ReadyPlanet.com


ฤๅว่ากวีสมัยนี้จะแตะต้องการเมืองไม่ได้


ด้วยยุคสมัยแห่งข้อมูลข่าวสาร เรารับข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีทั้งข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง และข้อมูลชวนเชื่อ

ปัจจุบัน จึงดูเหมือนว่าผู้รู้ประโยชน์ของมัน นำไปใช้เป็นอาวุธเพื่อสร้างอิทธิพลแก่ตน

โลกใบนี้ หมดยุคที่จะเอาเรือปืนจ่อปากอ่าวเสียแล้ว โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ อินเตอร์เน็ตนี้แล ที่เป็นยิ่งกว่าศาสตราวุธใด ๆ

....

คงจะดี หากกวี เป็นอาวุธ เพื่อแหวกหมอกแห่งอวิชชา เป็นทางสว่าง...

ในอดีตกวีร่ายบทกลอนเพื่อสะท้อนการเมือง

ปาฐกถาของท่านเนาวรัตน์เองก็กล่าวไว้เช่นนั้นว่ากวีต้องเกี่ยวข้องกับการเมือง

แม้แต่ท่านอังคาร ยังต่อสูกับการเมืองด้วยหัวใจที่ห้าวหาญ

แต่เดี๋ยวนี้กวีขี้ขลาด

ทำทุกสิ่งเพียงเพื่อล่ารางวัลเท่านั้นหรือ ?

แน่นอน "นายทุน" ผู้จัดการประกวดล้วนแล้วแต่กลัวอำนาจทางการเมืองจนหัวหด

ซีไรต์ ภายใต้การดูแลของโรงแรมโอเร็นเต็ล

นายอินทร์ อวอร์ด

หรือแม้แต่ มติชน ที่แทบจะประกาศตนว่าเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์อันซื่อสัตย์ของรัฐ

กวีสมัยนี้ ทำทุกสิ่งเพื่อสนอง need ของนายทุน

กวีสมัยนี้ ทำทุกสิ่งเพื่อเลี่ยงสิ่งที่นายทุนคิดว่าเป็นปรปักษ์

กวีสมัยนี้ทำเป็นยี่หระ เอาหูไปนา เอาตาไปไร่

กวีสมัยนี้คิดว่า ใครหมกมุ่น คือพวกแกะดำ น่ารังเกียจ

กวีสมัยนี้คิดว่า ใครคิดต่าง แสวงหาลูกเล่นใหม่ ๆ จัดจ้านด้วยแฟชั่นทางกวี นี่สิ เท่ไม่หยอก

กวีสมัยนี้เป็นเครื่องมือของรัฐ

กวีสมัยนี้ทำทุกสิ่งเพื่อรางวัล ...

กวีสมัยนี้..........


 



ผู้ตั้งกระทู้ ... :: วันที่ลงประกาศ 2011-11-08 11:22:56


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2230348)

กวีสมัยนี้ ทำได้ทุกอย่างเพื่อความเด่นดัง (ช่วยกันยกมาคนละข้อ ดีมั้ย)

ก็เหมือนจะจริงของคุณนั่นแหละ 

       แต่ที่จริงแล้ว มันไม่ใช่ความจริงเลย  เพราะไอ้คนพวกนั้น มันเป็นกวีแต่เปลือก หัวใจไม่ได้เป็นกวี ฟังไปก็รกหูครับ  กวีสมมุติ (รวมผมอีกคนก็ได้) รกบ้านรกเมือง

กวีที่แท้จริง อย่าง "สุนทรภู่" ที่กล้าสู้อำนาจรัฐ ก็ตายไปแล้ว  คนใหม่น่ากลัวจะยังไม่เกิดมังคะ...

ผู้แสดงความคิดเห็น สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล นักกลอนครับ (somsak-poet-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-11-08 12:13:58


ความคิดเห็นที่ 2 (2230379)

 นายอินทร์อวอร์ด ถ้าอยากได้รางวัล ห้ามกล่าวถึงการเมือง นะจ๊ะ ต้องโลกสวยเข้าไว้


แล้วถ้าอยากได้ซีไรต์ ห้ามตำหนิรัฐบาลสมัยนี้เชียวนา ห้ามโดยเด็ด ! และต้องเล่นกับสัญลักษณ์กระทบสถาบันบ้างเล็กน้อย จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ นะจ๊ะ


ไม่เชื่อเธอลองไปถามคนแต่งเราหลงลืมอะไรไปน๊าาาาาาา กับคนแต่งไม่มีอิตถีเพศให้บทกวีดูสิ นั่นต้นแบบ sea write winner เชียวนาาา

ผู้แสดงความคิดเห็น สนุกนิ์นึก วันที่ตอบ 2011-11-08 14:41:55


ความคิดเห็นที่ 3 (2230543)

ผมสรุปให้ฟังง่าย ๆ ครับว่า  "ยุคนี้ต้องตอแหล   ถ้าไม่ตอแหลจะกลายเป็นพวกนอกคอก(จริง ๆ แล้วนอกคอกดีกว่าในคอกเพราะไปไหนก็ได้)"

ผู้แสดงความคิดเห็น พิมล มองจันทร์ วันที่ตอบ 2011-11-09 10:35:55


ความคิดเห็นที่ 4 (2230601)

 ป่วยการถามหากวี

เพราะไม่มี มีแต่ สมุติอักษร

ป่วยการ น้อมเทพขอพร

เพราะบทกลอน เจ็บเศร้า ว่างเปล่าดาย

ป่วยการ จะพิรี้พิไร

มีใจ จงจุด ไฟจุดหมาย

เป็นอะไรได้หลากมากมาย

สุดท้าย ไม่มีใครได้เป็น ฯ

ผู้แสดงความคิดเห็น ปรัชญ์ วลีพร (naimit-at-thaimail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-11-09 12:54:52


ความคิดเห็นที่ 5 (2230638)

กวี มีอะไรเป็นอาวุธ
แล้วจะสับประยุทธ์กับใครหรือ
ฟุ้งการเมือง เฟื่องการมุ้ง ก็ครือครือ
จะหืออืออะไรหากไม่ทำ

เพื่อชีวิตคนสุดท้ายตายไปแล้ว
กวีแกร่วอุดมการณ์ก็กลืนกล้ำ
ขยับขบตะปบเข้า เงาในน้ำ
บ่นซ้ำซ้ำ อะไรเน่า อ๊ะ เราเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น ราศีพิจิก วันที่ตอบ 2011-11-09 15:16:15


ความคิดเห็นที่ 6 (2230887)

กวีการเมือง...นึกถึง พานแว่นฟ้า ถ้ามีการประกวดพานแว่นฟ้าทุกเดือน ทุกสัปดาห์ ทุกวันพระ ทุกวันหยุด ทุกๆยี่สิบสี่ชั่วโมง ก็คงไม่มีประโยคที่ว่า "แต่เดี๋ยวนี้กวีขี้ขลาด"  นายทุนจัดรางวัล!! แต่นายทุนคงไม่ได้มาเป็นกรรมการตัดสินกระมังครับ โดยทั่วไปรางวัลอะไรก็ตาม เขาก็เอากรรมการที่เป็นที่ยอมรับในสังคมมาตัดสิน(หรือเปล่า?) ภายใต้การดูแลของใคร? สถานที่ใด? หน่วยงานใด? จะสนใจทำไม? อยู่ที่ว่าใครเป็นกรรมการ? ใครตัดสิน? นายทุน? ศิลปินแห่งชาติ? ส.ส.? แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว? แต่อ่านบทความของเจ้าของกระทู้ผมชักไม่มั่นใจในตัวกรรมการเสียแล้ว เขียนคล้ายกับว่า "นายทุน"เป็นคนตัดสิน เพราะผู้ส่งประกวดต้องทำทุกอย่างสนอง need ของนายทุน "ฉันเป็นคนจ่ายเงินนะ แกเป็นแค่กรรมการ หุบปากแล้วเก็บอุมการณ์บ้าๆบอๆของแกซะ"

กวีสมัยนี้ (ไม่ได้)ทำทุกสิ่งเพื่อรางวัล

แต่คนอ่าน..(เสือก)อ่านแต่เล่มที่ได้รางวัล

ฉันไม่อยากไส้แห้ง


 "เมื่อยังเด็กข้าพเจ้าคิดว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อโตขึ้น และกระทั่งล่วงกาลผ่านมาถึงวัยชราแล้ว ข้าพเจ้าจึงค้นพบความจริงว่า มันคือความจริง" -ออสการ์ ไวลด์, -ถวัลย์ ดัชนี


"มนุษย์ที่เป็นมัชฌิมาปฏิปทาได้คือความยิ่งใหญ่มากที่สุด ไม่ต้องหนีวัตถุ ไม่ต้องหนีโลก ..เงิน/รางวัล ไม่ใช่สิ่งสำคัญ อย่าให้มาค้ำกะบาล แต่เป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เป็นปัจจัยในการสร้างสิ่งสำคัญให้แก่ประเทศชาติ เมื่อต้องใช้เงินก็ต้องหาเงิน แต่การหาเงินต้องไม่เป็นทุกข์" -เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กระวี วันที่ตอบ 2011-11-09 22:25:40


ความคิดเห็นที่ 7 (2230983)

 ^

^

^

^

^

เขียนมาซะเยอะ

แต่ก็ไม่ปฏิเสธข้อความของ เจ้าของกระทู้ใช่ไหม ?

ผู้แสดงความคิดเห็น ลมเพ วันที่ตอบ 2011-11-10 09:22:41


ความคิดเห็นที่ 8 (2230994)

 

พอเพียง  เพียงพอ  พอ

ผู้แสดงความคิดเห็น บูญครอง คันธฐากูร วันที่ตอบ 2011-11-10 09:48:27


ความคิดเห็นที่ 9 (2231051)

........

.......

    มิใช่เทศกาลร้อนก็ร้อนระงม      มิใช่เทศกาลฝนฝนก็อุบัติ
ทุกต้นไม้หย่อมหญ้าสารพัด         เกิดวิบัตินานาทั่วสากล
    เทวดาซึ่งรักษาพระศาสนา      จะรักษาแต่คนฝ่ายอกุศล
สัปบุรุษจะแพ้แก่ทรชน                 มิตรตนจะฆ่าซึ่งความรัก
    ภรรยาจะฆ่าซึ่งคุณผัว              คนชั่วจะมล้างผู้มีศักดิ์
ลูกศิษย์จะสู้ครูนัก                        จะหาญหักผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย
    ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ             นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย
กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย         น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม
   
ผู้มีตระกูลจะสูญเผ่า                 เพราะจัณฑาลมันเข้ามาเสพสม
ผู้มีศิลนั้นจะเสียซึ่งอารมณ์           เพราะสมัครสมาคมด้วยมารยา

......

คัดมาจาก เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา

ผู้แสดงความคิดเห็น ประมุข วันที่ตอบ 2011-11-10 14:22:42


ความคิดเห็นที่ 10 (2231061)

 กวี..ก็เป็นแค่คนเดินดินธรรมดา

กวีก็มีแค่สองขา

กวีก็เคยเป็นนักศึกษา

คิดว่ากวีเป็นพระเจ้าหรืออย่างไร

 

 


ผู้แสดงความคิดเห็น ไม่พอใจอะไรก็โทษคนเขียนหนังสือเป็น วันที่ตอบ 2011-11-10 14:57:51


ความคิดเห็นที่ 11 (2231090)

เพียงเอ่ยชื่อเซเล็บในวงการวรรณกรรมในกระทู้นี้


เขาก็เข้ามาเจิมคอมเมนต์ในกระทู้นี้เพื่อเป็นเกียรติด้วยแฮะ เพียงแต่มาในรูปของการโคลนนิ่ง เปลี่ยนซื่อแซ่ แล้วก็มาเกรียนเบา ๆ


คิดว่าฉันโง่หรือไร


ใครน้าาาาาาาา ที่บอกว่า กวีของตัวเอง แต่งขึ้นมาเองอย่าง "เต็มตีน" ไม่ได้ไปลอกเขามา


ทำเว็บเป็น "สังคม" ของตัวเอง


แต่ก็แอบมาอ่านในนี้ด้วยเหรอนี่


ร้ายนะเราอ่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น จอ ขอ กอ ทอ วันที่ตอบ 2011-11-10 17:01:22


ความคิดเห็นที่ 12 (2231093)

How about รางวัล พานแว่น sky ?


กี่ปีแล้วนะ ที่ "โลกสวย"


เสียดายคนดี ๆ อย่างคุณ ศิริวร แก้วกาญจน์ ที่โดน cancel รางวัล เพียงเพราะ โลกของท่านไม่สวยพอ

ผู้แสดงความคิดเห็น เบาๆ วันที่ตอบ 2011-11-10 17:04:23


ความคิดเห็นที่ 13 (2231096)

กวีต้องมีรางวัล...

เคยได้รางวัลอันยิ่งใหญ่

กวีไร้รางวัลอันเกริกไกร

ใครใครก็ไม่อ่านงานงานของคุณ

 

ได้รับการันตีงานมีค่า

ชาวประชาก็จะเห่อมาเกื้อหนุน

ค่อยคิดแยกแปลกทางละไมละมุน

เชิญคลุกฝุ่นการเมือง...เถิดกวี    

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สุพจน์ วันที่ตอบ 2011-11-10 17:11:48


ความคิดเห็นที่ 14 (2231229)

จากที่พยายามอ่านจับใจความของท่านเจ้าของกระทู้ พอแยกได้ดังนี้

๑. ท่านเจ้าของกระทู้ เห็นว่า โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และอินเตอร์เน็ต เป็นศาสตราวุธที่ร้ายกาจที่สุดในปัจจุบัน

๒. ท่านเจ้าของกระทู้ หวังว่า กวี จะเป็นอีกอาวุธที่จะทะลุทะลวงเมฆหมอกแห่งความไม่รู้ (อวิชชา)

๓. ท่านเจ้าของกระทู้ เห็นว่ากวีใหญ่อย่างท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นผู้นำในการผลิตบทกวีสะท้อนการเมือง อย่างห้าวหาญ

๔. ท่านเจ้าของกระทู้ เห็นว่ากวีในปัจจุบันขี้ขลาด และเขียนบทกวีเพียงเพื่อรางวัล ขณะที่รางวัลอยู่ใต้อำนาจทุน และอำนาจทุนอยู่ใต้อำนาจการเมือง จึงทำให้กวีทำทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการของนายทุน เพื่อเอาใจนายทุน กวียุคใหม่แสวงหาเทคนิคใหม่มากกว่าแสดงออกทางการเมือง และกลายเป็นเครื่องมือของรัฐ

๕. ท่านเจ้าของกระทู้มีอีกหลายคำที่อยากจะด่ากวี แต่ละไว้เพียง ... และตั้งคำถามไว้ที่หัวกระทู้ว่า "ฤๅว่ากวีสมัยนี้จะแตะต้องการเมืองไม่ได้" ?

 


ความคิดเห็นของท่านเจ้าของกระทู้ มีทั้งที่ผมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยหลายประการ อยากจะแสดงความคิดเห็นเต็ม ๆ แต่กลัวยาวเกินไป จึงลดทอนเป็นตอบสั้น ๆ ตามหัวข้อดังนี้ครับ

๑. ผมเห็นด้วยที่ว่าอาวุธสมัยใหม่ที่ร้ายกาจ มิใช่ปืน มิใช่จรวด  มิใช่ระเบิดนิวเคลียร์ แต่เป็น "สื่อ" ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ อินเตอร์เน็ต หรือเครือข่ายสังคม ส่วนสนามรบก็มิใช่บนบก ในน้ำ หรือบนอากาศ แต่เป็นพื้นที่ในสมองและระบบความเชื่อของมนุษย์ และประเทศที่เจริญกว่าก็เริ่มดำเนินการด้วยอาวุธชนิดนี้ บนพื้นที่ดังกล่าว เรียกกันว่า สงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare) ครับ ชัยชนะมิใช่การยึดพื้นที่ แต่เป็นการยึดกุมความเชื่อในสมองผู้คน ให้ตอบสนองงานรัฐศาสตร์ เป็นสงครามสมัยใหม่ ร่วมยุคสมัยกับ สงครามเศรษฐกิจ และสงครามกฎหมาย

๒. กวี เป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตใจมนุษย์ให้สูงขึ้น แต่หากจะใช้เป็นอาวุธ มันก็เป็นปัญญาวุธอยู่แล้ว จึงยังสงสัยอยู่ว่า ตามความหมายของท่านเจ้าของกระทู้ หากใช้กวีเป็นอาวุธในสงครามข้อมูลข่าวสาร กวีจะกลายเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองแค่นั้นเอง ลดค่าลดราคากวีไปเยอะเลยนะครับ

๓. ผมเห็นความรุ่งโรจน์และอมตะของกวีใหญ่ทั้งสองท่าน และเป็นแบบอย่างทางกวีของผมอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่อยากให้หลงลืมกวีท่านอื่น ๆ ที่ไม่มีซีไรต์ประดับ หากคุณค่าแห่งบทกวีของท่านก็ประจักษ์ใจในมวลหมู่กวีทั้งหลาย เช่น พนม นันทพฤกษ์, ราตรี ประดับดาว, ศิริวร แก้กาญจน์, สุขุมพจน์ คำสุขุม, ไม้หนึ่ง ก.กุนที ฯลฯ (ขออภัยอีกหลายท่านที่ไม่ได้เอ่ยนาม) ท่านเหล่านั้นแตะการเมืองทั้งนั้นแหละครับ เพียงแต่ความหมายบางอย่างอาจซ่อนลึกบ้าง ตื้นบ้าง ตามบริบทการเมืองสมัยหนึ่ง ๆ

๔. กวีไม่ได้ขี้ขลาดหรอกครับ กวีก็ทำงานของกวี มวลชนก็ทำงานของมวลชน รางวัลเป็นเพียงส่วนหนึ่งเป็นเครื่องรองรับการเกิดของกวี เป็นแรงดึงดูดให้กวีรุ่นใหม่ขวนขวาย เรียนรู้ที่จะผลิตบทกวี ถึงจะไม่ชนะรางวัลที่มีนายทุนอยู่เบื้องหลัง แต่เหล่ากวีหน้าใหม่ ก็ได้รางวัลแห่งความอุตสาหะแล้ว กวีเก่าที่ก้าวพ้นคันสะดุดแห่งรางวัลแล้ว ย่อมผลิตผลงานโดยไม่หวังรางวัลเป็นที่ตั้ง อาจได้ค่าบทกวีเพียงแค่ยังชีพเท่านั้น การยอมเป็นกวีไส้แห้ง นับเป็นความกล้าหาญอย่างยิ่งแล้ว

๕. ท่านอยากด่าอะไรก็ด่าไปเถอะครับ แต่อย่าลืมหันไปดูตัวท่านบ้างว่าเป็นอย่างที่ไปว่าคนอื่นไว้บ้างหรือเปล่า ด่าเยอะ ๆ ครับ แล้วตัวตนของท่านจะสะท้อนออกมาว่าท่านเป็นกวีเช่นไร

ผมนึกถึงบทกวีหนึ่งของท่านแรคำ ประโดยคำ ที่ว่า

เพียงนึกเท่านั้นก็เป็นกวี
ง่ายดายเหลือดีกวีใหญ่
ง่ายดายเหลือดีกวีไทย
เป็นกวีร่วมสมัยกันทุกคน

ถึงจะออกสำเนียงประชดประเทียด แต่ก็สะท้อนว่าพวกเราต่างก็ "เป็นกวีร่วมสมัยกันทุกคน" ส่วนจะระดับไหนขั้นไหน ก็แล้วแต่บุคคล แล้วแต่สามัญสำนึก ที่สำคัญต้องมีสำนึกว่าคนเป็นคน จะได้ไม่เหยียดหยามกวีอื่น หรือเหยียดหยามคนอื่น ชาติอื่น ฯลฯ

นึกถึงบทกวีของท่านขรรค์ชัย บุนปาน อีกแล้วซี ...

    ๏ ดาวคือดวงประทีปรู้.................ระหว่างดาว
 สาวย่อมรู้เชิงสาว...........................จากชู้
ชีวิตใช่ยืนยาว.................................มัวงั่ง  โง่ฤๅ
กวีอ่านงานกวีรู้................................แค่นั้นงานกวี ฯ
    ๏ ป่วยการขานขับชี้.....................ชมตน
ป่าอักษรเพียงผล.............................ผลิตน้อย
โลกสับปลับสัปดน...........................ยิ่งกว่า
แรงกวีอันกระจ้อย............................จับฟื้นคืนคง ฯ
    ๏ น่าปลงน่าปลิดทิ้ง....................กันที
ศักดิ์มนุษย์นั่นแหละศรี....................ศักดิ์แล้ว
อย่าเลยเรื่องศักดิ์กวี........................น้ำเน่า
ปรุงจิตใสเสมอแก้ว.........................ใส่น้ำใสเสมอ ฯ

ขอพักความเห็นไว้แค่นี้ก่อนนะครับ หิวข้าวแล้ว ไปกินเที่ยงก่อนนะครับ สวัสดี.

ผู้แสดงความคิดเห็น ราศีพิจิก วันที่ตอบ 2011-11-11 11:47:54


ความคิดเห็นที่ 15 (2231248)

งานประกวดใหญ่ๆ ประกาศผลออกมามีแต่พวกหวังล้มเจ้า ชเลียร์รัฐบาลได้รางวัลกันม่วนซื่น ส่วนพวกที่คิดต่าง ตกรอบตั้งแต่รอบแรกทั้งหมด คุณราศีพิจิก ก็ช่วยออกมาแสดงทักษะทางภาษาวิจารณ์ให้ครอบคลุมด้วยล่ะ ว่าอะไรยังไง ไม่ใช่หายเงียบไปในกลีบเมฆ


ความเห็นคุณดีมาก แต่ช่วยสำแดงความคิดให้ครบๆ หน่อยนะ เดี๋ยวใครเขาจะเห็นว่าเธอเอียง เพราะที่ผ่านมาเธอก็เอียงอย่างเห็นได้ชัด เตือนด้วยความหวังดี

 

กวีเค้าไม่ได้หวังรางวัลกันทุกคนหรอกนะ แต่ถ้ามันถูกบล็อกตั้งแต่ต้นสังกัด ปฏิเสธไม่ได้ว่าอำนาจทางเงินมันเจาะไชยิ่งใหญ่จริงๆ ทำให้กวีถูกตีกรอบแบบนี้ คุณราศีพิจิกไม่ทราบว่า "มีแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ?" กรุณาชี้แจงให้สติปัญญาข้าพเจ้าทะลุด้วยเถิด ไหนๆ ก็พูดมาเยอะ แสดงตนหน่อยสิ

 

ขนาดพิมพ์กลอนฟรีๆ ในเว็บ แค่คิดต่างหน่อยยังโดนแหกโดนกระแนะกระแหนเลย แล้วจะไปหวังอะไรกับการประกวด พ่อคุณ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ชม วันที่ตอบ 2011-11-11 13:01:48


ความคิดเห็นที่ 16 (2231261)

 กวีนิพนธ์ รางวัลยอดเยี่ยม นายอินทร์อะวอร์ด ปี 2553

เพลิงไหววับรับอรุณการสูญสิ้น

ลมชวยรวยระรินกลิ่นซากไหม้

ละอองควันสีขุ่นยังกรุ่นไอ

ทิ้งร่องรอยเปลวไฟในราตรี

 

นั่น ฝูงชนแลเห็นเป็นกลุ่มกลุ่ม

มาชุมนุมรุมรอบขอบพื้นที่

 เจ้าของร้านร่ำไห้ ทำไงดี

หมดตัวแล้วคราวนี้อัคคีภัย

 

ดูนั่นซิ  ฉันเห็นซินเดอเรลลา

มีน้ำตาแต่งแต้มบนแก้มใส

เธอร้องหาเจ้าชายที่หายไป

ท่ามกลางฟอนไฟที่ไหม้ลาม

 

ที่เห็นอยู่ตรงหน้าคิงอาเธอร์

ร้องหาดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์อยู่เพ้อพล่าม

แม่สาวน้อยสโนไวท์ไฉไลงาม

ยังร้องถามว่าคนแคระอยู่ที่ใด

 

เห็นเจ้าหญิงนิทราลืมตาตื่น

ลุกจากเตียงแล้วยืนสะอื้นไห้

นั่น  เงือกน้อยลอยล่องกลางกองไฟ

แล้วกลายเป็นซากไหม้ในกองกูณฑ์

โฉมงามทิ้งร่างกลางซากมอด

แขนสอดกอดก่ายเจ้าชายอสูร

ยิ่งเห็นภาพเวทนาอาดูร

ยิ่งพอกพูนทุกข์โศกวิโยคครัน

 

เด็กเด็กในสมรภูมิทั้งหลาย

มีหนังสือเทพนิยายไว้ปลอบขวัญ

จากเสียงบึ้มขมขู่อยู่ทุกวัน

ท่ามกลางหมอกควันอันน่ากลัว  

 

ร้านหนังสือคือโลกแห่งความฝัน

ภายนอกนั้นเหตุร้ายกระจายทั่ว

สุดท้ายโลกความฝันพลันหมองมัว                    

เพราะคนชั่วเผามอดจนวอดวาย

 

เปลวเพลิงผลาญร้านหนังสือในคราวนี้

ใครหนอที่ดับฝันเด็กเด็กสลาย

ใครกันหนอใจดำเผาทำลาย                                                                                    

 ร้านหนังสือเทพนิยายที่ชายแดน

 ...................................................

ใครกันหนอใจดำมาทำลาย

เทพนิยายหายไปในกองเพลิง


-อาชญาสิทธิ์  ศรีสุวรรณ

*เขาเป็นใคร ไม่รู้..แต่ไม่สำคัญเท่ากับว่า นี่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า....(คิดเอาเอง)

 

 

 

  

 

มือ

มือเด็ก เด็ก
อ่อนนุ่ม
รู้เกาะกุม
รู้ปล่อยวาง
มือ
มือผู้ใหญ่
หยาบกระด้าง
ไม่รู้ปล่อยวาง
 รู้แต่เกาะกุม

-ประกายพฤกษ์  จิตกาธาน

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้มองโลกในแง่ดี วันที่ตอบ 2011-11-11 13:52:12


ความคิดเห็นที่ 17 (2231269)

เรียน ท่านผู้ชม

กินข้าวไข่เจียวหมูสับ จานละ ๓๐ บาท ท่ามกลางอากาศเย็น ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำให้ความรู้สึกเยือกเย็นให้ประโยชน์มากมาย แต่น้ำท่วมก็สร้างปัญหาให้คนไม่น้อย กลับมาอ่านความเห็นของท่านผู้ชม..

ประเด็นของท่านเยอะมากเลยครับ ไม่อยากแยกตอบแต่ก็ต้องทำ เพราะหากตอบรวม ๆ ท่านจะเหมาว่าผมไม่ตอบ เลี่ยงหายเงียบไปในกลีบเมฆ ซะงั้น...

งานประกวดใหญ่ๆ ประกาศผลออกมามีแต่พวกหวังล้มเจ้า ชเลียร์รัฐบาลได้รางวัลกันม่วนซื่น ส่วนพวกที่คิดต่าง ตกรอบตั้งแต่รอบแรกทั้งหมด คุณราศีพิจิก ก็ช่วยออกมาแสดงทักษะทางภาษาวิจารณ์ให้ครอบคลุมด้วยล่ะ ว่าอะไรยังไง ไม่ใช่หายเงียบไปในกลีบเมฆ

- อ่านแล้วต้องขอเรียนด้วยความเคารพว่า "มึน" ครับ ทักษะทางภาษาวิจารณ์ เป็นอย่างไรครับ ผมไม่รู้ ผมแค่แสดงความคิดที่มีต่อประเด็นในกระทู้เท่านั้นเอง หาได้มีความรู้ลึกซึ้งอะไร โปรดให้อภัยในความรู้น้อยของผมด้วย หากตอบไม่ครอบคลุม เพราะสมมติฐานของท่านผู้ชมทำเอาผมมึน วิเคราะห์ไม่ได้ ไปไม่เป็นเลยครับ

งานประกวดใหญ่ ๆ ของท่านผู้ชมหมายถึงงานไหนบ้างหละครับ ? ผมรู้จักไม่กี่อย่าง ซีไรต์, พานแว่นฟ้า, นายอินทร์อะวอร์ด, เซเว่นบุ๊ค, ขออภัยที่ผมรู้เท่านี้

ท่านบอกว่ามีแต่พวกหวังล้มเจ้า ชเลียร์รัฐบาลจึงจะได้รับรางวัล อันนี้ทำเอาผมมึนกว่าเดิม ท่านเอาอะไรมาวัดว่าใครหวังล้มเจ้า? ท่านไปนั่งในหัวใจคนผู้นั้นหรืออย่างไร? ทำไมท่านไม่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้นั้น ?

ซีไรต์ปี ๕๐ ท่านมนตรี ศรียงค์ ท่านหวังล้มเจ้าหรือ? ท่านชเลียร์รัฐบาลหรือ? (ปี ๕๐ ใครเป็นรัฐบาล?) ผมว่าไม่น่าจะใช่นะครับ  ซีไรต์ ๕๓ ท่านซะการีย์ยา อมตยา ท่านหวังล้มเจ้าหรือ? ท่านชเลียร์รัฐบาลหรือ? (ปี ๕๓ ใครเป็นรัฐบาล?) ก็ไม่น่าจะใช่อีกนั่นแหละ

พานแว่นฟ้าปี ๕๒  ท่านนิตยา พูนเพิ่ม ปี ๕๓ ท่านอภิชาต จันทร์แดง ปี ๕๔ ท่านนรพัลลภ  ประณุทนรพาล ก็เช่นกัน ผู้ชนะรางวัลหวังล้มเจ้าหรือ? ผู้ชนะรางวัลชเลียร์รัฐบาลหรือ? และคงถามเช่นนี้กับท่านผู้ชมสำหรับรางวัลอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ท่านเอาอะไรมาเป็นเครื่องชี้ว่าใครหวังล้มเจ้า? ใครชเลียร์รัฐบาล ?

อ่านที่ท่านสรุปอย่างตีขลุมมาอย่างนี้ ผมยอมรับว่ามึนครับ ไปไหนไม่ถูกเลยครับ ขออภัยที่ตอบไม่ได้อย่างใจท่าน


ความเห็นคุณดีมาก แต่ช่วยสำแดงความคิดให้ครบๆ หน่อยนะ เดี๋ยวใครเขาจะเห็นว่าเธอเอียง เพราะที่ผ่านมาเธอก็เอียงอย่างเห็นได้ชัด เตือนด้วยความหวังดี

- ขอบคุณสำหรับคำชมครับ ผมรู้สึกดีมาก ๆ ที่มีคนชม  แต่ก็มึนกับการที่บอกว่า "ช่วยสำแดงความคิดให้ครบๆ หน่อยนะ"  เพราะผมคงไม่รู้หรอกว่า "ครบ" ของท่านมีอะไรบ้าง ที่ตอบไปแล้วมีตรงไหนไม่ครบก็บอกด้วยนะครับ อย่าเงียบหายไปเฉย ๆ 

ส่วนที่ "เธอเอียง" นี่ อยากทราบว่า "ใครเอียง?" ครับ  ท่านใช้สรรพนามแทนผมว่า "คุณ" แต่ตรงนี้ใช้ "เธอ" และในบริบทนี้ไม่มี "เธอ" นี่ครับ หรือเพราะท่านเป็นผู้หญิง จึงใช้สำเนียงแบบอาจารย์หญิงของผม ที่ท่านชอบใช้สรรพนามกับลูกศิษย์ทุกคนว่า "เธอ" งั้นผมก็จะโมเมว่าเป็นผมก็แล้วกันนะครับอาจารย์หญิง ท่านไม่เห็นต้องลำบากมาเตือนผมครับ ผมเอียงชัดเจนอยู่แล้วครับ ไม่ต้องแอ๊บว่าเป็นกลาง ผมเอียงไปในทางที่ผมชอบงัยครับ และผมก็ไม่มั่นใจว่าผมจะอยู่ตรงกลางได้ด้วย เพราะผมชอบทางไหน ผมก็ไปทางนั้น อัตโนมัติ แล้วท่านล่ะ อยู่ฝั่งไหนครับ?

กวีเค้าไม่ได้หวังรางวัลกันทุกคนหรอกนะ แต่ถ้ามันถูกบล็อกตั้งแต่ต้นสังกัด ปฏิเสธไม่ได้ว่าอำนาจทางเงินมันเจาะไชยิ่งใหญ่จริงๆ ทำให้กวีถูกตีกรอบแบบนี้ คุณราศีพิจิกไม่ทราบว่า "มีแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ?" กรุณาชี้แจงให้สติปัญญาข้าพเจ้าทะลุด้วยเถิด ไหนๆ ก็พูดมาเยอะ แสดงตนหน่อยสิ

- "กวีเค้าไม่ได้หวังรางวัลกันทุกคนหรอกนะ" อันนี้เห็นด้วยครับท่านผู้ชม  ส่วนที่ท่านถามต่อไปว่า  >>แต่ถ้ามันถูกบล็อกตั้งแต่ต้นสังกัด ปฏิเสธไม่ได้ว่าอำนาจทางเงินมันเจาะไชยิ่งใหญ่จริงๆ ทำให้กวีถูกตีกรอบแบบนี้ คุณราศีพิจิกไม่ทราบว่า "มีแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ?"<<  อันนี้ทำผมมึนอีกรอบครับ "ต้นสังกัด" คือใครน้อ ? กวี ต้องมีต้นสังกัดด้วยหรือ แบบนักร้องต้องมีต้นสังกัด แกรมมี่ อาร์เอส อาร์มี ฯลฯ อย่างนั้นหรือ ผมพึ่งรู้นะครับ ว่ากวีต้องมีต้นสังกัด แต่เอ... แต่ละรางวัลที่กล่าวถึงส่วนใหญ่เขาให้ส่งด้วยตนเองได้ทั้งนั้นนี่ครับ ไม่ต้องให้ต้นสังกัดส่งให้ก็ได้นะครับ หรือผมเข้าใจผิดอะไรครับ?

"อำนาจเงินยิ่งใหญ่" ถูกต้องแล้วคร้าบ เราอยู่ในยุคเงินคืออำนาจ อำนาจคือเงิน เราต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจมันและอยู่กับมัน ต่อต้านไปก็ไม่มีประโยชน์ (เหมือนน้ำท่วมคราวนี้แหละครับ) รางวัลไหนมีเงินเยอะ ก็ดึงดูดคู่แข่งเข้ามาประกวดเยอะ โอกาสตกรอบของบทกวีท่านจึงมีมากขึ้นครับ แต่เอ๊ะ ในเมื่อรางวัลไม่ใช่สิ่งสำคัญ แล้วจะส่งประกวดกันทำไมละเนี่ย เมื่อรางวัลไม่โปร่งใสจะส่งประกวดกันไปทำไมล่ะ? เมื่อมีอคติว่ากรรมการตัดสินโดยอำนาจทุน แล้วกวีอุดมการณ์ทั้งหลายจะต้องส่งประกวดกันไปทำไมละครับ?

การจะให้ผมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ท่านต้องตอบผมก่อนว่า ปัญหาคืออะไร?  เป็นปัญหาที่แท้จริงหรือไม่? หรือเป็นปัญหาเสมือน? ถ้าเป็นปัญหาแท้จริง ก็แก้ง่าย แต่หากเป็นปัญหาเสมือน มันก็แก้ไม่ได้เพราะมันไม่ใช่ปัญหาแต่คนไปทึกทักว่าเป็นปัญหา

เอางี้ เดี๋ยวจะหาว่าผมเลี่ยงที่จะตอบ จะบอกให้ว่าไม่ได้เลี่ยง แต่ไม่ต้องการตอบกันไปแบบความยาวสาวความยืด แต่ต้องการจะรู้ปัญหาตรง ๆ จึงต้องถามตรง ๆ ก่อน

ท่านต้องการเขียนบทกวีการเมือง หรือท่านต้องการชนะรางวัล? ตอบให้ได้ก่อนครับ แล้วจะทราบว่าปัญหาของท่านคืออะไร?

ขนาดพิมพ์กลอนฟรีๆ ในเว็บ แค่คิดต่างหน่อยยังโดนแหกโดนกระแนะกระแหนเลย แล้วจะไปหวังอะไรกับการประกวด พ่อคุณ

- ถูกแล้วครับท่าน เน็ตมันเปิดกว้างสู่โลกทั้งโลก เราแสดงความเห็นอะไรออกไป ไม่ว่าจะเป็นบทกลอน บทกวี หรือความเห็นธรรมดา ย่อมจะมีทั้งคนเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เฉย ๆ หรือพาออกอ่าวออกทะเล เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละครับ กลอนดี ๆ ถูกด่าเละตุ้มเป๊ะก็มี กลอนห่วย ๆ ได้รับคำชมแล้วชมอีกก็มี หากทำใจได้ แล้วจะต้องไปพะวงอะไรกับการประกวดหล่ะครับ

กลอนถูกใจเราแต่อาจไม่ถูกใจกรรมการก็ได้ กลอนถูกใจกรรมการอาจไม่ใช่กลอนที่ดีที่สุดก็ได้ ผมเคยเป็นกรรมการประกวดกลอนระดับเด็ก ๆ อยู่บ้าง กรรมการมี 5 คน คนที่ได้คะแนนสูงสุดของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย นั่นหมายถึงกรรมการแต่ละท่านมีความชอบไปคนละทาง แต่เมื่อรวมคะแนนออกมา ปรากฎว่าคนชนะเลิศไม่ใช่คนที่กรรมการทั้ง 5 คนเลือกไว้แต่แรก มันเป็นผลรวมทางคณิตศาสตร์ที่ตรงไปตรงมา ก็ต้องให้คนนั้นไป ใช่ไหมครับ? ผมไม่กังวลและไม่มีปัญหาเพราะวัตถุประสงค์ของการประกวดก็ไม่ใช่หากลอนที่ดีที่สุด แต่เป็นการกระตุ้นให้มีการแต่งกลอน และกลอนที่ดีที่สุดจะมีรางวัลให้เท่านั้นเอง ต้องเข้าใจตัวเองก่อนครับ "ต้องการอะไร?"

คำว่า "พ่อคุณ" นี่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ท่วงทำนองคล้ายอาจารย์ที่เคยสอนผมด้วยความเอ็นดู และไม่เบื่อที่จะสอน ไม่เบื่อที่จะตอบคำถาม ไม่เบื่อที่จะฟังคำแย้งอันเหลวไหลของผม หวังว่าการสนทนาระหว่างเรา คงได้อะไรขึ้นบ้างนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ราศีพิจิก วันที่ตอบ 2011-11-11 14:52:18


ความคิดเห็นที่ 18 (2231319)

จะติ๊กถูกใจให้คุณราศีพิจิกยังงัยอะคะชอบๆ

อ้อ..มื้อกลางวันทานไม่ครบห้าหมู่มื้อเย็นนี้ทานสลัดผักหน่อยดีมั้ยคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น จิตตรี วันที่ตอบ 2011-11-11 17:14:46


ความคิดเห็นที่ 19 (2231323)

 มาให้กำลังใจคุณราศีพิจิกครับ ข้อความของคุณมีเหตุผลและปราศจากอารมณ์ขุ่นมัว...ชอบครับ

แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าน่าจะมีคนมากวนใจคุณอีกแน่ และถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงนะครับ จะเสียสุขภาพเปล่า ๆ 

ปล. ร้อยแก้วของคุณในครั้งนี้ ผมอ่านละเอียดยิ่งกว่าร้อยกรองของคุณเสียอีก 555

ผู้แสดงความคิดเห็น ไวกูณฐ์ มาลาไทย วันที่ตอบ 2011-11-11 17:36:57


ความคิดเห็นที่ 20 (2231360)

 พูดถึงวัยวุฒิผมก็แค่เด็กโข่งคนหนึ่ง แต่ขอยกมือขวาน้อยๆลุกขึ้นพูดว่า

"ชอบ"

-แต่หากเป็นปัญหาเสมือน มันก็แก้ไม่ได้เพราะมันไม่ใช่ปัญหา แต่คนไปทึกทักว่าเป็นปัญหา 

-ไม่ต้องแอ๊บว่าเป็นกลาง ผมเอียงไปในทางที่ผมชอบงัยครับ และผมก็ไม่มั่นใจว่าผมจะอยู่ตรงกลางได้ด้วย เพราะผมชอบทางไหน ผมก็ไปทางนั้น

-ปล. ร้อยแก้วของคุณในครั้งนี้ ผมอ่านละเอียดยิ่งกว่าร้อยกรองของคุณเสียอีก 555 

 

ผมไม่ได้เป็นกลางแน่ ๆ ผมมีฝั่งครับ ฝั่งธนบุรี เขตคลองสาน (ยังไม่ท่วม)

ร.ศ.

ผู้แสดงความคิดเห็น รัตนโกสินทร์ศก วันที่ตอบ 2011-11-11 21:07:28


ความคิดเห็นที่ 21 (2232278)

ทั้งรัตนโกสินทร์ศก  ราศีพิจิก เท่าที่ข้าพเจ้าอ่านมา เขาเป็นนักกลอนอาชีพ ทั้งค่ะ

และคาดว่าอาจเป็นเพื่อนข้าพเจ้านี่เอง เรามีความเห็นและข้อคิดคล้ายกันนะ  เป็นกำลังใจให้

ผู้แสดงความคิดเห็น ราศีตุลย์ วันที่ตอบ 2011-11-15 22:47:39



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.