ReadyPlanet.com


นิราศใจวัยเกษียณอุบลราชธานี


 นิราศใจวัยเกษียณอุบลราชธานี

 

                                                                                นิราศร้อยสร้อยรักประจักษ์สมัย                     

 

 

 

 

 

 

ราตรีแรกแทรกกลางระหว่างใจ                       เธอจากไปจำวัดตัดนิวรณ์

พี่ทนเหงาไม่ไหวใจว้าวุ่น                                 ซึ่งเริ่มกรุ่นทุกทางลางสังหรณ์

นับแต่ไกลอบายมุขทุกขั้นตอน                        พี่ก็อ่อนเรื่องเพื่อนเยือนเช้าเย็น

จะหวนคืนสังเวียนให้หวั่นหวาด                    เมื่อตัดขาดไยจะเสือกไปเกลือกเหม็น

ไหนอยู่ดีก็ให้ดีมันดีเป็น                                   อย่าทำเล่นชีวิตนี้มีอยู่จริง

เคยกินเหล้าเคล้านารีเที่ยวรีสอร์ท                   เคยพร่ำพรอดอบายร้ายทุกสิ่ง

เคยหลงผิดคิดแต่ได้ไม่ประวิง                          กว่าปลดทิ้งทั้งมวลจวนเจียนตาย

จึงหันหน้าเข้าที่จอสี่เหลี่ยม                              เปิดเข้าเยี่ยมท้องถิ่นถวิลหมาย 

อ่านงานเก่านักเรียนเขียนบรรยาย                  ภาพท่องเที่ยวเรียงรายหลายรายการ

หวนคิดถึงอุบลเมืองรุ่งเรืองรัตน์                     จึงสืบค้นทางทัศน์กูเกิ้ลสถาน

ภาพผาแต้มแต้มผามาช้านาน                           ปรากฏฉานให้คิดถึงซึ่งเคยไป

เคยร่วมรับรุ่งอรุณอิงอุ่นเห็น                            เคยให้เป็นสีสันตะวันใหม่

แต่วันนี้เธอได้สร้างความห่างไกล                   เธอคงพบอะไรยิ่งใหญ่แทน

ภาพตะวันผันดวงล่วงพ้นเขา                          หมอกเช้าเช้าเรี่ยรายเป็นสายแสน

ภาพผู้คนบันทึกภาพสดับแดน                        เธอสู่แกนอีกด้านสานจิตใจ

ลาผาแต้มไปเรียงร้อยสร้อยสวรรค์                 ใกล้น้ำตกแสงจันทร์อันสวยใส

สายน้ำพร่างต่างสร้อยร้อยมาลัย                      งามละไมราวสายสร้อยร้อยรักเรา

ลูกยังเล็กเล่นสนุกซุกซนนัก                            ไม่หยุดพักเพลินตีนป่ายปีนเขา

สู่ด้านบนเชิงผาศิลาเกลา                                  เห็นรอยเล่าว่าตรงนี้มีดอกไม้

ตามลานดินหินประดับราวกับแต่ง                 ตอนนั้นแล้งกรวดศิลาเผยหน้าใส

เห็นป้ายชื่อคล้ายบอกคอยให้น้อยใจ               ส่วนซากได้ลบเลือนเหมือนไม่มี

ช่วงปลายฝนต้นหนาวเรื่องราวสวย                จึงเอออวยเหล่าพฤกษาลดาศรี

ทิพเกสร ดุสิตา งามมาลี                                           เผยกลีบที่ทุ่งดอกไม้สุดสายตา



ผู้ตั้งกระทู้ ปรัชญ์ วลีพร (naimit-at-thaimail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2011-08-16 14:07:28


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2206374)

เขียนต่อนะครับ

กำลังติดตามอ่าน และให้กำลังใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น มดตะนอย วันที่ตอบ 2011-08-16 15:17:52


ความคิดเห็นที่ 2 (2206387)

ลื่นไหลมาก ... รออ่านตอนต่อไปครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ราศีพิจิก วันที่ตอบ 2011-08-16 15:47:19


ความคิดเห็นที่ 3 (2206463)

รออ่านเหมือนกัน เดี๋ยวนี้หาคนเขียนนิราศแบบครู ค่อนข้างจะหายากครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูภาษาไทย วันที่ตอบ 2011-08-16 19:00:55


ความคิดเห็นที่ 4 (2206481)

 

  เขียนได้น่าอ่านชวนติดตาม ชื่นชมครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุธีร์ พุ่มกุมาร วันที่ตอบ 2011-08-16 19:48:14


ความคิดเห็นที่ 5 (2206581)

รอตอนต่อไปนะครับ...

 

เป็นกำลังใจให้ครับ

 

จาก เจน (เด็กหัดแต่งกลอน)

ผู้แสดงความคิดเห็น เจน (เด็กหัดแต่งกลอน) (jade_kiung1-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-08-17 08:08:16


ความคิดเห็นที่ 6 (2206587)

 สร้อยสุวรรณา มณีเทวา เหลืองพิสมร            สรัสจันทรงามหมดจดจรดหินผา

เป็นนามพระราชทานชาญอักษรา                 พระแม่หลวงปวงประชาเมตตาธรรม

คลิกค้นดูดอกไม้ในข่ายทิพย์                             ขอยกหยิบอุบลไกด์ให้ชื่นฉ่ำ

เขาไปเที่ยวถ่ายภาพซึมซับจำ                            มีถ้อยคำบรรยายหลายมุมมอง

เห็นดอกไม้ในจอชูช่อสี                                    ถ้าน้องพี่ชมด้วยช่วยสนอง

ความผิดหวังครั้งเก่าเราสมปอง                       ลูกทั้งสองเช่นกันสุขสันต์ใจ

ชมน้ำตกแสงจันทร์อันลือเลื่อง                        แยกขวาบ้านทุ่งนาเมืองไม่ไกลใกล้

บ้างเรียกน้ำตกลงรูดูแปลกไป                           หากชมในเที่ยงวันแสงจันทร์นวล

แสงจันทร์ใดในเที่ยงวันผันผ่องแสง              จักแอร่มแจ่มแจ้งราวแสงสรวล

ยามนงลักษณ์พักตร์พริ้มยิ้มเย้ายวน                ลักษณ์เชิญชวนชมพักตรากว่าแสงไร

คนในจอมีเวลาเข้าป่าพง                                   เรียกป่าดงนาทามงามแปลกใหม่

จุดชมวิวนามผาชนะได                                     ไม่ทราบใครเสกนามขลังขามคำ

ภูผาหินดินแดนมหัศจรรย์                                เดินท่องเที่ยวทั้งวันเช้ายันค่ำ

ดูไม่ครบพบไม่หมดปรากฏธรรม                   ลานหินถ้ำน้ำตกหินโยกคลอน

หินหนักห้าสิบตันอันกว้างใหญ่                      สองมือผลักยักไหวให้สังหรณ์

มิน่าเล่าใจคนนี้ไม่กี่ปอนด์                                จึงยอกย้อนอ่อนไหวง่ายดายนัก

เสาเฉลียงเฉลียงแปลกแบกหินใหญ่               เด็กยักษ์ใดเล่นซนขนหินหนัก

หรือน้ำโขงโผงผางระหว่างพัก                       พอน้ำลักลอบหนีมีหินวาง

ผู้แสดงความคิดเห็น ปรัชญ์ วลีพร (naimit-at-thaimail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-08-17 08:33:15


ความคิดเห็นที่ 7 (2207040)

...หนีมีหิน .... ห้วนผาม อิอิ

ผู้แสดงความคิดเห็น คิดมาก วันที่ตอบ 2011-08-18 13:52:24


ความคิดเห็นที่ 8 (2208137)

 เห็นดอกรังเหลืองอร่ามตามชายผา                คิดถึงหน้านงคราญปานเทพสร้าง

อันดอกรังยังสดก็สำอาง                                    มิแตกต่างกันสักนิดอนิจจา

เธอก็แก่พี่ก็แก่แม้ยังรัก                                      วันหนึ่งจักหายเร้นไม่เห็นหน้า

เราอยู่ในวัยเกษียณเปลี่ยนเวลา                         สองยายตาแยกทางต่างทำนอง

พี่ชอบทำไร่นาสวนผสม                                   เธอนิยมเข้าวัดตัดขุ่นข้อง

แต่อย่างหนึ่งที่เหมือนกันมั่นครรลอง            คือเราสองรักเดียวและใจเดียว

เพลินในเว็ปหมูหินถิ่นนักท่อง                        คลิกหนึ่งสองสามพันโบกโขยกเชี่ยว

เรียกว่าโบกหรือกระบอกบอกหน่อยเทียว      ใครหนอเที่ยวทำรูเล่นเป็นหมื่นพัน

 ให้หวนคิดจิตใจคนวนเวียนวุ่น                       หนึ่งวันกรุ่นกี่รูปนามกับความผัน

หากหนึ่งคิดคือหนึ่งรูคงรู้กัน                           ใจคนนั้นย่อมแปรมีแต่รู

เพลินท่องเที่ยวในจอพอง่วงแล้ว                     จึงฉวยแก้วที่วางอยู่ข้างตู้

จิบกาแฟสักหน่อยแล้วค่อยดู                            แต่อดสูกาแฟหมดต้องอดกิน

ผู้แสดงความคิดเห็น ปรัชญ์ วลีพร (ืnaimit-at-thaimail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-08-22 09:52:56


ความคิดเห็นที่ 9 (2208469)

อย่าเพิ่งลงเอยนะครับ ถ้าลงเอยก็คงจบบทนิราศ คนอ่านก็จะไม่ได้ติดตามอ่านด้วยความชื่นชมครับ เป็นวรรณกรรมบริสุทธิ์ไม่ได้เขียนเพื่อประกวดแข่งขัน หรือเสแสร้งเขียน น่ารักดี

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูภาษาไทย วันที่ตอบ 2011-08-23 06:28:17


ความคิดเห็นที่ 10 (2208695)

 เป็นกำลังใจให้ครับ

สำหรับผู้แต่ง

ชื่นชม

ผู้แสดงความคิดเห็น ฐานันดร ลูกศิษย์อ.ไพฑูรย์ วันที่ตอบ 2011-08-23 17:23:41


ความคิดเห็นที่ 11 (2209175)

 หากเธออยู่คงไม่ยากลำบากนัก                        ความขลุกขลักย่อมลายหายหมดสิ้น

ป่านนี้เธอคงเพลินเดินเหยียบดิน                       ดับมลทินท่องพุทโธจงกรมธรรม

พี่ลองทำตามเธอเล่าเท้ายกเหยียบ                    วางระเบียบจิตไว้ในเบื้องต่ำ

คือฝ่าเท้าก้าวย่างพรางน้อมนำ                         ยกย่างย่ำดำเนินเพลินตื่นกลัว

ภาพความหลังครั้งก่อนย้อนให้คิด                    คนใกล้ชิดเริ่มหายไม่เห็นหัว

บุตรเลี้ยงใจไม่ได้ได้แต่ตัว                              มีครอบครัวเขายังห่างไปต่างแดน

คลิกไปเยือนเขื่อนนามสิรินธร                         แอ่งสาครกว้างใหญ่ไพศาลแสน

ขอบคูเขื่อนเหมือนสถานพิมานแมน                 ชนหวงแหนคลังทรัพยากร

มีแม่ค้าปลูกร้านใกล้ริมหาด                            ช่างฉลาดชวนทักเชิญพักผ่อน

คนทั้งหลายได้ฟังทั้งหิวร้อน                            ราวถูกต้อนติดกับรับประทาน

ผู้แสดงความคิดเห็น ปรัชญ์ วลีพร (naimit-at-thaimail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-08-25 07:58:28


ความคิดเห็นที่ 12 (2209520)

 แก้ไขครับ

หากเธออยู่คงไม่ยากลำบากนัก                        ความขลุกขลักย่อมลายหายหมดสิ้น

เปลี่ยนที่ขีดเส้นใต้ จาก ย่อ เป็น ย่อม

หากเธออยู่คงไม่ยากลำบากนัก                        

ความขลุกขลักย่อมมลายหายหมดสิ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น ปรัชญ์ วลีพร (naimit-at-thaimail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-08-26 07:48:10


ความคิดเห็นที่ 13 (2210453)

 ชมอีกแหล่งแก่งสะพืออันลือเลื่อง                 อยู่ใกล้เมืองพิบูลมังสาหาร

ภาพแก่งใสไหลหลามงามตระการ                 ความเย็นซ่านเคยฉ่ำเมื่อสองชม

นี่ดึกแล้วโฉมยงคงจำวัด                                    พี่อึดอัดดวงใจไม่เหมาะสม

เธอบวชชีพี่ไม่ควรกวนอารมณ์                        เขียนขื่นขมไว้อ่านเล่นยามเข็ญใจ

นิราศเรื่องเมืองอุบลยังไม่จบ                           แต่สิ้นงบส่งเสริมเติมวิสัย

เลยหกสิบริบหรี่นาทีวัย                                     โอกาสใหม่ถ้ามียินดีเอย ฯ

ผู้แสดงความคิดเห็น ปรัชญ์ วลีพร (naimit-at-thaimail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-08-29 10:57:51


ความคิดเห็นที่ 14 (2210771)

แต่งดีครับ ชื่นชม

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูดนตรีจบภาษาไทย (wanchaikia-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-08-30 08:37:10


ความคิดเห็นที่ 15 (2210885)

ขอบคุณทุกคำชม     

เขียนคารมคราวอาลัย

ประดับประดาใจ

วันมีไฟวัยมีฝัน

ผู้แสดงความคิดเห็น ปรัชญ์ วลีพร (naimit-at-thaimail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-08-30 13:06:08



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.