ReadyPlanet.com


พรุ่งนี้เช้า พรุ่งนี้ช้ำ


                                                         

                                                                            พรุ่งนี้เช้า  พรุ่งนี้ช้ำ


                                   รัตติกาลถ้าไม่มีพรุ่งนี้เช้า               ห้วงคืนเหงาจะยาวนานสักปานไหน

                          มืดไร้แสงเงียบไร้เสียงเศร้าเพียงใด           เคยมีคนจุดไฟก็ไม่มี

                          ฉันกลัวนักกลัวหนาอย่าได้พบ                   ทั้งคอยหลบคอยเลี่ยงคอยเบี่ยงหนี

                          ฉันกลัวจริงกลัวใจสิ้นใยดี                        แต่ในที่สุดนั้นมันสุดทาง

                          ไม่อยากหาเหตุผลหาคนผิด                     เราต่างคนต่างมีสิทธิ์จะคิดต่าง

                          เชื่อว่ายังรักกันมั่นมิจาง                          แต่ช่องว่างเรายังไม่ใกล้เข้ามา

                          เมื่อต่างคนต่างรอคนง้อก่อน                    ทั้งตัดรักตัดรอนไม่ไว้หน้า

                          กลั้นสะอื้นกลืนคำเอ่ยอำลา                     กลั้นน้ำตากลืนช้ำยื้อสัมพันธ์

                          แต่ที่สุดวันอำลาก็มาถึง                           หัวใจซึ่งซึ้งใจก็ไหวหวั่น

                          เข้าใจแล้วว่าเราไม่เข้าใจกัน                     หัวใจฉันล้าแล้วเริ่มแผ่วเบา

                          แสงรอนรอน ลงช้าช้า...ที่ปลายฟ้า            ค่อยค่อยเอ่ยอำลาด้วยตาเศร้า

                          รัตติกาลไม่มีพรุ่งนี้เช้า                            เพราะรักเราไม่มีพรุ่งนี้แล้ว.../


                                                สมศักดิ์    ศรีเอี่ยมกูล   นักลอนครับ



ผู้ตั้งกระทู้ สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล นักกลอนครับ (somsak-poet-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2011-01-19 10:28:48


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2146843)

รัตติกาลอันมืดมิดราวปิดตา ..............เธอมองมาฉันมองไปนัยน์ตานั่น

ตามองตาใจมองใจใกล้ชิดกัน..........อยากให้วันพรุ่งนี้ไม่มีเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น รัตติกาล วันที่ตอบ 2011-01-20 17:21:24


ความคิดเห็นที่ 2 (2146886)

        คุณ รัตติกาล  ขอบคุณที่มองเห็น  สุดยอดมาก ผมถูกตามทันเสียแล้ว เรียกว่าพบคู่มือที่ทัดเีทียมกัน (สำนวนโก้วเล้งน่ะ) นั่นคือมุมกลับที่ผมกำลังพยายามอยู่ แต่ยังทำไม่สำเร็จ  เราลองมาเดินด้วยกันดีมั้ยครับในภาพของแนวคิดนี้ แล้วเอามาดูกันว่าจะเหมือนจะต่างกันอย่างไร นะครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล นักกลอนครับ (somsak-poet-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-01-20 22:21:38


ความคิดเห็นที่ 3 (2146899)

.

ถึง คุณรัตติกาล.... (คห.1.)

   ผมแต่งกลอนไม่เป็นหรอก... แต่ทว่า...

   จำไม่ได้... รำลึกไม่ได้... ว่า...  เคยได้เห็น... เคยได้ยิน... เคยได้อ่าน... เคยได้ฟัง.... มาเมื่อใด...

   มันดูคลับคล้าย...คลับคลา... ว่าจะเคยได้ยิน... เคยได้อ่าน... เคยได้ฟัง... ไม่รู้ว่าครั้งใด... ไม่รู้ว่าเมื่อใด...

 

   แต่ทว่า.... มัน.... กินใจ... ผมเหลือเกิน.....

   อ่านแล้วอ่านอีก.... คิดแล้วคิดอีก... นึกแล้วนึกอีก... แล้วก็เห็นเช่นเดียวกัน....

   อยากจะให้.... วันพรุ่งนี้.... ไม่มีเลย....

 

   ผมเพิ่งจะกลับจากทำภาระกิจต่างๆ มา... กลับมาก็เปิดอ่าน แล้วก็ตอบมาเดี๋ยวนี้แหละ

   เผอิญว่ากลับมาช้ากว่าอาจารย์สมศักดิ์ฯ ไปนิดหนึ่ง แต่ว่าก็ตอบมาทันทีที่เห็น

   ไม่แน่ว่า ถ้าผมเผอิญได้อ่านเป็นคนแรก หรือกว่ากลับมาทันก่อนที่คนอื่นจะได้อ่าน ผมก็จะเป็นคนแรกที่ได้ตอบ

   แต่ว่า... ไม่เป็นไรหรอก...  ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็กินใจผมอยู่ดี.... นั่นแหละ

.

ผู้แสดงความคิดเห็น ส.พิณแก้ว วันที่ตอบ 2011-01-20 23:26:29


ความคิดเห็นที่ 4 (2146978)

ท่าน ส.พิณแก้ว ครับ  ใจท่านน่ะเก็บไว้ให้ผมกินบ้างนะ  ที่ว่าคลับคล้ายคลับคลานั้น สำนวนนี้หรือเปล่า ?

 

                                                                             คนไม่มีวันศุกร์ (สุข)


                                                     ถูกวันเสาร์สลายฝันเปลี่ยนวันเสาร์        เป็นวันเศร้าหลังวันสุขทุกข์อาศัย

                                          วันสิ้นสุดเสน่หาหมดอาลัย                              เหลือแต่ใจเหงาเศร้าทุกเสาร์มา

                                          วันอาทิตย์เคยสนิทสนมนัก                             สุขในรักอยู่ร่วมกันสุดหรรษา

                                          เหลือแต่ภาพวันอาทิตย์ที่ติดตา                      อาทิตย์หน้าอาทิตย์ไหนก็ไม่มี

                                          เช้าวันจันทร์ไปทำงานฉันไปส่ง                       เมื่อเย็นลงก็ไปรับกลับคืนที่

                                          ทุกวันจันทร์มั่นใจความใยดี                            ต่อไปนี้ไม่มีจันทร์ให้ฝันแล้ว

                                          ค่ำอังคาร ณ บ้านเราเคยเคล้าคู่                       พวงชมพูรอบบ้านเคยหวานแหวว

                                          ทั้งเฟื่องฟ้าลั่นทมถึงนมแมว                           ทุกที่แถวถูกสีดำเข้าอำพราง

                                          พุธ คือพระอธิษฐานสาบานด้วย                      ขอพระช่วยคุ้มครองสองเราบ้าง

                                          พระเพียงช่วยให้อดกลั้นวันรักจาง                   ในบ้านร้างคนใจร้าวทนเข้าพัก

                                          วันพฤหัสบดี เป็นที่สุด                                    ชีวิตหยุดเคลื่อนไหวใจป่วยหนัก

                                          หมดความหวังหมดเวลาตามหารัก                   เหนื่อยล้านัก วันพรุ่งนี้อย่ามีเลย....

                                                                                            ........................................................

                 หลังจากผมเขียนเสร็จสักระยะหนึ่ง ก็มีเพลงของ บี้ เดอะสตาร์ ออกมาแนวว่า เจ็ดวันนั้นแหละ ประกอบละคร เป็นต่อ ฟังแล้วก็ตกใจ คลับคล้ายคลับคลาเหมือน ท่าน ส.พิณแก้ว เป๊ะเลย ยิ่งตอนรวมเล่ม เป็น "หนามที่บ่งไม่ออก" ยังคิดอยู่ว่าใครที่เป็นแฟนเพลง บี้ คงจะหาว่าผม เก็ต (ก๊อป)ไอเดียร์มาจากเพลง  จริง ๆ แล้วมันเป็นชีวิตจริงของผมเอง ตรงวรรคสุดท้ายนั่นแหละ เป็นจุดเริ่มของสำนวนนี้         

ผู้แสดงความคิดเห็น สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล นักกลอนครับ (somsak-poet-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-01-21 11:42:06


ความคิดเห็นที่ 5 (2147268)

เรียน อ.สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล และ อ. ส.พิณแก้ว

ขอบพระคุณท่านทั้งสองที่ชอบกลอนของผมครับ ผมอ่านกลอนของอาจารย์ที่ตั้งกระทู้นี้ ดื่มด่ำ กับวรรค "รัตติกาลไม่มีพรุ่งนี้เช้า " หลับตาลง แล้วกลอนบทนี้ก็ผุดขึ้นมารวดเดียว ผมพิมพ์และส่งเลย โดยไม่ทราบว่าไปคล้ายกับกลอนของกวีรุ่นก่อนท่านไหน เพราะเท่าที่ค้นในคลังสมองน้อยๆ นี้ ยังไม่เคยอ่านบทกวีที่ไหนแบบนี้เลย บทที่ อ.สมศักดิ์ นำมาให้อ่าน (คนไม่มีวันศุกร์) ก็ยังไม่เคยอ่านครับ

หากจะถามถึงแรงบันดาลใจก็คงเป็นวรรค "รัตติกาลไม่มีพรุ่งนี้เช้า "  ของอาจารย์สมศักดิ์ฯ ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น รัตติกาล วันที่ตอบ 2011-01-22 17:16:41


ความคิดเห็นที่ 6 (2147272)

ส่วนเรื่อง "ฝีมือทัดเทียม" นั้น กระผมมิกล้ารับเด็ดขาดครับ เพราะยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย รวมทั้งประเด็นที่ อาจารย์เชิญเดินไปด้วยกันนั้น ผมยังมึนๆ อยู่ว่าจะเดินอย่างไร ของอาจารย์มันบทเศร้า ของผมบทอินเลิฟ แหะๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น รัตติกาล วันที่ตอบ 2011-01-22 17:27:08


ความคิดเห็นที่ 7 (2147358)

 

สำหรับผม ดื่มด่ำกับทั้งหมดใน คห. 1 ของคุณ รัตติกาล นั้นแหละ.... ก็ขออนุญาตนำมาย้อนกล่าวตรงนี้อีกที.... ด้วยความชื่นชอบ

 

"รัตติกาลอันมืดมิดราวปิดตา ..............เธอมองมาฉันมองไปนัยน์ตานั่น

ตามองตาใจมองใจใกล้ชิดกัน..........อยากให้วันพรุ่งนี้ไม่มีเลย"

 

ด้วยความจริงใจ.... ชื่นชม และ ชื่นชอบ  อีกสักครั้ง กับสิ่งที่คุณบอกว่า "หลับตาลง แล้วกลอนบทนี้ก็ผุดขึ้นมารวดเดียว "

สำหรับผมขอเรียกกระบวนการนี้ว่า "การผุดบังเกิด - Emerging...." ยากนะที่จะเกิดขึ้นได้บ่อยๆ

สุดยอดจริงๆ ครับ 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ส.พิณแก้ว วันที่ตอบ 2011-01-23 01:36:12


ความคิดเห็นที่ 8 (2147359)

 

        ถ้าเราไม่เคยรู้จักกันก็แล้วไป แต่ถ้าเคยรู้จักกันบ้างก็อยากจะคุยกันอีก ผมเพิ่งนินทาคุณ กับ อาจารย์ ส.พิณแก้ว มาเดี๋ยวนี้เอง กลับถึงบ้านก็เปิดเว็บดูปุ๊บก็ตอบปั้บเลย

        เอาหละ จะไม่พูดว่าฝีมือทัดเทียมกันก็ได้ เพราะผมเองก็เชื่อว่าผมเป็นมือหนึ่ง นี่ขนาดเมานิดหน่อยนะ

แต่ขอให้ยอมรับเถอะว่า มุมมองแนวคิดปฏิกิริยาโต้ตอบ ที่เรียกว่าปฏิพากย์ของคุณ เยี่ยมมาก แปลว่ามีคุณสมบัติ เป็นเนื้อในสุดยอดแล้ว ที่เหลือคือการพัฒนาฝีมือหนึ่ง และผลิตผลงานอีกหนึ่ง เพื่อแสดงถึงภาพรวมของตัวตน ผมเชื่อว่า คุณต้องเป็นหนึ่งในระยะเวลาอันใกล้นี้ คุณเป็นเพชรที่รอการเจียรไนเท่านั้นเอง ชื่นชมด้วยใจจริงนะครับ  ที่ว่าเราเดินกันคนละแนวนั้นนะใช่ครับ แต่เมื่อเราส่องกระจกเราก็เห็นภาพที่เป็นมุมกลับถูกมั้ยครับ เราอาจจะเป็นเงาของกันและกันก็ได้ ผมก็จะได้ไม่โดดเดี่ยวด้วยไง  แหะ แหะ (บ้าง)  นึ

ผู้แสดงความคิดเห็น สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล นักกลอนครับ (somsak-poet-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-01-23 01:51:44


ความคิดเห็นที่ 9 (2147362)

 

         ความเห็นนี้ผมช้ากว่า อาจารย์ ส.พิณแก้ว เพราะ บ้านผมอยู่ไกลว่า วัดจาก ร้านอาหาร "ริมประปา" ที่เราช่วยกันตั้งชื่อซุ้มทั้ง ๕ นั้นไว้ว่า  ชิดชล  ยลนที  วารีรัตน์  ธารทัศนา ริมสาคร จนไปนั่งดื่มกินทีไรก็ได้ลดเปอร์เซ็นต์ทุกที  

         "คนไม่มีวันศุกร์"  นั้นผมยกมาให้ อาจารย์ ส.พิณแก้ว ได้ดูครับ ไม่ได้พาดพิงคุณรัตติกาล นะ สำหรับคุณรัตติกาล ถ้าจะกลับไปอ่าน กระทู้ "ดอกไม้จะผลิบาน" ของ รัตนโกสินทร์ศก ก็จะดีจะเข้าใจอะไร ๆ อีกมากครับ

             ด้วยความชื่่นชม แกมอิจฉานิดนิด

ผู้แสดงความคิดเห็น สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล นักกลอนครับ (somsak-poet-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-01-23 02:03:22



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.