ReadyPlanet.com


เรียน...ซีไรต์ไอดอลของฉัน...ปราบดา, บินหลา, ซะกะรียา, เดือนวาด, วัชระ และพวกวอนนาบี ทั้งหลาย


 ภาพความสวยงามของเหล่าพสกนิกรและเหล่าทหารหาญรักษาพระองค์ที่มาร่วมกันถวายพระพรพ่อหลวงของเรานั้น คือภาพที่นำความปิติสุขแห่งปีมาสู่ประชาชนชาวไทยราวกับฝนยามแล้งตกลงมาให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ ช่วยเยียวยาให้คนไทยมีแรง มีกำลังใจที่จะก้าวสู้อุปสรรคต่อไปหลังจากที่ต้องทุกข์ระทม สิ้นเนื้อประดาตัว เหนื่อยล้าอย่างแสนสาหัสจากมหาอุทกภัยอันเกิดมาจากความริยำตำบอนของนักการเมือง
       
       วันที่ 5 ธันวาฯ ของทุกปีคือวันที่ดัชนีความสุขของคนไทยพุ่งสูงที่สุด และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เป็นประจักษ์แจ้งว่าคนไทยนั้นรักพระเจ้าอยู่หัว เสียงตะโกน ทรงพระเจริญ กึกก้องไปทั่ว ประชาชนตะโกนสุดเสียงพร้อมกับน้ำตาแห่งความปิติไหลอาบแก้ม เมื่อได้ยลพระพักตร์ของพระองค์อันเป็นที่รักที่พึ่งทางใจของผองไทยทุกคน
       
       หวังว่าภาพนี้จะเป็นหลักฐานให้นักคิดนักเขียนของสื่อในเครือมติชนบางท่าน ที่ไม่ทราบจะเดือดร้อนอะไรกันนักหนากับการที่เรามีชีวิตอยู่ในรัชสมัยของพระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุดพระองค์หนึ่งในโลกได้เห็นแจ้ง และเลิกพร่ำเพ้อเสียทีถึงเรื่องการวางตัวอย่างเสงี่ยมภายได้รัฐธรรมนูญของกษัตริย์ หรือแปลง่ายๆ คือการจำกัดบทบาทของสถาบันกษัตริย์ให้มีแค่การดำรงคงอยู่ มีพระราชกรณียกิจในพระราชพิธีเฉยๆ และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ได้โดยสุจริตกันเสียที
       
       สถาบันกษัตริย์ของไทยไม่ได้มีสถานะเป็นรอยัลป๊อปไอดอลที่ความนิยมขึ้นลงตามท้องเรื่องดังละครดราม่าแม่ผัวลูกสะใภ้เหมือนในบางประเทศ หากแต่สถาบันกษัตริย์ของไทยภายใต้พระบารมีของในหลวง อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมาโดยตลอด และนั่นคือสิ่งที่พระราชาจิกมีนำเอาในหลวงของเราไปเป็นแม่แบบ ทั้งนี้ความสัมพันธ์ของสถาบันกษัตริย์ภูฏานกับประชาชนมีลักษณะคล้ายกับของบ้านเรา
       
       จะต่างกันตรงที่คนภูฏานยังมีความบริสุทธิ์ใสซื่อกว่า ขณะที่โดยพื้นฐานนิสัยของคนไทยล้วนเป็นพวกลืมง่าย และเมื่อกระแสทุนเข้ามาทำให้หลายคนสายตามืดบอด โดยเฉพาะเวลาเราอยู่กันอย่างสบายเรามักจะลืมนึกถึงพระองค์ท่าน แต่ทุกครั้งที่เรามีทุกข์เมื่อไร เราจะเห็นพระองค์ท่านพระราชทานความช่วยเหลือ ตรากตรำพระวรกายติดตามผล ทรงให้คำแนะนำอันเป็นประโยชน์มหาศาลแก่ผู้มีหน้าที่โดยไม่แบ่งฝักฝ่าย ทรงเป็นท่วงราษฎรจนทรงพระประชวร
       
       เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในครั้งที่นับไม่ถ้วนที่สะท้อนให้เห็นความเชื่อมโยง การร่วมทุกข์ร่วมสุขของกษัตริย์กับประชาชนเป็นอย่างดีว่าพระองค์ท่านและพระบรมวงศานุวงศ์ไม่เคยทอดทิ้งพวกเรา
       
       การให้แนวทางในการแก้ปัญหาอุทกภัยของพระองค์ ทรงปล่อยให้น้ำผ่านตามธรรมชาติ ให้ผ่านแม้แต่พระตำหนักโดยไม่ต้องกั้นใดๆ พระองค์ยึดถือการบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรอย่างรวดเร็วที่สุดเป็นที่ตั้ง พระองค์ไม่แบ่งเมืองแบ่งชนบท ไม่มีการเมืองระหว่างพรรค ไม่มีฐานคะแนนเสียง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการแก้ปัญหา
       
       ต่างกับนักการเมืองที่ทั้งเป็นต้นเหตุของมหาอุทกภัย ทั้งแก้ปัญหาล้มเหลวและไม่ยอมทำตามแนวทางของพระองค์ท่านจนทำให้เกิดความเสียหายไม่อาจจะประเมินได้ ทั้งยักยอกของบริจาค และสุดท้ายทั้งทอดทิ้งฐานเสียงของตัวเองในพื้นที่ตามยถากรรม
       
       ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าแปลกสำหรับปัญญาชน นักคิดนักเขียนบางคนที่แทนที่จะตั้งคำถาม หรือวิพากษ์นักการเมืองในการบริหารประเทศล้มเหลว จนประชาชนต้องพบกับความวิบัติฉิบหาย กลับพยายามทำตัวเหนือๆ อ้างเหตุผลเนียนๆ สนับสนุนแนวคิดในการแก้ไขกฎหมายในการวิพากษ์กษัตริย์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย แต่ไม่เคยคิดแหกตาดูความเป็นจริงว่า มีพวกล้มเจ้าลัทธิเหมานั้นคอยปลุกปั่นปลุกระดมกันอย่างหนักทั่วประเทศ โดยมีเงินหนุนจากกลุ่มการเมืองที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบเพื่อสนองอำนาจตัวเองอยู่ข้างหลัง การวิจารณ์โดยสุจริตจึงเกิดขึ้นน้อยยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
       
       นักเขียนบางคนไปไกลกระทั่งยกเรื่องความขัดแย้งและแย่งชิงอำนาจระหว่างพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่หนึ่งและพระนางแมรี คู่ขนานกับการแยกตัวเป็นเอกเทศของอังกฤษจากศาสนจักรในยุคนั้น มาตั้งคำถามให้เกิดความคิดในลักษณะที่ว่าแท้จริงแล้วเรายังอยู่ในยุคที่ราชสำนักเป็นคนตั้งกติกาเพื่อเอาใจคนไม่กี่คน สั่งให้คนเชื่ออะไรไม่เชื่ออะไรพร้อมกับการสั่งห้ามและบทลงโทษอันรุนแรง พูดไปพูดมาก็โหนตรรกะกลับไปทางอ้อมกับการแก้มาตรา 112 ว่าเป็นกฎหมายปิดปากอยู่นั่นเอง
       
       สิ่งที่นักคิดนักเขียนนักฝันเหล่านี้ชอบอ้างมาตลอดคือ การใช้กฏหมายที่ไม่เป็นธรรมจะเป็นครื่องมือที่ปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง แต่กลับไม่เคยมองว่าพระองค์ท่านไม่ได้รับความเป็นธรรมมามากเท่าไร และคนดีๆ ปกติที่ไหนจะไปนั่งวิจารณ์พระองค์ท่าน
       
       ไม่ต้องเอาพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมาอ้างว่าเมื่อมีการฟ้องร้องกันแล้ว คนที่เดือดร้อนจริงๆ ก็คือกษัตริย์ เพราะมันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าความไม่เป็นธรรมย่อมตกอยู่ที่พระองค์ท่าน
       
       หรือแท้จริงแล้วคนพวกนี้ต้องการให้เว็บหมิ่นสามารถหมิ่นพระองค์ท่านได้อย่างถูกกฎหมาย!? แล้วจะให้สถาบันเป็นคนไล่ฟ้องหมิ่นประมาทพิสูจน์กันเป็นเคสๆ ไป? ถ้าเป็นเช่นนั้นจะต้องไล่ฟ้องไล่ตีความกันกี่หมื่นกี่แสนคดี?
       
       คำถามคือพระองค์ท่านไปทำอะไรให้คนกลุ่มนี้ถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับทุกข์ระทมใจที่ไม่สามารถสะบัดปลายปากกา สร้างอารมณ์ติสต์ได้ถ้าไม่ได้วิพากษ์พระองค์ท่าน ทางที่ดีคนเหล่านี้ควรจะไปทบทวนดูสักนิดว่าแท้จริงแล้ว คนที่ฟังไม่เป็น คิดไม่ออก พูดไม่จริง และทำไม่ถูก ตามที่คุณอานันท์ ปันยารชุนเคยพูดไว้โดยไม่แหกตาดูความจริง ยอมรับความจริงนั้นเป็นใครกันแน่ ในเมื่อปวงชนชาวไทยได้ประจักษ์ในพระราชกรณียกิจของล้นเกล้าฯ กันทั้งประเทศมาร่วมชั่วอายุคน
       
       สิ่งที่น่าเศร้าที่หลายคนที่โดนลัทธิเหมาล้างสมองกลายๆ คือการเอาสถาบันกษัตริย์มาเป็นแพะรับบาปในทุกเรื่อง แต่ไม่เคยอ้างอิงถึงนักการเมืองสักเรื่องเดียว แม้ว่าวิกฤติการณ์น้ำท่วมจะทำให้หลายคนได้เริ่มหูตาสว่างบ้างแล้ว แต่คนที่ยิ่งคิดว่าตัวเองมีภูมิปัญญาเหนือคนอื่นเป็นนักคิดรุ่นใหม่กลับยังคงโดนมิจฉาทิฐิของตัวเองบดบังดังเดิม
       
       หากนักเขียนบางคนเปรียบว่ากษัตริย์กับประชาชนเป็นดั่งเรือกับน้ำความนิยมในสถาบันกษัตริย์ขึ้นลงเป็นไปตามธรรมชาติโดยไม่ต้องมีการปั้นแต่ง ก็จงแหกตาดูภาพในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ดังได้กล่าวมาข้างต้นว่าประชาชนรัก เทิดทูนบูชา และศรัทธาในหลวงของเราเพียงไร ขนาดมีขบวนการกลุ่มทุนกลุ่มการเมืองที่พยายามเผยแพร่แนวคิดล้มล้างสถาบันอย่างแข็งแกร่งเกิดขึ้น จะย้อนไปดูกี่ปีให้หลังก็ได้ก็จะเห็นภาพที่ไม่แตกต่างกัน
       
       เหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากการทุ่มเทพระวรกายให้กับพี่น้องชาวไทยอย่างหนักในตลอดรัชชสมัย เรามีวันนี้ได้ก็ด้วยพระบารมีคุ้มเกล้าให้อยู่เย็นป็นสุข พระองค์ท่านรักลูกทุกคนเท่าๆ กัน แม้จะมีลูกบางคนที่คิดอกตัญญูต่อพระองค์ท่าน แต่พระองค์ท่านก็ทรงเมตตา
       
       พวกเรามีบุญแค่ไหนที่ได้เกิดและอาศัยอยู่ภายใต้พระบารมีในรัชชสมัยของพระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสร์พระองค์หนึ่งตลอดกาลของโลกใบนี้ ที่ปกครองแผ่นดินโดยธรรม สอนให้เราอยู่กับความพอเพียง มีสติอยู่กับความจริงในหลักพุทธศาสน์ สนับสนุนในกิจการของทุกศาสนาแล้วใยต้องเร่งรัดก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ผิดธรรมชาติกาล
       
       ปัญญาชนส้นตีนเหล่านี้ควรไปถามตัวเองดูสักนิดแบบไม่เพ้อฝันว่า ถ้ารัฐไทยใหม่เกิดกลายเป็นจริงขึ้นมาแล้วเอานักการเมืองที่มีอยู่ปัจจุบันมาช่วยกันปู้ยี่ปู้ยำแล้ว เราจะเจริญได้เสี้ยวของเขมรไหม แน่ใจหรือว่าประเทศไทยจะไม่เกิดสงครามกลางเมือง ระบอบประธานาธิบดีที่พวกคุณใฝ่ฝันจะเป็นศูนย์รวมใจคนไทยได้หรือ จะมีประเทศไทยที่เจริญหลงเหลือให้นักคิดนักเขียนแนวๆ เหล่านี้ให้ชูคอเป็นกิ้งก่าโชว์โง่อย่างทุกวันนี้ไหม
       
       อันที่จริงแล้วคำว่าคนไทย ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีบัตรประจำตัวประชาชน เกิดที่ประเทศไทย มีสัญชาติไทย พูดภาษาไทย หรือร้องเพลงชาติได้ไหม หากแต่คนไทยที่แท้จริงควรเปล่งเสียงคำว่า ทรงพระเจริญ ออกมาจากใจอย่างไร้ซึ่งความตะขิดตะขวง ความไม่เต็มใจ ความกระดากอาย ความมีอคติ ต่างหาก
       
       ขอพระองค์จงทรงพระเจริญด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

 

โดย จิตตนาถ ลิ้มทองกุล

manager.co.th



ผู้ตั้งกระทู้ Almost Shit :: วันที่ลงประกาศ 2011-12-06 11:21:33


[1] 2 ถัดไป >>

ความคิดเห็นที่ 1 (2236451)

 พูดได้ตรงใจมาก ชอบคำว่าวอนนาบีจัง เจ็บแสบและน่าขำมาก 555

ผู้แสดงความคิดเห็น แลน วันที่ตอบ 2011-12-06 11:28:25


ความคิดเห็นที่ 2 (2236486)

 

ยืนยันว่า..ตรงใจและเห็นด้วย

ขอเชิญช่วยเผยแพร่แก่ไทยผอง

ให้เห็นทางเห็นธรรมตามครรลอง

เพื่อเมืองไทยเมืองทองเราร่มเย็น

 

ศรัทธา  ภราดร

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ศรัทธา ภราดร วันที่ตอบ 2011-12-06 13:32:05


ความคิดเห็นที่ 3 (2236548)

ซีไรต์นี่ใช่รางวัลสำหรับเสื้อสีนั้นใช่ไหม จริงเท็จแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าซีไรต์มีปัจจัยแทรกแซงเยอะเหลือเกิน คนวงในนินทากันให้สนุก ไอ้เราก็ได้แต่เข้าใจและพูดมากไม่ได้ เลิกส่งไปนานแล้วกับรางวัลนี้ เอาเวลาไปโพสต์ตามอินเตอร์เน็ตยังจะแจ้งเกิดและมีคุณค่าเสียมากกว่า ยิ่งมีคนที่มีความคิดแบบนี้เป็นเจ้าของรางวัลด้วย ยิ่งทำให้ซีไรต์รุ่นเก่าๆ เค้ามัวหมอง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ไปกินเหล้าด้วยกันบ่อย ดันเลยรู้มาก วันที่ตอบ 2011-12-06 18:14:35


ความคิดเห็นที่ 4 (2236572)

ชอบใจ และขอบคุณมากๆครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น สาธุชน วันที่ตอบ 2011-12-06 20:16:29


ความคิดเห็นที่ 5 (2236617)

 สังเกตอยู่ว่า บรรดาพวกที่ได้ซีไรต์ตามที่หัวกระทู้กล่าวถึง ถ้าไม่เขียนหนังสือสำหรับเด็ก ก็จะฉีกแนวจับต้องไม่ได้ เน้นอ่านไม่รู้เรื่อง และเน้นกล่าว/อ้างอิง อะไรก็ได้ที่เป็นต่างประเทศ คงคิดว่าโก้เก๋เสียเต็มประดา อีกหน่อยรางวัลเซเว่นบุคส์อะวอร์ด จะเป็นสถาบันที่น่าเชื่อถือและอ้างอิงได้ ถ้าคงคุณภาพเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ เราเองก็ขอภาวนาเอาใจช่วย ส่วนรางวัลหนังสือดีเด่นของกระทรวงศึกษาธิการนั้น เค้าคงคุณภาพเพื่อผลิตหนังสือให้เยาวชนอ่านประกอบการเรียนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น คนอ่านทั่วไป วันที่ตอบ 2011-12-07 02:08:58


ความคิดเห็นที่ 6 (2236839)

จิตตนาถ เขียนได้อย่างนี้นี่เอง เอ-เอส-ที-วี จึงได้เจ๊งเอาเจ๊งเอา

ทำอย่างนี้ถูกแล้วเหรอ?

โหนสถาบันด่าคนอื่น มันถูกแล้วเหรอ?

หากเขาโต้ตอบก็จะป้ายสีว่าหมิ่นสถาบัน ใช่ไหม?

แล้วผลงานเขียนชิ้นนี้หล่ะ จะเรียกว่าอะไรดี

ยกส้นตีนเสร็จ ก็กล่าวคำสรรเสริญได้เลยเหรอ?

มันถูกต้องเหรอที่จะกล่าวคำสรรเสริญด้วยการยกส้นตีนใส่คนอื่น?

ผลงานส้นตีนอย่างนี้และคือการทำลายสถาบันที่แท้จริง

ซีไร้ซีหลอกมันไม่ใช่ปัญหาหรอก

ปัญหาคือปัญญาชนส้นตีนอย่างผู้เขียนบทความข้างบนนี่แหละ

ดูรายการตอบโจทย์ที่มี อ.คำนูญ อ.ชัยพร อ.วรเจตน์ อ.สุลักษณ์ เข้าร่วมแล้วใช่ไหม?

อ.คำนูญลิ้นจุกปาก อ.ชัยพรบอกว่าต้องเลิก อ.วรเจตน์เห็นว่าต้องปรับปรุง อ.สุลักษณ์เห็นว่าต้องเลิก เห็นหรือยังว่าปัญญาชนแถวหน้ายังตอบอย่างมีเหตุมีผล

แต่จิตตนาถมีแต่อารมณ์ล้วน ๆ หาเหตุผลอันใดมิได้เลย กล้าด่าคนอื่นว่าปัญญาชนส้นตีน แต่จากบทความนี้ คำด่านั้นเหมาะกับคนด่าเสียเองเสียมากกว่า

ขออภัยเว็บสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ที่ต้องเขียนอย่างนี้ มิได้มีเจตนาอันเป็นภัยต่อสถาบันใด ๆ แต่ไม่ชอบวิธีการแอบอ้างสถาบันมาด่าทอผู้คน

ใครสนับสนุนการด่าทอเช่นนี้ ก็เลวทรามไม่แพ้กัน

ด้วยความเคารพ

ผู้อ่านคนหนึ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-07 19:52:46


ความคิดเห็นที่ 7 (2236863)

โถ... พิมพ์มาตั้งนาน พิมพ์มาตั้งเยอะ นึกว่าจะเอาเหตุผลมาคุยกัน ว่าใครผิดถูกอย่างไร สุดท้าย ก็ด่า ก็จิก ก็เหน็บ ...โถ แม่คุณ


ย้อนกลับไปอ่านบทความดู เอ... เขาก็ไม่ได้ยืนเท้าสะเอวด่าพ่อล่อแม่โดยไร้เหตุผลเลยนี่นา เหตุผลก็ไล่เรียง มีที่มา มีเหตุเกิด มีผลรับ ถ้าอ่านหนังสือออกอ่ะนะ 


อ่านจบ เลยมานั่งมโนนึกว่า ความเห็นที่ 6 คือไอดอลคนใดหนอ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่าน หรือผู้เขียนคนหนึ่ง ? วันที่ตอบ 2011-12-08 01:39:57


ความคิดเห็นที่ 8 (2236870)

นี่ไง่ ... ผู้คนจึงคุยด้วยเหตุผลกันไม่ได้

เพราะอะไรหรือ?

เจตนาไม่บริสุทธิ์ของผู้นำบทความมาลง

พอมีคนมาตอบหน่อย ก็ใช้วิธีส้นตีน ๆ ด้วยการทำลายผู้ตอบ

..ทำเหมือนว่าผู้อ่านเป็นเพศแม่มันบ้าง

..ทำเหมือนว่าผู้อ่านนี้อ่านหนังสือไม่ออกบ้าง

..ทำเหมือนว่าผู้อ่านเป็นผู้เจ็บเนื้อร้อนใจแทนนักเขียนซีไรต์หรือไม่ก็เป็นเสียเอง

ทีตัวเองด่า จิก เหน็บคนอื่นหละทำได้

แต่คนอื่นทำไม่ได้หรือไง?

นี่แหละเหตุผลทั้งหมด ...มันด่าคนอื่นได้เป็นคนดี แต่พอคนอื่นด่าคืนจะส่งผ้าถุงมาให้นุ่ง !

การมาตอบจึงต้องตอบที่ต่อมตัณหาเลยไง

มัวไปตอบหนึ่ง-สอง-สาม มันก็จะเอาขี้มาป้ายเลย

นี่ยังดีที่มาเรียกว่าแม่ ... ไม่ใช่เฟ้ย อย่าเดาง่าว ๆ ดีกว่า

นี่ยังดีที่มาเบาะๆว่า ถ้าอ่านหนังสือออก ... อ่านออกเฟ้ย อ่านออกถึงจิตใจของผู้เขียน เข้าใจพยัญชนะ อรรถะ และหัวจิตหัวใจผู้เขียน ซึ่งบ่งถึงเจตนาอันดำสนิท ยกสถาบันมาด่าคน ทำไมจะด่ากลับไม่ได้ ทำไมจะถามกลับไม่ได้? ใครมันวิเศษกว่าใคร?

นี่ยังดีที่ยังมโนนึกยกให้เป็นไอดอล ... ไม่ใช่เฟ้ย แค่คนอ่านคนหนึ่งรำคาญ วิธีแอบใต้ถุนปาขี้ใส่ชาวบ้าน พอเขาสวนกลับ ก็จะโวยวายว่า ไม่มีเหตุผล ...เลวไหมหล่ะ?

ในบทความมันถก ม.112 ที่ไหน หล่ะ?

ภาพอันประทับในจิตใจของปวงชนชาวไทยทุกคน ภาพในวันที่ 5 ธ.ค. วันมหามงคล คนไทยทุกคนเห็นแล้วมีความสุข อยากให้สถาบันอยู่คู่ประเทศไทยนาน ๆ แต่ต้องอยู่อย่างมั่นคง ไม่ให้สั่นคลอน

แต่...บทความนี้ เหมือนเด็กน้อย เดินออกมาหน้าแถวแล้วชี้หน้ากราด ฉอด ๆ ว่าคนนั้นคนนี้ไม่รักสถาบัน เพราะจะให้เลิกม.112 ...มันจะบร้าเหรอ?

 

ปัญญาชน เขาหวั่นตรงนี้แหละ มีคนแอบอ้างสถาบันไปทำร้ายคนอื่น เมื่อเขาเดือนร้อนเขาก็ตอบโต้ จะน้อยจะมากสถาบันก็แปดเปื้อน เข้าใจไหม?

เขาถกปัญหาหลักของประเทศ อย่างนี้ถึงเรียกปัญญาชน

การถกไม่ใช่การทำร้าย แต่เป็นการหาทางออกที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ ให้เหตุให้ผล ถกจนพบทางสว่าง ทางที่ถูกต้อง ค่อยนำมาปฏิบัติ

นี่อะไร ไปขัดขวางตั้งแต่ยังไม่เริ่มถก ? แถมพูดจาเสีย ๆ หาย ๆ ใส่ผู้กล้าคิด (แต่พอมีผู้นำวิธีเดียวกันออกมาตอบโต้ กลับมาด่าเขาเสียอีก ...มันด่าเขาทุกทาง ด่าได้คนเดียวหรือไง?)

เหตุผลของปัญญาชน คือต้องการให้สถาบันยืนอยู่อย่างสง่างาม คนเคารพด้วยจิตใจ จึงจะไม่มีใครมาหมิ่นให้เสียหาย แต่หากอยู่อย่างบังคับ มันก็จะมีคนมากระทบอยู่ร่ำไป เข้าใจไหม?

อะไรที่กดดัน ต้านทานไว้ ไม่นานก็พังทลาย

น้ำท่วมคราวนี้ยังไม่เกิดพุทธิปัญญาอะไรเลยเหรอ?

ตั้งพนังสูงเท่าตึกสามชั้นก็เอาไม่อยู่ สุดท้ายก็พังทลาย

วิธีที่เหมาะสมคืออะไร? ต่อต้าน หรือทำความเข้าใจธรรมชาติ?

 

เอ้า ไหน ๆ ก็เบี่ยงประเด็นมาถกเรื่องผู้อ่าน ไหนลงตอบมาสิ ผู้หญิงไม่ดีตรงไหน? ผู้อ่านอ่านหนังสือไม่ออกตรงไหน? มีอะไรว่าผู้อ่านส่อว่าจะเป็นไอดอลคนใดคนหนึ่ง?

 

ตอบได้ไหม? หรือเก่งแต่จำขี้ปากคนอื่นมาพูด เก่งแต่ก็อปความเห็นผู้อื่นมาลง โดยคิดเองไม่เป็น หากไม่ใช่เช่นนั้น ก็แจงให้ผู้อ่าน ได้อ่านเป็นบ้างเถอะ จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

 

ด้วยความเคารพ

ผู้อ่านคนหนึ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-08 06:01:48


ความคิดเห็นที่ 9 (2236872)

ความเห็นของข้าพเจ้า ในเรื่องการประกวดวรรณกรรม จะรางวัลใดก็ตาม เวทีใดก็ตามผู้เขียนประกวดอย่าไปข้องแวะกับสถาบันเลย เรื่องที่เขียนมีตั้งมากมาย เรื่องสร้างสรรค์มีไม่น้อย อ่านเกณฑ์การตัดสินการประกวดจะมีระบุชัดเจนต้องสร้างสรรค์จรรโลงใจ บางเรื่องช่วยกันบำรุงรักษาเชิดชูไว้ไม่ให้เสื่อม มันก็จะได้ชื่อว่าสร้างสรรค์อย่างแท้จริง เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ความคิดมุมมองที่แตกต่างกัน ก็ไม่เป็นไร การแสดงออกโดยสุจริตใจ สุภาพเรียบร้อย คนอ่าน คนฟัง เขามีวิจารณญาณ จำแนกแยกแยะได้เอง การเคารพในเหตุผล เคารพความคิดเห็นเป็นเรื่องปรองดองสมานฉันท์ สามัคคีก็จะเกิดตามมาเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น สาธุชน วันที่ตอบ 2011-12-08 06:34:40


ความคิดเห็นที่ 10 (2236873)

 

"ผู้อ่านคนหนึ่ง" 

เป็นคนที่พูดจาด้วยเหตุด้วยผลดีแท้ๆนะ 

ไม่ใช้อารมณ์อะไรเลยนะ

ไม่ด่าทอเสียดสีใครเลยนะ

 

เพียงแต่บอกว่า

ถ้าใครเห็นด้วยกับบทความที่ตัวเองไม่เห็นด้วย 

"..ก็เลวทรามไม่แพ้กัน.."  เท่านั้นเอง ! ? ?

 

เห็นไหมว่ามีเหตุผล  ไม่ใช้อารมณ์ ไม่เสียดสีใครเลยนะ ??

สุดยอด....ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แดงหลงทาง วันที่ตอบ 2011-12-08 06:35:07


ความคิดเห็นที่ 11 (2236905)

แล้ว "แดงหลงทาง" (คคห.10) พูดด้วยเหตุผลเหรอ? ไม่เสียดสีเหรอ? ไม่ด่าทอเหรอ?

 

แล้ว "แดงหลงทาง" คิดว่าตัวเองทำถูกแล้วเหรอ ?

 

"ผู้อ่านคนหนึ่ง" เขียนใน คคห.6 ว่า

"ขออภัยเว็บสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ที่ต้องเขียนอย่างนี้ มิได้มีเจตนาอันเป็นภัยต่อสถาบันใด ๆ แต่ไม่ชอบวิธีการแอบอ้างสถาบันมาด่าทอผู้คน

ใครสนับสนุนการด่าทอเช่นนี้ ก็เลวทรามไม่แพ้กัน"

 

แต่ "แดงหลงทาง" (คคห.10) นำมาบิดเบือนว่า

 

ถ้าใครเห็นด้วยกับบทความที่ตัวเองไม่เห็นด้วย 

"..ก็เลวทรามไม่แพ้กัน.."  เท่านั้นเอง ! ? ?

(แดงหลงทาง)

 

มันถูกแล้วเหรอ?

เขาด่าคนด่าทอผู้อื่นเฟ้ย ?

มาด่าคน มันก็ต้องมีอารมณ์ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่อริยสงฆ์เฟ้ย ด่ามาก็ด่าไปเป็นธรรมดา

หากการด่าคนที่ด่าทอผู้อื่นเลวทราม แล้วทำไมการด่าทอผู้อื่นจะไม่เลวทราม?

เราด่า เธอเจ็บ ... แล้วเธอไม่คิดหรือว่า เธอด่า เราก็เจ็บ

การระงับความเจ็บ จึงมิใช่มาห้ามเราด่า แต่เธอนั่นแหละหยุดด่า

เธอหยุด เราหยุด ต่างฝ่ายต่างไม่เจ็บ

นับเป็นตรรกะได้ไหม?

บทความนี้ ด่าคน จึงมีคนมาด่า แล้วก็มีคนอื่นมาด่าคนด่า แล้วคนด่าก็ด่าคนด่า แล้วต่างฝ่าย ต่างก็ด่ากัน ด่าๆๆๆ ไม่มีสิ้นสุด

แบบนี้นับเป็นเหตุผลได้ไหม?

คำถามคือ เมื่อไหร่จะหยุดด่า ? ... ต่างฝ่ายก็คงตอบว่าเมื่อเธอหยุดด่า แล้วใครจะหยุดก่อนล่ะ?

ตอบได้ไหม?

ถามด้วยใจจริง นะ!!!

แต่เรามีคำตอบแล้ว ... เราจะหยุด เมื่อเธอหยุด ... ยุติธรรมดีไหม (ฮา)

 

ประเด็นหลัก มันไม่ใช่ซีไรต์ (เขาประกวดอะไร อย่างไร มันก็เรื่องของเขา)

ประเด็นหลัก มันไม่ใช่การปกป้องสถาบัน (การปกป้องสถาบันเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่แค่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง)

 

ประเด็นหลักในบทความนี้ มันคือ การแอบอิงสถาบัน แล้วด่าคนอีกกลุ่มที่กำลังถกกันเกี่ยวกับกฏหมายอาญา มาตรา 112

ประเด็นหลักในบทความนี้ คือการด่า เข้าใจหรือเปล่า?

 

หากเราจะบูชาใคร สรรเสริญใคร เราสมควรชำระกาย ชำระใจ แล้วนำธูป เทียน ของหอม และสิ่งจรรโลงใจ ให้ดีงาม มาแสดง มาเอ่ย มากราบไหว้

ในบทความนี้ทำอย่างนั้นหรือเปล่า?

เปล่าเลย กลับนำเอาของเน่าเสียมาใส่ แล้วก็ตบท้ายด้วยคำสรรเสริญ ... คนแบบนี้ พิธีกรรมแบบนี้ เราไม่ร่วมด้วยหรอก

 

เราเขียนกลอน เขียนคำประพันธ์ บทอาศิรวาท เราเขียนอย่างไร? เขียนด้วยความเคารพนบนอบ สรรหาศัพท์ดีงาม มาร้อยมากรองประดับ ด้วยใจจริง ใช่ไหม?

หรือมีใครเขียนบทอาศิรวาทด้วยคำด่า ? คำเสแสร้ง ? ไม่น่ามีใช่ไหม?

หากมี มันจะจรรโลงใจได้อย่างไร?

 

นี่แหละท่านเอ๋ย

อ่านอะไรอ่านให้ลึกซึ้ง อย่าฉาบฉวย หันมาถลึงตาใส่ผู้โสกโดก แต่ต้องตำหนิผู้ซ่อนกลหลอกลวง

เราเคารพสถาบัน เราเชิดชูสถาบัน แต่เราจะไม่สนับสนุนผู้ที่แอบอ้างสถาบันไปทำร้ายผู้อื่น

 

อยากจะถกด้วยเหตุผล ก็ต้องเริ่มด้วยเหตุผล หากเริ่มด้วยอารมณ์ ก็จะได้อารมณ์ตอบ ของธรรมดา ของจริงจะปฏิเสธได้เหรอ?

 

 

ด้วยความเคารพ

 

ผู้อ่านคนหนึ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-08 10:23:21


ความคิดเห็นที่ 12 (2236922)

 เอิ่มมมมมมม ผู้อ่านคนหนึ่งคะ เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ แลดูเดือดร้อนแทนซีไรต์ไดอลไปไหมคะ .....หรือว่า.......

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ปูเสื่อ วันที่ตอบ 2011-12-08 11:20:01


ความคิดเห็นที่ 13 (2236929)

 เท่าที่ติดตามเรื่องนี้มานะคะ 


ฝ่ายที่ไม่อยากให้เปลี่ยนนั้น แสดงจุดยืนออกมาอย่างชัดเจน อันเป็นไปเพื่อปกป้องสถาบันอันเป็นศูนย์รวมน้ำใจ และศูยน์รวมศรัทธา ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในการให้เด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ได้สัมผัสพระราชกรณียกิจของพระองค์เหมือนคนรุ่นก่อน ๆ มาวิพากษ์วิจารณ์ท่าน (เหมือนกับที่นักเขียนรางวัลซีไรต์ซีไรต์รุ่นใหม่กำลังกระหายอยากที่จะทำ..........และทำไมซีไรต์รุ่นเก่าๆ ถึงไม่อยากทำ ?)


ส่วนฝ่ายที่อยากจะให้มีการเปลี่ยน ก็ไม่ได้แสดงจุดยืนอะไร นอกอยากจะเปลี่ยน แต่เปลี่ยนแล้วได้อะไร ? เปลี่ยนแล้วจะกระทบความรู้สึกประชาชนส่วนใหญ่มั้ย ? กระทบแล้วจะแก้ไขอย่างไร ? และมีแนวทางแก้ไขมั้ยเวลามีผู้ไม่หวังดีวิพากษ์วิจารณ์เพื่อหวังดิสเครดิตสถาบัน ? และที่ผ่านมาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าฝ่ายของท่านนั้นไม่ได้เป็นเครื่องมือของใคร ทั้งๆ ที่คนที่ควรจะวิจารณ์ เช่น นักการเมืองคอรัปชั่น มีอยู่มากมาย ? .....พูดง่ายๆ คือ มีอะไรให้วิจารณ์มากมายไม่ทำ ดันทะลึ่งอยากจะมากล้าหาญในเรื่องที่ไม่ควรทำ.......อาเมน


ใช่ค่ะ รูปภาพที่ประกอบข่าวการแถลงนโยบายนี้ ดิชั้นเห็นรูปนักเขียนรางวัลซีไรต์ และนักเขียนท่านอื่นๆ ในสภาพที่ "ติสต์" เสียเต็มประดา ...ใช่ค่ะ ติสต์มันดูเท่ ดูเหนือเมฆ ดูน่าชื่นชม และติสต์นั้นมักจะทำอะไรโดยที่ไม่ต้องใช้เหตุผลอะไรมาก เพราะคิดว่าตัวเองติสต์ แต่ขอโทษเหอะค่ะ งานนี้คงไม่หมูสำหรับพวกท่าน


และสุดท้าย เท่าที่อ่านกระทู้นี้ และมีการพูดถึงรางวัลซีไรต์ ถามว่าเกี่ยวกันมั้ย ก็ตอบได้เลยว่าไม่เกี่ยว แต่ที่เกี่ยวคือ รายชื่อผู้ที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มีซีไรต์รุ่นใหม่เยอะมาก


ไอ้เราก็ได้แต่ภาวนาว่า อย่าให้ไอ้ที่ดิชั้นคิดตะหงิดๆ เป็นเรื่องจริงเลยพ่อเจ้าประคุณ เพราะดิชั้นยังรักซีไรต์อยู่เหลือเกิน

ผู้แสดงความคิดเห็น คนผ่านมา วันที่ตอบ 2011-12-08 11:46:00


ความคิดเห็นที่ 14 (2236996)

ตอบคุณ "ปูเสื่อ" ... ไม่ และ ไม่

ตอบคุณ "คนผ่านมา" ... คำถามที่ท่านถามนั่นแหละ คือสิ่งที่ต้องนำไปตั้งให้คนที่ออกมาเรียกร้องตอบอย่างปัญญาชน ไม่ใช่ไปตั้งแง่ด่าเขาตั้งแต่แรกเหมือนในบทความ เรื่องดังกล่าว คนเคยได้ซีไรต์เข้าร่วมเยอะก็จริง แต่ไม่ใช่นักเขียนซีไรต์ทั้งหมด และกรรมการซีไรต์ก็ไม่ได้เคลื่อนไหวทำนองนี้ บทความนี้ผูกเรื่องซีไรต์กับเรื่องนี้ มันจึงเป็นความเห็นแบบส้นตีนๆ

นักเขียนด้วยกัน ควรเปิดเวทีสานเสวนา ใครเห็นด้วย ด้วยเหตุผลอะไร ใครไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลอะไร ตีแผ่ความมืดบอดปัญญาด้วยกัน ให้เห็นทางออก ไม่ใช่มาเขียนบทความด่ากัน ด่าเอามัน คนอ่านเซ่อๆ ซ่าๆ กลายเป็นเบี้ยให้เขาเล่น เป็นควายให้เขาจูงจมูก 

นักเขียนถูกนับเป็นปัญญาชน บางทีนับเป็นฐานันดรที่ 5 ด้วยซ้ำ ทำไมไม่สร้างสรรค์เวทีปัญญาชนเสวนากัน เพื่อความรู้แจ้งแทงตลอดในปัญหาหลักของสังคม ให้สมกับฐานันดรภาพ

มาเขียนบทความส้นตีน ๆ อย่างนี้ ไม่ประเทืองปัญญาตาตุ่มอะไรเลย เสียเวลาเปล่า และไม่ต้องเอาซีไรต์มาเกี่ยวด้วยอีกหละ หากจะเปิดประเด็นปกป้องสถาบัน ก็เอาเนื้อ ๆ เลยว่าจะปกป้องอย่างไร แต่ไม่ใช่ไปป้ายสีคนโน้นคนนี้ไม่รักสถาบันนะ มันไม่ประเทืองปัญญา

 

ด้วยความเคารพ

ผู้อ่านคนหนึ่ง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-08 14:37:39


ความคิดเห็นที่ 15 (2237003)

 การแสดงความจงรักภักดีนั้น ก็เห็นปฏิบัติกันอยู่ทั้วไป โดยมิต้องเปิดเวทีเสวนา


แต่ไอ้ที่เปิดเสวนา ก็มักจะเปิดในกลุ่มของตัวเอง คุยกันเอง สรุปกันเอง เครียดกันเอง และคิดว่าพวกตัวเองคือผู้เปลี่ยนโลก 


บางทีก็อยากจะให้เปิดเสวนาประกาศทางโทรทัศน์ คุยกันเปิดเผยแมน ๆ ไปเลยว่า ใครคิดอะไร ที่ไหน อย่างไร ทำไม และเพื่ออะไร


และอย่าอวยปัญญาชนให้มากนัก เพราะประเทศนี้ พวกปัญญาชนแทบจะเดินชนกันอยู่แล้ว แต่ประเทศชาติก็ยังมิได้นำพา


และฝากไปยังบางความเห็นในนี้ว่า ผมพยายามอ่านเท่าไหร่ก็ไม่กระจ่างเสียที ว่าสิ่งที่คุณคิดสิ่งที่คุณสนับสนุนมันมีหลักการอย่างไร มีแล้วดีอย่างไร ต้องทำอย่างไร แล้วจะกระทบความเป็นชาติหรือไม่ ส่วนบทความนั้นเค้าก็แจ้งแถลงไขว่าเค้าคิดอย่างไร ทำไมถึงคิดอย่างนั้น 


บางทีคงไม่ต้องถึงกับเปิดเสวนาหรอก เอาให้รอดในกระทู้นี้ก่อนดีไหม

ผู้แสดงความคิดเห็น นาย ป. ณ บางมด วันที่ตอบ 2011-12-08 15:09:06


ความคิดเห็นที่ 16 (2237014)

เห็นด้วยนะเสวนาทางโทรทัศน์ เปิดกันแมน ๆ ไปเลย ปัญญชน มันต้องเอาปัญญามาชนกัน ไม่ใช่เอาเขาและเขลามาชนกัน

ไม่ต้องอ้อมค้อมกับ "ผู้อ่านคนหนึ่ง" หรอก ที่ไม่มีความเห็นสนับสนุนสิ่งที่ท่านคิดว่าเราสนับสนุน เพราะเราไม่ได้เปิดประเด็นนี้!

กระทู้นี้เปิดประเด็นด้วยบทความคุณจิตตนาถ เราก็สรุปให้แล้วไงว่า บทความส้นตีน ๆ นี้ โหนสถาบันมาด่าคน! ประเด็นมันมีแค่นี้

อ้ายที่แตกประเด็น เราก็ถามไปว่า เพศแม่ไม่ดีตรงไหน? เราอ่านหนังสือไม่ออกตรงไหน? อะไรสื่อว่าเราเป็นไอดอล? ... เหล่านี้ไม่เห็นคนเปิดมาตอบ เพราะตอบไม่ได้ ไม่มีปัญญาตอบ เหมาเอาเองทั้งนั้น เพียงแค่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ออกความเห็นเท่านั้น โดยไม่ได้แย้งประเด็นที่สื่อสักกะผีก

แตกประเด็นว่า "ผู้อ่านคนหนึ่ง" ก็เสียดสี ด่าคนอื่นเหมือนกัน... อันนี้ก็ยอมรับไปแล้วไงว่า ใช่! แต่ด่าพวกที่ด่าคนอื่นเท่านั้น และบอกด้วยว่าจะหยุดเมื่อไหร่!

ถามว่า "ผู้อ่านคนหนึ่ง" เป็นอะไรมากหรือเปล่า เป็นเดือดเป็นแค้นแทนมากไปหรือเปล่า ... ตอบไปแล้วว่า ไม่ และไม่ ...เพราะออกความเห็นด้วยบริสุทธิ์ใจจากที่ได้อ่านบทความนี้เท่านั้น ไม่ได้สนใจกะนักเขียนซีไร้ต์หรือไม่ไร้ต์เลย

เราจึงไม่ได้ลงในประเด็น ม.112 หรือ การปกป้องสถาบันเลย เพราะเป็นประเด็นย่อย และยังไม่มีใครเปิดประเด็นกับเรา ที่ท่าน "คนผ่านมา" เอ่ย ก็เปรย ๆ เราก็เปรย ๆ บ้าง ต่างกันตรงไหน?

อ้ายที่อยากรู้ว่าสิ่งที่เราสนับสนุนมีหลักการอย่างไร อะไรๆ นั้น และบอกว่าบทความนี้ชัดเจนนั้น ... อย่าตีขลุมดีกว่า บทความนี้ชัดเจนแต่เรื่องด่าคน ไม่ได้ชัดเจนในเรื่องอื่นเลย

อ้ายที่อยากให้เราตอบว่าสิ่งที่เราสนับสนุนมีหลักการอย่างไร แล้วท่านเข้าใจว่าเราสนับสนุนอะไรล่ะ? บอกมาชัด ๆ ท่านต้องการเสวนาเรื่องอะไร ใช่ ม.112 ไหม? ใช่การปกป้องสถาบันไหม? ใช่เรื่องด่าพวกโหนสถาบันไหม? ใช่เรื่องด่านักเขียนซีไรต์ไหม? หรือเรื่องอื่นใด? บอกให้ชัด ๆ เป็นประเด็น ๆ ไป อย่าตั้งคำถามกำกวมๆ แล้วปั้นคำพูดนั้นคำพูดนี้มายัดใส่ปากเรา หลอกด่าเรา

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-08 15:47:49


ความคิดเห็นที่ 17 (2237034)
แถ ๑ ก. อาการที่นกเป็นต้นเอียงปีกร่อนลง, อาการที่ของแบน ๆ เช่นกระเบื้อง
  หรือรูป แฉลบหรือร่อนไปเฉียง ๆ, โดยปริยายเรียกอาการที่คล้ายคลึง
  เช่นนั้น เช่น วัน ๆ ไม่เห็นทำการทำงานได้แต่แถไปโน่นไปนี่.
ผู้แสดงความคิดเห็น แด่บางความเห็น วันที่ตอบ 2011-12-08 16:40:27


ความคิดเห็นที่ 18 (2237163)

จิตตนาถด่าคนอย่างไร?

๑. ด่านักคิดนักเขียนในเครือมติชน

"...หวังว่าภาพนี้จะเป็นหลักฐานให้นักคิดนักเขียนของสื่อในเครือมติชนบางท่าน ที่ไม่ทราบจะเดือดร้อนอะไรกันนักหนากับการที่เรามีชีวิตอยู่ในรัชสมัยของพระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุดพระองค์หนึ่งในโลกได้เห็นแจ้ง และเลิกพร่ำเพ้อเสียทีถึงเรื่องการวางตัวอย่างเสงี่ยมภายได้รัฐธรรมนูญของกษัตริย์ หรือแปลง่ายๆ คือการจำกัดบทบาทของสถาบันกษัตริย์ให้มีแค่การดำรงคงอยู่ มีพระราชกรณียกิจในพระราชพิธีเฉยๆ และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ได้โดยสุจริตกันเสียที..."


จิตตนาถ ปั้นคำพูดว่า นักคิดนักเขียนเหล่านั้นเดือดร้อนกรับการมีชีวิตอยู่ในรัชสมัยของพระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุดพระองค์หนึ่งในโลก ... เอาหลักฐานมาจากไหน คิดเองเออเองทั้งนั้น

จิตตนาถ กล่าวหาว่านักเขียนเหล่านั้นพร่ำเพ้อถึง "การจำกัดบทบาทของสถาบันกษัตริย์ให้มีแค่การดำรงคงอยู่ มีพระราชกรณียกิจในพระราชพิธีเฉยๆ และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ได้โดยสุจริต" ... หลักฐานมันอยู่ไหน พร่ำเพ้อเองทั้งนั้น

จิตตนาถ ชี้กราดว่าหากนักคิดนักเขียนเหล่านั้นเห็นภาพอันเป็นมงคลสมัย ๕ ธ.ค. จะได้เลิกพร่ำเพ้ออะไรสักอย่างเสียที ... จิตตนาถนั่นแหละพร่ำเพ้อไร้สาระ เพราะคนไทยทุกคนต่างก็ชื่นชมและปลาบปลื้มปิติเมื่อเห็นภาพนั้น และอยากให้มีอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป ... ขณะที่เขากำลังปลื้มปีติ แต่จิตตนาถกลับมาชี้หน้าด่ากราด นี่มันหมายถึงอะไรกัน? อย่างนี้คือคนจิตใจใสสะอาดหรือโสมม?

๒. ด่านักเขียนที่สนับสนุนการปรับปรุง ม.112

"...จึงเป็นเรื่องน่าแปลกสำหรับปัญญาชน นักคิดนักเขียนบางคนที่แทนที่จะตั้งคำถาม หรือวิพากษ์นักการเมืองในการบริหารประเทศล้มเหลว จนประชาชนต้องพบกับความวิบัติฉิบหาย กลับพยายามทำตัวเหนือๆ อ้างเหตุผลเนียนๆ สนับสนุนแนวคิดในการแก้ไขกฎหมายในการวิพากษ์กษัตริย์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย แต่ไม่เคยคิดแหกตาดูความเป็นจริงว่า มีพวกล้มเจ้าลัทธิเหมานั้นคอยปลุกปั่นปลุกระดมกันอย่างหนักทั่วประเทศ..."

"...นักเขียนบางคนไปไกล...พูดไปพูดมาก็โหนตรรกะกลับไปทางอ้อมกับการแก้มาตรา 112 ว่าเป็นกฎหมายปิดปากอยู่นั่นเอง..."

"... หรือแท้จริงแล้วคนพวกนี้ต้องการให้เว็บหมิ่นสามารถหมิ่นพระองค์ท่านได้อย่างถูกกฎหมาย!? แล้วจะให้สถาบันเป็นคนไล่ฟ้องหมิ่นประมาทพิสูจน์กันเป็นเคสๆ ไป?..."

"...คำถามคือพระองค์ท่านไปทำอะไรให้คนกลุ่มนี้ถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับทุกข์ระทมใจที่ไม่สามารถสะบัดปลายปากกา สร้างอารมณ์ติสต์ได้ถ้าไม่ได้วิพากษ์พระองค์ท่าน ..."

"...น่าเศร้าที่หลายคนที่โดนลัทธิเหมาล้างสมองกลายๆ คือการเอาสถาบันกษัตริย์มาเป็นแพะรับบาปในทุกเรื่อง แต่ไม่เคยอ้างอิงถึงนักการเมืองสักเรื่องเดียว..."

"...ปัญญาชนส้นตีนเหล่านี้ควรไปถามตัวเองดูสักนิดแบบไม่เพ้อฝันว่า ถ้ารัฐไทยใหม่เกิดกลายเป็นจริงขึ้นมาแล้วเอานักการเมืองที่มีอยู่ปัจจุบันมาช่วยกันปู้ยี่ปู้ยำแล้ว เราจะเจริญได้เสี้ยวของเขมรไหม แน่ใจหรือว่าประเทศไทยจะไม่เกิดสงครามกลางเมือง ระบอบประธานาธิบดีที่พวกคุณใฝ่ฝันจะเป็นศูนย์รวมใจคนไทยได้หรือ จะมีประเทศไทยที่เจริญหลงเหลือให้นักคิดนักเขียนแนวๆ เหล่านี้ให้ชูคอเป็นกิ้งก่าโชว์โง่อย่างทุกวันนี้ไหม..."

อย่างนี้แหละที่จิตตนาถพร่ำเพ้อ พร่ำเพ้อว่าทำไมนักเขียนไม่วิจารณ์นักการเมืองแต่กลับอยากจะวิจารณ์พระองค์ท่าน พร่ำเพ้อลัทธิเหมามาล้างสมอง  พร่ำเพ้อว่านักเขียนโหนตรรกะไปแก้ ม.112 เพื่อให้มีการหมิ่น พร่ำเพ้อว่าเอาสถาบันมาเป็นแพะ พร่ำเพ้อรัฐไทยใหม่ พร่ำเพ้อระบอบประธานาธิบดี พร่ำเพ้อว่าทั้งหมดทั้งมวลคือเหล่าคิดนักเขียนเหล่านั้นอยากให้เป็นทั้งที่ไม่มีหลักฐานมาอ้างอิง

เหล่านี้มันเหลวไหลสิ้นดี ปั้นคำพูดไปยัดปากคนอื่น ว่าคนนั้นต้องการอย่างนี้ คนโน้นต้องการอย่างนั้น มันป้ายสีเขาชัด ๆ ป้ายสีเพื่อที่จะด่าเขาว่า ปัญญาชนส้นตีน ยกส้นตีนให้เขาเสร็จก็หันมากล่าวคำสรรเสริญ ... เฮ้ยนี่มันการสรรเสริญประเภทไหนว่ะ หากไม่ใช่การโหนเจ้าด่าคนอื่น ? อย่างนี้คือพฤติกรรมของคนใสซื่อหรือโสมม?

เท่าที่เคยอ่านข้อเรียกร้องของเหล่านักเขียน (อาจจะมีนักเขียนซีไรต์ด้วย แต่ไม่ควรนับว่าเป็นตัวแทนซีไรต์)  เหตุผลเขาชัดเจนว่าไม่ได้ประสงค์จะให้หมิ่นพระองค์ พวกเขาต้องการปกป้องสถาบันเหมือนกับพวกเราทั้งหลายนั่นแหละ

คนที่เขาโจมตี และวิจารณ์ คือนักการเมืองทั้งนั้น การเอากฎหมายพิเศษเหล่านี้มาเล่นงานกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่นักการเมืองเหรอ?

เขาไม่ต้องการให้นักการเมืองเลว ๆ เอากฎหมายเหล่านี้มาเล่นงานฝ่ายตรงข้าม เมื่อมีการตอบโต้จะมากจะน้อยก็ไปเปื้อนสถาบันจนได้แหละ เขาต้องการยกสถาบันให้อยู่เหนือการเมือง ซึ่งจะแก้ปัญหาการหมิ่นในระยะยาวและยั่งยืน มันไม่ดีเหรอ?

อ่านบทสัมภาษณ์ อ.วรเจตน์ (คลิก) ก็เห็นว่ามีวัตถุประสงค์ปกป้องสถาบัน 

เราเชื่อว่าทุกคนทำเพื่อปกป้องสถาบัน เพียงแต่ทำกันคนละแนวทางเท่านั้นเอง เป้าหมายเหมือนกัน ทำไมต้องมานั่งด่ากัน ไม่เห็นสร้างสรรค์ตรงไหน


เราไม่ได้ปกป้องนักคิดนักเขียนเหล่านั้น แต่เราไม่ชอบวิธีอิงสถาบันเพื่อด่าคน เข้าใจไหม?


ด้วยความเคารพ

ผู้อ่านคนหนึ่ง

ป.ล. คนที่เอาคำว่า "แถ" มาแปะ ควรออกมาแสดงความเห็นอย่างแมน ๆ หน่อย อย่าเก่งแต่ก๊อปปี้แอนด์เพสต์ น่ารำคาญ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-09 08:03:01


ความคิดเห็นที่ 19 (2237227)

หนู-รู

นก-กรง

ปลา-บ่อ

ผู้อ่านคนหนึ่ง-โรงพยาบาลศรีธัญญา

ผู้แสดงความคิดเห็น รักษาด่วน วันที่ตอบ 2011-12-09 13:09:39


ความคิดเห็นที่ 20 (2237244)

นั่นแหละปัญญาหางอึ่ง     ทึ่งถึงเทพพรหมนิยมถาน
ใครกันหือคืออันธพาล      สันดานกบสยบเศษกะลา

หนูเฮ้ย ขี่คอราชสีห์           นกรี่อาศัยหิมพานต์ฟ้า
ปลาว่ายสุทรสุดคณนา       สูมิรู้หรือว่าสูจ่อมอาจม

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-09 14:28:26


ความคิดเห็นที่ 21 (2237438)

 ปัญญาเท่าหางอึ่ง..........มัวทึ่งอะไรก็ไม่รู้

แถข้างข้างคูคู...............ร้องกู่อยู่ในกะลา

ประชาใคร่ขี่คอกษัตริย์......คงติสต์ชะมัดเลยสิท่า

เอ้าเร้ววววววววว โรง"บาลศรีธัญญา.................เอาคนบ้าไปรักษาที (please)

ผู้แสดงความคิดเห็น วินมอเตอร์ไซค์ วันที่ตอบ 2011-12-10 09:24:51


ความคิดเห็นที่ 22 (2237491)

^

^

^

นี่มันถูกแล้วเหรอ? มันใช่เหรอ?

ท่านใช้ถ้อยคำอย่างนี้กับสถาบันได้เหรอ?

อย่างนี้เหรอ คือการปกป้องสถาบัน?

ชี้นิ้วว่าคนอื่นดี แล้วตัวเองจะกลายเป็นคนดีได้เลยเหรอ?

ชี้นิ้วว่าคนอื่นบ้า แล้วตัวเองจะกลายเป็นคนดีได้เลยเหรอ?


ท่านเอ๋ย มีแต่วิญญูชนจอมปลอมเท่านั้นแหละที่ทำอย่างนั้น

พึงพิจารณาด้วยสติเถิด!


ด้วยความเคารพ

ผู้อ่านคนหนึ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-10 14:00:20


ความคิดเห็นที่ 23 (2237620)

 แวะเข้ามาดูคนบ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น ระอา วันที่ตอบ 2011-12-11 10:59:45


ความคิดเห็นที่ 24 (2237622)

สมาคมบ้าๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น สมาคมบ้าๆ วันที่ตอบ 2011-12-11 11:08:26


ความคิดเห็นที่ 25 (2237966)

 ภาษาไทย ---------- สมาคม


ภาษาอังกฤษ ---------- society


ฉันเป็นคนไทย

ผู้แสดงความคิดเห็น รักษ์ วันที่ตอบ 2011-12-12 22:10:26


ความคิดเห็นที่ 26 (2237994)

คุณอาบินหลา อาวินทร์ พี่ปราบดา หรือแม้แต่ยอดกวีอย่างท่านอังคาร หรือ อาจารย์เนาวรัตน์ ล้วนเป็นนักเขียนที่ผมชื่นชม หรือว่าพวกคุณไม่ชื่นชม ? หรือว่าพวกคุณไม่เคยมีแรงกระตุ้นจากงานเขียนเหล่านั้น ?

หรือว่าพวกคุณมัวแต่จับผิดบางสิ่งบางอย่างที่ห้วงความคิดของเหล่ากวีพาไป ?

งานเหล่านี้มีคุณค่าในตัวมันเอง

ท่านนักเขียนเหล่านี้ล้วนมีคุณค่า

แต่ยุคสมัยกลับด่าทอและแตกแยกแบ่งฝักฝ่ายทำให้คุณค่าของงานและนักเขียนด้อยค่าลงงั้นหรือ

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่นักเขียน ประเด็นอยู่ที่คนอ่านต่างหาก

อ่านไปตีความอย่างโน้นทีอย่างนี้ทีแล้วพอไม่พอใจขึ้นหน่อยก็ด่าทอเขาไปเสียหมด

ทำไมเมื่อไม่ชอบใจจึงไม่เลิกอ่านหนังสือเล่มนั้นไปเสียล่ะ

ทำไมเมื่อไม่ชอบใจจึงไม่หาหนังสือเล่มอื่นมาอ่านล่ะ

ขอเถอะครับงานเขียนช่วยยกระดับคนเท่าที่ผมรู้

อย่าให้มันทำให้คุณค่าของใครบางคนลดลงไปเลย

หากเพียงแต่อารมณ์โมโหโกรธาให้มันเป็นเพียงชั่ววูบเดียวก็พอแล้ว

เพียงสายตาดูถูกก็มากพอแล้วอย่าไปถ่มน้ำลายรดหัวเขาอีกเลย....

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กระท่อม ปลายตา วันที่ตอบ 2011-12-13 01:52:03


ความคิดเห็นที่ 27 (2238046)

ผู้อ่านคนหนึ่ง----เช็คสมองบ้างก็ดีนะ หรือว่ากำลังกินยาระงับประสาทอยู่ เอาใจช่วยนะ จะได้หายไวๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้เวทนาคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-13 10:45:52


ความคิดเห็นที่ 28 (2238148)

อีกที สำหรับผู้เวทนาคนหนึ่ง

"ชี้นิ้วว่าคนอื่นบ้า แล้วตัวเองจะกลายเป็นคนดีได้เลยเหรอ?"

 

 

และ สำหรับผู้ที่คิดว่าการสนับสนุนการแก้ไข ม.112 เป็นเรื่องไม่สมควร

"ถ้าท่านต้องการรักษาสถาบันกษัตริย์ และสันติสุขเพื่อชาติและราษฎรไทย ท่านต้องปฏิรูปกฎหมายหมิ่นฯ มาตรา 112" ชาญวิทย์  ("อ่านการเมืองไทยกับชาญวิทย์ เกษตรศิริ: (จะ) 80 ปี ผ่านไปไวเหมือนโกหก")

 

ด้วยความเคารพ

ผู้อ่านคนหนึ่ง

 

ป.ล.เห็นด้วยกับ"กระท่อม ปลายตา" งานมันมีคุณค่าอยู่ในตัวเอง อย่าคิดแบบคนป่าเถือนนักเลย  

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-13 15:32:07


ความคิดเห็นที่ 29 (2238307)

คนดีๆเค้าไม่ทำพฤติกรรมแบบคุณกันหรอก "ผู้อ่านคนหนึ่ง"

แน่จริงออกไปพูดแบบนี้ท่ามกลางสาธารณะสิ อย่าเก่งแต่ในโลกไซเบอร์

คนไทยเกินครึ่งประเทศรักในหลวง มีคุณแบบคนเพียงไม่กี่คนหรอก ถ้าไม่พอใจอะไร ก็ออกไปอยู่ประเทศที่เขามีประชาธิปไตยดีๆสิ

หรือไม่ก็โอนสัญชาติไปเลย จะได้อยู่อย่างสบายใจ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ผ่านมาอ่านแล้วสมเพช วันที่ตอบ 2011-12-14 10:34:20


ความคิดเห็นที่ 30 (2238343)


 

ถ้าไม่พอใจอะไร ก็ออกไปอยู่ประเทศที่เขามีประชาธิปไตยดีๆสิ

หรือไม่ก็โอนสัญชาติไปเลย จะได้อยู่อย่างสบายใจ

 ..ก็...ดูไบ..อย่างตัวพ่อไง

ผู้แสดงความคิดเห็น รำคาญ (lslslslslsl-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-12-14 12:31:14


ความคิดเห็นที่ 31 (2238347)

ขอโทษเถอะ...

ถ้า "แดงแท้..แดงอุดมการณ์"  นั้น

เขาคิดและทำเพื่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน

และถือว่าศัตรูตัวร้ายของประชาชนคือ "นายทุน"


แต่ "แดงเทียม..แดงทาส"

คอยเกะกะระรานบั่นทอนสถาบันอันเป็นหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาติและประชาชน

ขณะเดียวกันทำหน้าที่เป็น...รับใช้ "นายทุน(ทักษิณ)" อย่างสุดจิตสุดใจ

 

พูดตามหลักการและเหตุการณ์ที่พบเห็น

ไม่ได้จำเพาะเจาะจงที่ใครนะจ๊ะ..

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แดงอุดมการณ์ วันที่ตอบ 2011-12-14 12:46:50


ความคิดเห็นที่ 32 (2238476)

อ้าว ! แล้วกันคู้ณ !!! มีท้าทายเสียด้วยสิ ?!?

ที่นี่ไม่ใช่สาธารณะเหรอ?  อยู่ในโลกไซเบอร์แล้วจะเป็นที่รโหฐานได้เหรอ?

ทีวี รายการตอบโจทย์ ตอน ข้อเสนอนิติราษฎร์ นี่ไม่ใช่ออกสู่สาธารณะเหรอ?
 - รายการตอบโจทย์ ตอน ข้อเสนอนิติราษฎร์ (1)
 - รายการตอบโจทย์ ตอน ข้อเสนอนิติราษฎร์ (2)
 - รายการตอบโจทย์ ตอน ข้อเสนอนิติราษฎร์ (3)

ออกเว็บไซต์ระบุชื่อขนาดนี้ ไม่ใช่ออกสู่สาธารณะเหรอ?
    คำประกาศ 359 นักเขียน สิทธิ เสรีภาพ จักต้องไม่ถูกละเมิด การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองจักต้องไม่ถูกขู่เข็ญด้วยข้อกล่าวหาไม่จงรักภักดี

ออกคลิปขนาดนี้ ไม่ใช่ออกสู่สาธารณะเหรอ?
    - การแถลงคำประกาศของ 359 นักเขียนไทย เรียกร้องให้ทบทวนแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112
    - วรพจน์ พันธุ์พงศ์ กิตติพล สรัคคานนท์ ปราบดา หยุ่น วาด รวี ตอบบางคำถามว่าด้วยการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการแก้ไขมาตรา 112

สนทนาในร้านหนังสือ และออกเว็บอย่างนี้ไม่ใช่ออกสู่สาธารณะเหรอ?
   อ่านการเมืองไทยกับชาญวิทย์ เกษตรศิริ

อ่านความคิดเห็นของปัญญาชนเหล่านี้กันหรือยังล่ะ? รู้จักใช้เหตุผลกันบ้างหรือเปล่าหล่ะ? ท่านไม่ใช่คนบ้าไม่ใช่เหรอ?


การสนับสนุนให้แก้ไขมาตรา 112 เป็นการแสดงความไม่รักในหลวงตรงไหนเหรอ?

ไม่อ่านเหรอว่า ปัญญาชนที่กล่าวถึง ต่างก็รักในหลวง มีแต่พวกมืดมัวเท่านั้นที่ไปชี้นิ้วว่าคนนั้นคนนี้ไม่รักในหลวง ท่านเป็นอย่างว่าเหรอ?

อ้ายที่เอะอะอะไรก็ไล่คนอื่นออกนอกบ้าน ออกนอกประเทศนั้น คิดดีแล้วเหรอ?

ปัญญาหาเกิดอยู่ทุกวันนี้เพราะการชี้นิ้วให้ร้ายผู้อื่นอยู่ฝ่ายเดียวไม่ใช่เหรอ?

ชี้นิ้วใส่คนอื่นว่าเลว แล้วตัวเองจะกลายเป็นคนดีได้เหรอ?

รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิของทุกคนในประเทศนี้เท่ากันไม่ใช่เหรอ? ออกมาไล่คนอื่น มีสิทธิ์อันใดเหรอ?


ปัจจุบันมีแยก "แดงแท้...อุดมการณ์" - "แดงเทียม-แดงทาส" ด้วยเหรอ?

แล้วอุดมการณ์แดงคืออะไรหล่ะ? แดงต่อต้านทุนด้วยเหรอ? ต่อต้านอย่างไรเหรอ?

คนทีสนับสนุนการแก้ไข ม.112 ต่างหวังดีต่อสถาบันทั้งนั้น ต่างรักในหลวงทั้งนั้น มีแค่คนเลว ๆ เท่านั้นที่ไปกล่าวหาพวกเขาว่าไม่รักในหลวง ท่านก็เป็นพวกนั้นเหรอ?

คนที่สนับสนุนการแก้ไข ม.112 ไม่ใช่แค่แดง ไม่ใช่แค่เหลือง ไม่ใช่แค่เอ็นจีโอ แต่คือคนที่เห็นภัยในอนาคต ที่ต้องรีบดำเนินการอะไรสักอย่างเพื่อให้สถาบันเป็นที่สักการะที่แท้จริง ท่านไม่อยากให้ป้องกันสถาบันเหรอ?

อ.ชัยพร เสนอให้ยกเลิก ม.112 อ.ชัยพร เป็นแดงเหรอ? ท่านเกลียดทักสินจะตายไม่ใช่เหรอ?

อ.สุลักษณ์ เห็นด้วยกับการแก้ไข ม.112 อ.สุลักษณ์ เป็นแดงเหรอ? ท่านเกลียดทักษิณจะตายไม่ใช่เหรอ?

หันไปอ่านข้อเสนอให้ดี อย่าชี้หน้าคนที่คิดต่างว่าบ้า อย่าชี้หน้าคนคิดต่างว่าไม่รักในหลวง ไม่รักสถาบัน ซึ่งมันไม่จริง พวกเรามาคิดช่วยกันปกป้องสถาบันในหนทางที่ถูกต้องร่วมกัน ไม่ดีกว่าเหรอ?


ด้วยความเคารพ

ผู้อ่านคนหนึ่ง


 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านฺคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-14 21:22:58


ความคิดเห็นที่ 33 (2238592)

เป็นเอามากนะผู้อ่านคนหนึ่ง น่าสงสารจริงๆ ตอนเด็กๆคงขาดความอบอุ่น พักบ้างอะไรบ้าง พาราเซตามอนกินบ้าง หรือไม่ก็พักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำมากๆ บ้างทีสมองน่าจะทำงานได้เป็นระบบขึ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น เพลีย วันที่ตอบ 2011-12-15 12:06:47


ความคิดเห็นที่ 34 (2238791)

ผู้อ่านคนหนึ่ง กรุณาลงรูป และเขียนชื่อจริงนามสกุลจริงด้วยสิคะ อยากเห็นหน้าผู้มีอุดมการณ์ ว่าสารรูปจะเป็นเยี่ยงไร

ผู้แสดงความคิดเห็น มานิตา ปานระวีรุ่ง (manitas-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-12-16 08:28:19


ความคิดเห็นที่ 35 (2238821)

โอ พึ่งรู้นะว่า กลุ่มคนที่ต่อต้านการปฏิรูป ม.112 ทั้งหลาย ไม่รู้จักการใช้สมองคิดเอง ถามไปตั้งหลายคำถาม ไม่เห็นตอบ หรือยังงัย? 

ก็คงไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมจึงต่อต้าน คงแค่ฟังจาก "ผู้รู้" ที่ตัวเองเคารพเท่านั้น (ต.ย.นายจิตตนาถเป็นต้น, ใครอ่านบทความแล้วยังเชื่อจิตตนาถก็กลับไปเช็คตรรกะตัวเองหน่อยนะว่าปกติดีหรือเปล่า อย่ามัวแต่มาห่วงผู้อ่านคนหนึ่งเลยนะ) แล้วก็จำขี้ปากเขามาต่อต้าน โดยคิดเองไม่เป็นแม้แต่น้อย ใช่ไม่ใช่???

แล้วรู้กันหรือเปล่าว่า ม.112 อยู่ในหมวดไหนของกฎหมายอาญา? รองรับรัฐธรรมนูญข้อใดบ้าง? มีไว้เพื่ออะไร? ที่ผ่านมาปัญหาการนำไปใช้คืออะไร? และอนาคตจะนำไปสู่อะไรหากยังไม่มีการแก้ไข? คิดกันบ้างหรือเปล่า?

เราเชื่อมั่นว่าคนไทยรักในหลวง และอยากปกป้องสถาบัน เพียงแต่แนวทางในการปกป้องต่างกันเท่านั้นเอง ขณะที่ ม.112 เป็นเพียงบางส่วนที่สร้างปัญหาให้ในปัจจุบัน มีแต่คนหูหนวกตาบอดเท่านั้นที่ไม่ยอมรับรู้ปัญหา

แนวทางแก้ไข กลุ่มอนุรักษ์คงคิดว่าการจับกุมปราบปรามลงโทษอย่างหนักจะทำให้คนเกรงกลัวและไม่กล้ากระทำผิด ขณะที่กลุ่มหัวก้าวหน้าเห็นว่าควรปรับปรุง (บางคนบ้าถึงขนาดให้ยกเลิก) ทางไหนดีกว่ากัน ยังไม่มีใครรู้หรอก ต้องมาถกแถลงกัน มิใช่นั่งด่าฝ่ายที่คิดไม่เหมือนตนเอง เอ้าลองไปฟังปัญญาชนเขาคิดกันหน่อย เผื่อจะได้คิดเองเป็นบ้าง!

ดูในยูตู้ปนะ

ตอบโจทย์ ม.112 กับคดีอากง   http://www.youtube.com/watch?v=ktIR9x0j8jc

ตอบโจทย์ อานันท์ กับ ม.112 http://www.youtube.com/watch?v=_E_FzeM3zwQ

intelligence 12/12/2011 (มี 4 ตอน)    http://www.youtube.com/watch?v=YBhjt2qWg_U

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านฺคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-16 11:28:26


ความคิดเห็นที่ 36 (2238854)

 

เอ้า..ผู้อ่านคนหนึ่ง..

ตกลงว่าที่ด่า    ว่าคนอื่นคิดเองไม่เป็นน่ะ   มันคืออะไรวะ

เพราะตัวเอง ก็เพียงจำขี้ปากคนอื่นเขามาพ่นเหมือนกันนี่

หัดคิดเองโดยไม่ต้องอ้างคนอื่นได้ไหมวะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านคนหนึ่ง (ที่ไม่ซื่อบื้อไง) วันที่ตอบ 2011-12-16 12:57:35


ความคิดเห็นที่ 37 (2238881)

ฮ่า ๆ ๆ

เริ่มมีคนคิดเป็นเข้ามาแสดงความเห็นบ้างล่ะนะ อย่างน้อยผู้อ่านคนหนึ่ง (ที่ไม่ซื่อบื้อไง) ก็เริ่มคิดเป็นแล้วว่าผู้อ่านคนหนึ่งก็จำขี้ปากคนอื่นมา และอ้างคนอื่นด้วย แลเริ่มถามกลับว่าทำไมไม่คิดเองโดยไม่จำขี้ปาก โดยไม่อ้างจะได้ไหมวะ

ตอบว่า ไม่ได้โว้ย !

เพราะส่วนที่คิดเองก็มี แต่ที่ต้องอ้างที่คนอื่นบอกไว้ก็ต้องมี เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ มันติดมาจากบทความวิชาการว่ะ หากไม่มีดูเหมือนผู้พูดโหลยโท่ย คิดเองเออเองเกินไป สรุปแว่ เอ๊ย สรุปว่าต้องอ้างว่ะ

แต่อ้างเพื่อเสริมการอธิบายเหตุผล ไม่ใช่อ้างแล้วต้องเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น สิ่งที่อ้างก็ยังถูกแย้งได้อยู่ ไม่ได้ให้เชื่อสักหน่อย เคยฟังแต่สิ่งที่เขาบอกให้เชื่อเลยไม่คุ้นกับการอ้างอิงแบบไม่ต้องเชื่อก็ได้ ใช่ไหม?

แต่พวกที่มาติงผู้อ่านคนหนึ่งนี่ส่วนใหญ่อ่านของจิตตนาถแล้วเชื่อเลย นั่นแหละ พวกคิดไม่เป็น อ้ายที่เราแย้งไว้ก็ไม่เห็นมีใครตอบ ก็ยิ่งแสดงว่าคิดเองไม่เป็น แบบนี้ใช้ได้ไหมล่ะ?

อ้ายที่ต้องมีวะมีโว้ยนี่ไม่ได้หยาบคายนะโว้ย แต่ถือมาตรฐานตามคนถาม มาระดับไหนก็กลับไประดับนั้น เข้าใจ๋

 

ด้วยความเคารพ

ผู้อ่านคนหนึ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านฺคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-16 13:48:11


ความคิดเห็นที่ 38 (2239011)

 ผมชอบนะ ที่ให้ "ผู้อ่านคนหนึ่ง" แสดงตัว แสดงความคิดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆๆๆๆๆๆๆๆ


เพราะมันย้ำให้ผมรู้ว่า สิ่งที่ผมคิด สิ่งที่ผมเชื่อ "มันถูกต้องแล้ว"

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แวะเข้ามาดูการแสดงจำอวด วันที่ตอบ 2011-12-17 01:11:10


ความคิดเห็นที่ 39 (2239012)

 อาเขาแปะลิงค์เว็บยูทูปให้ไปดูอากง


หนูล่ะกลัวลิงค์ไปลิงค์มา จะไปเจอหญิงผัวทิ้งโชว์หัวนมสีหนังควายจังเลยครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กน้อยวัยใส วันที่ตอบ 2011-12-17 01:13:22


ความคิดเห็นที่ 40 (2239407)

นักวิชาการเสนอเฉพาะหน้า “คณะกรรมการกลั่นกรองคดีหมิ่นฯ”    

16 ธ.ค.54  นักวิชาการ 15 ราย ออกแถลงการณ์เสนอข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาการใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยมีรายละเอียดดังนี้

เนื่องจากในขณะนี้ มีการขยายตัวอย่างมากของการใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อสำเร็จประโยชน์ของหลายฝ่าย ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงและกว้างขวาง ทั้งต่อผู้ที่แสดงความคิดเห็นโดยบริสุทธิ์ใจ ต่อผู้เคราะห์ร้ายที่ต้องตกเป็นเหยื่อโดยมิได้เกี่ยวข้องในทางใดทางหนึ่ง และต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ยังทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองขยายตัวขึ้น และเกิดการลิดรอนสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของพลเมืองจนความเป็นประชาธิปไตยของสังคมไทยถดถอยลงไป ส่งผลให้สังคมการเมืองไทยสูญเสียโอกาสที่จะใช้ความเป็นประชาธิปไตย ทั้งในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและการสร้างความเป็นธรรมในสังคมไปอย่างน่าเสียดาย

เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นเครื่องมือทางการเมืองโดยมิชอบ ในบริบทที่หลายฝ่ายยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันและยังคงถกเถียงกันเกี่ยวกับการคงไว้หรือการยกเลิกมาตราดังกล่าว ผู้มีรายชื่อข้างล่างนี้ใคร่ขอเสนอทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเรียกร้องให้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการกลั่นกรองการฟ้องร้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112” ที่ประกอบด้วยหลายฝ่าย เช่น ข้าราชการที่เป็นตัวแทนฝ่ายบริหาร, ส.ส. และ สว. ที่เป็นตัวแทนจากรัฐสภา, กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, อัยการ, นักวิชาการ, ผู้นำชาวบ้าน, ผู้แทนจากสหภาพแรงงาน ฯลฯ คณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่กลั่นกรองทุกคดีที่ฟ้องร้องกันในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และเลือกสรรเฉพาะคดีที่เสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมการฯ เห็นว่ามีมูล เพื่อส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

กระบวนการกลั่นกรองคดีความที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ดังกล่าวข้างต้นนี้ จะช่วยป้องกันมิให้ผู้ใดสามารถใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้อย่างสะดวก และยังเอื้อให้เกิดพื้นที่ทางสังคมที่ปลอดภัยสำหรับการถกเถียงทางวิชาการอย่างกว้างขวางเพื่อหาทางออกให้แก่ความขัดแย้งในเรื่องนี้อย่างสร้างสรรค์อีกด้วย ดังนั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงควรเร่งรัดให้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการกลั่นกรองการฟ้องร้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112” โดยเร็วที่สุด

 

ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

รองศาสตราจารย์ ฉลอง สุนทราวาณิชย์

รองศาสตราจารย์ ดร.เกษียร เตชะพีระ

รองศาสตราจารย์ ดร.ไชยันต์ ไชยพร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุรัตน์ โหราชัยกุล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภมิตร ปิติพัฒน์

ศาสตราจารย์ สายชล สัตยานุรักษ์

รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์

รองศาสตราจารย์ ดร. พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

รองศาสตราจารย์ สมชาย ปรีชาศิลปกุล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เชษฐพัฒนวนิช

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อภิชาต สถิตนิรามัย

อาจารย์ชำนาญ จันทร์เรือง

อาจารย์สิทธิเทพ เอกสิทธิพงษ์

อาจารย์ชาญกิจ คันฉ่อง

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านฺคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-19 07:59:05


ความคิดเห็นที่ 41 (2239435)

ผู้อ่านคนหนึ่ง ไหนล่ะรูปถ่ายหนังหน้า ทำไมไม่เอามาลงสักที อยากเห็นสารรูป

ผู้แสดงความคิดเห็น มานิตา วันที่ตอบ 2011-12-19 10:18:00


ความคิดเห็นที่ 42 (2239479)

"มีคนจำนวนหนึ่งเป็นยิ่งกว่า Royalist ... More Royalist than the King คือ ... เป็นยิ่งกว่ากษัตริย์ คือ เลือด เข้มกว่าเยอะ ผมว่าพวกนี้สร้างปัญหา" อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กับประเด็นมาตรา 112  (http://www.youtube.com/watch?v=_E_FzeM3zwQ)

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านฺคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-19 12:40:01


ความคิดเห็นที่ 43 (2239485)

ไม่ต้องเอาคนโน้นคนนี้มาอ้างเลย ตัวเองนั่นแหละเอาสารรูปมาให้ดูหน่อยซิ อยากเห็นหนังหน้า อย่าเก่งแต่ปาก จะลงโลงวันนี้พรุ่งนี้อยู่แล้ว

หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องเหล่านี้ ว่าไงคนเก่งแต่ปาก

ผู้แสดงความคิดเห็น มานิตา วันที่ตอบ 2011-12-19 12:55:44


ความคิดเห็นที่ 44 (2239501)

ท่านมานิตา จะเห็นหน้าเราไปทำไมหล่ะ ไม่มีสมองถกเถียงข้อเท็จจริงด้วยเหตุและผลเหรอ?

เราต้องการหลักฐานจากเจ้าของบทความหัวข้อกระทู้ เพื่อแสดงว่าคนเราต้องพูดกันด้วยเหตุและผล บนข้อเท็จจริง ต้องแลกเปลี่ยนความคิดกันให้กระจ่าง จึงค่อยเชื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันผิดอย่างไรเหรอ?

เราเชื่อในสิ่งที่ไม่เหมือนเจ้าของบทความ ด้วยเราไม่เชื่อว่านักเขียนเหล่านั้นจะมีปัญหากับสถาบัน เราไม่เชื่อว่านักเขียนเหล่านั้นต้องการวิจารณ์สถาบันด้วยอคติ เมื่อจิตตนาถเขียนบทความโจมตีโดยปราศจากหลักฐาน เราจึงเรียกร้องหาหลักฐาน หากผู้สนับสนุนจิตตนาถไม่แสดงหลักฐานเลย นั่นแสดงว่าคิดไม่เป็น หากคิดเป็นจะมาโจมตีตัวเราเหรอ?

เมื่อเราเชื่อว่าการบังคับใช้มาตรา 112 มีปัญหา เพราะใครก็ได้สามารถฟ้องร้องคนที่ตนเกลียดได้มันก็เกิดการกลั่นแกล้งกัน และผู้ถูกกล่าวหาแทบจะไม่มีโอกาสสู้คดีได้เลยเพราะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งรัฐ บทลงโทษก็ไม่ได้สัดส่วนกับการกระทำ หากทำโดยประมาทสมควรได้รับการลดหย่อน ศาลก็กระทำไม่ได้เพราะกฎหมายไม่เปิดช่องไว้ให้ ฯลฯ เราหาคำพูดของบุคคลที่น่าเชื่อถือมายืนยันความคิดของเรา มันผิดด้วยเหรอ?

เราเคยอ่านหนังสือมา วิธีโต้เถียงของพวกสกปรกที่ชอบของสกปรกคือ แทนที่จะถกจะแย้งในสาระ กลับหันมาโจมตีตัวคนพูด ท่านเป็นพวกคนแบบนั้นเหรอ?

เราไม่อยากเห็นหน้าท่าน ท่านอยากเห็นหน้าเราไปทำไม เราอยากเห็นสมองท่านมากกว่า ท่านจะแสดงให้เห็นได้ไม่ใช่เหรอ ? ท่านมานิตา!

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านฺคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-19 13:58:42


ความคิดเห็นที่ 45 (2239701)

ดื่มวีต้า แล้วไปตายซะนะคะ ผู้อ่านคนหนึ่ง อยากเห็นสมองคนอื่น แต่ตัวเองสมองหมาปัยญาควาย รูปไม่ต้องเอามาให้ดูก็ได้ อีกหน่อยก็ได้ใช้แขวนหน้าศพแล้ว ไปสู่สุขคติเถอะนะ อ่อ ไปสู่อบายภูมิน่าจะเหมาะกว่า

ผู้แสดงความคิดเห็น มานะมานี วันที่ตอบ 2011-12-20 09:28:47


ความคิดเห็นที่ 46 (2239779)

หนูอยากเป็นนักกลอน .. อยากเป็นนักเขียน.. ถึงได้มาที่เว็บนี้

แต่..มาด่ากัน ที่นี่ทำไมค่ะ?

..ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เยาชนที่ไม่อยากเห็นตัวอย่างไม่ดี วันที่ตอบ 2011-12-20 15:27:45


ความคิดเห็นที่ 47 (2239804)

นั่นสินะ ท่านเยาวชนไม่อยากเห็นตัวอย่างไม่ดี แล้วเรามาด่ากันทำไมที่นี่ ดื่มวีต้าแล้วตายได้หรือคะ

เห็นอยู่ว่า ฝ่ายจิตตนาถศาสดา มุ่งก่นด่าผลักไสใส่ขยะ เราชวนถกเนื้อหาสาระ เธอกลับจะให้ตายลงกับตา

จึงฟังเถิด เสียงแห่งปรัตยุบัน ความจริงนั้นมิหมายจะฉุดคร่า เราต่างก็เทิดไท้องค์ราชา แต่อย่าป้ายสีบี้ไฟกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านฺคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-20 18:03:43


ความคิดเห็นที่ 48 (2239861)

ขอออกความเห็นว่าทำไมจึงไม่ควรยกเลิกมาตรา112นะคะ

ในสังคมที่มีวัฒนธรรมดั้งเดิมผูกพันกับความเชื่อและความศรัทธา การพยายามยกเหตุผลมาอธิบายไม่ง่ายค่ะ ขอยกตัวอย่างเรื่องคุณทักษิณ ซึ่งเป็นมนุษย์ธรรมดา มีดีมีชั่ว ทำงานบริหารโครงการมากมาย ทุกคนสามารถวิจารณ์ได้โดยมีกฏหมายหมิ่นประมาทคุ้มครอง 

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในหลายปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะความดีหรือความชั่วของทักษิณ แต่ต้นเหตุคือ "ความเกลียด"ทักษิณค่ะ 

คนไทยรักแรงเกลียดแรง ถูกชักจูงง่าย เมื่อมีการเปิดให้วิจารณ์ได้เสรี ในขณะที่มีกลุ่มคนที่ต้องการทำลายฝ่ายตรงข้ามอย่างยิ่งยวด  และจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำลาย การมีแค่กฏหมายหมิ่นประมาทธรรมดาไม่ช่วยอะไรนัก หมิ่นประมาทมาแล้วสี่ห้าปี เพิ่งจะได้ตัดสินกันไปสองสามคดีโทษรอลงอาญา แต่ก่อนหน้านั้น การปล่อยให้ออกสื่อด่าโจมตีได้ยี่สิบสี่ชั่วโมง จัดตั้งเวที จัดตั้งกระบวนการรณรงค์เผยแพร่ความเกลียดชังไปทั่วประเทศได้อิสระ ใช้จิตวิทยามวลชน ปั้นเรื่องจริงบ้างเท็จบ้างขึ้นมาโจมตีไม่รู้จบ แม้จะตามฟ้องกันเป็นร้อยคดี แต่ความเกลียดชังเกิดขึ้นแล้ว และความเกลียดนั้นทำลายได้ทุกอย่าง ประเทศไทยสูญเสียมากมายทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม ทรัพย์สิน ชีวิตคน ไปจนถึงการล่มสลายของระบอบประชาธิปไตย

จะเห็นว่าผลมันบานปลายไปกว่าเหตุมาก อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆก็คือ มีกระบวนการชักจูงผู้คนจำนวนมากไปทีละขั้น เริ่มจาก เรารักประเทศชาติ เราต้องการประชาธิปไตย ผู้นำคนนี้เป็นคนไม่ดี ไม่เป็นประชาธิปไตย เราเกลียดผู้นำคนนี้ เราต้องขับไล่ ต้องทำลายคนๆนี้ให้ได้ในทุกวิถีทาง แม้จะต้องแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่างก็จำเป็นต้องทำ ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง แม้ประเทศชาติจะต้องล่มสลาย ประชาธิปไตยต้องล่มสลายเราก็ยอม

ในที่สุดก็มาถึงประโยคสุดท้ายจนได้ หลักการรักชาติรักประชาธิปไตยหายไปหมด เป้าหมายถูกเปลี่ยน ปล่อยให้อารมณ์โกรธแค้นพาไปจนหาเหตุผลหาหลักการไม่เจอ เช่นเดียวกับพวกที่อ้างว่าจะปกป้องสถาบันและนำกฏหมายนี้มาใช้ทำลายฝ่ายตรงข้าม ก็จะเป็นไปในทำนองเดียวกันค่ะ คือ เรารักสถาบัน เราต้องการปกป้องสถาบัน ฝ่ายตรงข้ามจะทำลายสถาบัน เราจึงต้องทำลายฝ่ายตรงข้ามให้ได้ในทุกวิถีทาง ทุกวิธีการ ทุกรูปแบบ แม้ว่าจะต้องแลกด้วยความเสื่อมเสียและการล่มสลายของสถาบันก็ตาม ตรรกะวินาศแบบนี้ก็ต้องถือว่าเป็นการทำร้ายสถาบัน สมควรได้รับโทษเช่นกันค่ะ

ปัจจุบันนี้ มีคนบางกลุ่มในสังคมที่มุ่งร้ายต่อสถาบันอยู่จริง และพยายามเผยแพร่ความเกลียดชังเท่าที่จะมีโอกาส เราจะยอมให้การยั่วยุให้เกิดความเกลียดชังทำนองนี้เกิดขึ้นกับสถาบันไม่ได้ค่ะ และในเมื่อความเกลียดก่อผลเสียร้ายแรง ดิฉันจึงเห็นด้วยกับการบังคับให้"รัก"สถาบันค่ะ แปลว่าคุณจะเฉยๆหรือเกลียดไม่ได้ บังคับให้รักคือให้มองเห็นเฉพาะด้านดีเท่านั้น ส่วนด้านที่ไม่ดีไม่ต้องพูดถึง มองข้ามไปได้หมด คนเราสามารถรักได้โดยไม่ต้องมีเหตุผล และความรักความศรัทธาก็เหมือนศาสนาไม่จำเป็นต้องวิจารณ์

ส่วนคนที่อาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันสมควรติดคุกสิบปียี่สิบปีนั้นถูกต้องแล้ว แต่ต้องเป็นคนที่มีความเกลียดชังฝังแน่นจริง ซึ่งคนเหล่านี้จะไม่สามารถปกปิดการแสดงออกได้เลย ความเกลียดชังนั้น สามารถแสดงออกในทุกการกระทำ ทุกคำพูด ยิ่งถ้าเป็นพวกอุดมการณ์รุนแรง ยิ่งชัดเจน

สำหรับคดีที่ได้ตัดสินไปแล้ว หากผู้ต้องหามาตรา 112 ทำผิดเนื่องจากถูกกลั่นแกล้ง ถูกใส่ความ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ตั้งใจ แม้จะถูกตัดสินให้ผิด แต่ถ้าเขาไม่ได้มีความเกลียดชังอาฆาตมาดร้ายอยู่จริง เขาก็จะไม่แสดงความเกลียดออกมาอีก หรือถ้าสำนึกผิด ก็สมควรจะได้รับการลดโทษลงโดยเร็ว

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กุ๊กกิ๊ก วันที่ตอบ 2011-12-21 00:12:33


ความคิดเห็นที่ 49 (2239937)

คุณลุงผู้อ่านคนหนึ่งคะ หัวหงอกแล้วนะคะ อะไรปลงได้ก็ปลงเถอะค่ะ เอาเวลาไปรดน้ำต้นไม้ ดูลแลกหลานดีกว่ามั้งคะ หนูว่าคุณลุงน่าจะมีปัญหาทางจิต

ผู้แสดงความคิดเห็น จิตตัง วันที่ตอบ 2011-12-21 10:39:47


ความคิดเห็นที่ 50 (2240043)

แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ

ขอปรบมือให้ท่านกุ๊กกิ๊ก ที่มีหลักคิดอย่างน่าชมเชย เขียนจนมองเห็นภาพได้ชัดเจนว่ามีกลุ่มคนปลุก "ความเกลียด" มาเล่นง่ายฝ่ายตรงข้าม ดึง "ชาติ" มาเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ตลอดจนดึง "สถาบัน" มาเล่น โดยมิสนใจว่าสถาบันจะกระทบกระเทือนแค่ไหน เห็นภาพความคิดท่านกุ๊กกิ๊กได้ว่าเยี่ยมยอดยอดเยี่ยมมาก ขอชมเชย ส่วนอ้ายที่มาแขวะเฉยๆ นั่น คงไร้สมองจะมาแสดงเหตุผลได้

แต่บทสรุปกลับหักมุมเอาดื้อ ๆ ว่าต้อง "บังคับให้รัก" "บังคับให้ศรัทธา" พร้อมกับความเห็นว่าต้องเพิ่มโทษเสียด้วยซ้ำ เป็นที่แน่นอนว่าความคิดเห็นของเรามันต่างกันตรงนี้นี่เอง เรายอมรับความเห็นต่าง ยอมมองดูเหตุผลของท่าน แล้วท่านหล่ะ จะไม่อ่านไม่ฟังเหตุผล ตลอดจนหลักคิดของเราเหรอ?

พอดีเจอความคิดเห็นดี ๆ จากบอร์ดพันทิป จึงขอยกมาประกอบความเห็นของเรา อ่านดูนะ

 


หลักคิด-เหตุผลง่าย ๆ ว่าทำไมควรแก้ไข ม.112 คิดแบบบ้าน ๆ ไม่ต้องทำเป็นคิดลึก คิดห่วง คิดหวง คิดปกป้องจนเกินงามลามมั่ว.    
(>>คลิก<<)


ทำไมจึงมีการควบคุมการใช้อาวุธปืน

ก็เพราะถ้าไม่มีการควบคุม  คนก็ควักปืนมายิงกันสนั่นเมืองน่ะสิ

ใครไม่พอใจใคร  ควักปืนยิงซึ่งหน้า  หรือลอบยิงทีเผลอ  ก็จะวุ่นวายไปหมด ไม่รู้ใครยิงใคร

บ้านเมืองก็จะกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน

ปืนน่ะ อยู่ดี ๆ ประสาปืน  แต่คนน่ะ เอาปืนมาใช้ในทางไม่ถูกไม่ควร  จึงต้องมีการควบคุมการใช้อาวุธปืน

ต้องเข้าใจนะครับ  ไม่ได้ "ห้าม" ใช้อาวุธปืน   แต่ "ควบคุม" การใช้อาวุธปืน

ต้องอธิบานเน้น ๆ ไม่งั้นเสาไฟฟ้ามันตีความเข้าป่าขึ้นดอยไปอีก  เฮ้อ...

 

ม.112   มีเนื้อหาที่ครอบจักรวาล  การตีความก็แล้วแต่เจ้าหน้าที่จะตีความว่าแค่ไหนอย่างไร  จะเอาเรื่องใครไม่เอาเรื่องใคร  มันจึงกลายเป็นอาวุธ ไม่ใช่เครื่องป้องกัน

และเจ้าหน้าที่เองก็ไม่กล้าที่จะ "ขัด" กับบทความผิดตามมาตรานี้  คือถ้าใครโดนแจ้งความโดนฟ้องด้วย ม.112 นี่

เหมือนตายทั้งเป็นเลยทันที

ม.112  น่ะ  ไม่มีพิษภัยกับใครหรอกครับ   มันก็อยู่ของมันดี ๆ ประสามัน   แต่เพราะคนไม่ยอมให้มันอยู่ประสามัน   มันจึงมีปัญหาที่ต้องแก้ไข

จะแก้ไขอย่างไร  คงไม่ต้องสาธยายนะครับ  คนที่เขามีความคิดเรื่องนี้เขาอธิบายอย่างชัดเจนไปยิ่งกว่าชัดเจนแล้ว

แต่พวกเสาไฟฟ้าไม่เคยอ่าน ไม่เคยศึกษา  เอาแต่เย้ว ๆ ว่า ไม่ยอม ๆ ๆ ๆ   ไร้สติปัญญาสิ้นดี

 

ประเด็นของมันก็คือ  ม.112  ในวันนี้  มันกว้างเกินไป  มันไม่มีอะไรชัด  มัน "ถูกใช้" เป็นอาวุธในการทำลายล้าง

มันไม่ได้อยู่ตามประสามันเพื่อทำหน้าที่ปกป้องสถาบัน  แต่มันถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้าง เป็นอาวุธประหัดประหารกัน

เช่น  คนสองคนมีพฤติกรรมเหมือนกัน   คนหนึ่งโดนลงโทษ แต่อีกคนหนึ่งไม่โดน  มันก็สร้างความขัดแย้งแตกแยกในสังคม

เห็นไหมครับ   ส.ส. ปชป. ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี   มีสลิ่มหน้าไหนออกมา "สำรอก" บ้าง

มิดอิ่มสิ่ม !!!

แต่กับคนอื่นใครอื่นล่ะก็   เรียงล่ายส่ายออกมาขุดบรรพบุรุษเขาขึ้นมาด่าสาดเสียเทเสียไปหมด

เมื่อมันมีข้อบกพร่อง  มันก็ควรแก้ไข  เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องธรรมดา

กฎหมายมาตราหนึ่ง  มันอาจเหมาะสมกับกาลหนึ่งสถานการณ์หนึ่ง   แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป สังคมเปลี่ยนไป มันก็ต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับกาลและสถานการณ์

เรื่องมันก็แค่นี้

 

ส่วนปัญญาอ่อนคนไหน  ที่คิดว่าบทลงโทษตามมาตรา 112  ที่มีบทลงโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี ว่ายังน้อยอยู่นั้น

พบแพทย์หน่อยก็ดีนะ

 

จากคุณ : ตระกองขวัญ 
เขียนเมื่อ : 21 ธ.ค. 54 15:45:45


 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อ่านฺคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2011-12-21 16:53:03



[1] 2 ถัดไป >>


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.