ReadyPlanet.com


ลมหายใจแห่งบทกวี


 

        หนึ่งบทกลอนย้อนความตามลิขิต
มีชีวิตลมหายใจให้ปรากฏ
ถือกำเนิดเกิดจากคำรำพันพจน์
ร้อยเป็นบทรจนามาจำนรรจ์
        ทั้งเสกสรรค์ปั้นแต่งแฝงสำนึก
ความรู้สึกโกรธเกลียดปนเดียดฉันท์
บ้างลุ่มหลงจงรักปักชีวัน
บ้างโศกศัลย์อดสูมิรู้คลาย
        กี่กลอนบทถูกลิขิตนิมิตสร้าง
รอวันร้างวางทิ้งจมดิ่งหาย
ห้วงสมุทรสุดลึกนึกเสียดาย
มองดูคล้ายสุสานงานกวี
        อยากคืนชีพเจ้ากลอนเก่าเขาเคยเขียน
แต่จำเนียรกาลก่อนย้อนวิถี
ต่อลมหายใจให้เจ้าเพียงเท่านี้
กลอนคงดีใจนักแม้สักคน
        ร่วมชื่นชมโสมนัสอรรถรส
เสพย์ในบทซาบซึ้งซึ่งเหตุผล
แห่งกวีผู้ลิขิตคิดนิพนธ์
ให้ยินยลดุจไม้งามเมื่อยามบาน
         แม้พรใดไหนว่าเลิศประเสริฐนัก
ขอประจักษ์แจ้งจิตอธิษฐาน
คืนขีวิตบทกวีมีลมปราณ
ร่วมประสานเรียงร้อยถ้อยรำพัน
         มากำนัลจรรโลงความตามนิมิต
แห่งดวงจิตคิดนึกผลึกความฝัน
ของผู้คนทุกหนแห่งได้แบ่งปัน
บทประพันธ์เพื่อความสุขทั่วทุกคน


ผู้ตั้งกระทู้ ปุณณมี :: วันที่ลงประกาศ 2012-10-08 23:02:25


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2306572)

 

เรียน คุณปุณณมี

             ผลงาน ลมหายใจแห่งบทกวี สะท้อนความรู้สึกได้ดีทีเดียว  ชอบมากๆครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ราชาวดี วันที่ตอบ 2012-10-09 13:09:36


ความคิดเห็นที่ 2 (2306639)

ขอบคุณ คุณราชาวดีอีกครั้งครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ปุณณมี วันที่ตอบ 2012-10-09 16:33:21


ความคิดเห็นที่ 3 (2306664)

 

            ทุกอักษรสะท้อนนิยามความรู้สึก

จิตสำนึกเมื่อครองความหมองหม่น

ยังยิ้มสู้บอกใจให้อดทน

เพื่อก้าวพ้นทุกข์ท้อทรมาน

          กับความหวังที่รอแม้ท้อแท้

จักปรับแก้รอวันอันแสนหวาน

ต่อชีพชื่นสุขสมอุดมการ

ร่วมสืบสานอักษราศรัทธาดำรง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ราชาวดี วันที่ตอบ 2012-10-09 18:34:27


ความคิดเห็นที่ 4 (2307130)

          “ไม่มีสุสานสำหรับงานกวี”

 

๑.      ทุกอักษรกลอนปักสลักหมาย

ดังเส้นสายเพลงลำนำคำขับขาน

เพลงหวานโศกรำพันเศร้าเข้ายุคกาล

ร้อยตำนานผ่านเรื่องเล่าบอกต่อกัน

 

๒.     บทเพลงหวานกานต์สร้างสว่างจินต์

น้ำตารินพิณเพลงสร้อยสร้างสีสัน

แต่ละบทหลากเส้นทางต่างประพันธ์

เพียงกำนัลสนองไว้เพื่อใคร่รู้

 

๓.     สุสานงานกวีหามีดอก

มองเพียงปอกยากเห็นในย่อมอดสู

หมื่นลิขิตจำนรรจากล้าพร่างพรู

ย่อมตามครูผู้วางอย่างระวัง

 

๔.     จิตสามัญสำนึกทุกผู้นาม

อาจมองข้ามคำตรงนี้ที่คาดหวัง

มองต่างมุมสะท้อนงานอย่าพาลชัง

รุมประดังหลั่งรินไหลเพียงใครมอง

 

๕.     งานกวีศรีสร้างสองหลากทางแพ่ง

แต่เป็นแหล่งบอกเล่าทุกเจ้าของ

รัก โลภ หลง เกลียด โกรธ โฉด คะนอง

สู้ ปกป้อง ร้อง เรียก สำเหนียกใคร

 

๖.      สักวันหนึ่งถึงเพลาค่าคงเกิด

ยิ้มไว้เถิด "ปุณณมี" ผู้สดใส

กวีร้างรางเลือนของเพื่อนไทย

งามวิไลยังซ่อนคำจำนรรจา

 

๗.     อรรถรสบทประพันธ์อันลวงโลก

ทุกข์เคล้าโศกหวานหยดย้อยเสน่หา

แสนพันถ้อยหมื่นร้อยพจน์รจนา

เพียงตีตราฝากฝังถึงซึ่งเหตุการณ์

 

๘.      มองสองด้านผ่านอัตตามาเล่าบอก

อย่าช้ำชอกเปรียบเปรยจำเลยสาร

จินตนาการเหตุการณ์กับวันวาน

ยุคสมัยนั้นผันผ่านการเปลี่ยนแปลง

 

๙.      ดีคงไว้งามประจักษ์ต้องรักษา

กานต์นำพาค่าผิดเพี้ยนเขียนแสลง

สักวันหนึ่งอาจประทุฉุดเป็นแรง

ก่อเกิดแสงแห่งศรัทธาค่านิยม

 

๑๐.  อักษราคารมผสมสมัย

น้อมสืบไว้ด้วยใจรักอย่าขื่นขม

ความช้ำชอกบอกบ่งตรงอกตรม

อาจภิรมย์สมดังหวังสักวันเอย

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

ทรชนบ้านนอก

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-10-11 13:50:32


ความคิดเห็นที่ 5 (2307211)

  ขอบคุณ คุณทรชน อย่างยิ่งที่มาร่วมแสดงความคิดเห็นกันนะครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ปุณณมี วันที่ตอบ 2012-10-11 18:40:33


ความคิดเห็นที่ 6 (2308416)

 แม้พรใดไหนว่าเลิศประเสริฐนัก

ขอประจักษ์แจ้งจิตอธิษฐาน
คืนขีวิตบทกวีมีลมปราณ
ร่วมประสานเรียงร้อยถ้อยรำพัน
 
ผมว่าไม่ต้องขอ/ใช้พรหรอกครับ ฝีมืออาจารย์ทำให้มันมีชีวิตอยู่แล้วครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น รัตนโกสินทร์ศก วันที่ตอบ 2012-10-16 20:37:50


ความคิดเห็นที่ 7 (2308507)

เรียน คุณรัตนโกสินทร์ศก
 

ขอขอบคุณรัตนโกสินทร์ศกมากครับสำหรับความเห็น   กลอนบทนี้เขียนขึ้นเนื่องจาก  ในคืนวันนั้นผมกลับมาจากทำงาน  แล้วเห็นหน้าเว็บนิ่ง ไม่มีคนแวะเวียนมาทักทายกันในกระทู้ต่าง ๆ เลยประมาณเกือบสองวัน   ผมจึงเพียงแต่เจตนาเขียนขึ้นเพื่อกระตุ้นและชักชวนคนอื่น ๆ มาสร้างสีสันให้กระทู้ต่าง ๆ เหมือนเดิมน่ะครับ   ผมเองเป็นพวกนักฝันเหมือนกัน ชอบแนวแฟนตาซี ชอบเสก ชอบขอไปเรื่อย จึงปรากฏสำนวนการขอพรอยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับกลอนบทนี้อาจใช้สำนวนดูแรงไปหน่อยก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ  ผมเองนับจากนี้ อาจมีเวลามาเยี่ยนเยือนเพื่อน ๆ ได้น้อยลง เพราะงานเริ่มรัดตัวมากขึ้น  ยังคิดถึงทุกคนเหมือนเดิมครับ และขอให้ทุกท่านร่วมกันสืบต่อลมหายใจแห่งบทกวีกันต่อไปนะครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ปุณณมี วันที่ตอบ 2012-10-17 09:46:45



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.