ReadyPlanet.com


ขอนไม้กับเรือ : สมุทรโฆษคำฉันท์: โอฆสงสาร


เพลง / Title เนื้อเพลง: ขอนไม้กับเรือ
ศิลปิน / Artist : บ่าววี
อัลบั้ม / Album : บ่าววี 2

โดดเดี่ยวเดียวดายในท้องเล
ลมพัดลมเพลอยมาไกล เป็นแค่ขอนไม้ไม่มีทิศทาง
ประคองตัวเองไปเหงาเหงา กลางคืนเหน็บหนาวจนใจจะพัง
ไม่เหลือความหวังอะไรเลย

วันหนึ่งน้องสาวลอยคอมา มือเจ้าไขว่คว้าขอนไม้เอาไว้
เพียงหวังในใจ พยุงให้รอย
อยากส่งให้เธอไปถึงฝั่ง พื้นดินทางนั้นยังรอคอย
แรงเหลืออยู่น้อยจะไปอย่างไร

* หากมีเรือสักลำแล่นมา ก็ขอให้เธออย่าช้าขึ้นเรือนั้นไป

** เปรียบกับพี่เป็นแค่ขอนไม้
ต่อให้รักเจ้ามากพียงไหน ผุพังไป พึ่งพาก็ได้ไม่นาน
เปรียบกับพี่เป็นแค่ขอนไม้
เกาะลอยคอให้เพียงข้ามวัน แต่ฝั่งฝัน ขอเพียงให้เรือพาเจ้าไป

โดดเดี่ยวเดียวดายในท้องเล ลมพัดลมเพไปตามกระแส
ขอนไม้อ่อนแอจะไปไหนไกล
พี่อยากให้จมไปด้วยกัน ไม่ยอมให้ฝันเจ้าต้องสลาย
เมื่อพี่จมหายให้เจ้ายังมีหวัง

(ซ้ำ *, **, **)

เพลงขอนไม้กับเรือ  ขอนไม้และเรือในเพลง เป็นสัญลักษณ์ (SYMBOL) ในเชิงวรรณศิลป์

ขอนไม้ เป็นสัญลักษณ์ของ ชายหนุ่มจนๆ
เรือ เป็นสัญลักษณ์ของ ผู้ชายที่มีเงิน

พื้นดิน  เป็นสัญลักษณ์ของ ปลายทางคือความสุข
ถึงฝั่ง เป็นสัญลักษณ์ของ ความ
Happy ending การพ้นจากห้วงความทุกข์
ลอยคอ  เป็นสัญลักษณ์ของ อาการคนที่กำลังทุกข์ใจ (ใจเคว้งคว้าง)
ท้องเล/ท้องทะเล ป็นสัญลักษณ์ของ ปัญหาชีวิต

เมื่อถอดสัญลักษณ์ ออกมาแล้วก็จะได้เนื้อหาที่แท้จริงของเพลง มีความว่า


 ผู้ชายคนหนึ่ง อยู่โดดเดี่ยวเดียวดายเผชิญกับอุปสรรคและความลำบากในชีวิต

อยู่กับความเหงาหงอยเหงาเปล่าเปลี่ยว  กลางคืนเหน็บหนาวจนใจจะพังภิณท์
ไร้ซึ่งความหวัง

วันหนึ่งก็มีหญิงสาวผู้หนึ่ง  เดินเข้ามาในชีวิตของชายหนุ่มธรรมดาๆ ผู้นี้
เธอผู้นี้ กำลังไขว่คว้าหาที่พึ่งพิงทางใจ  ชายหนุ่มผู้นี้รู้ดีว่าการช่วยเหลือหญิงสาวผู้นี้เป็นเรื่องลำบาก สำหรับเขา แต่การเพิกเฉยก็เป็นความใจดำอย่างหนึ่งมิใช่หรือ  แม้จะมีข้อจำกัดในหลายๆเรื่อง ก็ควรจะช่วยเหลือหญิงสาวผู้นี้

แต่ถ้าวันใดมีผู้ชายที่ พร้อมจะอยู่กับเธอ คอยดูแลเธอ เธอก็ควรไปทิ้งชายหนุ่มธรรมดาๆ ผู้นี้ไปเสีย
 
เพราะชีวิตของชายหนุ่มธรรมดาผู้นี้นั้นก็เหมือนกับ ขอนไม้ที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปเป็นเรือ หากเธอเลือกจะเดินทางโดยจอนไม้ คงไม่สะดวกสบายเท่าเดินทางโดยเรือ มิใช่หรือ
 ชายหนุ่มธรรมดาๆ ผู้นี้นั้น ก็จะอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายต่อไปเหมือนเช่นแต่ก่อน และขอจมหายไปจากความทรงจำของเธอเหมือนขอนไม้ที่จมลงสู่ทะเล


เศร้า และน้ำเน่าจัง
ฟังเพลง ขอนไม้กับเรือ แล้วทำให้นึกถึง สมุทรโฆษคำฉันท์ วรรณคดียุคอยุธยา ที่ชีวิตก็พัวพันอยู่กับห้วง โอฆสงสาร เช่นเดียวกัน

สมุทรโฆษคำฉันท์    เป็นวรรณคดีที่ใช้ระยะเวลาการแต่งยาวนาน   เริ่มจากสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลางจนกระทั่งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น   โดยกวีผู้แต่งท่านแรก คือ พระมหาราชครูได้นำเอานิทานชาดกเรื่องสมุทรโฆษจากปัญญาสชาดกมาแต่งเป็นคำฉันท์  เพื่อใช้เล่นหนังใหญ่ในงานเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนารายณ์มหาราชครบ ๒๕  พรรษา แต่แต่งไม่ทันจบก็ถึงแก่อนิจกรรมเสียก่อน   ต่อมาสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเสียดายที่จะปล่อยเรื่องให้ทิ้งค้างไว้ จึงทรงพระราชนิพนธ์เรื่องต่อ แต่ทรงแต่งยังมิทันจบก็เสด็จสวรรคต ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ ๓ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสจึงทรงแต่งต่อจนจบบริบูรณ์  “โดยมุมานหฤทัย   อดสูดูกษัย    กวีฤๅแล้งแหล่งสยาม” 

      
เรื่องย่อ

 ในชาติก่อนพระสมุทรโฆษได้เป็นกษัตริย์ พระนางพินทุมดีได้เป็นพระมเหสีพากันเสด็จลงสรงน้ำในแม่น้ำในฤดูร้อน ครั้นเห็นสามเณรรูปหนึ่งพายเรือเล็กเลียบมาตามริมฝั่ง กษัตริย์ทั้งสองใคร่จะล้อสามเณรเล่นก็เอาพระหัตถ์กระแทกน้ำให้เป็นคลื่นไปยังเรือสามเณรน้อยนั้นจนเรือล่มลง ทำให้พ่อสามเณรน้อยลอยคอร้องให้อยู่ในน้ำ

             ฝ่ายกษัตริย์ทั้งสองเห็นดังนั้นก็สงสาร จึงพาพ่อสามเณรนั้นขึ้นพักบนบกแล้วกู้เรือให้ บาปที่สองกษัตริย์ทำด้วยความคะนองนั้น บันดาลให้ทั้งสองพระองค์ต้องว่ายน้ำตรากตรำอยู่ในทะเลถึง 500 ชาติ

          

พระสมุทรโฆษทรงมีพระชายาพระนามว่า นางสุรสุดา (เมียคนที่ 1) แต่พอได้ยินกิตติศัพท์ของนางพินทุมดี ก็เลยหาอุบายหลอกเมียว่าจะไป ประพาสป่า

ตัวอย่าง - สำนวนของพระมหาราชครู ตอนพราหมณ์ยอโฉมนางพินทุมดีให้พระสมุทรโฆษฟัง

เจ้านั้นมีโฉมคือจะประโลม ทั้งแหล่งหล้าและฟ้าดิน
 ทรงนาม(ะ)กร บวร(ะ)พิน-   
ทุม(ะ)ดี อันโฉมเฉลา
เสาวภาคย(ะ)พาล(ะ)พนิดา
  คือสุธา มาโกศเกลา
เนื้อเกลี้ยงสมบูรณ์บวร(ะ)เยา-  ว(ะ)อย่าว่าจะมีสอง
 เกศาระรวยระทดระทวย ประเหล หางมยุระทอง
ไรเกศ พะพราย รัศมิรอง   คือโรมอัษฎกามา
พักตรา กฤดิ อันบริสุท-  ธิพบูและโสภา
ดุจจันทร(ะ)โสฬส(ะ)กลา   และนะแน่งนะนวลอนงค์ 

พระสมุทรโฆษได้ลาพระบิดามารดาไปประพาสป่า เพื่อคล้องช้างขณะที่พระสมุทรประทับใต้ต้นโพธิ์แล้วบรรทมหลับไป เทพารักษ์ทรงพระเมตตาอุ้มไปสมนางพินทุมดี (เมียคนที่ 2) จวนสว่างจึงพากลับไปยังที่เดิม ทั้งสองพระองค์ทรงครวญถึงกัน

ท้าวสีหนรคุปต์พระราชบิดานางนางพินทุมดี ทรงประกาศพิธีสยุมพร พระสมุทรโฆษจึงเสด็จมายังเมืองรมยบุรี  พระสมุทรโฆษทรงประลองศรมีชัยในการสยุมพร ได้อภิเษกกับนางพินทุมดี วันหนึ่ง พระสมุทรโฆษประพาสสวน ได้ช่วยเหลือรณาภิมุข (คนธรรพ์) จึงได้พระขรรค์เป็นการตอบแทน ระสมุทรโฆษใช้พระขรรค์พานางพินทุมดีเหาะไปประพาสป่าหิมพานต์ แต่ถูกพิทยาธรลักพระขรรค์ไป  ทั้งสองพระองค์จึงต้องลำบากกลางทะเล อาศัยเกาะขอนไม้เพื่อมิให้จม แต่เมื่อมีพายุใหญ่พัดมา ทำให้ขอนไม้ขาดพระสมุทรโฆษและนางพินทุมดีจึงต้องพลัดพรากจากกันกลางทะเล  คำฉันท์ บรรยายฉากนี้ มีความว่า

ปางปิ่นธเรศประเวศในถิ่นสินธุพิศาล  เสวยโทมนัสดาล    อดล
ฟองฟัดซัดสู่สมุทรทำรุดพิริยพล พ่างเพียงจะวายชนม์ ชิวาตม์

เหลือทนเหลือทุกข์เหลือจะถอน อสปะสาส  เหลือถวิลเทวษอนาถ อนิจ

หรือ
นับในตำบลเบญ-                                จมหานทีธาร
ใหญ่โยชน์วิการประมาณ                  ระเมียรหมายสุดสายตา

เหลือล้ำกำลังชน                                 จะว่ายพ้นเถลิงถลา
ไหลเชี่ยวดูเกรียวชลา                         แคร่ำคลื่นคระครื้นโครม

เมื่อพระสมุทรโฆษเกาะขอนไม้ทนลำบากอยู่ในทะเลมาได้ 7 วัน ก็พบนางเทพธิดามีนามหนึ่งว่า นางมณีเมขลา ผู้มีหน้าที่รักษาท้องทะเล กลับมาจากที่ประชุมเทวดามาตรวจท้องทะเลตามหน้าที่ของตน ได้เห็นพระสมุทรโฆษว่ายน้ำอยู่ดังนั้น ก็รีบไปเฝ้าพระอินทร์ผู้เป็นเจ้าแห่งเทวดาทั้งหลาย แล้วทูลความให้ทรงทราบฝ่ายพระอินทร์ได้ทรงฟังก็ร้อนพระทัย ทรงติเตียนนางมณีเมขลาว่าไม่เอาใจใส่ในหน้าที่ตน ทิ้งให้ผู้มีคุณความดีได้ความลำบากถึงปานนั้น และตรัสว่าควรที่นางเมขลาจะรีบไปช่วยให้พ้นอันตรายทันท่วงที

          นางมณีเมขลาจึงกลาบทูลว่า ทั้งนี้เป็นด้วยวิทยาธรตนหนึ่งมาลักพระขรรค์ของพระสมุทรโฆษไปเสีย ทำให้พระองค์เหาะไปในอากาศไม่ได้ จึงได้รับทุกข์ภัยเห็นปานนี้ แล้วก็ทูลเรื่องราวให้พระอินทร์ทรงทราบทุกประการ

          เมื่อพระอินทร์ได้ทรงฟัง ก็ทรงพระพิโรธวิทยาธรนั้นพลันทรงถือตะบองเพชร สำแดงฤทธิ์เหาะไปลอยอยู่เหนือศรีษะวิทยาธรนั้น พลางตรัสว่า "ดูก่อนวิทยาธรผู้เป็นโจร เหตุไฉนเจ้าจึงไปลักพระขรรค์ของพระสมุทรโฆษผู้ประกอบด้วยคุณความดีให้เธอต้องทุกข์ลำบากอยู่ในทะเลเห็นปานนั้น ถ้าเจ้าไม่นำพระขรรค์ไปคืนให้เธอโดยเร็วแล้ว เราจะตีศรีษะเจ้าให้แตกเป็น 7 เสี่ยงบัดนี้"

           วิทยาธรนั้นได้ฟังก็มีความกลัวเป็นกำลัง รีบนำเอาพระขรรค์ไปคืนให้แก่พระสมุทรโฆษซึ่งกำลังว่ายน้ำอยู้ท้องทะเลนั้นโดยเร็ว เมื่อพระอินทร์เห็นวิทยาธรทำตามที่พระองค์ตรัสเรียบร้อยแล้ว ก็ทรงยกโทษให้แก่วิทยาธรนั้น แล้วก็กลับคืนวิมาน

                ฝ่ายนางพินทุมดี ถูกคลื่นซัดเข้าฝั่ง เมื่อรดชีวิตได้ปลอมตัวเป็นพราหมณ์หนุ่มอาศัยอยู่ ณ อาศรมกลางป่า เมืองมัทราษฎร์

          ฝ่ายพระสมุทรโฆษ ได้พระขรรค์คืนแล้ว ก็ทรงเหาะขึ้นจากทะเลไปลงที่เมืองมัทราษฎร์ ด้วยดำริว่าจะพักผ่อนหาอาหาร แล้วจะเที่ยวสืบหาพระเทวี เผื่อว่าพระนางจะเที่ยวเซซังมาอยู่ในเมืองนี้บ้าง จึงทรงเปลื่องเครื่องประดับออกห่อผ้าซ่อนไว้ในที่แห่งหนึ่งแล้วทรงแต่งกายแปลงเป็นพราหมณ์ เสด็จเขาไปถามหาที่พักในเมืองนั้น ชาวเมืองทั้งหลายก็บอกให้พระองค์ไปพักในศาลาที่พระนางพินทุมดีสร้างไว้ เมื่อเสด็จไปถึงศาลานั้น ก็มีคนต้อนรับให้น้ำท่าอาหารอย่างบริบูรณ์

          ครั้นพระองค์ได้เสวยอาหารอิ่มหนำแล้ว ก็พิจารณาดูรูปภาพตามฝาภายในศาลานั้น เห็นเป็นเรื่องเหมือนกับความหลังของพระองค์กับพระทวี ก็ทรงกันแสงโศกเศร้า

          ครั้นคลายโศกแล้วก็ทรงพระสรวล ฝ่ายคนเฝ้าศาลาเห็นแปลกประหลาด จึงรีบไปเล่าให้พระเทวีฟัง เมื่อพระเทวีได้ทราบก็รีบออกมา ครั้นเห็นพระสามีก็มีความปีติยินดีเป็นล้นพ้น ตรงเข้าสวมกอดพระสามีพลางรำพันว่า "พี่ที่รักของน้อง ตั้งแต่น้องพลัดพรากจากพี่มาหาสุขมิได้เลย มีแต่เศร้าโศกอาลัยถึงพี่แทบว่าจะดำรงชีวิตไว้ไม่ได้ด้วยผลศีลผลทานของน้องบันดาลให้พบพี่ที่รักทันตาทีเดียว น้องหมดทุกข์หมดโศกแล้ว เชิญพี่ขึ้นไปบนเรือนเถิด" คำฉันท์ บรรยายฉากนี้ มีความว่า

เสร็จสองขัติยาขมาสุภาษิตบรรหาร ต่างตระกองสกนธ์ประสาน พิลาป
ชลเนตรธิเบศร์ถะถั่งพรั่งพักตร์อรอาบ นัยนานุผุดทราบ พระทรวง

 

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ กวินทรากร :: วันที่ลงประกาศ 2008-01-06 15:54:51


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (938433)
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tao
ผู้แสดงความคิดเห็น กวิน วันที่ตอบ 2008-01-06 16:08:39


ความคิดเห็นที่ 2 (1795801)
คิดว่าเนื้อหายังไม่ครอบคลุมทั่งหมด  ควรจะให้มีทั่งสามตอนในการทำวรรณคดีค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ประภัสสร (praputsonr-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-07-07 13:40:25


ความคิดเห็นที่ 3 (1813205)
ดีครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น pint วันที่ตอบ 2008-08-04 10:09:18


ความคิดเห็นที่ 4 (2107377)

clip hair extensions clip in extensions wig every day human hair is the best choice wigs Your lace wigs have been hair weaves remy lace front.

ผู้แสดงความคิดเห็น george (auto-at-google-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-11 09:57:04



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.