจ

ยามรักเปรียบอนึ่งน้อง............นวลนาง

งามดั่งนวลสะอาง..................พรั่งพร้อม

ชายชมว่างามพลาง................หลงเลห์

ชายที่รักจักน้อมซ่านซึ้ง..........ทรวงใน

นานวันรักเริ่มใกล้..................โรยรา

แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา.............บ่อยครั้ง

เวลาล่วงเลยมา......................เหินห่าง

หมองหม่นตนพลาดพลั้ง..........นั่งน้ำตานอง

ความรักเปรียบเรืองสั้น............หมดหวาน

เฉกเช่นพบคนพาล.................ชั่วครั้ง

มอบรักอย่างอาจหาญ..............เพียงใคร่

เราที่เจ็บสุดยั้ง........................ยิ่งช้ำดวงใจ

หลงเพียงคำหว่านล้อม..............กลลวง

หลงคลั่งเจ็บปวดทรวง..............เพลี่ยงพล้ำ

ลวงใจกี่สิบดวง.......................เล่นลิ้นลมปาก

ลองไต่ตรองดูซ้ำ.....................อย่าได้หลงกล

ตอนแต่งกลอนบทนี้ก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยเกี่ยวกับล

มสักเท่าไหร่ ให้คำแนะนำด้วยนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ศิริพร ดีจรัส วันที่ตอบ 2008-06-15 16:22:14


ความเห็นที่ 12 (1774427)
     ศิริพร สิ่งที่ควรแก้ไขในเบื้องต้นคือ ความละเอียดรอบคอบ ก่อนส่งกระทู้ มีเวลาแก้ไขคำผิดได้เท่าที่ต้องการ คุณสมบัติข้อนี้สามารถนำไปใช้ได้กับชีวิตประจำวันและการทำงานทั้งหลายอื่น
     โคลงสี่สุภาพมีข้อบังคับหลายประการ ในที่นี้ขอแจ้งว่า การร้อยบทจำเป็นต้องมี ไม่ต้องฟังเสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด น้องเอย ร้อยบทกับ สัมผัสเชื่อมบทเป็นอย่างเดียวกัน
     อนึ่ง ศิริพร "ลองตัดคำสร้อยออกไป"
     ตามติดดั่งเป็นเงา   ไปทั่ว ทุกสถาน (บทที่ ๒ บาทที่ ๓)
     คำที่ย้อมสีแดงนั้นเรียกว่าอะไร ?

     

    
ผู้แสดงความคิดเห็น พิกกาจู้ วันที่ตอบ 2008-06-15 18:10:54


ความเห็นที่ 13 (1774607)
คณะทำงานได้รับสำนวนเพื่อส่งเข้าร่วมประกวดเรียบร้อยแล้ว
ขอขอบคุณที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดร้อยกรองออนไลน์ ครั้งที่ 2
และขอความร่วมมือ งดแสดงความคิดเห็นในกระทู้ที่แจ้งความประสงค์เพื่อส่งผลงานเข้าประกวด
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2008-06-15 23:50:46


ความเห็นที่ 14 (2102648)

ราส่าว่าวว

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ส่าว วันที่ตอบ 2010-08-31 15:55:10


ความเห็นที่ 15 (2107151)

mens gucci fake wallets replica men bags actually enough considering that louis vuitton trendy straw handbags including chanel bags mens louis vuitton bags.

ผู้แสดงความคิดเห็น cated (anne-at-aol-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-11 07:38:06


ความเห็นที่ 16 (2280558)

 ขอ ร้อง!! ช่วยกันบอกต่อที มีเด็กหญิง กมลวรรณ สีสุริยะพรม เด็กวัย14ปี ถูกรถชนเสียชีวิต ณ รังสิตคลอง9 หัวขาดลอยตามน้ำไปแระมีคนได้พบเหนศพเวลาตี3 วิญญานได้บอกให้ทุกคนได้ช่วยบอกต่อไปให้คบ 20 คนก่อนถึงเวลาตี3.00 น.ไม่งั้นวิญญานเด็กจามาติดตามตลอดเวลาช่วยกันบอกทีค่ะ ใครไม่เชื่อลองดูมีคนตายตามมาแล้ว ช่วยๆกันน๊ ถูกบอกต่อมา … ดูทั้งหมด ถ้าคุณรักแม่จิงขอหั้ยคณุส่งต่อ 20คนมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งไม่เชื่ออยู่มา365 วันแม่เขาเสียชีวิต ขอโทดนะที่ส่งมาจำเป็นจิง 5555

ผู้แสดงความคิดเห็น แพร วันที่ตอบ 2012-06-17 19:39:33



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.