ReadyPlanet.com


คำตัดพ้อ ที่สมควรด่า (ด่าได้และวิจารณ์เต็มที่ครับ)


 

 
 
"คำตัดพ้อ"
 
ช่างตลก โปกฮา กติกา ห่าเหว
แหลกเหลวเป๋ว งงงง ชักสงสัย
อ่านเห็นทาง วกวน กวนกานท์อะไร
แหกไป แหวกมา ระอาเอียน

ลำนำ เล่าเรื่อง เคืองสัมผัส
ขาดชัด เสนาะเสียง คำเกรียนเกรียน
มาหลงอ่าน ได้อยู่นาน ชักวนเวียน
จะอาเจียน จนอยาก ฉีกทางเดิน

จิตวิญญาณ กานท์กวี อยู่ที่ใด
ยกเอาใคร เป็นครู ผู้สรรเสริญ
เอาอารมณ์ ฉันทลักษณ์ วรรคกานท์เกิน
ฤา ให้เมิน เพียงร้อยเรื่อง เล่านิทาน

ฤ อัตตา เป็นที่ตั้ง แต่ยังโครง
ฤา โหวงเหวง ละเลงใจ อาขยาน
กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ บุราณกาล
ส่อสันดาน หยั่งวัดใจ ใครบางคน

นามกระบือ หาเลื่องลือ ไปสิบทิศ
แค่ชีวิต คนขี้เมา เขลาสับสน
เขียนกลอนพร่ำ สาธยาย คลายกมล
ถึงเวียนวน ไกลกังวล อันธพาล

ยิ่งได้เห็น ยิ่งได้อ่าน ยิ่งได้คิด
แลชีวิต แลสรรเสริญ แลสังขาร
มองจนซึ้ง มองทะลุ มองมานาน
ซึมซาบผ่าน ซ่านซึมทรวง ลวงเซซม

คำตัดพ้อ จากสี่ห้อง ไร้จริต
แสงสว่าง ทางชีวิต ไม่ขื่นขม
วิถีแห่ง เมรัย นั่นแท้ที่นิยม
เหล้าผสมอะไร แดกไป มันก็เมา

เพราะไม่เคย ฝังใจจิต ยึดติดใจ
มองผ่านไป ช่างหัวมัน ช่างหัวเขา
วันแลวัน ผ่านไป กอดขวดเหล้า
มิหวังเอา ซีไรท์ ประดับตน

ขี้เมา ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
เนื้อสันดาน ต่างตรงไหน จักแจงผล
เมารู้เมา กลัดเกลา ดวงกมล
รู้ว่ารู้ ยึดติดจน ไม่เปลี่ยนแปลง

ตื่นตา ตื่นใจ ตื่นความคิด
ตื่นยึดติด ลาภยศยกยอ ล่าแสวง
ตื่นชื่อเสียง เรียงนาม ข้ามกำแพง
ตื่นไม่แสร้ง เมาแล้วแฮงค์ แต่งอารมณ์

เบิกบานใจ เมาเมรัย ทั้งชีวิต
ฉันทลักษณ์ผิด ไม่ยึดติด อย่าขื่นขม
ร่ายมนต์เมา เขลาใจ ทุกข์ระทม
สุดสาสม ลมพาเพ พเนจร

ฉุดใจต่ำ ลงมาเพียง กากซากคน
สัปดน อลหม่าน พล่ามอาวรณ์
สิ้นจดจำ ถ้อยคำความ อันกาญจน์กลอน
แจงละคร ฉากเน่าเน่า เผาล้างผลาญ

เมาแล้วเด้อ เมาแล้วครับ ศาสดา 
อันตัวข้า จะเหยียบฟ้า สุธาธาร
ปลดเปลื้องทุกข์ คายความอยาก จากสันดาน
หวังนิพพาน ด้วยวิถี แห่งเมรัย 

ฯลฯ



ผู้ตั้งกระทู้ ทรชนบ้านนอก :: วันที่ลงประกาศ 2012-05-02 21:07:43


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2270740)

        จะตลกโปกฮา ก็ว่ากันไป                ไม่เห็นเป็นไร ถ้าอยากจักพร่ำ

ประดิดประดอย เรียงร้อยถ้อยคำ               กาพย์กานต์ลำนำ หรือไร้รูปรอย ฯ
 
        เราคนกันเอง อย่าเกรงหนังสือ          ถ้อยคำก็คือ กับแกล้มอร่อย
สุรารสดี ก็มีไม่น้อย                                จันทราตาปรอย ร่วมรำทำเพลง ฯ
 
        จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง     ขอแหวนแพงแพง มาให้สักเข่ง
ขอช้างขอม้า มาให้ข้าเอง                        ยกจอกครื้นเครง เย้ยดวงจันทรา ฯ
 
        ไม่ต้องรู้จัก ฉันทลักษณ์ฉันหรอก       ถึงใครเขาบอก ก็ตอบไปว่า
เพลงนี้ฉันเขียน เพี้ยนตามอุรา                  พวกเราเจ้าข้า อยู่พื้นดินเดียว ฯ 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ราศีิพิจิก วันที่ตอบ 2012-05-03 16:43:14


ความคิดเห็นที่ 2 (2270790)

 

 

"เอาหล่ะหว่า แย่เลย ครูคงแปลความคิดศิษย์ผิดแน่"

 

แลครูเรา มองศิษย์เง่า ว่าตัดพ้อ

ใช่ไหมหนอ “สิบอกให่ อิ อิ” ผม

อ่านคำความ ศิษย์ผิดไป ใจระทม

แต่อย่าข่ม ฆ่าศิษย์ เลยนะครู

 

เจตนา ภาษา กานท์กวี

ใช่ฉะนี้ ตีความคำ นำอดสู

อ่านใจผิด คิดไปทาง หมางใจดู

ขอผู้รู้ ครูเรา มองย้อนทาง

 

ที่ครูกล่าว โบราณกาล จักเทียบเคียง

อัน“สำเนียงส่อภาษา กริยาส่อสกุล” แท้

ผู้รู้ลึก เช่นท่านครู มิเปลี่ยนแปร

แต่ศิษย์แพ้ ที่โง่ไป ในสันดาน

 

มองกลับด้าน จะแลเห็น ใจของศิษย์

หาได้ผิด วิปริต คิดหักหาญ

โปรดหยั่งถึง เนื้อใน เถิดอาจารย์

 อย่าร้าวราน ความโง่เง่า ของศิษย์เลย

ฯลฯ

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-03 20:35:40


ความคิดเห็นที่ 3 (2270847)

สวัสดีครับ

 ขยันเขียนทุกวันเลยนะครับ

มีอาจารย์(เสมือน)ดีด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น รัตนโกสินทร์ศก วันที่ตอบ 2012-05-04 01:06:38


ความคิดเห็นที่ 4 (2270864)

คุณรัตนโกสินทร์ศกครับ ครูเสมือน เนี่ย ฟังเข้าท่าชะมัด Virtual Teacher จะเป็นโปรแกรมที่โด่งดังในอนาคตครับ (ฮา)

คุณทรชนบ้านนอกครับ ผมไม่ได้เข้าใจผิดหรอกครับ ในเมื่อคุณตั้งกระทู้มีคำว่า "ตัดพ้อ" ผมก็ลงกลอน "ตัดพ้อ" ให้แล้วยังไงครับ การตัดพ้อมันเป็นอย่างนี้แหละครับ ตัดพ้อเพื่อคนอ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองผิด หากคนอ่านไม่รู้สึกก็ใช้ไม่ได้ครับ ที่แสดงให้ดูนี่ก็เผยเคล็ดลับหลายประการแล้วนะครับ

บทกลอนบทกวีที่ดีต้องเขียนเพื่อให้คนอ่านครับ เมื่อเขาอ่านแล้วต้องรู้สึก หรือรับรู้ความรู้สึกที่คนเขียนใส่เข้าไป แต่ไม่ใช่ว่าเราจะระบายแต่ความรู้สึกของเราออกไป เราต้องเห็นใจคนอ่านด้วย ว่าความรู้สึกของเราไปก่อกวนหรือทำร้ายคนอ่านหรือไม่ ความเือื้ออาทรระหว่างคนเขียนกับคนอ่านจะต้องมี บทกลอนนั้นจึงจะกระทบกระเทือนอารมณ์คนอ่าน เป็นบทกลอนที่น่าจดจำ หากมีแต่อารมณ์คนเขียน คนอ่านจะอึดอัด ไม่น่าอ่าน ดังนี้แล้วคิดูว่าคนแต่งกลอนควรเสนออะไร เสนอมากน้อยแค่ไหน เหมาะสมเพียงใด นะครับ

กลอนแปดในสี่บทข้างบนนี้ แสดงให้เห็นว่าคุณทรชนฯ ได้ปรับปรุงกลอนให้ดีขึ้นมาก ขอชมเชยด้วยใจ

มีผิดเสียงที่เดียว, "แท้" เสียงตรีครับ, อาจเนื่องจากคุณเพิ่มจำนวนคำมากเกินไปทำให้เสียงออกมาอย่างนั้น คราวหน้าลองปรับปรุงอีกทีนะครับ

(สิบอกให่ อิอิ)

ผู้แสดงความคิดเห็น ราศีิพิจิก วันที่ตอบ 2012-05-04 07:31:54


ความคิดเห็นที่ 5 (2270875)

 

       

                         แวะมาเยี่ยมเยียน คุณทรชนบ้านนอก ครับ

                       คุณ ราศีพิจิก ครับ  อ่านข้อเขียนของคุณแล้วอิ่มในความรู้และแง่คิดจากทัศนะที่

               บอกกล่าว  มีประโยชน์มาก ชอบครับ

      

ผู้แสดงความคิดเห็น วิวัฒน์ บัตรเจริญ วันที่ตอบ 2012-05-04 09:07:02


ความคิดเห็นที่ 6 (2270882)

น้อมขอคารวะเช่นเคยครับท่านอ.ราศีพิจิก

มยอมรับผิดตรงๆเลยนะครับว่า "อารมณ์กลอนตัดพ้อ" ผมตัดพ้อตัวเอง ที่เบื่อกับการวนเวียน วนเวียน อยู่กับที่ีกับอารมณ์ตัวเอง แล้วสรรหาคำมาเพิ่มไม่ได้ ทั้งที่ค้นหา เพื่อที่จะเรียงร้อยบทกลอนใหม่ แต่สุดท้ายอารมณ์ มันก็ยังพัดเพไปเหมือนเดิม คำครูที่สอน ไม่ใช่ไม่ได้เก็บมาใส่ใจนะครับครู เพราะอารมณ์กลอนพาไป เวลาแต่งไม่ได้อ่านออกเสียงเป็นร้อยกรอง แต่งและอ่านเป็นร้อยแก้ว ทุกที ช่วงที่อารมณ์ไหลไปหมดแล้ว กลอนก็แต่งเสร็จแล้ว แต่พอมาทวนอ่านเป็นถ้อยทำนองเสนาะ กลับกลายเป็นว่า ผิดเสียงท้าย เสียงต่อ พยางค์ มั้ง ผมก็เลยตัดพ้อตัวเอง ที่ยังห่างไกล กับ ฉันทลักษณ์ น้อยใจที่ยังห่างไกล คำครูสอน แต่พอปล่อยอารมณ์ช่วงที่อยากเขียนออกมาแล้ว มาเห็นคำครู ในช่วงจังหวะหนึ่งที่ไม่มีอารมณ์เขียนกลอนพาไหล แต่เป็นความตั้งใจที่จะตอบคำถาม กลายเป็นว่า จังหวะกลอนไหลไปในทางที่ท่านครูสอน ตั้งแต่มีครูเข้ามาช่วยแนะนำผม และอ่านกลอนของแต่ละท่าน ผมชอบมากครับ สิ่งที่ผมเข้าใจ ว่าถูกผิดเช่นไร ตั้งแต่ผมได้ศึกษากับอาจารย์ และมองตนเองมา ว่าตัวผมเองมีข้อด้อยอยู่หลายเรื่องและรบกวนท่านอาจารย์โปรดชี้แนะที่ผมจะตั้งคำหน่อยนะ

 

 1.การหยุดอารมณ์ของกลอนพาไป จะทำยังไงดีครับอาจารย์

 2.ระหว่างที่อารมณ์พาไป จะเขียนสัมผัสให้รื่นไหล ไม่ผิดฉันทลักษณ์ จะแก้ยังไงครับ (คงคลังคำ ผมยังด้อยครับ ท่าน "กระบี่ ใบไม้" บอก แต่เรื่องการอ่านผมก็เป็นชอบอ่านบ้างครับ )

 3.การเรียงลำดับเรื่อง ผมให้ความสำคัญนะครับอาจารย์ แต่ว่าบางครั้ง ผมเขียนกลอนมากเกินไปทำให้ความสำคัญตรงนี้หายไป และ สุดท้ายก็ต้องหลุดไปกับอารมณ์กลอนพัดเพเหมือนเดิม ชี้แนะตรงนี้ด้วยครับท่านอาจารย์

 4.อะไรที่สอดแทรกเข้าไปได้บ้าง แม้ผิดฉันทลักษณ์ คำใดที่เหมาะสม ดูแล้วรื่นไหลเวลาอ่านทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง อันนี้อยากรู้จริงครับ

 5.ในระหว่างช่วงเวลาที่ผมเดินทางและเห็นสิ่งต่างๆ อารมณ์กลอนพาไปได้ตลอดเวลา ผมกลอนทุกวันครับอาจารย์ แม้กระทั่งสนทนากับเพื่อนๆ ผมยังเรียงร้อยคำ ตอบโต้ ไปมากับเพื่อน ผมเองอยากหยุดอารมณ์ตรงนี้ ไว้  ทำไงเพื่อที่จะให้สิ่งที่เราคิด ไม่หายไป ถ้าจะย้อนกลับมาเขียนสิ่งที่เราเห็นครับครู

 6.ที่ผมเคยค้านอาจารย์ว่าผมไม่ได้เขียนมั่ว หรือสักกะแต่ว่าเขียน แต่ช่วงที่เขียนนั้นแค่เสี้ยวเวลานิดเดียวที่มองเห็นแค่สัมผัส จินตนาการขึ้นมา ก็เขียนผ่านมือถือไปเรื่อยๆ แต่สิ่งที่ผมเขียนขึ้นตอนนั้นคือ อารมณ์ เพื่อให้ความรู้สึกคงอยู่และกลับไปทบทวนเรียงร้อยอีกครั้ง แต่อาจารย์บอกคนเราก้าวไปข้างหน้า และคิดว่าผมคิดผิด ที่จะกลับไปเกลากลอน แต่เป็นเพราะคงคลังคำผมยังด้อย ผมจึงอยากจะกลับไปแก้อารมณ์เพื่อถ่ายทอดและเรียบเรียงใหม่ ก่อนที่จะถ่ายทอดออกมา เป็นที่อาจารย์สอน อาจารย์สังเกตุไหมครับว่า ผมเองไม่โพสต์กระทู้ เป็นรายวัน เพราะเชื่อว่าหากได้รับคำชี้แนะจากอาจารย์มากขึ้น แล้วเกลากลอนใหม่คงจะงดงามและเพราะพริ้งมากขึ้น ใจจริง ผมลงกลอนกระทู้ด้านล่างแล้วให้อาจารย์ชี้แนะเหมือนเดิม ซึ่งผมเองก็มองภาพมาตลอด และก็แลเห็นหลายอย่างที่เป็นจุดด้อยของตัวเอง ซึ่งผมพยายามปรับปรุงแก้ไข

  7.ในข้อความบางครั้งเหมือนคำถาม บางครั้งเหมือนตอบเอง บางครั้งเหมือนขอคำชี้แนะ แต่ทั้งหมดนี้ ขอให้อาจารย์ช่วยแนะนำ เกลาใหม่และชี้แนะิิศิษย์อีกหน่อยครับ

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-04 09:28:07


ความคิดเห็นที่ 7 (2270886)

 

"ครูผิดอันใด"

 

ไยขอโทษ ศิษย์เง่า เล่าครับครู

ท่านอดสู ในจิตใจ สิ่งใดหนา

เห็นคำครู  ร่ายคำคม  กวีมา

แลด้วยตา อ่านด้วยใจ ใคร่บอกที

 

ครูคือครู ผู้โปรดศิษย์ ที่โง่เขลา

แล้วไยเล่า  ครูเรา  เหงาเช่นนี้

เคืองแค้นโกรธ โปรดอภัย ศิษย์ตัวดี

ถ้อยวจี กานท์กวี นี้ถึงใจ

 

ครูคงแปล แลใจผิด เจตนา

ถ้อยภาษา กานท์โง่เง่า ของศิษย์ไหม

ศิษย์ขอชี้ อ่านลึก ถึงความใน

 นั่นแท้ไซร้ คงใช่ความ ที่ต่างกัน

 

ช้าช้าหน่อย ครูค่อยอ่าน ทวนสักนิด

ใจศิษย์คิด เยี่ยงไร ในกลอนฉันท์

ทุกสิ่งอย่าง หากมองต่าง ผิดอนันต์

ศิษย์ดึงดัน ใคร่ครูแจง แถลงการณ์

ฯลฯ

คัดมาจากกระทู้ที่ชี้แจงคุณตาต้อมครับท่านอ.ราศีพิจิก

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-04 09:36:19


ความคิดเห็นที่ 8 (2270908)

น้อมคารวะทุกท่านที่เมตตาเข้ามาเยี่ยมเยือนครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-04 10:27:40


ความคิดเห็นที่ 9 (2271131)

 

    สวสดีครับ คุณทรชนบ้านนอก และ อ.ราศีพิจิก

        วันนี้ผมรู้สึกปิติมากจากการอ่านกระทู้นี้ ศิษย์อาจารย์แนะนำกันอย่างมีค่า  ครูแนะนำศิษย์ด้วยเมตา ศิาย์ก็แหม อาสาไปแก้กานท์

        อาจารย์ครับอย่าระแวงที่มาผมเลย ผมเป็นหนึ่งในกรรมการสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย เวลามีปัญหาในเวปผมไม่ได้เข้ามาเขียนอะไรเพื่อแก้ปัญหาแต่ผมเจรจาโดยตรงกับบุคคลเลยครับ กรณีคุรทรชนบ้านนอกผมก็ติดตามมาตั้งแต่ต้น จนดูแล้วว่าเหตุการณ์   

อาจลุกลามจึงติงสักหน่อย  แต่ได้รับความกรุณาชี้แจ้ง และยิ่งในกะทู้นี้การติติงเป็นไปอย่างน่ารักผมชื่นชม และกราบขอขมาอาจารย์ด้วยครับ

 

.

  

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ตาต้อม วันที่ตอบ 2012-05-05 10:07:24


ความคิดเห็นที่ 10 (2271285)
คุณทรชนบ้านนอกครับ ดีใจจังครับที่คุณรู้จักจังหวะกลอนด้วย อันที่จริงบทเพลงกับบทกวี มันก็คล้าย ๆ กันนั่นแหละ บทเพลงใช้ดนตรีสร้างจังหวะ ส่วนบทกวีใช้ถ้อยคำสร้างจังหวะ ไหน ๆ ก็ยกผมเป็นอาจารย์ จะลองตอบคำถามคุณทรชนฯ ตามภูมิของอาจารย์เสมือน (ซึ่งดูเหมือนจะมีน้อยเสียด้วย อิอิ) ดังนี้ครับ

๑. ไม่ต้องทำอะไร
๒. ไม่ต้องแก้
๓. ต้องฝึก
๔. ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
๕. ไม่ต้องทำอะไร (อะไรที่ประทับใจเราจะจำได้แม่นยำ ละนึกย้อนหลังได้หลายวัน)
๖. ตอนที่คิดได้เขียนไปเถอะ (แต่เขียนในกระดาษนะ ปล่อยไว้พออารมณ์ตรงนั้นหมดแล้ว ค่อยกลับมาเกลา แล้วค่อยโพสต์)
๗. ครับ

ที่ต้องต้องสั้น ๆ เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องเดียวกัน เป็นเรื่องของการถ่ายทอดอารมณ์กวีออกมาบันทึกและโพสต์ในเว็บบอร์ด ผมจะยกเหตุผลมาตอบทีเดียวรวมกันดังนี้นะครับ

บทกวีเป็นการถ่ายทอดอารมณ์ ถ่ายทอดความรู้ออกมาเป็นถ้อยคำ ให้ถ้อยคำสร้างจังหวะลีลาเอง โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องดนตรี แต่ถ้อยคำไม่อาจถ่ายทอดอารมณ์เราได้หมดหรอก มันเป็นเรื่องธรรมดา แม้พระพุทธเจ้ายังบอกเราตรง ๆ ไม่ได้ว่านิพพานคืออะไร จึงต้องใช้อุปมา จึงใช้วิธีการแนะนำให้ทำตามแล้วจะเห็นเอง 

หากคุณทรชนฯ เกิดอารมณ์กวีถ้อยคำต่าง ๆ มันลื่นไหลมาเองเป็นสายน้ำ ก็ปล่อยมันไหลออกมาไม่ต้องไปหยุดมัน แต่มองมันบันทึกมันไว้ในควาทรงจำ จะจดบนกระดาษก็ได้ จะจำในสมองก็ได้มีเวลาค่อยระลึกและบันทึกใหม่ หากเป็นของจริง มันไม่ลืมหรอก แต่หากเป็นเพียงความฟุ้งซ่านมันจะลืม จึงไม่ต้องห่วงหามันครับ

บันทึกแล้วไม่ต้องรีบมาเผยแผ่หรอกครับ เหมือนคนนั่งสมาธิเจออะไร หากรีบมาเล่าให้คนฟัง คนไม่รู้เขาไม่เชื่อหรอกครับ มีแต่เขาจะว่าคนพูดเป็นบ้า จึงต้องทบทวนสิ่งที่เห็น หากลวิธีการเล่าที่ถูกต้อง ต้องเลือกคนฟัง ต้องเลือกวิธีการเล่า ต้องอ้างอิงอาจารย์หรือตำราที่เทีบเคียงได้ ถึงแม้จะเราจะเห็นเอง ก็ต้องยอมลดดีกรี เพื่อไม่ให้คนฟังปรามาสเรา เขียนกลอนเขียนบทกวีเช่นกันครับ ต้องเขียนแล้วทิ้งไว้ให้อารมณ์นั้นหายไปก่อน ย้อนมาทบทวนใหม่ว่าจะเสนออย่างไร เสนอให้ใครอ่าน เป็นการขัดเกลาอีกชั้น เพื่อให้เหมาะกับการออกอากาศ เอ๊ย เผยแผ่ครับ

การลำดับความ การเกลาเรื่อง เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนครับ คนสมัยก่อนฝึกง่าย ๆ ครับ ท่องจำบทกวีที่ประทับใจ จนจำได้แม่นยำทั้งถ้อยคำและจังหวะ มันจะเป็นเหมือนนำร่อง เป็นคลอง ให้บทกวีไหลไปอย่างมีทิศทาง ไม่สะเปะสะปะ เหมือนน้ำบ่า หากไหลไปท่วมทุ่งท่วมเมืองมันไม่มีประโยชน์ แต่หากไหลไปตามลำคลอง แม่น้ำ มันมีประโยชน์ ใช้งานได้ อุปมาดั่งนี้แหละครับ

การเกลากลอนให้งดงามเพราะพริ้งต้องอาศัยคลังคำ จึงต้องอ่านบทกวีเก่า เยอะๆ ครับ ยิ่งเยอะยิ่งดี มันจะมีประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียนเร่งอุตส่าห์มีวิชาเหมือนมีทรัยพ์อยู่นับแสน... เอ๊ย มีประโยชน์หลายอย่างครับ เพิ่มคลังคลำ เป็นเครื่องบันเทิงใจ และไหว้ครูอยู่เสมอ ครับ

สรุปนะครับ เวลากลอนมันไหลออกมาก็ปล่อยมันเป็นไปตามธรรมชาติครับ อยากบันทึกก็บันทึก อยากจำก็จำ ปล่อยอารมณ์นั้นหายไปก่อน ค่อยกลับมาเกลาใหม่ให้คนอื่นอ่านได้อ่านประทับใจ หากเป็นชิ้นสั้น ๆ ธรรมดา ๆ ก็แปะเว็บบอร์ด บล็อก หากเป็นชิ้นงาม ๆ ก็ส่งไปลงตามวารสาร หรือรวบรวมเป็นเล่ม พิมพ์เผยแผ่แล้ว ว่าง ๆ ค่อยนำมาแปะเว็บก็ไม่สายครับ 

หวังว่าสิ่งที่ผมพิมพ์มายาว ๆ นี่จะพอเป็นเครื่องบันเทิงใจของคุณทรชนฯ และผู้อ่านนะครับ ผิดพลาดประการใดก็โปรดอภัยให้กับความไม่รู้ของผม และประท้วงได้ครับ เว็บบอร์ดนี้เปิดเสรีทั่วโลกครับ 

(สิบอกให่ อิอิ)
ผู้แสดงความคิดเห็น ราศีิพิจิก วันที่ตอบ 2012-05-06 07:10:13


ความคิดเห็นที่ 11 (2271286)

 เรียน คุณตาต้อม


ผมต้องขออภัยหากเขียนหรือพาดพิงท่านด้วยอารมณ์ หากท่านเป็นกรรมการสมาคมนักกลอนฯ ก็คงต้องมีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง และงานหนักอยู่แล้ว การชี้แนะของท่านจึงเป็นไปด้วยไมตรี และมีประโยชน์ การที่ผมกระทำไปก็รู้สึกว่าเอาแต่อารมณ์ตนเป็นใหญ่อยู่มาก ผมไม่อาจถือโทษโกรธเคืองท่านได้หรอกครับ จะมีแต่จะต้องขอขอบคุณที่ท่านไม่เอาเรื่องเอาราวอะไรกับผมต่างหากล่ะครับ ขอบคุณครับ

(หวังว่าท่านจะอัพรายชื่อกรรมการชุดที่ ๑๗ ให้พวกผมได้ชื่นชมนะครับ เห็นคำสั่งล่ะเก๊าเก่า ไม่อัพเดทเลยนะครับ แหะๆ)

ด้วยจิตคารวะ

ราศีพิจิก
ผู้แสดงความคิดเห็น ราศีิพิจิก วันที่ตอบ 2012-05-06 07:17:04


ความคิดเห็นที่ 12 (2271314)

 ครับ ตอนนี้บรรยากาศของเวบบอร์ดนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว แม้ยังมีผู้มาร่วมสร้างความครึกครื้นอยู่ไม่กี่เจ้า แต่ถ้าเรายังรักษาบรรยากาศนี้ไว้ มีความช่วยเหลือและเอื้ออารีต่อกัน อีกซักพักก็จะมีคนทยอยมาร่วมมากเองล่ะครับ ^^

 

ส่วนของคุณทรชนฯ ก็เหมือนอย่างที่ท่านอาจารย์ราศีพิจิกบอกนั่นและ เมื่อแต่งชิ้นงานได้แล้วอย่าเพิ่งรีบนำมาลง ลองทิ้งไว้ให้ใจสงบซักพัก แล้วลองอ่านแล้วขัดเกลาใหม่ อย่างงานของผมแต่ละชิ้นก่อนที่จะมาลง ต้องอ่านแล้วอ่านอีก อ่านทั้งภาพรวม แล้วเพ่งไปดูรายละเอียดทุกบรรทัด สรุปแล้วต่อหนึ่งชิ้นงาน ผมทวนไม่ต่ำกว่ายี่สิบถึงสามสิบรอบ ดังนั้นโอกาสที่จะมีความผิดพลาด หรือปล่อยไก่ออกมาจึงมีได้น้อย(ขนาดนั้นแล้วมันก็ยังดันเจือกมีโผล่ขึ้นมาได้T^T) ยกเว้นบทกวีบางบทอย่างเช่น "จะขอไปให้ถึง...ซึ่งพระเจ้า" ที่ต้องการจะแต่งแบบคลี่คลายฉันทลักษณ์ จึงต้องปล่อยให้มันหลุดออกมา(โดยเจตนา)

การแต่งร้อยกรองนั้นไม่เหมือนร้อยแก้วครับ มีคำน้อยกว่ากันมาก ดังนั้นคุณต้องใช้ถ้อยคำให้มีประโยชน์สูงสุด ปล่อยงานออกมาแล้วต้องมั่นใจว่าคนอ่านประทับใจ ต้องคำนึงถึงคนอ่านเป็นอันดับหนึ่งเสมอ อย่าเอาง่ายหรือไวเข้าว่าครับ งานทุกชิ้นคือเครดิตของตัวคนเขียน ถ้าปล่อยงานที่ละเอียดออกมา คนอ่านประทับใจก็จะตามไปอ่านผลงานชิ้นหน้าของคุณเอง แต่ถ้าปล่อยงานที่ไม่ละเอียดหรืองานที่ขัดเกลาน้อยออกไป คุณก็จะเสียเครดิต คนอ่านก็จะไม่ตามอ่านต่อให้งานชิ้นหน้าคุณแต่งได้ดีเยี่ยม แต่คนอ่าน(คนเดิม) เขาเห็นชื่อคุณเขาก็ไม่เปิดอ่านแล้วละครับ เพราะเขาไม่เชื่อเครดิตคุณแล้วนั่นเอง

ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ สู้ๆๆ ^_^v

ผู้แสดงความคิดเห็น กระบี่ใบไม้ วันที่ตอบ 2012-05-06 09:46:46


ความคิดเห็นที่ 13 (2271840)

ขอน้อมคารวะทุกท่านที่เมตตาในตัวกระผมนะขอรับ


ขอน้อมคารวะจากใจ

"ทรชนบ้านนอก"

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-05-08 14:59:16



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.