ReadyPlanet.com


ประกาศผลรางวัลพานแว่นฟ้า 2555


ลงเนตแล้ว โดยเป็นข่าวใน น.ส.พ. คมขัดลีก กวี่ ที่ 1 นรพัลลภ ประณุทนรพาล รอง สุธีร์ พุ่มกุมาร  อื่นๆ ไปดูเอาเอง



ผู้ตั้งกระทู้ กาหลง :: วันที่ลงประกาศ 2012-08-30 13:55:43


[1] 2 ถัดไป >>

ความคิดเห็นที่ 1 (2297553)

ยินดีด้วยกับทั้งสองท่าน

ผู้แสดงความคิดเห็น จิตฯ คัมภีรภาพ วันที่ตอบ 2012-08-30 16:23:56


ความคิดเห็นที่ 2 (2297554)

อยากอ่านจังครับ   กรูณาช่วยโพสต์หน่อยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สิงห์ วันที่ตอบ 2012-08-30 16:25:12


ความคิดเห็นที่ 3 (2297590)

ประกาศแล้ว!ผลรางวัล’พานแว่นฟ้าปี55

ประกาศแล้ว! ผลรางวัล ‘พานแว่นฟ้า’ ประจำปี 2555 ‘นรพัลลภ ประณุทนรพาล‘ คว้าชนะเลิศบทกวี จากผลงาน ‘โลกของหนู’ ส่วนเรื่องสั้น ‘วิชชา ลุนาชัย’ คว้าชนะเลิศ จากผลงาน ‘หมวกที่หายไป’

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 30 ส.ค.55 คณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า ปี 2555 ได้ประกาศผลรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศ และรางวัลชมเชย ประเภทกวีนิพนธ์ และประเภทเรื่องสั้น โดยผลงานกวีนิพนธ์ ชื่อ ‘โลกของหนู’ ของ ‘นรพัลลภ ประณุทนรพาล’ ได้รับรางวัลชนะเลิศ และผลงาน ชื่อ ‘วางธงลงแล้วนั่งล้อมวงคุยกัน’ ของ ‘ยุคลวรรณ’ หรือ ‘สุธีร์ พุ่มกุมาร’ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ

สำหรับรางวัลชมเชย มีดังนี้

 

ประเภทกวีนิพนธ์

 

- “หนึ่งเสียงที่มากกว่าหนึ่งเสียง” ของ เชษฐภัทร วิสัยจร

- “พระเอกคนเดิม...ของป้า” ของ นนทวรรณ บุญวงษ์

- “ตาบอดคลำช้าง” ของ จำลอง สวนะคุณานนท์

- “ดอกไม้การเมือง” ของ พีรพัฒน์ คงเพ็ชร

- “ดวงไฟแห่งกิยามะห์” ของ จันทร์ รำไร

- “จดหมายเปิดผนึก” ของ เพิงแหงน

- “มันมาในคลื่นอากาศ!” ของ ดำรงศักดิ์ บุญสู่

- “สยามคีตา (ท่อนอวสาน)” ของ โอรสิทธิ์

- “สถานการณ์หมอกควัน” ของ จามรี ตันไพฑรูย์ดิถึ

- "เงา" ของ วิษณุ พุ่มสว่าง

 

ประเภทเรื่องสั้น

 

- “ติดธง” ของ อรรถพงษ์ ศักดิ์สงวนมนูญ

- “กาฬยุค” ของ รัชศักดิ์ จิรวัฒน์

- “น้ำ(ท่วม)ใจ” ของ ทัศนาวดี

- “บุหรง ตันหยง ตานี” ของ สรวงอัปสร

- “กลับไปบ้านเกิด” ของ วันเสาร์ เชิงศรี

- “ความลับในสวนยาง” ของ พีรเดช นวลสาย

- “นกปากส้อม” ของ ชัยกร หาญไฟฟ้า

- ปลาที่ว่ายตามเศษอาหารไปทุกสายน้ำ” ของ ปลายแปรง

- “กระสุนปืนนัดเดียว” ของ อุเทน พรมแดง

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเกียรติบัตร และเงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ ได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเกียรติบัตร และเงินรางวัล 30,000 บาท รางวัลชมเชย ได้รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล 10,000 บาท โดยจะมีพิธีการมอบรางวัล ในวันที่ 17 ก.ย.55

..........................

ขอบคุณเวบไซต์ คม ชัด ลึก

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผ่านมา วันที่ตอบ 2012-08-30 20:14:44


ความคิดเห็นที่ 4 (2297591)

www.komchadluek.net/detail/20120830/138893/ประกาศแล้ว!ผลรางวัล’พานแว่นฟ้าปี55.html

ผู้แสดงความคิดเห็น ผ่านมา วันที่ตอบ 2012-08-30 20:15:23


ความคิดเห็นที่ 5 (2297603)

                                                                                     

สำนวนชนะเลิศบทกวีการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า  ครั้งที่ ๑๑  ประจำปี๒๕๕๕
                                       โลกของหนู
                      หนูวาดแผนที่โลกลงสมุด         จัดขอบกว้างที่สุดตามใจสั่ง
ขีดเส้นตรง โค้ง ประ เต็มพลัง                 เพราะหนูหวัง เห็นอะไร จากในนี้
                จึงจำลองโลกใหญ่ลงสมุด      กำหนดจุดทีละจุดอย่างถ้วนถี่
อัตราส่วนระวังเป็นอย่างดี                       ระบายสีแยกน้ำกับแผ่นดิน
                วาดเส้นสายชายป่าอาณาเขต บางป่าสองประเทศปกครองถิ่น
บางป่าหลายประเทศร่วมทำกิน               หนูจึงวาดนกบินข้ามไปมา
                หนูวาดแม่น้ำทีละสาย               มีบ้านอยู่เรียงรายฝั่งซ้ายขวา
ในสายน้ำวาดสารพัดปลา                        กับบรรดาเรือประมงลงร่วมน้ำ
                หนูวาดภูเขาเป็นแนวคั่น           บางภูสูงชันบางภูต่ำ
บางภูขาวบางภูทะมึนดำ                          บางภูชะง่อนง้ำล้ำอีกแดน
                หยิบดินสอเดินเส้นเป็นถนน     ขีดเส้นโค้ง ตรง วน เส้นวงแหวน
เชื่อมทุ่งหญ้าป่าใหญ่ไม่มีแปลน              ไม่มีผังไม่มีแผนในแผ่นเดียว
                จากนั้นหนูจึงวาดสรรพสัตว์     วางกระจัดกระจายในพื้นเขียว
กระทิง สิงโต ช้างงาคมเฟี้ยว                   หมา แมวเหมียว หมู หมี ชะนี ควาย
                หนูวาดพวกมันปนกันหมด       กระทั่งมด แมลง แมงทั้งหลาย
ผีเสื้อร้อยสีสันพันลวดลาย                       หิ่งห้อยพรูแสงพรายคล้ายแสงดาว
                วาดเสร็จหนูปลื้มใจเป็นที่สุด    หยิบสมุดวางลงบนพื้นขาว
แล้วยืนตรงกลางห้องมองเรื่องราว          ในโลกใบยาวยาวใบแบนแบน
                หนูหวังเห็น อะไร ไม่กี่อย่าง     หวังเห็นการแบ่งข้าง การหวงแหน
หวังเห็นความเห็นแก่ตัวทั่วดินแดน         หวังเห็นความโกรธแค้นฝังแน่นใจ
                หนูขยับชิด ห่าง ยืน นั่งมอง    โลกจำลองของหนูดูสดใส
ช่างแตกต่างกับโลกที่เป็นไป                  เพราะหนูมองไม่เห็น อะไร จากในนี้
                มีใครอยากมาอยู่กับหนูบ้าง     โลกของหนูยังว่างอีกหลายที่
ทุกคราวหลับรับประกันจะฝันดี               ตื่นจะพบไมตรีกับความรัก
        
                                                        นรพัลลภ ปณุทนรพาล 
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-08-30 21:09:44


ความคิดเห็นที่ 6 (2297614)

 

                  สำนวนรองชนะเลิศบทกวีการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า 
                                      ครั้งที่ ๑๑ ประจำปี๒๕๕๕

                                    วางธงลงแล้วนั่งล้อมวงคุยกัน

            มาเถิด..เราจะคุยกันฉันเพื่อน                       ให้เสมือนยิ่งกว่ามิตรสหาย
ซึ่งคุ้นเคยร้อยปีไม่มีคลาย                                   แบบสบายสบายเรื่องเบาเบา
                มาเถิด..เราจะคุยกันฉันญาติ                ในรูปแบบบรรยากาศผู้ร่วมเหย้า
ซึ่งคุ้นตาคุ้นใจแต่วัยเยาว์                                     พี่น้องเราด้วยกันทั้งนั้นเลย
                มาเถิด...เราจะคุยกันฉันคนไทย           ด้วยความเชื่อหัวใจคนเปิดเผย
มีรอยยิ้มน่านิยมเขาชมเชย                                 ไม่ยิ้มเย้ยแบบว่าซ่อนท่าที
                มาเถิด...จะล้อมวงกันตรงไหน              ห้องหัวใจคือลานสถานที่
จิบดื่มธาตุศรัทธาทิพย์วารี                                    เคล้าคลอเสียงดนตรีกวีการ
                เชิญเถิด...ไม่ต้องมีพิธีเฉพาะ             ทุกเวลาล้วนแต่เหมาะสมัครสมาน
เราทุกคนพร้อมหน้าเป็นประธาน                        ไม่ประท้วง...ไม่คัดค้านสะท้านใจ
                เชิญเถิด..เรากระหายใคร่ขอฟัง         ทุกความคิดปิดขังแต่ครั้งไหน
จงปลดปล่อย เปลื้องปลดจงหมดไป                   อย่าเก็บงำซ่อนไว้แม้ไรรอย
                เราจะนั่งพูดคุยอย่างออกรส               ทุกหัวใจจ่อจดดื่มรสถ้อย
แม้ตะวันเคลื่อนย้ายถึงบ่ายคล้อย                       ก็จะคอยฟังให้จบจนครบครัน
                แต่...ได้โปรดวางธงลงเสียก่อน           ขณะเริ่มพูดตอนสมานฉันท์
ไม่มีธงเพียงมีธรรมเป็นสำคัญ                             สิ่งที่ฝันก็จะเห็นเกิดเป็นจริง
                               
                                                                                ยุคลวรรณ                     
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-08-30 21:40:57


ความคิดเห็นที่ 7 (2297640)

 ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น "กอนกูย" วันที่ตอบ 2012-08-31 03:15:59


ความคิดเห็นที่ 8 (2297641)

 “กระดาษแผ่นดิน”

            ณ ที่นี้สุขดีกว่าที่ไหน              ประชาธิปไตยเบ่งบานเต็มลานฝัน

ไม่สร้างกฎกติกาให้ฆ่ากัน                    ไม่ขีดคั่นพื้นที่ด้วยสีใด

เจ้าปกครองเขตแดนแผ่นกระดาษ          ตวัดวาด....เส้นสื่อ....แสนซื่อใส

ความตั้งใจจานเจือจากเนื้อใจ                ปาดเหงื่อไคลจนแก้มน้อยเปื้อนรอยดำ

บอก “พ่อจ๋า ดูซิ...นี่ภาพหนู                 ยกรูปชู...แย้มยิ้ม อย่างอิ่มหนำ

ตามองเพ่ง สักพัก แล้วพึมพำ                กลั่นน้ำคำหยาดเยาว์เล่าเรื่องราว

ว่า “ตรงนี้หนูวาดราษฎร”                      พานแว่นฟ้าคืออาภรณ์ผ่อนร้อนหนาว

หน้าทุกหน้าอาบยิ้มอิ่มนานยาว              ใต้ดวงดาวสันติภาพทาบแสงทอ

            ไม่ลงสี หนูคงไม่ลงสี              ไม่อยากมี เหลือง – แดง  แบ่งแม่พ่อ

เช่นร้อยพันอันธพาลผ่านหน้าจอ             บ้างหลอกล่อบ้างก่นด่าไม่น่าฟัง

เขาคงมีภาพวาดกระดาษเขา                  หลอมรูปเงาร้ายร้ายระบายหวัง

เขาคงขีดสงครามความเกลียดชัง            สงสารจัง กระดาษ, ราษฎร

อยากลบรอยลบล้างด้วยยางลบ              หยุดจุดจบ หดหู่ อุทาหรณ์

ก่อนตะกอนสกปรก ตกตะกอน                ฝังทุกข์ร้อน แนบภาพ ตราบนิรันดร์

            ณ ที่นี่ นาทีนี้ คือที่ไหน ?         ใครหนอใครแลเหลียวหนึ่งเสี้ยวฝัน

กับสังคมแตกต่างถึงทางตัน                    ภาพเหล่านั้น ลบเลือน เปื้อนน้ำตา

                                                                             นิตยา พูนเพิ่ม

บทกวีรางวัลพานแว่นฟ้าชนะเลิศปี ๒๕๕๒ 

 

 

วาดรูปประเทศยังไม่เสร็จเหรอครับ กรรมการพานแว่นฟ้าทั้งหลาย

ผู้แสดงความคิดเห็น ผมผิดหวังจริงๆ วันที่ตอบ 2012-08-31 04:40:04


ความคิดเห็นที่ 9 (2297678)

                                นอกจากจะใช้สัญล้กษณ์ และการเดินเรื่องเข่นเดียวกับ กระดาษแผ่นดิน แล้ว  นรพัลลภ ยังก๊อบปี้แนวคิดบทกวีของตน

เองเมื่อปีที่แล้ว มนุษย์วะ มนุษย์เหวย คือพยายามแสดงให้เห็นว่า แท้จริงแล้ว รัฐชาติเป็นสิ่งที่เกิดขี้นภายหลังที่มนุษย์สร้างขี้น โดยสรรพสิ่ง

อื่นไม่รับรู้ เช่น นกบินข้ามเขตประเทศไปมา (จากมนุษย์วะ มนุษย์เหวย) ซื่งถือเป็นแนวคิดที่ดีเป็นอุดมคติ  แต่ข้อที่น่าตำหนิ(คำแรง) คือ

ความคิดคุณมีแค่นี้ เองหรือ (ถามทั้งคนเขียนและกรรมการ) งานที่สมควรได้รับการยกย่องขื้นรับรางวัล ควรจะเป็นงานที่นำเสนอแนวความคิด

ใหม่ ๆ และการหาทางออกใหม่ๆให้กับสังคมใช่หรือไม่(ถามกรรมการ) เพราะมิฉะนั้นแล้ว ผู้เขียนก็จะหยิบความคิดเดิมๆของตนเอง แล้วมา

เปลี่ยนรูปแบบ อาศัยลีลาจากงานประพันธ์คนอื่น ส่งมารับรางวัลไปทุกปี รางวัลนี้ก็จะหมดความขลังและคุณค่าลดลงในที่สุด

                             อย่างไรก็ตาม โลกของหนูยังมีจุดที่พัฒนาการ ตรงที่ว่า ความคิด และการลำดับความเป็นระเบียบขี้น นำเรื่องและจบอย่าง

ลงตัวเช่นเดียวกับกระดาษแผ่นดิน ไม่ยุ่งเหยิงรุงรังเหมือนมนุษย์วะ มนุษยํเหวย แต่เมี่อหาค่าเฉลี่ยกับข้อเสียแล้ว ก็ไม่สมควรจะได้รับรางวัล

ชนะเลิศแต่อย่างใด และขอตั้งข้อสังเกตอะไรบางอย่างว่า นรพัลลภ จะต้องคว้ารางวัลไปอีกหลายปี

                                      

ผู้แสดงความคิดเห็น อัสดง วันที่ตอบ 2012-08-31 09:54:04


ความคิดเห็นที่ 10 (2297683)

 หนูหวังเห็น อะไร ไม่กี่อย่าง     หวังเห็นการแบ่งข้าง การหวงแหน

หวังเห็นความเห็นแก่ตัวทั่วดินแดน         หวังเห็นความโกรธแค้นฝังแน่นใจ
 
มีใครอยากมาอยู่กับหนูบ้าง     โลกของหนูยังว่างอีกหลายที่
ทุกคราวหลับรับประกันจะฝันดี               ตื่นจะพบไมตรีกับความรัก
 
 
 
 
ไม่เข้าใจสองบทข้างบน กวีอาจลึกซึ้งกว่าที่เราคิด ใครช่วยตีความให้หน่อยได้มั๊ยครับ
 
 
 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น สงสัย วันที่ตอบ 2012-08-31 10:02:02


ความคิดเห็นที่ 11 (2297688)

เด็กมันอยากเห้นความเห็นแก่ตัว  อยากเห็นการแบ่งข้าง  อยากเห็นความโกรธแค้น    กลอนมันพาไป  ลักษณะงานก็อบปี้  ลอกไปลอกมาไปไม่เป็น  พวกกรรมการเอยๆๆๆๆๆๆๆ   ที่สำคัญ  พวกนักกลอนได้ชมเชยเพียบ   จามรี  ได้แทบทุกปี

ผู้แสดงความคิดเห็น ต้อย วันที่ตอบ 2012-08-31 10:06:38


ความคิดเห็นที่ 12 (2297787)

อยากให้โพสต์ บทกวีรางวัลชมเชยทุกรางวัลด้วยครับ อยากอ่าน

ผู้แสดงความคิดเห็น คนอยากอ่าน วันที่ตอบ 2012-08-31 14:32:00


ความคิดเห็นที่ 13 (2297881)

พวกกวีตกรอบ กำลังสำรอกใส่เว็บไซต์ พาลด่าเขาไปหมด เขาเรียกขี้แพ้ชวนตี ดีแต่ด่าเขาข้างเดียว แน่จริงลงชื่อจริงมาเลย อย่าดีแต่เห่า ลอบกัดไปวันๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น เบื่อหมาลอบกัด วันที่ตอบ 2012-08-31 23:18:57


ความคิดเห็นที่ 14 (2297904)

  หนูหวังเห็น อะไร ไม่กี่อย่าง     หวังเห็นการแบ่งข้าง การหวงแหน

หวังเห็นความเห็นแก่ตัวทั่วดินแดน         หวังเห็นความโกรธแค้นฝังแน่นใจ

บทนี้..แสดงถึงความสับสนของคนเขียน เนื้อความไม่ชัดเจน กำลังหาที่ลง ตามเม้นท์ข้างบน บอกได้ถูกต้องก๊อปปี้งาน "กระดาษแผ่นดิน"ชัดๆกรรมการมีมันสมองไม่เท่าคนชอบอ่านอย่างผมหรือไงกันครับ บทกวีที่สมควรจะได้รับรางวัลชนะเลิศ ควรจะมีคุณสมบัติต่อไปนี้

๑.เปี่ยมด้วยเนื้อหาที่สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน

๒.มีความคิดแปลกใหม่ และการนำเสนอที่น่าสนใจ

๓.การใช้คำลื่นไหล แสดงถึงความสามารถในเชิงกวี เหมาะสมที่จะได้รับรางวัล (ในบทกวีนั้นๆที่รังสรรค์ขึ้นมาด้วยตัวเอง ตามกฎของการประกวดที่เน้นว่า ห้ามลอกเลียนใคร)
๔.มีเนื้อหาที่กว้างและลึก (แต่บท "โลกของหนู"มีธีทของเรื่องแค่เพียงบางๆเท่านั้น)

๕.มีการชี้นำทางออกให้กับสังคมประชาธิไตย สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการประกวด
๖.ผู้อ่านได้อรรถรสในการอ่าน มีอารมณ์ร่วมไปกับบทกวีนั้น

แต่ "โลกของหนู"...ไม่ได้ตรงตามประเด็นที่กล่าวมา แม้เพียงสักข้อเดียว และเต็มไปด้วยบทพรรณาเสียส่วนใหญ่ ซึ่งนักกลอนทั่วไปก็สามารถเขียนได้ ไม่นึกว่าบทกวีที่มีลักษณะเพียงเท่านี้ จะได้รับรางวัลชนะเลิศ แค่รางวัลชมเชย ยังว่าสูงไปด้วยซ้ำ เพราะลอกแนวคิดมาชัดๆการลงเสียงสูงต่ำของสัมผัส ก็ไม่ลื่นไหล หมดเปลืองถ้อยคำไปกับการพรรณา ซ้ำๆๆๆ...แต่ละวรรคจะต้องมีถ้อยคำที่หนักแน่นกว่านี้...

ผู้แสดงความคิดเห็น นักอ่านชั้นเซียน วันที่ตอบ 2012-09-01 03:14:42


ความคิดเห็นที่ 15 (2297918)

ข้อเขียนของนักอ่านชั้นเรียน เป็นการแสดงความคิดเห็นของผู้มีความรู้ ความคิด มีเหตุผล และสำคัญมีความเป็นสุภาพชน ส่วนใครจะเห็นด้วยไหนด้วย อยู่ที่วิจารณญาณ แต่คนก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งนั้น เบื่อแต่พวกอีแอบ ที่คอยแต่จะด่าว่า วิจารณ์ผู้อื่นอย่างเสียๆหายๆ นอกจากไม่มีเหตุมีผลแล้ว ยังขาดความกล้าหาญในเชิงจริยธรรม ส่อให้เห็นว่าได้รับการศึกษาอบรมมาน้อย แล้วยังบังอาจใช้คำใหญ่ๆหยาบๆ น่าเวทนามาก

ผู้แสดงความคิดเห็น เบื่อหมาลอบกัด วันที่ตอบ 2012-09-01 06:55:44


ความคิดเห็นที่ 16 (2297984)

            สำนวนรางวัลชมเชยบทกวีการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า 

                                      ครั้งที่ ๑๑ ประจำปี๒๕๕๕

                                          ดอกไม้การเมือง

        เมื่อต้นประชาธิปไตยผลิใบอ่อน        หลังถูกกร่อนกิ่งเหี้ยนใบเตียนโกร๋น 
โดยอุ้งมือสาสตรามหาโจร                        อดีตโพ้นพลิกภาพสลับกัน                                  
       “ดอกประชาธิปไตย” ก็ได้เกิด             หอมเจริดกลิ่นฟุ้งจรุงขวัญ  
ได้เชิญชวนมวลผกานานาพันธุ์                 จากอรัญมุ่งมาสู่นาคร
       เลือก “ดอกพุทธรักษา” เป็นนายก      เพื่อป้องปก สุจริต สิทธิ์เกสร
เพรียกความสันติสุขทุกขั้นตอน                 ให้ภมรความชื่นมื่นคาบคืนมา
      “ให้ดอกข้าว” คุมด้านการเกษตร         สร้างทุกเขตให้สมดุลเกิดคุณค่า
รับจำนำผลผลิตติดราคา                            กันพ่อค้ากักตุนหมุนกำไร                                    
       ให้ “เฟื่องฟ้า” คุมด้านการพาณิชย์      เศรษฐกิจปรวนแปรต้องแก้ไข
ให้เฟื่องฟ้าเฟื่องฟุ้งจรุงไกล                       ให้ผองไทยพ้นจากความยากจน
       ให้ “ดอกรัก” คุ้มครองผองมนุษย์        ก้าวสู่จุด สามัคคี มีเหตุผล
หยุดกล่าวย้ำทำเพื่อประชาชน                    แท้เพื่อตนเติมบวกเพื่อพวกพ้อง
        ให้ “ดาวเรือง” คุมด้านการศึกษา        ครูทั่วหน้าต้องก้าวพ้นความหม่นหมอง             
ปรับเงินเดือนเลื่อนฐานะคอยประคอง         เรียนฟรีของเด็กไทยให้เป็นจริง
        ให้ “บานไม่รู้โรย” โปรยพิสุทธิ์            คุมการยุติธรรมนำชาย-หญิง
คงความดีมีหลักไว้พักพิง                            ไม่เอนอิงเอนเอียงความเที่ยงตรง                                         
   
        ให้ “ดาหลา” แหลงใต้ดับไฟร้อน         ขับตัวหนอนที่ซึ่งไม่พึงประสงค์
หน้าที่ทำสำคัญความมั่นคง                         เพื่อดำรงเอกราชคู่ชาติ-ชน
         ให้ “บัวขาว” บูรณะศาสนา                 เสริมคุณค่าความดีมีเหตุผล
คุณธรรม-มโนธรรม-นำจิตคน                      เป็นบัวพ้นผิวน้ำพ้นต่ำตม
         ให้ “ชัยพฤกษ์” คุมการทหารกล้า        เพื่อรักษาอธิปไตยได้เหมาะสม
ไม่ตบเท้าก้าวออกไปนอกกรม                     เพื่อโค่นล้มอำนาจรัฐบาล
         ให้มหามาลีทั้งสี่ทิศ                             เนรมิตกลิ่นสีที่ไพศาล
“ดีช่วยเชิด” “ชั่วช่วยเฉด” ทุกเหตุการณ์       เพื่อให้บ้านเมืองหอมย้อมโลกงาม
                                                                    
                                                                          พีรพัฒน์ คงเพ็ชร
 
 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-01 12:57:04


ความคิดเห็นที่ 17 (2298009)

      อันติฉินนินทาอย่าปรากฏ

 

      ขอแสดงความยินดีกวีแก้ว

งามผ่องแผ้วคำประพันธ์ฉันท์อักษร

อาจมีบ้างหลายหลากคนใจร้าวรอน

กับบทกลอนรับรางวัลอันยิ่งใหญ่

 

       ไฟลุกโชนโหมกระหน่ำคำสำแดง

รางวัลแห่งเกียรติยศมิสดใส

 มากผู้นามกล้าแถลงสิ่งเป็นไป

เพราะเหตุใดถึงแว่นฟ้าค่าไม่พอ

 

       อันผลงานคัดลอกมาว่าวิจิตร

สะท้อนคิดเรื่องคนเก่าเศร้าจริงหนอ

ประชาธิปไตยกระดาษลออ

ร้อยถักทอเรียบเรียงใหม่ให้สวยงาม

 

       พึงแลเถิดจารจรดถ้อยบทกานท์

คุณค่างานดีเยี่ยงไรใคร่ไถ่ถาม

ก่อนจารึกฝากเกียรติไว้ดำรงนาม

คนเขาหยามต้องเพ่งพิศพินิจดู

 

       โปรดตอบแจ้งแถลงการณ์ให้ปรากฏ

โศกสลดจะหมดไปไม่อดสู

คณะกรรมการกี่ท่านที่เป็นครู

ใคร่รับรู้คำอ้อนวอนตอนนี้นา

 

       เกิดเติบใหญ่ภายใต้ธงไตรรงค์นี้

สุขสุขีอยู่สำราญตามประสา

ประชาธิปไตยแปดเปื้อนน้ำตา

อำนาจฟ้าคือความยุติธรรม

 

       กระบอกปืนยืนหยัดอยู่คู่แผ่นดิน

น้ำตารินสิ้นเสียงปืนทุกข์กลืนกล้ำ

สู้เคียงข้างแม้ชีพสิ้นเพียงถ้อยคำ

ประกาศย้ำจริงเท็จลวงปวงประชา

 

       ลับลวงพรางซ่อนบางอย่างด้วยมือใคร

ประชาธิปไตยใช่แท้ใฝ่หา

อุดมการณ์มอดดับดิ้นสิ้นศรัทธา

ผ่านแว่นฟ้าเล่าบอกกล่าวเราทุกคน

 

       ทุกบทกานท์รางวัลอันทรงเกียรติ

ควรละเมียดงามคุณค่าจารึกผล

แม้ปรากฏสู่สายตาแก่ปวงชน

แลต้องพ้นคำติฉินนินทาเอยฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

ทรชนบ้านนอก

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-09-01 15:28:54


ความคิดเห็นที่ 18 (2298011)

(แก้ไขครับ)

 

      อันติฉินนินทาอย่าปรากฏ

 

      ขอแสดงความยินดีกวีแก้ว

งามผ่องแผ้วคำประพันธ์ฉันท์อักษร

อาจมีบ้างหลายหลากคนใจร้าวรอน

กับบทกลอนรับรางวัลอันยิ่งใหญ่

 

       ไฟลุกโชนโหมกระหน่ำคำสำแดง

รางวัลแห่งเกียรติยศมิสดใส

 มากผู้นามกล้าแถลงสิ่งเป็นไป

เพราะเหตุใดพานแว่นฟ้าค่าไม่พอ

 

       อันผลงานคัดลอกมาว่าวิจิตร

สะท้อนคิดเรื่องคนเก่าเศร้าจริงหนอ

ประชาธิปไตยกระดาษลออ

ร้อยถักทอเรียบเรียงใหม่ให้สวยงาม

 

       พึงแลเถิดจารจรดถ้อยบทกานท์

คุณค่างานดีเยี่ยงไรใคร่ไถ่ถาม

ก่อนจารึกฝากเกียรติไว้ดำรงนาม

คนเขาหยามต้องเพ่งพิศพินิจดู

 

       โปรดตอบแจ้งแถลงการณ์ให้ปรากฏ

โศกสลดจะหมดไปไม่อดสู

คณะกรรมการกี่ท่านที่เป็นครู

ใคร่รับรู้คำอ้อนวอนตอนนี้นา

 

       เกิดเติบใหญ่ภายใต้ธงไตรรงค์นี้

สุขสุขีอยู่สำราญตามประสา

ประชาธิปไตยแปดเปื้อนน้ำตา

อำนาจฟ้าคือความยุติธรรม

 

       กระบอกปืนยืนหยัดอยู่คู่แผ่นดิน

น้ำตารินสิ้นเสียงปืนทุกข์กลืนกล้ำ

สู้เคียงข้างแม้ชีพสิ้นเพียงถ้อยคำ

ประกาศย้ำจริงเท็จลวงปวงประชา

 

       ลับลวงพรางซ่อนบางอย่างด้วยมือใคร

ประชาธิปไตยใช่แท้ใฝ่หา

อุดมการณ์มอดดับดิ้นสิ้นศรัทธา

พานแว่นฟ้าเล่าบอกกล่าวเราทุกคน

 

       ทุกบทกานท์รางวัลอันทรงเกียรติ

ควรละเมียดงามคุณค่าจารึกผล

แม้ปรากฏสู่สายตาแก่ปวงชน

แลต้องพ้นคำติฉินนินทาเอยฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

ทรชนบ้านนอก"

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-09-01 15:32:51


ความคิดเห็นที่ 19 (2298027)

 

                   สำนวนรางวัลชมเชยบทกวีการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า 
                                      ครั้งที่ ๑๑ ประจำปี๒๕๕๕

                                                     “เงา”

            เพียงแสงต้องส่องตัวอยู่ไหวไหว          เงาจึงได้ชัดเจนมองเห็นอยู่  
สัจธรรมหมุนเวียนให้เรียนรู้                             เป็นของคู่กันไปในธรรมดา                
             แต่เงื้อมเงาการเมืองมีเบื้องหลัง          ตัวจริงนั่ง...เงาอาจยืนขึ้นสง่า               
แหวกกฎเกณฑ์ธรรมชาติประหลาดตา               เลือกเขามาทั้งที่เขา...เงาอีกคน                             
             
ยิ่งแตะต้องยิ่งว่างเปล่ายิ่งฉาวโฉ่         ยิ่งเหมือนโซ่ล่ามปากยากสร้างผล       
ยิ่งตัวจริงสั่งการผ่านฝูงชน                              เงาก็ดลเงาก็สร้าง.....ไม่วางมือ
             จึงสังคมจมบาปแต่ภาพหลอน             แล้วสั่นคลอนใช่ชวนควรนับถือ                        
อำนาจธรรม วันนี้ ยังมีฤา                                หรือคนถือตัวจริงยังสิงเงา
   
             สงสารเงาเจ้าเอ๋ยเคยหยุดพัก             ใครจะรักใครจะชังก็ชั่งเขา
เมื่อต้องเล่นบทบาทเกินคาดเดา                       แสงส่องเจ้าให้เหนื่อยล้ามารยาลวง            
             เป็นความหวังของใครใครก็รู้               ผองราษฎร์ผู้กำหนดการปลดบ่วง
หรือตัวจริงหวังอะไรจากไทยปวง                      ไม่ต้องห่วงความเป็นไปในสังคม
   ถ้าชาติไทยเป็นกระดาษคงขาดยับ       เพราะอาภัพผู้รักษาซึ่งเหมาะสม
เมื่อไรหนอจะปลดแอกที่แบกตรม                      หากหลงจมอเวจีต่างสีกัน
             
กี่ครั้งที่เงาดุมัจจุราช                          มาพิฆาตประชาชนจนโศกศัลย์           
แลกกี่เลือดจะเห็นทางสว่างพลัน                       คำตอบนั้นตัวกับเงาคงเข้าใจ
            หยุดหรือยังพลังเงียบเคยเพียบพร้อม     หรือจะยอมเห็นเงาเขายิ่งใหญ่
หนึ่งเสียงสื่อต้านวิกฤตแห่งพิษภัย                      ก่อนจะไม่เหลือเงาของเราเอง             
                
                
                                                                วิษณุ พุ่มสว่าง
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-01 17:23:31


ความคิดเห็นที่ 20 (2298032)

 

   สำนวนรางวัลชมเชยบทกวีการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า 
                     ครั้งที่ ๑๑ ประจำปี๒๕๕๕

                       “พระเอกคนเดิมของป้า”

        มาแล้ว...พระเอกของป้า         รถป้ายโฆษณาหาเสียง
ป้าเทใจให้ไม่เอียง                          รู้เพียงเบอร์ก็...พอแล้ว
        ไม่ต้องฟังนโยบาย                 ไม่ต้องสาธยายเจื้อยแจ้ว
เคยเลือกจดจำย้ำแนว                     ต่อแถวตามมากาทุกที
        ผู้แทนทำอะไรป้าไม่รู้              ไม่ดูที่พรรคที่สี
รวยเงินแจกป้า.....ว่าดี                     ผู้แทนผู้ที่...ติดดิน
        งานวัดงานวาไม่ขาด               งานราษฎร์ที่ไหนไปสิ้น
เอาเงินไปให้....ไปกิน                      โชว์ตัวทั่วถิ่นให้ซึ้งคุณ
          ป้าตั้งใจกาเบอร์นี้                     ตอบแทนท่านที่เกื้อหนุน
เพราะท่านเมตตาการุณย์                 เจือจุนคนบ้านเดียวกัน
        ไม่เคยสนใจเลยว่า                   เงินทอง...ท่านมา..ให้นั่น
แปดเปื้อนไปบ้างช่างมัน                  แบ่งปันป้าก็พอใจ
         ป้าไม่เคยรู้หรอกว่า                  รัฐธรรมนูญมีค่าเพียงไหน
รัฐธรรมนูญนั้นคืออะไร                     มันไกล...เกินกว่า.....ป้าคิด
         ป้าดูแต่หนังละคร                     ทุกตอนแต่ต้นจนติด
การเมืองรู้หน่อยน้อยนิด                   มีสิทธิ์เพียงใด......ไม่รู้
          แต่ป้าไปเลือกทุกที                 ไปเลือกคนที่เห็นอยู่
กี่หน...กี่ครั้ง...นั่งดู                             หวานหมู....ผู้แทน...คนเดิม
          ถ้าถามป้าว่าทำไม                   ไม่เลือกคนใหม่ริเริ่ม
ป้าก็ขอตอบเพิ่มเติม                          ช่วยเสริมคนนี้ดีจริง
          เบอร์อื่นห่างไกลไปหน่อย        ไม่ค่อยมายุ่งสุงสิง
ได้ดีทีจะละทิ้ง                                    สุดวิ่งไปถึงพึ่งพา
          พระเอกของป้านั่งยิ้ม                กระหยิ่มสดใสในหน้า
เลือกตั้งกี่ครั้งกี่ครา                             มีคนอย่างป้า....”ง่ายจัง”
                               
                                                                นนทวรรรณ บุญวงษ์
               
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-01 18:14:32


ความคิดเห็นที่ 21 (2298086)

สัพเพ สัตตา,

อเวราโหนตุ,

อัพยาปัชฌา  โหนตุ,

อะนีฆา โหนตุ,

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

ผู้แสดงความคิดเห็น จิ้งจกทัก วันที่ตอบ 2012-09-02 00:40:37


ความคิดเห็นที่ 22 (2298113)

อย่าลืมแผ่เมตตาและบังสุกุลให้ตัวเองด้วยนะจ๊ะจิ้งจกทัก

ผู้แสดงความคิดเห็น คนทัก วันที่ตอบ 2012-09-02 09:42:08


ความคิดเห็นที่ 23 (2298149)

 

            “มิตรภาพอยู่ที่ใด”

 

๑.     อยู่ร่วมกันฉันมิตรรักเอื้ออาทร

อย่าร้าวรอนเย้ยหยามหยันฉันท์อักษร

ร้อยเรียบเรียงเรื่องเก่าใหม่มาตัดตอน

อาจยอกย้อนเวียนวกวนปะปนกัน

 

๒.    ภาษาไทยถ้อยสำนวนว่ากวนเกรียน

ใครจักเขียนถ้อยคำด่าพาโศกศัลย์

เขาเรียงร้อยเพราะใจรักบทประพันธ์

อันรางวัลนั้นเพียงแค่ยาปลอบใจ

 

๓.    ใครมีดีที่ว่าเด่นเป็นศรีศักดิ์

แจงประจักษ์ถักอักษรกลอนสมัย

ร่วมส่งเสริมเติมต่อภาษาไทย

ดีกว่าพร่ำด่าเขาไปไม่มองตน

 

๔.    สำนวนคำส่องสะท้อนมุมความคิด

ใจอย่าปิดจนคับแคบแอบฉ้อฉล

เปิดจิตกว้างเห็นสว่างสิ้นมืดมน

เหตุกับผลมีสองด้านเพียงผ่านใคร

 

๕.    อันรางวัลเกียรติยศทรงคุณค่า

แม้นตรวจตรารายละเอียดพิสมัย

เผยสู่สาธารณชนฝากไว้

โหวตผลงานผ่านเว็บไซต์ได้ยิ่งดี

 

๖.     ประชาสัมพันธ์เด่นชัดตัดปัญหา

พิจารณาทางเลือกใหม่อาจสดสี

หลายท่านชมมากคนอ่านล้านวิธี

ดีกว่ามีกรรมการงานชุดเดียว

 

๗.    แม้ใครที่ดีแต่ด่าว่าแต่เขา

โศกอับเฉาเศร้าเสียจริงยิ่งห่อเหี่ยว

มือไม่พายเท้าราน้ำกระแสเชี่ยว

เอาแต่เที่ยวด่าประจานผลงานแล

 

๘.    หยุดเถิดครับเพื่อนพี่น้องห้องกวี

อย่าเสียดสีติฉินด่าตามกระแส

มองหลายด้านทุกวงการย่อมเปลี่ยนแปร

อุบาทว์แท้แค่รางวัลยังฟั่นเฟือน

 

๙.     ฝากบทกานท์ก้มกราบท่านสุดเคารพ

นิ่งสงบไตร่ตรองเถิดผองมิตรเพื่อน

สานสัมพันธ์ไมตรีไว้อย่าลืมเลือน

เราเสมือนผู้ร่วมสร้างความเป็นไทย

 

๑๐. มิตรภาพอยู่ที่ใดใครช่วยบอก

ใจช้ำชอกยิ่งนักแท้แลสมัย

กานท์บทนี้ร้อยจากจิตมอบฝากไป

จารึกไว้เป็นพยานผ่านสมาคมฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-09-02 13:51:05


ความคิดเห็นที่ 24 (2298214)

ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอน วันที่ตอบ 2012-09-02 21:24:33


ความคิดเห็นที่ 25 (2298219)

น่าจะประกาศสำนวนที่ผ่านรอบแรกด้วย จะได้เป็นกำลังใจให้กับผู้ส่งเข้าประกวด ว่าผลงานของตัวเองก็เข้าตากรรมการ ไม่ทราบว่าคุณผู้สื่อข่าวสายเทพมีข้อมูลหรือไม่..ช่วยบอกที

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ส่งประกวด วันที่ตอบ 2012-09-02 22:42:51


ความคิดเห็นที่ 26 (2298225)

 

เป็นฟืนเป็นไฟแทบไหม้วง.

หนูเห็นแล้วปลงขอหลบหนี

อ่านตำราเสียดีกว่าคงเข้าที

ณ ที่นี้หนูขออ่านผ่าน ผ่านพอ

"

หนูขออนุญาตเรียนถามคุณลุงทองแถมค่ะ

ว่าทำไมเขาถึงเรียกนักเลงกลอนคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นักเรียนกลอน วันที่ตอบ 2012-09-02 23:09:06


ความคิดเห็นที่ 27 (2298238)

การประกาศผลผู้ผ่านการประกวดรอบแรก เคยมีการนำเสนอผู้ดำเนินการจัดประกวดไปแล้ว อาจจะมีผลในปีต่อไป ในส่วนตัวเห็นด้วยที่ควรจะประกาศผลการประกวดผู้ผ่านการประกวดในแต่ละรอบ แต่ต้องประกาศหลังการประกวดเสร็จสิ้นแล้ว เพราะถ้าประกาศเป็นระยะๆ จะทำให้เสียความเป็นธรรม ทำให้ทราบว่าเป็นสำนวนของผู้ใด ไม่เป็นความลับ สำนวนที่ส่งเข้าประกวดทุกสำนวนจะปกปิดชื่อเจ้าของสำนวนอย่างเคร่งครัดมาก เป็นระบบราชการ ต้องรักษาความลับ และรักษาความยุติธรรม

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-03 05:42:37


ความคิดเห็นที่ 28 (2298240)

 

                    สำนวนรางวัลชมเชยบทกวีการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า 
                                      ครั้งที่ ๑๑ ประจำปี๒๕๕๕

                                               ตาบอดคลำช้าง”

            ต่างร้องแลกแหกปากกระชากเสียง      ต่างถกเถียงท้าทายระคายหู                 
ต่างก่นโคตรโกรธขึ้งขึ้นมึงกู                           เป็นศัตรูกันทั้งบ้านเพียงการเมือง
            ต่างถามหาประชาธิปไตย                    ที่เต็มใบสวยหรูแสนฟูเฟื่อง
แต่พบพานผ่านหูอยู่เนื่องเนือง                        กลับเป็นใบแดงเหลืองทั่วภารา
            ต่างไม่หยุดดั้นด้นค้นคำตอบ               เฮ้ยระบอบที่โปร่งใสอยู่ไหนหวา
บ้างสอดส่องมองไปในสภา                             ก็พบว่าวิวาทะกันสะใจ
            บ้างเดินย้ำซ้ำรอยทุกซอยซอก            ต่างตะคอกกรอกหูว่าอยู่ไหน
มาซิวะประชาธิปไตย                                       ตะโกนข้ามหัวใครก็ช่างมัน
            บ้างมั่วสุมทุ่มเถียงเสียงโฮกฮาก          แสยะปากลามปามถามสวรรค์
ทั้งถุยขากถากถางอย่างแสบคัน                       จาบจ้วงกันถึงฟ้าน่าจะรู้
            ประชาธิปไตยเต็มใบแท้                       บ้างเห็นแค่เพียงผ่านการต่อสู้
เห็นต่างกันนั้นหรือคือศัตรู                                บ้างต้องใช้กฎหมู่มาไล่เลียง
            บ้างเห็นพ้องต้องผ่านการเลือกตั้ง        แต่เลือกกันกี่ครั้งยังซื้อเสียง
ได้ผู้แทนหัวเบี้ยเหมือนเพลี้ยเพรียง                  ก็พบเพียงระบอบไม่ชอบธรรม
            บ้างก็เหมาเอาเพียงเสียงส่วนใหญ่        พอพวกมากลากไปก็ถลำ
ลากเข้าพงเข้ารกตกหลุมดำ                              ระบอบก็ยังย่ำอยู่ร่ำไร
            ประชาธิปไตยเต็มใบนั้น                        ใช่จะว่าตั้งครรภ์จากปืนใหญ่
หรือตกฟากจากรถถังแม้ครั้งใด                         ไม่เต็มใบสมหวังสักครั้งครา
            ต่อให้ย่ำซ้ำรอยล้วนร้อยรอบ                 ยากจะเจอระบอบที่ใฝ่หา
เพราะต่างยลคนละข้างเห็นต่างตา                    นิยามที่ได้มาผิดแผกกัน
            เหมือนตาบอดคลำช้างต่างไขขาน       ว่ารูปลักษณ์คชสารเหมือนนี่นั่น
ณ จุดใดใครคลำก็สำคัญ                                   ว่าจุดนั้นคือกายาคชาธาร
            หากใคร่ครวญทวนทบและขบคิด           ลองเอาผิดเป็นครูรู้คิดอ่าน
ใช้เหตุผลปัญญาปรีชาชาญ                                อาจพบพานคำตอบอันชอบธรรม
 
                                                                     จำลอง สวนะคุณานนท์
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-03 05:56:26


ความคิดเห็นที่ 29 (2298291)

เรียนท่านสมาชิกผู้สนใจ สำหรับสำนวนกลอนที่ได้รับรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี ๒๕๕๕ จะพิมพ์ตามต้นฉบับเดิม ไม่มีการแก้ไขปรับปรุงใดใดทั้งสิ้น ทั้งนี้เพื่อยืนยันต้นฉบับเดิมที่ส่งเข้าร่วมประกวดแข่งขันทุกประการ ส่วนการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่มีสิทธิในการแสดงทรรศนะต่างๆ ขอความกรุณาว่าโปรดใช้คำสุภาพ ใช้เหตุผล  โดยไม่เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยาม หมิ่นประมาทผู้ใด ด้วยความเคารพนับถือในมิตรไมตรีของทุกท่าน 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-03 10:19:50


ความคิดเห็นที่ 30 (2298315)

ขออนุญาตลบความเห็นที่ด่าอย่างเดียวโดยไม่มีข้อมูลอะไรมาเสนอนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น webmaster วันที่ตอบ 2012-09-03 11:40:09


ความคิดเห็นที่ 31 (2298467)

 

 
                  สำนวนรางวัลชมเชยบทกวีการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า
                                        ครั้งที่ ๑๑ ประจำปี๒๕๕๕
                                            
                                          มันมาในคลื่นอากาศ !

ฉันมาในใต้ฟ้าคลื่นอากาศ                      แล้วผงาดเกิดก่อในจอเหลี่ยม
อวดเฉลียวเชี่ยวฉลาดปราชญ์ไม่เทียม               โผล่หน้าเยี่ยมยิ้มพยักยั่วทักทาย         
            ชวนเชิญใช้เงินทองของเราหา                ช่วยจ่ายซื้อสินค้าที่เขาขาย
เผลอฟั่นเฟือนฟุ้งเฟ้อบำเรอกาย                         เงินเหือดหายหากเผลอบำเรอใจ
            มีทั้งภาพทั้งเสียงสำเนียงเสนาะ              เพลินไพเราะระเริงเหลิงหลงใหล
ทั้งอักษรวอนอ่านเห็นการณ์ไกล                         ล้วนลวงให้เราหลงทะนงตน
            ทะนงต่ออัตตาปรีชาฉลาด                      เชิงสามารฉกาจไกลไปทุกหน
ใครดีเลวอยู่ที่ไหนในสากล                                  มันบอกจนแจ่มแจ้งทุกแหล่งทาง
            คนฝ่ายนี้สีนี้สิดีแท้                                   เขามุ่งแก้ปัญหามาทุกอย่าง
คนเหล่าโน้นสิ้นละอายเลวไร้ยาง                         แต่อวดอ้างรักมหาประชาชน
            นั่นคือคนเลวชั่วทำลายชาติ                     มุ่งพิฆาตคนดีให้ปี้ป่น
โน่นพวกโน้นโกงกินลิ้นเล่นกล                             นั่นคือคนฆ่าประชาธิปไตย
            มันแบ่งแยกชนชั้นสรรคำด่า                      คนอื่นล้วนไร้ค่าหาดีไม่
แต่พวกกูเก่งจริงยิ่งกว่าใคร                                   เชิญหลงใหลเคารพน้อมนบกู
            มันมาในใต้ฟ้าคลื่นอากาศ                        แล้วสามารถฉุดลากกระชากถู
ให้คนเกิดอัตตาว่ากูรู้                                            เป็นวิญญูชนเชื่อเหนือกว่าใคร
            มันมาในใต้ฟ้าคลื่นอากาศ                       จะสามารถป้องกันนั้นหาไม่
คลื่นมันคลุมทั่วเขตประเทศไทย                           แบ่งแยกให้ไทยบ้า....ฆ่ากันเอง !
 
                                                                              ดำรงศักดิ์ บุญสู่
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-03 15:23:39


ความคิดเห็นที่ 32 (2298579)

   วรรคแรก  "มันมาในใต้ฟ้าคลื่นอากาศ"

   "มัน"  นะครับ  ไม่ใช่ "ฉัน"

 

  

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-09-03 23:42:22


ความคิดเห็นที่ 33 (2298601)

ขออภัยครับ ขออภัยท่านเจ้าของสำนวนด้วย และโปรดแก้ไขวรรคแรกเป็น "มันมาในใต้ฟ้าคลื่นอากาศ" ขอบคุณผู้สื่อข่าวบ้านนอกครับ   

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-04 06:40:53


ความคิดเห็นที่ 34 (2298692)

 ผิดหวังอีกปีแล้วครับ

ปีหน้าส่งใหม่อีกที

ผู้แสดงความคิดเห็น สานิตย์ สีนาค วันที่ตอบ 2012-09-04 11:15:04


ความคิดเห็นที่ 35 (2298708)

อยากอ่านงานของคุณสานิตย์ สีนาค ค่ะ

เผื่อว่าอาจมีคุณค่ายิ่งกว่าได้รางวัลนะคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น วิไลวรรณ วันที่ตอบ 2012-09-04 11:43:30


ความคิดเห็นที่ 36 (2298758)

เป็นกำลังใจให้สานิตย์ สีนาค เป็นกวีหนุ่มไฟแรง ผู้มีสปิริตและน้ำใจนักกีฬาโดยแท้ ขอให้สร้างงานต่อไป การได้รางวัลหรือไม่ได้รางวัลที่เวทีประกวดแข่งขัน ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดว่าประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในวงการกวีนิพนธ์ เคยอ่านงานของสานิตย์หลายๆสำนวนเป็นงานเชิงคุณภาพและมีคุณค่ากว่างานประกวด และกวีแถวหน้าของประเทศไทยหลายๆท่านก็ไม่ปรากฏว่าเคยได้รับรางวัลจากเวทีประกวดนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านกวีนิพนธ์ วันที่ตอบ 2012-09-04 15:01:02


ความคิดเห็นที่ 37 (2298806)

 ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกสำนวนครับ ^^b

ผู้แสดงความคิดเห็น กระบี่ใบไม้ วันที่ตอบ 2012-09-04 20:13:34


ความคิดเห็นที่ 38 (2298831)

 ขอบคุณคุณวิไลวรรณและ ผู้อ่านกวีนิพนธ์ ทั้งสองท่านมากครับ...ผมส่งงานประกวดก็คาดหวังเล็กๆ ที่ตั้งใจก็เพื่ออยากมีส่วนร่วมใน "กิจกรรม" นั้นๆ เพราะคิดว่า ยังไงตัวเองก็เขียนอยู่แล้ว 

 

ผมยังจะเขียนหนังสือต่อไปครับ แม้ว่าจะไม่ได้รางวัล

 

รู้สึกตื่นเต้น ยินดี ที่มีคนอ่านงานเขียนของผมครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สานิตย์ สีนาค วันที่ตอบ 2012-09-04 22:27:47


ความคิดเห็นที่ 39 (2298904)

ฉันเป็นคนหนึ่งที่ริอยากจะเป็นกวีกับเขาบ้าง  แม้จะรู้ว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ในด้านนี้   มีก็แต่พรแสวง จึงก็ตั้งใจส่งงานเข้าประกวด  อย่างน้อยสุดก็ได้เป็นหนึ่งในสำนวนร้อยๆสำนวน ที่ผ่านตาท่านคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่อาจจะอ่านเพียงครั้งเดียวแล้วก็ขยำโยนลงตะกร้า  แค่นี้ก็ภาคภูมิเกินพอแล้วสำหรับความทะเยอทะยานของฉัน   เคารพเหตุผลที่ใช้ในการตัดสินของคณะกรรมการทุกๆท่าน   ปีหน้าฟ้าใหม่ หรือปีต่อๆไป  ฉันก็จะตั้งใจให้มากกว่านี้ แม้ผลที่ได้ไม่ต่างจากเช่นเดิม.. เพราะฉันอาจไม่ใช่กวี

                         

             หากกวี... มีความหมายที่ไม่มั่น

             หากกวี... มีเชิงชั้นเกินฝันถึง

             หากกวี... ชี้ไม่เห็นเช่นคะนึง

             ฉันอาจจึง.. ไม่ใช่กวี

ผู้แสดงความคิดเห็น ศรีสมภพ วันที่ตอบ 2012-09-05 10:45:27


ความคิดเห็นที่ 40 (2298942)

ขอเป็นแรงใจให้ "ศรีสมภพ" มุ่งมั่นสร้างสรรค์งานออกมาเรือยๆ ทุกเวที ทุกโอกาส ประกวดไม่ประกวดไม่สำคัญ เขียนเถิดเขียนในสิ่งที่อยากเขียน ทำในสิ่งที่อยากทำ วันข้างหน้าจะพบกับความสำเร็จ ขอเป็นกำลังใจให้คุณ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนอ่านกวีนิพนธ์ วันที่ตอบ 2012-09-05 12:46:18


ความคิดเห็นที่ 41 (2299109)

               สำนวนรางวัลชมเชยบทกวีการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า 

                                  ครั้งที่ ๑๑ ประจำปี๒๕๕๕

                                   “สถานการณ์หมอกควัน”

                ควันไฟจากเปลวไฟไล่ล่าหนู             ยังแสบหูแสบตาน่าใจหาย
ลุกลามเมืองเข้าขั้นอันตราย                              คำทักทายทุกคำสำลักควัน  
                ฤดูกาลกำจัดวัชพืช                         หมอกมัวมืดปฐพีไร้สีสัน
ระบายทึบท้องฟ้าทับตะวัน                                บดบังจันทร์เลื่อนลับดับดวงดาว                             
               ใครสุมเชื้อใส่ไฟให้แรงร้อน                ควันขาวซ่อนสิ่งใดใต้สีขาว
เรียงเหตุการณ์ต่อเนื่องทุกเรื่องราว                     ลับกลายก้าวต่อไปไร้ทิศทาง
                ต่างคนต่างตาพร่าน้ำตาไหล              มิเห็นใครเดินคู่อยู่เคียงข้าง
เซสะดุดจุดยืนสะอื้นพลาง                                 มองเถ้าฟางเส้นสุดท้ายในสายลม
                งานศพลูกเพื่อนบ้านหลานเพื่อนพ่อ     เพลงพญาโศกคลอสวดผสม
รอยยิ้มบนใบหน้าพญายม                                  กระหยิ่มถมวิญญาณบนพานทอง
                เลือดในอกกลางไฟสุมในอก              หมอกมัวปกคลุมใจให้ขุ่นหมอง
คนรักเหลือวางเรียงเพียงเถ้ากอง                        ควันลอยจากปากปล่องเมรุปะปน
                สถานการณ์หมอกควันขั้นวิกฤติ           มลพิษสะสมลมสับสน
สวมหน้ากากปิดหน้าประชาชน                            ให้ฝืนทนหายใจไปอีกนาน
                ไม่อยากเห็นยิ้มใครใต้หน้ากาก            แยกแยะยากมือใครจุดไฟผลาญ
ไม่รู้ใครเทวดา-พญามาร                                    ไม่อยากมองใครยิ้มผ่านม่านน้ำตา
                                                                          
                                                                     จามรี ตันไพฑูรย์ดิถี
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-06 06:50:27


ความคิดเห็นที่ 42 (2299111)

 สำนวนรางวัลชมเชยบทกวีการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า 

                                  ครั้งที่ ๑๑ ประจำปี๒๕๕๕

                                   “สถานการณ์หมอกควัน”

                ควันไฟจากเปลวไฟไล่ล่าหนู             ยังแสบหูแสบตาน่าใจหาย
ลุกลามเมืองเข้าขั้นอันตราย                              คำทักทายทุกคำสำลักควัน  
                ฤดูกาลกำจัดวัชพืช                         หมอกมัวมืดปฐพีไร้สีสัน
ระบายทึบท้องฟ้าทับตะวัน                                บดบังจันทร์เลื่อนลับดับดวงดาว                             
               ใครสุมเชื้อใส่ไฟให้แรงร้อน                ควันขาวซ่อนสิ่งใดใต้สีขาว
เรียงเหตุการณ์ต่อเนื่องทุกเรื่องราว                     กลับกลายก้าวต่อไปไร้ทิศทาง
                ต่างคนต่างตาพร่าน้ำตาไหล              มิเห็นใครเดินคู่อยู่เคียงข้าง
เซสะดุดจุดยืนสะอื้นพลาง                                 มองเถ้าฟางเส้นสุดท้ายในสายลม
                งานศพลูกเพื่อนบ้านหลานเพื่อนพ่อ     เพลงพญาโศกคลอสวดผสม
รอยยิ้มบนใบหน้าพญายม                                  กระหยิ่มถมวิญญาณบนพานทอง
                เลือดในอกกลางไฟสุมในอก              หมอกมัวปกคลุมใจให้ขุ่นหมอง
คนรักเหลือวางเรียงเพียงเถ้ากอง                        ควันลอยจากปากปล่องเมรุปะปน
                สถานการณ์หมอกควันขั้นวิกฤติ           มลพิษสะสมลมสับสน
สวมหน้ากากปิดหน้าประชาชน                            ให้ฝืนทนหายใจไปอีกนาน
                ไม่อยากเห็นยิ้มใครใต้หน้ากาก            แยกแยะยากมือใครจุดไฟผลาญ
ไม่รู้ใครเทวดา-พญามาร                                    ไม่อยากมองใครยิ้มผ่านม่านน้ำตา
                                                                          
                                                                     จามรี ตันไพฑูรย์ดิถี
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-06 06:53:21


ความคิดเห็นที่ 43 (2299120)

                    สำนวนรางวัลชมเชยบทกวีการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า 

                                         ครั้งที่ ๑๑ ประจำปี๒๕๕๕

                                        “หนึ่งเสียงที่มากกว่าหนึ่งเสียง”

         ก. เกิดมามีอภิสิทธิ์ จริตจะก้าน            ข. ข่มขู่เสียงชาวบ้าน ผสานผสม
ค. คิดแผนการคบ ระบบระบม                       ง. งัดคารมคลุ้มคลั่ง ระวังระแวง                                       
         จ. จิตใจคิดว่าเก่ง ตะเบ็งตระบัด           ฉ. ฉากเร่งรัดเรียกร้อง ระหองระแหง
ช. เชื่อว่าคนอื่นเขลา สะเด่าแสดง                 ซ. ซากเดนแห่งเผด็จการ ไม่ผ่านไม่พ้น
         ฐ. ฐานที่มั่นเมืองใหญ่ ไสวสว่าง           ด. ดึงม็อบวางแผนก่อ จะฉ้อจะฉล
ต. เตรียมปราศรัย ให้ร้ายระคายระคน             ถ. แถมปิดถนนทุกทิศ ระอิดระอา
         ท. ทำรัฐประหารเพ้อ เสนอสนอง          ธ. เรียกร้องไม่มี ประสีประสา
น. แนวคิดโสโครกกะโหลกกะลา                   บ. บอกโลกว่าต้องรับ ประคับประคอง
         ป. ปูทางศาลตรวจสอบ ระบอบระบบ     ผ. ผิดเป็นถูกสมคบ สยบสยอง
ฝ. ฝันตรวจศาลคืนย้ำ ให้ช่ำให้ชอง                พ. เพียงแค่ลองเสนอเห็น จะเป็นจะตาย
         ฟ. ฟากตรงข้ามทำอะไร จะไล่ด่า          ภ. ภาพมายาสอดรับ กระสับกระส่าย
ม. เมื่อเขาทำอย่างตน กระวนกระวาย             ย. ย่ำเหยียดป้ายสีคิด สะอิดสะเอียน
         ร. เรื่องฝั่งตรงข้ามคิด ปะติดปะต่อ         ล. เลือดสาดล้อเลียนวิบัติ ฉวัดเฉวียน
ว. วาดข้อมูลผิดข่ม อาจมอาเจียน                   ศ. ศาสตร์ความเฮียนสิ้นไร้ วิจัยวิจารณ์
         ส. สิทธิ์หนึ่งเสียงยิ่งใหญ่ สมัยสมุน        ห. แห่งยุควุ่นอิทธิฤทธิ์ สถิตสถาน
อ. อำนาจคนเหนือคน บันดลบันดาล                ฮ. ฮึกหาญเข่นฆ่า ประชาเผชิญ
 
                                                                      เชษฐภัทร วิสัยจร                                            
               
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-06 07:30:03


ความคิดเห็นที่ 44 (2299404)

                    สำนวนรางวัลชมเชยบทกวีการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า 

                                        ครั้งที่ ๑๑ ประจำปี๒๕๕๕

                                        “จดหมายเปิดผนึก”
 
                                                                          ๔/๒/๕๓
เรียน ถามท่าน ?
            ผมต้องการเขียนจดหมายถึงหลายหน  เรื่องทุกข์ยากปากท้องของปวงชน  ไม่มีคนหันหน้า
มาดูแล  ข้าวสารขึ้นราคาเหมือนฟ้าแกล้ง  น้ำมันแพงยากรับเกินปรับแก้  ไข่ไก่ฟองร่วมห้าบาทอนาถแท้
ผมย่ำแย่แทบกินหญ้าปลาในคู  เก็บของเก่ารายวันเช้ายันค่ำ  พอจะนำชีวิตรอดปลอดภัยอยู่  ครั้นปัญหา
เศรษฐกิจแผงฤทธิ์ชู  ราวจะขู่คนอย่างผมจมแผ่นดิน  หรือผมไม่ควรมีที่วางเท้า  คอยเป็นเงาดั่งคำเปรียบ
ท่านเหยียบดิ้น  เพราะเกิดใต้เพลิงนี้ที่อยู่กิน  ไม่มีสินทรัพย์ช่วยอำนวยชัย
 
            ผมเคยฟังนโยบายอยู่หลายพรรค บอกว่ารักประชาเอ่ยปราศรัย พูดคำหวานหว่านคำหอมกล่อม
เร็วไว คนต่างให้ความชื่นชมสมควรมี การเลือกตั้งครั้งใหม่ได้มาถึง ใจผมจึงเร่งนำทำหน้าที่ สร้างตำนาน
หนึ่งคะแนนผู้แทนดี ตามเสรีอธิปไตยถิ่นไทยเรา คะแนนนั้นผมเต็มใจให้พรรคท่าน เพื่อสืบสานนโยบาย
คลายเรื่องเศร้า วันเดือนปีผ่านไปยังไร้เงา แม้แต่เค้ายังไม่เห็นเป็นต้นตอ แล้วท่านจะทำอย่างไรในวันนี้
สมกับที่คะแนนหนึ่งซึ่งร้องขอ สิ่งตอบแทนท่านให้ได้แต่รอ น้ำตาคลอเพราะทุกข์เก่าเฝ้าวนเวียน มอง
จดหมายฉบับนี้ไม่มีค่า แต่ทว่าเปี่ยมพลังตั้งใจเขียน หวังท่านคงรู้หน้าที่ที่พากเพียร
               
                ผมจึงเรียนให้ทราบ
                                                                               จาก
 
                                                                            ผู้ยากจน
      ________________________________________________________________________________
 
                เมื่อจดหมายไปสู่มือผู้รับ                       อ่านซึมซับเจตนาหาเหตุผล
คำบัญชาผู้มีสิทธิ์อิทธิพล                                      จึงบันดลแผนการงานอัปรีย์
                วันหนึ่งฟ้าแดงเดือดเหมือนเลือดฟ้า      จะเข่นฆ่าชะตาคนให้ป่นปี้
นาฏการผลาญไหม้ไฟราคี                                     เพิงแหงนนี้จึงเห็น....เป็นเพิงร้าง                         
               
                                                                                เพิงแหงน
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-07 07:04:26


ความคิดเห็นที่ 45 (2299540)

 ชอบงานเขียนของคุณเพิงแหงนครับ มีความคิดสร้างสรรค์ในการจัดทำรูปแบบคำประพันธ์ไม่ซ้ำแบบใครดี ^^b

ผู้แสดงความคิดเห็น กระบี่ใบไม้ วันที่ตอบ 2012-09-07 12:18:18


ความคิดเห็นที่ 46 (2299695)

การนำเสนอบทกลอนในรูปแบบของจดหมาย เคยเห็นกวีหลายท่านใช้รูปแบบนี้ แต่ไม่แพร่หลายมากนัก "เพิงแหงน" ใช้รูปแบบนี้ทำได้ดีทั้งเนื้อหาสาระ สำนวนโวหารการเขียน การใช้ถ้อยคำภาษาที่เรียบง่าย ผมก็ชอบสำนวนนี้ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สาธุชน วันที่ตอบ 2012-09-08 07:47:24


ความคิดเห็นที่ 47 (2299859)

 

         เพราะเกิดใต้ เพลิง นี้ที่อยู่กิน    น่าจะเป็น เพิง  นะ

         ในสวนผมก็มี เพิงหมาแหงน  มุงจากด้วย

                                                  นักกลอนแม่กลอง

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนแม่กลอง วันที่ตอบ 2012-09-09 06:46:02


ความคิดเห็นที่ 48 (2299892)

ขอบคุณนักกลอนแม่กลองที่กรุณาทักท้วงครับ

          "เพราะเกิดใต้เพลิงนี้ที่อยู่กิน  ไม่มีสินทรัพย์ช่วยอำนวยชัย"

แก้ไขเป็น

            "เพราะเกิดใต้เพิงนี้ที่อยู่กิน  ไม่มีสินทรัพย์ช่วยอำนวยชัย"

ตามต้นฉบับเดิม ขอบพระคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายเทพ วันที่ตอบ 2012-09-09 11:08:52


ความคิดเห็นที่ 49 (2300024)

 แค่กระดาษวาดเขียน แต่งแต้มระบายจากใจหนูก็คว้ารางวัลแล้ว เส้นใหญ่จริงๆ

กรรมการเขียนกวีเป็นหรือเปล่า

ผู้แสดงความคิดเห็น กะวอหัวดี วันที่ตอบ 2012-09-09 23:29:05


ความคิดเห็นที่ 50 (2300057)

 

           การเขียนกลอนสุภาพให้อยู่ในรูปแบบจดหมาย เรียงความ บทความ คอลัมน์ วิจารณ์ ข่าว  ฯลฯ  ชมรมนักกลอนเคยทำเล่น

กันมาแล้ว ประมาณ พ.ศ.2509  ออกหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ชื่อ...จำไม่ได้เสียแล้ว ทั้งพาดหัว เนื้อข่าว บรรยายภาพ ตอบจดหมาย

สารคดี ปกิณกะ  ฯลฯ ข้อความเป็นกลอนหมด  แต่วางรูปแบบเป็นความเรียงทั่วไป 

            กลอนทั้งเล่ม ผมจำได้กลอนเดียวของสุจิตต์  วงศ์เทศ ที่ว่า  "กูกำเนิดเกิดก่อเป็น ก.ไก่      อักษรไทยนี้หนอกูก็หนึ่ง"......

นอกนั้นจำไม่ได้   หนังสือพิมพ์นี้ออกมาได้ฉบับเดียวก็เลิกไปเลย   เสียดายมากที่เก็บต้ฯฉบับไว้ไม่ได้

            นักกลอนที่ร่วมเขียนในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ บางท่านอาจยังมีชีวิตอยู่  ช่วยเขียนเล่าอะไรมาบ้างก็จะดีนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนแม่กลอง ศิษย์เก่าก้าวหน้าวิทยา วันที่ตอบ 2012-09-10 09:12:12



[1] 2 ถัดไป >>


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.