ReadyPlanet.com


ลา...มะลิลา


“สุดเหมันต์สรรค์สังสังสารวัฏ                 

ให้ทึบชัฏระบัดสล้างกลางทุมสุม

ให้นกเค้าเขาขวยด้วยรึงรุม                       

หมายตีขลุมกลุ่มขาวดาวราตรี

 

เจ้านิทราดาราท้าเขียวใบ                       

นกเค้าไหวใกล้ลาล้ารังสี

เค้าสงสารวานวัฏอย่าพลัดพี่                     

ดาวแคป่าราตรีก็พลีตน”

 

-๒-

“ลา...มะลิลา ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน     

พอแตกใบอ่อนก็ร่อนลมบน...”

 

แม่ค้างแตงแผงไผ่ในรกคา              

กัลยาร่มใบใสฉ่ำผล

แม่ค้างไหนไผ่รวกให้ปลวกป่น                        

แตงกวาผลหม่นซูบหุบเถาใบ ฯ

 

พอลมแล้งแห้งเหี้ยนเตียนต้นนุ่น     

นุ่นไม่คุ้นขุ่นเคืองอัชฌาสัย

เหลือแต่ผลแต่ฝักประจักษ์ไว้                         

แล้วแตกไปปุยปลิวพลิ้วใยละมุน ฯ

 

ณ กอน้ำย่ำเลนเป็นกำก่อ                

ฉัน...กำกอบ่อเตยเย้ยใต้ถุน

เธอตัดใบใส่ตะโก้...โถพ่อคุณ                         

เตยไม่คุ้นตะโก้โก้ไม่นาน ฯ

 

พอขันหมากฝากอ้อยมาลงรัก                      

ลงหลังพักหลังเพิงเหลิงรักหวาน

อ้อยก็จืดชืดเชือนไม่เหมือนวาน                      

อ้อยหลังบ้านฟันปล้องแล้วล่องวาย ฯ

 

เจ้ากลอยขาวคาวคันฝันและใฝ่       

เจ้ากลอยไหลระน้ำลำธารฝาย

จากแช่ฉ่ำเป็นช้ำชอกมาหลอกได้                   

เจ้าตรอมตายคายพิษเขาคิดทาน ฯ

 

-๓-

“ลา...มะลิลา ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน   

พอแตกใบอ่อนก็ถอนไปผลาญ...”

มะลิร้อยรอยเข็มแทะเล็มลาญ                                   

ไม่ทันบานกานกิ่งเลื้อยอย่าเรื่อยลิ่ว ฯ

 

๏ น้องแตงกวาผ่าครึ่งมาถึงเอว                       

เต้นเย้วเย้วเร็วส่ายให้ใจหวิว

แม่ค้างไหนพ่อค้างนั่นแม่กันคิ้ว                       

พ่อเสือหิวหิ้วแตงกวามาชั่งกิโล ฯ                   

 

๏ ให้น้องนุ่นหนุนตักพ่อรักเร่               

โอ้ละเห่เสน่ห์ฝักอย่ายักโย้

จากผ่องขาวราวสำลีเป็นปริโป๊                                   

ให้มอดโตตายขุยคุ้ยนุ่นกิน ฯ

 

๏ ใบเตยหอมดอมดมขนมเนื้อ             

อร่อยเหลือเจือเจ้ามาเคล้ากลิ่น

ขนมหมดรสเนื้อเบื่อพรากภินท์                   

กากใบเตยไม่เคยกินได้ยินไหม !

 

๏ ควั่นโคนแดงแฝงหวานสู่ย่านยอด   

ปล้องอ้อนออดกอดกรีดรีดหวานไหล

ยิ่งหวานลิ้นก็หวานคำจำนรรจ์ไป                    

ทิ้งชานใยไยรีบหับหีบลา ฯ

 

เจ้ากลอยขาวคาวคันฝันและใฝ่       

เจ้ากลอยไหลตายแล้วกลอยแก้วจ๋า

ใส่ตะกร้าล้างน้ำช้ำอุรา                                   

สำลักดิ้นสิ้นชีวาในห่าธาร ฯ

 

-๔-

๏ จากกล้าฝ้ายผายเผล็ดเมล็ดสวรรค์

มาร้อยพลันมั่นหูกผูกเส้นสาน

กี่ปุยร้อยกี่ปอยฝ้ายสร้างลายงาน                  

ช้อยตระการชาญกระตุกหูกกี่ทอ ฯ

 

๏ สีละเส้นเต้นตัดขัดขิดขด                             

ฝ้ายปากสั่นรันทดขดขืนขอ

ฝ้ายสีขาวร้าวหูกผูกกี่รอ                                 

ขาวลออเป็นช่อรวงลายมลาย ฯ

 

-๕-

“ลา...มะลิลา ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน   

พอแตกใบอ่อนก็ถอนไปขาย...”

น้ำตานองน้องฝ้ายมากลัวตาย                       

ก้มมองลายหลายจุดที่ผุดตัว ๚ะ๛



ผู้ตั้งกระทู้ ไวกูณฐ์ มาลาไทย :: วันที่ลงประกาศ 2011-08-24 23:04:20


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2209587)

 ชอบครับ ขอบคุณครับที่แบ่งปัน

ผู้แสดงความคิดเห็น คนแก่งคอย วันที่ตอบ 2011-08-26 09:35:25


ความคิดเห็นที่ 2 (2210431)

เพราะดีครับคุณไวกูณฐ์ แต่ช่วยอธิบายสองบทแรกที่เกี่ยวกับดอกแคได้ไหม แคกับนกเค้าอะไรยังไง ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่ามันโยงไปที่เรื่องโสเภณีได้ยังไงอ่ะครับ จะให้ผู้หญิงที่แค มันก็แปลกๆอยู่ยังไงไม่รู้ ผมรู้จักแต่แคที่ไว้แกงส้มอ่ะครับ ต้นมันไม่ใหญ่ นกเค้าคงไปเกาะไม่ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น คนอ่านกลอน วันที่ตอบ 2011-08-29 10:42:37


ความคิดเห็นที่ 3 (2210748)

 ขอบคุณครับ คุณคนอ่านกลอน ที่แวะเข้ามาแสดงความคิดเห็น


ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า แคป่า ไม่ใช่ดอกแคสำหรับทำแกงส้ม อย่างที่เป็นทรงพระจันทร์เสี้ยวนะครับ -*- มันเป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง บ้างเรียกว่าแคนา ดอกสีขาวสวย (และก็ทานได้เหมือนกันครับ)


...หากเปรียบดอกไม้ริมทางเป็นสตรีผู้เสียเปรียบ สำหรับโสเภณีนั้น ผมเปรียบเป็นดอกแคป่าครับ เธอจะเบ่งบานยามราตรี เป็นดวงเด่นสีขาว ตัดกับตะคุ่มมืดของพุ่มใบ


แต่ความงามยามราตรีนั้น ไม่มีอะไรจีรัง ยามที่เธอต้องน้ำค้างหนักของลมรุ่ง เธอจะร่วงลงพื้นก่อนอาทิตย์ของวันใหม่จะมาเยือน


บ้านผมมีอยู่หลายต้นครับ ผมหลงเสน่ห์แคป่าเข้าอย่างจัง งานกลอนของผมต้องมีแคป่า ผมเคยพูดกับตัวเองอย่างนั้น


นกกะปูดชอบไปเกาะกิ่งแคป่าหน้าบ้านผมครับ เช้า ๆ ร้องปูด ๆ น่าหนวกหูดีแท้


และมีบางคืนที่ผมเห็นนกเค้าแมว (หรือนกแสก ?) เกาะอยู่ครับ


ดังนั้นจึงยืนยันได้ว่า กิ่งของแคป่า เค้าแข็งแรงดีจริงครับ นกเกาะได้ การันตีโดยนกกะปูดขาประจำ ^^

ผู้แสดงความคิดเห็น ไวกูณฐ์ มาลาไทย วันที่ตอบ 2011-08-30 00:47:20


ความคิดเห็นที่ 4 (2210752)

 “ลา...มะลิลา ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน....

จำได้ว่าผมได้ยินครั้งแรกในชั่วโมงวิชาภาษาไทยครับ ..

สวัสดีครับอ.ไวกูณฐ์ คงสบายดีนะครับ  แวะมาเคารพและอ่านงานครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น รัตนโกสินทร์ศก วันที่ตอบ 2011-08-30 02:30:00


ความคิดเห็นที่ 5 (2210775)

ถึงคุณรัตนโกสินทร์ศก...


แต่พอได้ยินท่อนนั้นทีไร ทำไมผมนึกถึงแต่งานสีฬาสีก็ไม่รู้ (ลองนึกภาพเชียร์หลีดเดอร์ สแตนด์ และเสียงกลองประกอบ) คุณสมกับเป็นกวีมากกว่าผมเสียอีก 55

 

ขอบคุณนะครับ เทอมนี้เรียนหนักหรือเปล่า ส่วนผมสบายดีครับ ขอบคุณนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ไวกูณฐ์ มาลาไทย วันที่ตอบ 2011-08-30 08:47:17


ความคิดเห็นที่ 6 (2211188)

 สวัสดีครับอ.ไวกูณฐ์  มาลาไทย

บันไดอีกเป็นแสนกว่าขั้นกว่าผมจะไต่ป่ายปีนไปถึงคำว่ากวี แต่คงเร็วขึ้นเพราะวันนี้อาจารย์แตะก้นผมขึ้นไปเสียไกลเชียวครับ ฮ่าๆ 

ตอนนี้อยู่ช่วงปลายเทอมเริ่มเบาลงแล้วครับ แต่ก็ยังนอนดึกเหมือนเดิมยังเพราะยุ่งกับการขีด ๆ เขียน ๆ (ทำไมมันไม่มีการปิดเทอมเหมือนการเรียนก็ไม่รู้)

ผมก็สบายดีครับ 

ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น รัตนโกสินทร์ศก วันที่ตอบ 2011-08-31 10:07:57



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.