ReadyPlanet.com


เพื่อนฉัน


 เพื่อนฉัน

 

ฉันเป็นหุ่นยนต์

ฉันเดินผ่านห้วงกาลเวลา

จากปลายสุดมุมหนึ่งของขอบฟ้า

ฉันพัฒนาถึงขีดสุดจนคล้ายคน

 

ฉันพบเธอในวันนั้น

ที่ซอกตึกยามฝนพรำหลบเม็ดฝน

ฉันสงสัยมนุษย์ใยไม่อดทน

แค่หยาดน้ำร่วงหล่นก็แค่นั้น

 

...เพื่อน…

เธอพร่ำบอกย้ำเตือน “นี่...เธอ...ฉัน”

เราต้องมีเพื่อนไว้ทำไมกัน?

เธอตอบเพียงคำสั้นสั้น “เพื่อ...ฉันและเธอ”

 

คำว่า “เพื่อน” ...ทำไมต้องวุ่นวาย

ฉันอยากรู้ความหมายคำนั้นเสมอ

เธอกุมมือของฉันทุกครั้งที่ได้เจอ

มนุษย์ช่างพร่ำเพ้อเสียนี่กระไร

 

สิบปีแล้วสินะ

เธอเปลี่ยนแปลงทุกขณะจนเติบใหญ่

แต่ฉันเองกลับไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป

เหตุอันใดมนุษย์จึงต้องเปลี่ยนแปลง

 

วันหนึ่งฉันพักวงจร

ฉันนอน...นิ่ง...คล้ายตายไป...เสียเกือบแจ้ง

ฉันตื่นขึ้นพบสายตาที่กล่ำแดง

น้ำที่หยดเธอชี้แจงคือ...น้ำตา

 

หลายสิบปีผ่านไปถึงวันนั้น

เพื่อนของฉัน...นอนบนเตียงอยู่ตรงหน้า

เธอบอกว่า... “ถึงวันฉันชรา”

“..ชีวิตของฉันมีค่าเพราะฉันนั้นยังมีเธอ...”

 

ฉันไร้ความรู้สึกเหมือนหุ่นยนต์

อย่างที่เธอพร่ำบ่นกับฉันเสมอ

คำว่า “รัก” ที่เธอหวังได้เจอะเจอ

โปรแกรมฉันสิ่งพร่ำเพ้อนั้นไม่มี

 

แต่...ฉันนั้นเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว

ฉันอยากฟังเสียงเจื้อยแจ้วเธอแถวนี้

เพื่อเติมเต็มในทุกห้วงดวงฤดี

สิ่งที่...แตกต่างของความเป็นมนุษย์

 

ยิ้มแย้ม,โศกเศร้า,เหงา,ดีใจ

ห่วงใย,มิตรแท้ไม่สิ้นสุด

ฉันพยายามเลียนแบบเธออย่างเร่งรุด

แต่เธอหยุด..หยุด..ฉันไว้...ทำไมกัน

 

เธอหยุดฉันไว้ที่ความตาย

ถ้าฉันเสียฉันซ่อมได้...ก็แค่นั้น

แต่เธอเสียเธอจากไปชั่วนิรันดร์

มือที่คอยกุมมือฉันไม่มีแล้ว

 

“เพื่อนฉัน”

ฉันบันทึกคำคำนั้นอย่างแน่แน่ว

ฉันอาจไม่มีน้ำตาวับวาวแวว

แต่ฉันอยากฟังเสียงเจื้อยแจ้วของเธอต่อต่อไป

 

ฉันไม่อยาก...เกิดแล้วเป็นหุ่นยนต์

ฉันอยากเกิดเป็นคนเพื่อร้องไห้

และฉันอาจจะโชคดีที่ได้ตาย

สูญสลายหายไปได้พร้อมเธอนี้

 

“เพื่อนฉัน”

ฉันขอหยุดวงจรฉันไว้ที่นี่

ขอฉันหลับอยู่ข้างข้างเธอเถอะนะคนดี

ความเป็นหุ่นที่ฉันมี...หายไปแล้ว



ผู้ตั้งกระทู้ กระบี่ใบไม้ (rainny4111-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2012-04-29 17:04:43


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2269835)

 

 

                                             ผลงานคุณภาพ  ชอบครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น วิวัฒน์ บัตรเจริญ วันที่ตอบ 2012-04-29 18:25:22


ความคิดเห็นที่ 2 (2269847)

งานของกระบี่ใบไม้เป็นแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ เน้นสาระสำคัญของสิ่งที่ต้องการจะนำเสนอ สำนวนโวหารก็ใช้ได้ อยากจะให้ลองพิจารณาเรื่องของฉันทลักษณ์ โดยเฉพาะคำท้ายวรรคสอง และการใช้สัมผัสสั้นยาว จุดนี้ถือว่าเราเป็นมิตรร่วมวงการเสนอแนะเพื่อการพัฒนาก็แล้วกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนเฒ่า วันที่ตอบ 2012-04-29 20:06:04


ความคิดเห็นที่ 3 (2269848)

 ด้วยความยินดี น้อมรับคำวิจารณ์ยิ่ง ^/^

ขอบคุณมากครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น กระบี่ใบไม้ วันที่ตอบ 2012-04-29 20:10:33


ความคิดเห็นที่ 4 (2269861)

 ...

แม้ว่าเสียงท้ายวรรคยังรบกวนใจคนอ่านอยู่บ้าง แต่กลอนบทนี้สร้างสรรค์ และกระทบอารมณ์ดีมากครับ 

(งานของท่านอังคารยังรับได้ ทำไมแบบนี้จะรับไม่ได้ ชิมิๆ)

ขอบคุณที่เผยแผ่ผลงานดีๆ ครับ  

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ราศีิพิจิก วันที่ตอบ 2012-04-29 20:51:12


ความคิดเห็นที่ 5 (2269862)

ผู้รู้ว่าท่านกระบี่ใบไม้รู้ฉันทลักษณ์ครบกระจ่างแตกฉาน แต่ทำไมยังมีเจตนาจะใช้คำบางคำ  

ผู้แสดงความคิดเห็น รัตนโกสินทร์ศก วันที่ตอบ 2012-04-29 20:52:31


ความคิดเห็นที่ 6 (2269864)

 ผู้รู้ว่าท่านกระบี่ใบไม้รู้ฉันทลักษณ์ครบกระจ่างแตกฉาน แต่ทำไมยังมีเจตนาจะใช้คำบางคำ 

**ผมพิมพ์ผิดครับ คำแรกผมจะใช้คำว่า "ผม" แต่ดันพิมพ์เป็น "ผู้" ไปซะงั้น ขออภัยครับ (ความหมายมันเปลี่ยน)

ผู้แสดงความคิดเห็น รัตนโกสินทร์ศก วันที่ตอบ 2012-04-29 20:54:39


ความคิดเห็นที่ 7 (2269871)

 

 

                                    มีความเห็นตรงกับท่าน ราศีพิจิก และ ท่านรัตนโกสินทร์ศก ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น วิวัฒน์ บัตรเจริญ วันที่ตอบ 2012-04-29 21:21:52


ความคิดเห็นที่ 8 (2269872)

 ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำครับ 

ผมไม่ใช่นักกลอนที่แม่นฉันทลักษณ์มาแต่เริ่ม

ฉันทลักษณ์ สำหรับผมแล้ว จึงเป็นแค่ "เครื่องมือ" แต่ไม่ใช่ "จิตวิญญาณ" แห่งงานเขียนของผมครับ

ผมเลือกใช้ฉันทลักษณ์ เพราะฉันทลักษณ์สามารถก่อรูปและร้อยรัดชิ้นงานให้เป็นรูปเป็นร่างงดงามขึ้นได้

แต่สิ่งให้ความสนใจมากที่สุดก็คือทำอย่างไร จะทำให้งานเขียนของผมนั้นมีพลังและมีชีวิต

ถ้าสิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกปิดกั้นลงผมก็เลือกทำลายกำแพงของฉันทลักษณ์ออกมาอยู่ดี

ความคิดผมอาจจะไม่ถูกใจครูอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญฉันทลักษณ์ไปบ้าง แต่ก็เป็นแนวทางที่ผมเลือกแล้วล่ะ

และถ้าไม่ใช่เช่นนี้ ก็จะสูญเสียแนวทางของตนเอง สูญเสียความเป็นกระบี่ใบไม้ไป

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายความงานเขียนของผมจะถูกวิจารณ์ไม่ได้นะครับ(เพราะการนำงานเขียนของตนมาวางในที่สาธารณะเช่นนี้ก็ต้องพร้อมแล้วที่จะรับคำวิจารณ์แต่แรกแล้ว)

แต่ผมเองก็ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลือกใช้เฉพาะคำแนะนำที่จะนำไปพัฒนาผลงานของผมต่อไปได้(โดยไม่สูญเสียแนวทางของตัวเองไปเช่นกัน)

แต่อย่างไรก็ตาม วิจารณ์กันมาเถอะครับ ทุกคำวิจารณ์ล้วนมีประโยชน์สำหรับผู้ที่จะเข้ามาศึกษาทั้งนั้นแหละครับ

 

 

 

ปล.ถึงแม้ผมจะคิดว่าตรวจทานรอบคอบแล้วก่อนจะนำชิ้นงานมาลง แต่บ่อยครั้งก็มีจุดผิดพลาดรอดหูรอดตามาอย่างไม่ควรให้อภัยเกิดขึ้นได้เหมือนกัน ถึงตอนนั้นคำติติงของผู้อ่านก็จะมีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อผมทีเดียวเชียวครับ

 

 

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ

ด้วยมิตรไมตรีอันอบอุ่นยิ่ง

 

กระบี่ใบไม้

ผู้แสดงความคิดเห็น กระบี่ใบไม้ วันที่ตอบ 2012-04-29 21:23:44


ความคิดเห็นที่ 9 (2269917)

 

 

                                            การเขียนงานร้อยกรองของแต่ละคนขึ้นอยู่กับแนวคิดและรูปแบบของคำประพันธ์หรือฉันทลักษณ์นั้นๆ 

                         เมื่อยุคสมัยผ่านไปวิวัฒนาการของการสร้างงานของนักกลอนก็มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆแม้จะมีข้อเสนอแนะ

                         คัดค้านอย่างมากมายในเรื่องฉันทลักษณ์   แต่ในที่สุดผลงานที่แสดงความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียนผ่านเรื่อง

                         ราวออกมาจากตัวตนจริงๆก็เป็นที่ยอมรับของสังคม  แม้การประกวดวรรณกรรมการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า

                         เมื่อปี 2551คำประพันธ์ประเภท กลอนเปล่า ได้รับรางวัลชนะเลิศ  ซึ่งผู้เขียนเป็นวัยรุ่น  และได้รู้จักกันจาก

                         การที่ได้ไปเข้าค่ายวรรณกรรมการเมืองซึ่งรัฐสภา เป็นผู้จัด

                                   การยึดติดกับระเบียบ กฏเกณฑ์เป็นสิ่งที่ดี  แต่การพัฒนารูปแบบจากเดิมให้แปลก ใหม่ขึ้นเป็นการนำ

                        เสนอที่วงการกลอนจะได้มีผลงานใหม่ๆเพิ่มขึ้น (โดยคงฉันทลักษณ์เดิมไว้และดัดแปลงเป็นบางส่วน)

                                            เป็นกำลังใจให้กันครับ                                           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น วิวัฒน์ บัตรเจริญ วันที่ตอบ 2012-04-30 09:02:01


ความคิดเห็นที่ 10 (2269946)

ท่านวิวัฒน์ เคยได้รับรางวัลพานแว่นฟ้าด้วยเหรอครับ(เห็นไปเข้าค่ายวรรณกรรม)

ผู้แสดงความคิดเห็น กระบี่ใบไม้ วันที่ตอบ 2012-04-30 10:24:18


ความคิดเห็นที่ 11 (2269998)

 

                   

                                       เคยส่งผลงานไปประกวดแต่พลาดรางวัล  การเข้าค่ายวรรณกรรมทางรัฐสภาจะมีหนังสือมาถึงแล้วแต่จะไป 

                         หรือไม่ครับ   

ผู้แสดงความคิดเห็น วิวัฒน์ บัตรเจริญ วันที่ตอบ 2012-04-30 13:57:00


ความคิดเห็นที่ 12 (2270003)

 ได้รับเหมือนกันครับ แต่ไม่เคยว่างไปซักที 5555+

ผู้แสดงความคิดเห็น กระบี่ใบไม้ วันที่ตอบ 2012-04-30 14:09:46


ความคิดเห็นที่ 13 (2270415)

     "ฉันไม่อยาก...เกิดแล้วเป็นหุ่นยนต์

ฉันอยากเกิดเป็นคนเพื่อร้องไห้

และฉันอาจจะโชคดีที่ได้ตาย

สูญสลายหายไปได้พร้อมเธอนี้"

  ขออนุญาตพูดคุยกับท่านกระบี่ใบไม้ครับ ผมชื่นชมในความเป็นกวีที่ใจเกว้าง เรื่องของฉันทลักษณ์ครับ ถ้าเราเดินเข้ามาในวงของการเขียนกลอนฉันทลักษณ์เราก็ต้องยอมรับในกติกานั้นๆ กรณีของเสียงท้ายวรรคสอง ที่เป็นเสียงตรี หรือการเขียนสัมผัสซ้ำผมเองก็ไม่ได้ถึงกับเป็นเรื่องใหญ่ แต่ในกรณีของการใช้เสียงสั้น เสียงยาว ส่งสัมผัส ผมว่าควรจะต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้มากๆเลยครับ เพราะในตำราฉันทลักษณ์ คู่มือการเขียนร้อยกรอง ทั้งของกระทรวงศึกษาธิการ และของผู้ทรงคุณวุฒิในวงการท่านจะระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นสัมผัสต้องห้ามครับ ถ้าหลีกเลี่ยงได้ ก็ควรหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ก็แล้วแต่ท่านจะพิจารณาครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนเฒ่า วันที่ตอบ 2012-05-02 16:37:44


ความคิดเห็นที่ 14 (2270419)

 ขอบคุณ "นักกลอนเฒ่า"มากครับ ยอมรับว่าผมมีการศึกษาในรายละเอียดเรื่องนี้น้อยมากเลยครับ แม่แบบของผมส่วนใหญ่เป็นนักกลอนสมัยใหม่ ซึ่งจะไม่ค่อยพูดถึงเรื่องนี้นัก ผมก็เลยไม่เคยรู้มาก่อนว่าเป็น "สัมผัสต้องห้าม" จะลองนำไปพิจารณาในผลงานถัดๆไปครับ ^^

 

ยินดีที่ท่านเข้ามาวิจารณ์ครับ ^^

ผู้แสดงความคิดเห็น กระบี่ใบไม้ วันที่ตอบ 2012-05-02 16:48:26


ความคิดเห็นที่ 15 (2270488)

 

“หายากยิ่งความในใจ”

 

เพลงกระบี่ ไร้เสียง ไร้เงา ไร้สัมผัส

พลิ้วสะบัด แหวกผ่านผ่า นภากาศ

ธรณิน ชลธี สุทธาวาส

พุทธชาด เบ่งบาน แลใช่ไฉนเลย

...

มาวันนี้ เพื่อนกินนั้น ก็หายาก

แต่มีมาก ซึ่งเพื่อนตาย สหายเอย

เพื่อนเก่าก่อน เพื่อนรักกัน ที่คุ้นเคย

ลาลับเลย สิ้นสังขาร ไปหลายคน

 

กว่าจะเจอ เพื่อนมิตรแท้ ที่รู้ใจ

หาที่ใด ก็ยากยิ่ง ในแห่งหน

ยิ่งค้นหา เหนื่อยกายเปล่า เฝ้าเวียนวน

จึงหยุดตน นิ่งสงบ พบความจริง

 

เจอแล้วเพื่อนแท้ เพื่อนกิน เพื่อนตาย

เพื่อนสหาย ที่จริงใจ ให้ทุกสิ่ง

เพื่อนประคอง เดินร่วมทาง ไม่ทอดทิ้ง

มองนิ่งนิ่ง เห็นเพื่อนแท้ แลเพื่อนธรรม

 

ฯลฯ

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-02 22:42:42


ความคิดเห็นที่ 16 (2270496)

 ขอบคุณท่านทรชนบ้านนอกขอรับที่เข้ามาเยี่ยม ^^

ผู้แสดงความคิดเห็น กระบี่ใบไม้ วันที่ตอบ 2012-05-02 23:21:30


ความคิดเห็นที่ 17 (2270516)

ขอให้ท่านกระบี่ใบไม้ เจริญเติบโตในวงการกวีนิพนธ์ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ขอแสดงความชื่นชมในความเป็นสุภาพบุรุษ รู้จักจำแนกแยกแยะ ผิดชอบชั่วดี มีสัมมาคาวระ ให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไป

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนเฒ่า วันที่ตอบ 2012-05-03 00:58:38


ความคิดเห็นที่ 18 (2270595)

ขอน้อมคารวะจากใจ

อ่านผลงานท่านแล้วลึกซึ้งกินใจมากครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-03 11:29:02


ความคิดเห็นที่ 19 (2270597)

 ขอบพระคุณท่าน"นักกลอนเฒ่า" เป็นมงคลยิ่งแล้วสำหรับคำอวพพรครับ ^^

 

จริงๆแล้วถึงแม้ผมจะไม่ค่อยมีความละเอียดอ่อนกับเรื่องพวกนี้นักเพราะผมคิดว่าฉันทลักษณ์ก็สมควรจะมีการคลี่คลายหรือเติบโตได้ตามยุคสมัยและผู้อ่านที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่อยากให้มีจุดด่างพร้อยพวกนี้ในบทกวีของผมมากนักเช่นกันครับ เพราะหน้าที่ของนักเขียนก็คือให้คนอ่านมีความสุขในการอ่านผลงานที่ตนเองเขียน  และผู้อ่านก็มีทั้งคนที่สนใจในรายละเอียดและไม่สนใจในรายละเอียดในเรื่องของฉันทลักษณ์ปะปนกันอยู่ ซึ่งถ้าผมยังดึงดันที่จะแต่งตามความพอใจแต่เฉพาะตัวต่อไป แน่นอนย่อมทำให้คนอ่านบางส่วนที่ยังให้ความสนใจในรายละเอียดเรื่องฉันทลักณ์เกิดความไม่สบายใจขึ้นมาได้(ซึ่งผิดจากเจตนารมย์ในการเขียนที่จะให้ผู้อ่านๆงานอย่างมีความสุขของผมเอง) นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมต้องหันมาให้ความสนในในเรื่องฉันทลักษณ์ที่ละเอียดอ่อนอย่างนี้มากขึ้นและขอบคุณคุณ "นักกลอนเฒ่า" ที่จุดประกายความคิดนี้ให้กับผมด้วยครับ

แต่เพราะความที่ผมเคยได้รับการฝึกฝนจากการประชันกลอนสดสมัยเด็กๆ ทำให้ผมเขียนกลอนต่างๆได้อย่างรวดเร็วมาก(สมัยก่อนกำหนดไว้ที่ 2 บท ไม่เกิน 10 นาที/แต่สมัยนี้ไม่รู้แล้ว) และเมื่ออารมณ์กวีหลั่งไหลมาดั่งสายน้ำหลาก ผมก็เขียนฉับๆไปอย่างว่องไว โดยไม่ให้อารมณ์กลอนสะดุดหยุดลงได้ ดังนั้นนอกจากเค้าโครงฉันทลักษณ์หลักแล้ว เรื่องสัมผัสซ้ำ สำผัสเลือน ชิงสัมผัส เสียงสั้นยาวในการรับส่งสัมผัส หรือลักณะต้องห้ามอื่นๆในบทร้อยกรองที่มองเห็นได้ยากก็มักพลอยถูกละเลยไปด้วย ตามหลัก(เข้าใจว่าเป็นหลักของผมคนเดียว) "เนื้อความย่อมสำคัญกว่าเนื้อคำ" แต่ก็อย่างที่บอกต่อไปนี้ผมก็ต้องนำองค์ประกอบต่างๆเหล่านี้เข้ามาพิจารณาเพิ่มขึ้นบ้างแล้ว

มีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับที่ "ท่านนักกลอนเฒ่า" หรือครูอาจารย์ท่านอื่นๆ จะเข้ามาทักและวิจารณ์งานเขียนของผม เพราะคนเป็นครูอาจารย์ต้องสอนนักเรียนเป็นจำนวนมากย่อมต้องยึดหลักการที่เที่ยงตรงในการสอนลูกศิษย์ เพราะถ้ายึดหลักที่เที่ยงตรงไว้ไม่ได้แล้ว การสอนก็จะกระจัดกระจายบทร้อยกรองที่เป็นสุนทรียะทางภาษาก็จะล่มสลายไปในที่สุด อีกทั้งเวบบอร์ดนี้ เป็นเวบบอร์ดที่ครูอาจารย์ภาษาไทยแนะนำให้ลูกศิ็ษย์เข้ามาศึกษาหาข้อมูลจำนวนมาก เด็กๆอาจจะไขว้เขวในข้อมูลที่คลาดเคลื่อนได้

ดังนั้น ในการนำผมงานของผมมาลงในเวบนี้ ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ครูอาจารย์และผู้รู้ทั้งหลายเข้ามาวิจารณ์ได้เต็มที่ครับ อย่างน้อยก็เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาและทักท้วงในจุดที่ผมประพันธ์คลาดเคลื่อนไปจากที่พวกเด็กๆทั้งหลายต้องศึกษาในห้องเรียน คำชมอาจสบายหูสำหรับผู้แต่งคนเดียวแต่มันไม่มีความหมายสำหรับคนอื่นหรอกครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมุมมองของผมต่อบทร้อยกรองไทยในสมัยปัจจุบันผมก็ยังคงมองว่า "ฉันทลักษณ์สมควรจะคลี่คลายและเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมของยุคสมัยอยู่ดี" "แต่นั่นคือ "แนวคิด" ครับ ไม่ใช่ "หลักการ" อย่างที่บอกมาแล้ว

 

ขอแสดงความนับถือ

กระบี่ใบไม้

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กระบี่ใบไม้ วันที่ตอบ 2012-05-03 11:32:32


ความคิดเห็นที่ 20 (2270736)

 งานชิ้นนี้ หลุดพ้นจากกรอบของกลอนแบบสุนทรภู่ไปแล้วครับ จึงไม่ควรนำกรอบแบบสุนทรภู่มาจับ 


บางวรรคเหลือเพียง 2 คำ 

"เพื่อนฉัน"

บางวรรคบานไปถึง 12 คำ
 
"แต่ฉันอยากฟังเสียงเจื้อยแจ้วของเธอต่อต่อไป"

อาจแบ่งจังหวะการอ่านได้ 3-5 ช่วง เช่น "แต่ฉันอยากฟัง/เสียงเจื้อยแจ้ว/ของเธอต่อต่อไป"  หรือ "แต่ฉัน/อยากฟัง/เสียงเจื้อยแจ้ว/ของเธอ/ต่อต่อไป" 

เป็นลักษณะ "กลอนวัยรุ่น" ในปัจจุบันครับ เอากรอบแบบสุนทรภู่มาใช้ไม่ได้ครับ เป็นลักษณะร่วมกับบทเพลงสมัยปัจจุบันที่เนื้อเพลงยาว ๆ อัดแน่นลงในดนตรีช่องเดียว หากเคยฟังเพลงอยากบอกเธอของแช่ม แช่มรัมย์ จะจินตนาการออกครับ 

กลอนบทนี้จึงต้องอ่านอย่างบทเพลง ไม่ใชอ่านแบบกลอนสุนทรภู่ครับ

การเขียนอย่างสร้างสรรค์ กับเขียนแบบไม่รู้มันต่างกันครับ
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ราศีิพิจิก วันที่ตอบ 2012-05-03 16:32:10


ความคิดเห็นที่ 21 (2270856)
 ฉันไม่อยาก...เกิดแล้วเป็นหุ่นยนต์       ฉันอยากเกิดเป็นคนเพื่อร้องไห้
และฉันอาจจะโชคดีที่ได้ตาย                     สูญสลายหายไปได้พร้อมเธอนี้
 
 
อ่านแล้วชอบบทนี้ที่สุด
(บทที่มีปัญหา :-))
 
ลองดูแล้วค่ะ ลองสลับเป็น
ฉันไม่อยาก...เกิดแล้วเป็นหุ่นยนต์       ฉันอยากเกิดเป็นคนเพื่อร้องไห้
และฉันอาจจะโชคดีที่ตายได้                     สูญสลายหายไป(ได้-ตัดทิ้ง)พร้อมเธอนี้
 
ก็พบว่า ไม่ไพเราะ
แถม ไม่โดน อีกต่างหาก
 
ลองอ่านออกเสียงดูด้วยแล้ว เอาแบบเดิม ใช่เลยค่ะ
 
 
 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ภูสุภา วันที่ตอบ 2012-05-04 05:40:15


ความคิดเห็นที่ 22 (2270877)

 

           

                           ทัศนะของ คุณราศีพิจิก สมเป็น "ครูกลอน" ครับ ขอชื่นชม

ผู้แสดงความคิดเห็น วิวัฒน์ บัตรเจริญ วันที่ตอบ 2012-05-04 09:17:07



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.