ReadyPlanet.com


ความเป็นไทย ทำลายความเป็นมนุษย์?



คอลัมน์ สยามประเทศไทย

โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ



"ความเป็นเลิศทางวิชาการ" คืออุดมคติของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่ลอกแบบจากโลกตะวันตกอย่างทื่อมะลื่อ เลยส่งผลให้ "ความเป็นมนุษย์ลดลง" เห็นได้จากพฤติกรรม "เก่งทางวิชาการ แต่โคตรโกง หรือโกงทั้งโคตร" เอาเปรียบเบียดเบียนคนอื่นเพราะ "ไร้จิตสำนึกสาธารณะ" จึงลักขโมยสมบัติสาธารณะไปเป็นของตนดังมีข่าวไม่ขาดสาย

การศึกษาไทยเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่ความเป็นมนุษย์ลดลง จนไร้จิตสำนึกสาธารณะ พากันคดโกงออกหน้าออกตา จนเห็นว่าฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็นความชอบธรรมตามคติมือใครยาวสาวได้สาวเอา คนแข็งแรงกว่าขาดเมตตาคนอ่อนแอ แล้วโกหกตัวเองและคนอื่น เช่น มีซ่องโสเภณีในนามอาบอบนวด สปา-สปี้ ข้างวัด ข้างโรงเรียน เต็มบ้านเต็มเมือง แล้วทำดัดจริตดีดดิ้นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่อย่างหน้าด้านๆ ว่าไม่มีขายบริการทางเพศ

จดหมายเหตุดนตรี 5 รัชกาล : งานวิจัยเอกสารและลำดับเหตุการณ์ พุทธศักราช 2411-2549 โดย พูนพิศ อมาตยกุล

จดหมายเหตุดนตรี 5 รัชกาล พิมพ์ครั้งแรก เพิ่งเสร็จเดี๋ยวนี้เอง มี 2 เล่ม รวมในกล่องเดียว ราคาขายทั้งชุด (2 เล่ม) 1,900 บาท (ไม่ขายแยกเล่ม) เผยแพร่โดย มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เลขที่ 47 ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0-2279-1509 โทรสาร 0-2279-0856 E-mail : sornthong2550@yahoo.com, เว็บไซต์ www.luangpradit.org

สถาบันของกระทรวงวัฒนธรรมที่มีการเรียนการสอนดนตรีและนาฏศิลป์ ต้องทำงานวิจัยให้มีคุณภาพได้มาตรฐานอย่างเล่มนี้ ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นสถาบันผู้นำความรู้วิชาการด้านนี้จริงๆ

แต่จะทำได้หรือ? แค่งานเอกสารโน้ตเพลงดนตรีในหนังสือลาลูแบร์ ยังไม่สนใจ และไม่ใส่ใจ เลยไม่รู้ที่มา แล้วหาที่ไปไม่ได้ อย่างนี้ยังมีน้ำหน้าจะอวดยกตนข่มท่านอยู่หรือ?



สังคมที่ทำลายความเป็นมนุษย์อย่างนี้จะหน้าด้านอวด "ความเป็นไทย" ได้หรือ? หรือว่าแท้จริงแล้ว ความเป็นไทยคือเครื่องมือทำลายความเป็นมนุษย์?

ความเป็นมนุษย์ควรอยู่เหนือความเป็นไทย เพราะความเป็นไทยเป็นเรื่องสมมุติ แต่ความเป็นมนุษย์เป็นเรื่องจริง (สมดังคติของท่านสิทธิพรว่า เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง)

ความเป็นมนุษย์ต้อง "สั่งสม" ไม่ใช่ "สั่งสอน"

"ศิลปศาสตร์" หรือ "มนุษยศาสตร์" คือวิชาความรู้พื้นฐานที่สั่งสมให้คนเรียนทุกสาขาวิชามีความเป็นมนุษย์ แต่การศึกษาไทยตัดขาดศิลปศาสตร์-มนุษยศาสตร์ ส่งผลให้ความเป็นเลิศทางวิชาการก็ทำไม่ได้ เพราะมาตรฐานต่ำกว่าเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย, เวียดนาม, ฯลฯ ความเป็นมนุษย์ก็ไม่มี เห็นได้จากทำลายและทำร้ายกันซึ่งหน้าหนักข้อขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน

การสั่งสมศิลปศาสตร์หรือมนุษยศาสตร์ให้สังคม เป็นสิ่งอยู่ห่างไกลจากสำนึกของผู้มีอำนาจรัฐ ดูได้จากผู้ครองอำนาจรัฐให้ความสำคัญเศรษฐกิจการเมืองอยู่เหนือสังคมวัฒนธรรม จนความเป็นไทยแวดล้อมด้วย "พื้นที่เลว" เช่น ซ่อง อาบอบนวด ฯลฯ มากกว่า "พื้นที่ดี" เช่น มิวเซียม, ห้องสมุด, ลานดนตรี และกีฬา, ฯลฯ

กระทรวงวัฒนธรรม กับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีภารกิจเดียวกันเพื่อความเป็นมนุษย์ ถ้าร่วมกันทำหน้าที่เพื่อความเป็นมนุษย์อย่างเอาจริงเอาจังและต่อเนื่อง ก็จะลดปัญหาบัดซบลงได้บ้าง ขอแนะนำให้กระทรวงวัฒนธรรม นำร่องเชิญศิลปินแห่งชาติ อย่างเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็น "แม่กอง" แบ่งปันเผยแพร่ "ศิลปศาสตร์" อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ดังมีตัวอย่างกิจกรรมของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยที่จะไปเมืองพิมาย (นครราชสีมา) และสุรินทร์ เพื่อความรู้ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จนถึงเพลงดนตรีวรรณคดีไทย เช่น ต้นแบบ "กลอนสุนทรภู่" มาจาก "กลอนอ่าน" ตำนานปราสาทพิมาย (พิมพ์ในสุวรรณภูมิสังคมวัฒนธรรมข้างล่างนี้)

งานแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะต้องใช้เวลานาน จะเอาผลในพริบตาไม่ได้ แล้วผู้ทำงานนี้ต้องมีรักและศรัทธาเป็นธงนำถึงจะสำเร็จ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ควรทำหน้าที่เป็นศูนย์สร้างสรรค์กิจกรรมอย่างนี้ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำเป็นเบี้ยหัวแตกแหลกเหลวเลอะเทอะ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แล้วพากัน "เมา" หัวทิ่มหัวตำซากโบราณสถานในอยุธยาจนความรู้ฉิบหายหมด

มติชน 21 มีนาคม หน้า 21


ผู้ตั้งกระทู้ ผู้สื่อข่าวบ้านไพร :: วันที่ลงประกาศ 2008-03-27 12:16:31


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1115154)

อ่านแล้วนึกให้คิด

เคยเห็นและเคยทราบจากคนแม่กลองว่า

"วัดป้อมแก้ว" ซึ่งหลายคนอาจจะรู้จักว่าเป็นวัดที่ตั้งเด่นในเมืองแม่กลอง

แต่สิ่งที่น่าจดจำกลับอยู่ข้างวัดป้อมแก้วมากกว่าส่วนสาเหตุ..ต้องลองค้นหา

ผู้แสดงความคิดเห็น เทาแดง วันที่ตอบ 2008-03-27 16:05:53


ความคิดเห็นที่ 2 (1117303)

อ่านแล้วเห็นภาพดีค่ะ

การศึกษายุคใหม่ให้อะไรแก่

ผู้เรียน  ?

นักวิชาการที่เห็นแก่ตัว  การศึกษาเชิงพาณิชย์ที่มุ่งเอาเปรียบผู้เรียน   ความเป็นเลิศทางวิชาการจะมีคุณค่าตรงไหน ?

จิตสาธารณะเป็นเรื่องของคุณธรรมที่ต้องใช้เวลาในการปลูกฝัง  

เริ่มจากผู้ปกครองที่มีจิตบริการ

คิดถึงผู้อื่นมากกว่าคิดถึงตนเอง

แต่จะมีผู้ปกครองสักกี่เปอร์เซ็นต์ในวันนี้ที่ชี้นำสังคมได้

ทำให้คิดถึงคำคมที่ว่า

"สิบปีปลูกต้นไม้  ร้อยปีเสริมสร้างคุณภาพชีวิต"

ขอบคุณค่ะ  ที่นำเสนอสิ่งดี ๆ ให้ผู้อ่านได้ฉุกคิด

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ดอกไผ่ วันที่ตอบ 2008-03-27 21:39:19



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.