ReadyPlanet.com


ข้องใจการตัดสินการประกวดดคลงออนไลน์


 โคลงที่ได้ที่ 1 อ่านไม่รู้เรื่อง เหมือนอ่านโองการแช่งน้ำ  ผิดฉันทลักษณ์ด้วย คำเกินแต่ละวรรคเยอะมาก ไม่ทราบว่ากรรรมการมีเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร



ผู้ตั้งกระทู้ ผู้ข้องใจ :: วันที่ลงประกาศ 2010-10-02 08:56:22


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2114590)

กลับไปดูหลักเกณฑ์การพิจารณาตัดสินข้อที่ ๙ ซิคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้เข้าใจ วันที่ตอบ 2010-10-02 10:04:08


ความคิดเห็นที่ 2 (2114599)

 ข้องใจ ไม่ใช่ประท้วง แสดงว่าข้อ 9 ขัดกับข้อ 5 ก็ถือตามข้อ 9 ทีนี้ก็เข้าใจแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ข้องใจ วันที่ตอบ 2010-10-02 10:47:23


ความคิดเห็นที่ 3 (2114621)

ได้อ่านคุณ "ผู้ข้องใจ" เจ้าของกระทู้ (จขกท.) ที่เขียนว่า "โคลงที่ได้ที่ 1 อ่านไม่รู้เรื่อง เหมือนอ่านโองการแช่งน้ำ  ผิดฉันทลักษณ์ด้วย คำเกินแต่ละวรรคเยอะมาก ไม่ทราบว่ากรรรมการมีเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร"

ไม่ทราบว่าแกล้งถามหรือไม่รู้จักโคลงจริง ๆ แต่ถึงอย่างไรก็คงต้องอธิบายกันสักหน่อย เผื่อเป็นประโยชน์กับท่านอื่นด้วย

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวว่า ผมมิได้เป็นทนายแก้ต่างให้กรรมการ หรือคุณวฤก เพราะมิได้รู้จักกับใครเป็นการส่วนตัวทั้งนั้น แต่อยากออกความเห็นในฐานะคนชอบโคลง เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันครับ

"อ่านไม่รู้เรื่อง เหมือนอ่านโองการแช่งน้ำ"

เห็นตรงนี้ อยากจะคิดว่า จขกท.ไม่รู้จักโคลงจริง ๆ คงเห็นว่าในโคลงมีคำที่มาจากบาลีสันสกฤตค่อนข้างมากเลยเหมาไปว่าอย่างนั้น แต่หากเคยอ่านโคลงจริงๆ แล้วจะรู้ว่าโองการแช่งน้ำใช้คำเก่าก็จริงแต่ใช้คำไทยมากกว่าคำบาลีสันสกฤต เช่นเรียกท้าวจตุโลกบาลว่า สี่ปวงผี เรียก พระพรหมว่า ขุนหงษ์ทองเกล้าสี่ เรียกเขาไกรลาศว่าผาเผือก เป็นต้น  แต่โคลงที่มีคำที่อ่านไม่ออกมากที่สุดคือลิลิตยวนพ่าย จนปราชญ์รุ่นก่อนต้องทำเชิงอรรถไว้แทบทุกคำ ไม่รู้ จขกท.เคยอ่านหรือเปล่า?

ส่วนในโคลงของคุณวฤกถึงจะมีคำที่มาจากบาลีสันกฤตมากก็จริง แต่คิดว่าเป็นคำพื้นที่ใช้ในการประพันธ์ร้อยกรองอยู่แล้ว คนในแวดวงวรรณกรรมคงอ่านได้โดยไม่ต้องเปิดพจนานุกรม แต่สำหรับคนทั่วไปอาจจะอ่านเข้าใจยากเพราะรู้จักศัพท์ไม่หลากหลาย ก็คงเป็นอย่างที่ จขกท.ตั้งข้อสังเกต ตรงนี้ก็เลยต้องตีความตั้งใจของ จขกท.ในเชิงเจตนาดี คงอยากเห็นโคลงที่ใช้ศัพท์ที่คนทั่วไปอ่านแล้วเข้าได้ง่าย เหมาะกับยุคสมัย

 

"ผิดฉันทลักษณ์ด้วย คำเกินแต่ละวรรคเยอะมาก"

เห็นตรงนี้ก็อดยิ้มไม่ได้ เข้าใจว่า จขกท.คงต้องการผลลัพธ์แนวกลับ เพื่อให้มีคนมาอธิบายเรื่อง "คำ" ในโคลง ที่เขาไม่ได้นับคำตามพยางค์เป๊ะๆ แต่นับ "คำลหุ" เป็น "ครึ่งคำ" และนับ "คำครึ่ง" เป็น "หนึ่งคำ" หรือ "สองคำ" ก็ได้ แล้วแต่จังหวะของโคลง

คำลหุ ดังกล่าว เป็นจังหวะเสริมที่เรียกกันในหมู่มือโคลงว่า "ลูกเก็บ" ผมขอยกเรื่อง "จังหวะเสริม" จากบล็อคคุณจอมยุทธเมรัยมาให้อ่าน เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้างนะครับ (เน้นคำโดยผมเอง)

โคลงสี่ลีลา พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ (คลิก)


....
อันว่าจังหวะเสริม คือการเพิ่มลหุเข้าไป ใน ๗ ครุ ของแต่ละบาทโคลงซึ่งมีอยู่แล้ว แต่ลีลายังอยู่ใน
กรอบเดิม ดังตัวอย่างตรงนี้ คือ

ประกายฟ้าสุริยาจันทร์..................แจร่มโลก ไฉนฤๅ
เมฆพยับอับแสงสะอึ้ง..................อร่ามแพ้ประพนธ์เฉลย ๚

เรื่องนี้ท่านจันทร์ ทรงให้ความเห็นไว้ว่า ผู้ที่อ่านจังหวะเสริมไม่เป็น (ตีระนาดมีลูกเก็บ) มักติพระนิพนธ์กวีพระองนี้ว่า " สบัดสบิ้ง " บ้าง ว่าไม่ใช่โคลงบ้าง เพราะนับแล้วเกิน ๓๐ คำตามตำรา เรื่องมันไม่มีกวีไหนเขานับนิ้วกัน เขาใช้หูเป็นเครื่องวัดทั้งนั้น แล้วของท่านก็ไม่เห็นมีครุเกินที่ไหนซักแห่งเดียว ท่านเสริมก็เสริมด้วยลหุ ไม่เปลี่ยนกรอบลีลาเดิมเลย

นอกจากนั้นเสด็จในกรมฯ กวีพระองค์นี้ ท่านยังประวิสรรชนีจนเปรอะ ที่ท่านจำเป็นต้องทำเช่นนั้นก็เพราะอ่านจังหวะเสริมของท่านผิด โคลงของท่านก็ไม่สบัดสบิ้งพริ้งเพราะเสนาะกรรณอย่างที่ท่านเจตนา เป็นต้นในตัวอย่างข้างล่างนี้ หากไม่อ่านออกเสียงรศะทั้งสองแห่ง รศโคลงของท่านก็กลายเป็น " รดแม่รดกาพย์ " ไปเท่านั้นเอง

เสวยขนมอมอร่อยแกล้ม...............กลืนหาย รศแม่
รศกาพย์ทราบมิคลาย...................ครุ่นเย้า

จังหวะเสริมใช้กันมาแต่โบราณ ยกมาเป็นตัวอย่างเพียงสองบท บทแรกพระราชนิพนธ์พระบรมโกษฐ์สมัยกรุงศรีอยุธยา บทที่สองพระนิพนธ์สมเด็จพระปรมาฯ ในเตลงพ่าย

๏ พระอนุชาข้าแกล้งกล่าว.....................กลอนถวาย
พยัญชนะคลาดบาทกลายหลาย..........แห่งพลั้ง
ผิดอรรถะขจัดขจายปลาย.....................สลายสล่ำ
แม้นพลาดประมาทประมาณยั้ง............โทษะร้ายขจายเสีย ๚

๏ บัดผายพจนพากยเบื้อง.................บัณฑูร
เผยอยศพระยาไชยบูรณ..................แต่งตั้ง
นามเจ้าพระยาสูร................................สีหนาท เสนอนา
เถลิงพระพิษณุโลกรั้ง.........................ราษฎร์ร้อนผ่อนเสบย ๚

หากจะลองนับนิ้วกันสักหน่อย โดยนับสร้อยด้วย ในบทหลังบาทหนึ่งมี ๙ พยางค์แทน ๗, บาทสอง มี ๑๐ แทน ๗, บาทสาม ๑๑ แทน ๙, บาทสี่ ๑๓ แทน ๙, รวมเสริมถึง ๑๑ ลรุ ใน ๓๐ ครุ

ในที่นี้ควรอธิบายเสียหน่อยว่า ตามฉบับตำราเรียนของกระทรวงศึกษาได้การันต์คำไว้อีก ๓ คำ (พจน์ พากย์บูรณ์) เป็นการบังคับให้อ่านแบบเทิ่งๆ ทั้งๆเดิมทรงลูกเก็บไว้ครบ
...

ถึงตรงนี้ก็คงตอบ จขกท.ได้ว่า โคลงที่ชนะเลิศไม่ได้มีคำเกิน ไม่ได้ผิดฉันทลักษณ์แต่ประการใด แต่เป็นโคลงที่ครบถ้วนด้วยรสความรสคำ และ "รสเสียง" ด้วย

ส่วนกรรมการท่านใช้หลักการอะไรนั้น คิดว่าคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และแต่ละท่านก็เต็มไปด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ คงมิได้ตัดสินด้วยอคติใดๆ ให้เป็นที่น่ากังขา

แต่จากคำถามนี้ของ จขกท. ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า ผู้เข้าประกวดเข้าใจเรื่อง "ฉันทลักษณ์" ตรงกันหรือไม่ กรรมการน่าจะมีการแถลงข้อสังเกตที่ได้จากการคัดเลือกโคลงทั้งหมดว่ามีข้อบกพร่องอะไรกันบ้าง และโคลงที่ชนะเลิศมี "รสความ" "รสคำ" อย่างไร เพื่อเป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น ศาลายา วันที่ตอบ 2010-10-02 11:59:38


ความคิดเห็นที่ 4 (2114635)

 

ขอบพระคุณ.คณะทำงานกองประกวดฯ และคณะกรรการมากค่ะ

 

เน้นตัว..ชัด ให้ ผู้เข้าประกวด ทราบจุดบกพร่องด้วย

 

 

ขอบคุณค่ะ..

 

--และขอแสดงความยินดี..กับทุกท่านที่ได้รับรางวัล

 

..เก่งจริง.เยี่ยมนักเน้อ

 

--------------

...ถ้อยพจน์จดเยี่ยมถ้อย...........ทุกประเด็น

มองภาพออกตาเห็น..............ช้ดแจ้ง

โคลงคำโดดเด่นเป็น................โคลงเอก..โทนา

ชมชื่นใช่จะแกล้ง.....................ยกข้อประจบประแจงฯ

..ขอขวัญเอ๋ยอาจเอื้อม........ไปถึง

จำร่ำเรียนอีกจึง...................จักรู้

ตอนนี้บทเพียงพึง...............เสมือนหัด อ่อนเอย

นั่งนึกคงต้องสู้....................สักตั้งพยายามฯ

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ภัทราจิตร วันที่ตอบ 2010-10-02 12:55:45


ความคิดเห็นที่ 5 (2114689)

อ่านแล้วครับ  ผมว่ากรรมการตัดสินถูกต้องและตรงตามเกณฑ์ดีแล้ว โคลงของคุณวฤกเป็นฝีมือโคลงระดับแนวหน้า มีความชำนาญในการใช้ถ้อยคำสำนวนโวหาร และแม่นยำในเรื่องฉันทลักษณ์ รูปแบบเนื้อหาเหมาะสมกลมกลืน อ่านในแต่ละวรรคได้ใจความครับ ท่านที่อ่านไม่รู้เรื่องหรืออ่านไม่เข้าใจตรงไหน ลองยกตัวอย่างมา จะได้ช่วยกันสรุปความแปลความ ตีความให้นะครับ และอย่าได้เอาไปเปรียบเทียบกับลิลิตโองการแช่งน้ำเลยมันคนละยุคสมัยและวัตถุประสงค์ในการแต่งก็ไม่เหมือนกัน ขอให้กำลังใจผู้เขียน คณะทำงาน และกรรมการตัดสินครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สมคิด นักโคลงครับ วันที่ตอบ 2010-10-02 16:23:57


ความคิดเห็นที่ 6 (2114810)

 ขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับความเห็นที่ 3 ที่กรุณาชี้แนะ  แต่พอจะเอาหลักเกณฑ์ที่ท่านแนะนำไปแต่งฉันท์ ปรากฏว่าคำครุลหุผิดพลาดคลาดเคลื่่อนหมดเลย ท่านจะอธิบายอย่างไร ถ้าจะบอกว่าใช้นับคำในการแต่งฉันท์ไม่ได้ จะไม่เป็น double standard  หรือ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ค้างคาใจ วันที่ตอบ 2010-10-03 07:42:27


ความคิดเห็นที่ 7 (2114846)

ทีหลังคณะกรรมการก็ควรบอกด้วยว่าถ้าสะบัดสะบิ้งจะได้คะแนนเพิ่ม  เข้าไปอ่านมาก็เห็นอย่างที่ว่าแหละถ้าเขียนตามฉันทลักษณ์พื้นฐานตกหมด จะให้ราคาลหุตัวละเท่าไรก็ว่ามา ถ้าราคาดีจะได้เขียนโคลง60คำประกวด

ผู้แสดงความคิดเห็น คนนอกอยากรู้ วันที่ตอบ 2010-10-03 10:15:47


ความคิดเห็นที่ 8 (2114864)

         คุณ คห. ๖ ครับ เราพูดกันเรื่องโคลง ผมว่าคำอธิบายของ ท่านศาลายา ฟังขึ้นเป็นอย่างมาก ฉันทลักษณ์ของ อะไรก็เป็นของไอ้นั่น โดยเฉพาะ ฉันท์ เขาบังคับ ครุ ลหุ ครบถ้วนทุกตำแหน่ง ดังนั้นการจะเล่นลูกเก็บหรือสะบัดสะบิ้ง ก็ต้องให้ลงตามตำแหน่งบังคับฉันท์ ขืนไปเล่นแบบโคลง ก็จะกลายเป็นสะบักสะบอมไปครับ

         คุณ คห. ๑ ครับ ลองหาหนังสือ "สันติภาพ สันติภูมิ" ของผมมาอ่านดูซิ นั่นจะเป็นโคลงคำไทยเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ ถ้าหาหนังสือ "ลพบุรีพิลาสล้ำ" มาอ่านได้ เล่มนั้นจะมีให้อ่านได้ ถึง ๕ ลีลาที่ไม่ซ้ำแบบกันครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล นักกลอนครับ วันที่ตอบ 2010-10-03 13:01:27


ความคิดเห็นที่ 9 (2114962)

อันใจมนุษย์สุดจะคาด

มิอาจเติมอันใดให้เต็มได้ดอกพี่น้องเอ๋ย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น โกศล อนุสิม วันที่ตอบ 2010-10-03 21:43:42


ความคิดเห็นที่ 10 (2114966)

ฉันทลักษณ์ตามลักษณะบังคับอย่างไรก็จะเป็นไปตามรูปแบบนั้นๆ โคลงเป็นโคลง ฉันท์เป็นฉันท์ และฉันท์ก็จะเน้นในเรื่องการใช้คำบาลีสันสกฤตเข้ามาเป็นจำนวนคำหรือพยางค์ในวรรค โคลงดีดีฝีมือระดับชาติมีให้อ่านถมเถไป ไม่จำเป็นต้องอวดอ้างตัวอย่างจากผลงานของตนเอง น่าเบื่อมากๆ พวกชอบตั้งตนเป็นผู้รู้แล้วอ้างเฉพาะงานตนเอง เหมือนกบอยู่ในกะลา

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สมคิด นักโคลงครับ วันที่ตอบ 2010-10-03 21:52:00


ความคิดเห็นที่ 11 (2115159)

 

 

         นานาประเทศล้วน         นับถือ

ผู้ที่รู้หนังสือ                          แต่งได้

ความรู้อาจเรียนทัน                กันหมด

เว้น ชั่ว- ดี - กระด้าง            - อ่อน  แก้ฤๅไหว

 

ใครรู้จัก "คนหงายกะลา" บ้างครัีบ

ผู้แสดงความคิดเห็น สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล นักกลอนครับ (somsak-poet-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-10-04 11:11:56


ความคิดเห็นที่ 12 (2115207)

 

เราต่างปีน ต่างป่าย ตะกายแข่ง

เราต่างเสาะ แสวง หาสิ่งของ

เราต่างหวัง ดังหนี่ง ซึ่งไม่รอง

เราจึงต้อง ไม่ละพยายาม

 

เธอต้องเป็น ต้องไป ได้แน่แน่

เธออย่าแพ้ บันได จงไต่ข้าม

เธอต้องสู้ สุดสุด อย่าหยุดตาม

เธออย่าถาม เมื่อไหร่ จะได้ดี

 

เราต่างจุด ต่างจิต พิสมัย

เราต่างฝัน ต่างใฝ่ ในศักดิ์ศรี

เราแยกวง ทรงวาด ตามมาดมี

เราต่างชี้ เป้าใหญ่ คือชัยชนะ

-----------

ผู้แสดงความคิดเห็น ภัทราจิตร วันที่ตอบ 2010-10-04 13:03:35


ความคิดเห็นที่ 13 (2115262)

 ข้องใจก็เลยถามกรรมการ คนนอกเลยโต้กันใหญ่ เหมือนเรื่องฟิล์มกับแอนนี่เลย ยอมแล้ว ๆ ขอยุติศึกน้ำลายแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ข้องใจ วันที่ตอบ 2010-10-04 15:48:45


ความคิดเห็นที่ 14 (2115319)

นึกว่าสมาชิกสมาคมนักกลอนจะเป็นผู้ที่มีจิตใจที่ดีงาม เพราะเห็นเขียนแต่สิ่งที่สวยๆ งามๆ  ไหงกลายเป็นงี้ไปได้

วันหลังคนที่ข้องใจสงสัยสิ่งใดแล้วอยากพึ่งพาอาศัยความรู้ก็คงจะไม่กล้าเข้ามาถาม..... เพราะกลัวศึกน้ำลาย.... กลัวกัดกัน....

ผู้แสดงความคิดเห็น นายสะอิด นามสกุลสะเอียน วันที่ตอบ 2010-10-04 18:01:09


ความคิดเห็นที่ 15 (2115341)

กาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร

๐ ปางเสด็จประเวศด้าว          สุราลัย

ทรงรัตนพิมานชัย                  กิ่งแก้ว

พรั่งพร้อมพวกพลไกร           แหนแห่

เรือกระบวนต้นแพร้ว             เพริศพริ้งพรายทอง

......................................

๐ สุวรรณหงส์ทรงภู่ห้อย    .................. กาพย์ยานี ๑๑

(มีลหุ  ถ้านับจำนวนพยางค์แน่นอนผิดฉันทลักษณ์ แต่ผู้รู้ก็จะทราบดีว่าใช้ได้ อนุโลมได้ 

ดังที่มีผู้รู้มาชี้แจงข้อสงสัยแล้ว  .....ท่าวฤกเองถ้าผมจำไม่ผิด

ท่านเป็นนักกลอนตัวอย่างของทางสมาคมฯ

ฉะนั้นเรื่องฉันทลักษณ์ท่านคงรู้กระจ่างดีแล้ว ท่านจึงได้ใช้ในการเขียนครั้งนี้)

ปล.ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทึกท่าน ชื่นชมดอกไม้แห่งวรรณกรรม....

 

"รัตนโกสินทร์ศก"

 

ผู้แสดงความคิดเห็น รัตนโกสินทร์ศก วันที่ตอบ 2010-10-04 18:29:46


ความคิดเห็นที่ 16 (2115547)

 

คำว่า"อนุโลม"ส่อไปในทางด้อย  คล้ายกับคำว่าหมดปัญญาที่จะทำตามกฎแล้ว น่าจะเป็นจุดด้อยมากกว่าจุดเด่น

ผู้แสดงความคิดเห็น ไม่ได้ส่งแต่ชอบเสือก วันที่ตอบ 2010-10-05 08:12:39


ความคิดเห็นที่ 17 (2115591)

คณะกรรมการเขามีสิทธิ์ทุกอย่างแหละ  ดีหมดทุกอย่าง  ความรู้ก็งั้นๆ ไม่ต่างกันหรอก  สุดท้ายมาตายตรงที่ว่า  ข้าเป็นกรรมการ  ที่สุดแห่งที่สุดแล้ว   ผมเลยไม่ร่วมอะไรกับพวกนี้หรอก  คนที่ได้มักมีความเกี่ยวข้องกับกรรมการซะโดยมาก  

ผู้แสดงความคิดเห็น นานแล้ว เพิ่งแวะมาดู วันที่ตอบ 2010-10-05 10:17:31


ความคิดเห็นที่ 18 (2115593)

ใครช่วย "หงายกะลา" ให้คุณสมศักดิ์ นักกลอนด้วย

ว่ายกเอาโคลงสองบทมารวมไว้ในบทเดียวกันได้อย่างไร

ผู้แสดงความคิดเห็น บังอาจ วันที่ตอบ 2010-10-05 10:23:27


ความคิดเห็นที่ 19 (2115693)

ผลการตัดสินก็ตามนั้น ไม่ว่ากัน เพราะฝีมือดีๆทั้งนั้น

ผมเองส่งมาร่วมเพื่อรื้อฟื้นฝีมือครับ

เคยเขียนมานานหลายสิบปีแล้ว (ไม่ต่ำว่า ๒๐ ปี) รางวัลก็พอเคยได้บ้าง ไม่อึกทึกอะไรดอก

 

                                                             จะเอาเสียงสระอ้าง                   อวดกัน

                                                    ครุลหุฉันท์                                          เชิดได้

                                                    ไพเราะเพราะเสียงสรร                      เสกเลือก  ฤาแม่

                                                    เคารพนบเศียรไหว้                            ว่าไว้ประดับวรรณ

ผู้แสดงความคิดเห็น ติยะ เชียงใหม่ วันที่ตอบ 2010-10-05 15:15:08


ความคิดเห็นที่ 20 (2115802)

 

                     นานาประเทศล้วน    นับถือ
              คนที่รู้หนังสือ                 แต่งได้
              ใครเกลียดอักษรคือ          คนป่า
              ใครเยาะกวีไซร้                แน่แท้คนดง

 

              ฝูงชนกำเนิดคล้าย         คลึงกัน
        ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ           แผกบ้าง
         ความรู้อาจเรียนทัน               กันหมด
         เว้นแต่ชั่วดีกระด้าง               ห่อนแก้ ฤาไหว

          โคลงพระราชนิพนธ์บทแรกกล่าวไว้ชัดเจน  "ใครเยาะกวีไซร้ แน่แท้คนดง" ท่านกล่าวถึงกวีครับ ไม่ได้พูดถึงนักกลอนอย่างผู้ที่ใช้นามสมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูลนักกลอนครับ มิน่าผลงานของท่านส่งประกวดกวีนิพนธ์สนามไหนก็ตกรอบแรกทุกครั้ง แล้วยังจะมาโอ้อวดตนเอง คนเก่งกว่านี้มีแยะไปแต่เขาไม่มีพฤติกรรมอย่างที่คุณกำลังเป็นอยู่

ผู้แสดงความคิดเห็น หงายเก๋ง วันที่ตอบ 2010-10-05 21:21:35


ความคิดเห็นที่ 21 (2115807)

ขอบคุณที่กรุณาบอกว่าเป็นบทพระราชนิพนธ์

เพราะนายสมศักดิ์นักกลอนเขาไม่ได้บอกไว้

เลยพาลให้นึกไปว่าเขาเขียนเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น ขอบคุณ วันที่ตอบ 2010-10-05 21:30:56


ความคิดเห็นที่ 22 (2115909)

เอาน่า อย่าไปว่าคณะกรรมการเลย การตัดสินมีผู้ชนะแล้ว และมีคนอธิบายให้ ก็ควรจบนะนะนะ...

ผู้แสดงความคิดเห็น คนอ่าน วันที่ตอบ 2010-10-06 09:44:25


ความคิดเห็นที่ 23 (2116073)

ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน

หยุดว่าคนนู้นคนนี้ได้แล้ว หันมาพิจารณาตัวเองเทอญคนไทย ประเทศอื่นเขาไปไกลกันหมดแล้ว

เรายังดึงกันถอยหลังลงคลองกันอยู่เลย

ตนชนะตน นั่นแหล่ะดี / พระพุทธเจ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ปรารถนาดี วันที่ตอบ 2010-10-06 14:34:20


ความคิดเห็นที่ 24 (2116482)

เข้มแข็งนะครับกรรมการ

การทำหน้าที่ผู้เสียสละเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่

เป็นกำลังใจให้ทำงานต่อไปครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น "กอนกูย" วันที่ตอบ 2010-10-07 14:57:52


ความคิดเห็นที่ 25 (2117239)

ไม่ว่านักกลอนหรือนักกวี  ล้วนเป้นทาสของชื่อเสียงและการยอมรับ  ฉะนั้น  จึงอยู่ที่การประจบสอพลอเป็นบันไดก้าวข้ามไปสุ่จุดหมายแห่งความลุ่มหลงและคิดเอาเองว่า  ข้านี่เก่งกว่าคนอื่น  เหมือนกวีชีร็อกที่เพิ่งได้รับรางวัลชีไร้หมาดๆ 

ผู้แสดงความคิดเห็น สุภาพบุรุษ วันที่ตอบ 2010-10-09 20:37:31


ความคิดเห็นที่ 26 (2117299)

ท่ามกลาง ลาภ ยศ สรรเสริญ
เราต่างจากวัวที่เดินตามฟ่อนหญ้า
ตรงไหน?

 

ใช้ปากทาสี สกปรก
โลกนี้มืดหม่น
หรือคนลืมกิน
ปัญญา

ผู้แสดงความคิดเห็น สมุทร วันที่ตอบ 2010-10-10 05:53:51


ความคิดเห็นที่ 27 (2117321)

สวัสดีครับ

 

         ต้องขอโทษคคุณ "หงายเก๋ง" ด้วยที่ผม ไปขุดบ่อตื้น ๆ เล่น ทำเอาคุณเผลอโดดล

งไปซะงั้น  แต่ก็ขอขอบคุณเป็นอย่างมาก ที่กรุณานำของแท้ ๆ มาอธิบายเป็นวิทยาทาน 

         ขอถามต่ออีกนิด ใครเคยอ่าน "กลอนหมา ๆ" บ้างครับ  คุณด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล นักกลอนครับ (somsak-poet-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-10-10 09:28:30


ความคิดเห็นที่ 28 (2117335)

น่าสงสารจริงๆ นายสมศักดิ์

คุณเอาโคลงพระราชนิพนธ์มาล้อเล่น

แล้วยังมาประกาศว่าขุดบ่อตื้นๆ อะไรของคุณ

ทำผิดพลาดแล้วยังตะแบงเยี่ยงนี้ สุดยอดจริงๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น บังอาจ วันที่ตอบ 2010-10-10 10:31:28


ความคิดเห็นที่ 29 (2117596)

คนที่อยู่ในกะลามักไม่เคยลุแก่โทษ

ผิดแล้วนิ่งเฉย ไม่เคยสำนึก

"เอาโคลงพระราชนิพนธ์มาล้อเล่น"

ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ขอสาปแช่งให้มีอันเป็นไป

ผู้แสดงความคิดเห็น กะลา วันที่ตอบ 2010-10-11 09:26:36


ความคิดเห็นที่ 30 (2117968)

 

                 เห็นว่าเขาไม่ได้เอาโคลงพระราชนิพนธ์มาล้อเล่นกระมัง 

พอจะอนุมานได้ว่าคนผู้นั้นเจตนาจะนำไปสู่  คำว่า คนป่า คนดง

แลนำไปสู่ คำว่า ชั่วดีกระด้าง เสียมากกว่า 

เพราะโคลงพระราชนิพนธ์สองบทนั้นเป็นสุภาษิต

จึงมีผู้คนจำนวนไม่น้อยยกมาเพื่อ เปรียบเทียบพฤติกรรมมนุษย์ 

คนผู้ยกมานั้นก็หาได้ติเตียนลบหลู่ใด ๆ มิใช่รึ

ถ้ายกเอาของสูงมาเป็นแบบไม่ได้ เอามาสะกิดสะเกากันไม่ได้  จะใช้อะไรกันล่ะขอรับ

เห็นสถานีโทรทัศน์ยกเอาพระบรมราโชวาทมาฝากประชาชนทุกวัน

ที่น่าสงสัยก็พวกกินปูนต่างหาก  พระคุณเอ๋ย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กะโหลก วันที่ตอบ 2010-10-11 20:12:13


ความคิดเห็นที่ 31 (2117979)

 

"เลยพาลให้นึกไปว่า...."

ถุย...!

คำว่า "พาน" ยังเขียนไม่ถูกเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น เฮ้อ..นักโคลง วันที่ตอบ 2010-10-11 20:28:49


ความคิดเห็นที่ 32 (2117997)

อ๋อ ไอ้พวกลิ่วล้อขอเหล้าเข้าถือหาง

ยกน่ะยกได้ แต่ไม่ใช่ยกเอามาเหมือนล้อเล่นแบบความเห็นที่ 11 ทำ แล้วบอกว่าตัวเองขุดบ่อให้คนหลงกลอะไรนั้น

ทำแบบนี้เขาเรียกว่าทุเรศ

กะโหลกก็คงมีแต่ขี้เลื่อยเท่านั้น

แล้วไอ้ตัวทำเรื่องออกมาขอโทษหน่อย ไม่ใช่อยู่แต่ในกะลา

ผู้แสดงความคิดเห็น บังอาจ วันที่ตอบ 2010-10-11 20:52:40


ความคิดเห็นที่ 33 (2118212)

 

น่าสงสารคนเคยเป็น "ลิ่วล้อขอเหล้า"

เดี๋ยวนี้เขาไม่ให้กินแล้วกระมัง ถึงได้ออกมาสำราก

หากยังมีจิตสำนึกในพระคุณท่านบ้างล่ะก็สำรอกไอ้ที่เคยกินออกมาเสียเถอะ

คุณรู้จักคนผู้นั้นดีขนาดนั้น หากมิเรียกว่า "เนรคุณ" ก็ไม่อาจหาคำใด หรือโคลงสุภาษิตใดมาเทียบเคียงได้อีกแล้ว

คุณถูกโมหะจริตใดบังตาอยู่หรือ จึงไม่เห็นคำขอโทษของ "ไอ้ตัวทำเรื่อง" ที่คุณกำลังประณาม

ช่างน่าสงสารเสียนี่กระไร...

บังเอิญอยากแสดงความคิดเห็น  แต่ไม่อยากแสดงตัว เลยขอมั่ว ๆ มั่ง ไม่ว่ากันนะนึกว่าขอกันกิน

ผู้แสดงความคิดเห็น บังเอิญ เดาออก วันที่ตอบ 2010-10-12 09:26:06


ความคิดเห็นที่ 34 (2118487)

เขาถึงว่า  ใจคน  ค้นไม่หมด

เดี๋ยวใจดี  เดี๋ยวใจคด  อดสงสัย

จะมาเถียง  เกี่ยงกัน  สำคัญใด

หรือว่างมาก  ปากกับใจ  จึงไม่ตรง

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ติยะ เชียงใหม่ วันที่ตอบ 2010-10-12 21:09:39


ความคิดเห็นที่ 35 (2118589)

 

         คุณ ติยะ  เชียงใหม่ ย้ำให้คิด

ระหว่างเพื่อนกับงูพิษเรื่องพิษสง

เชื่อปากพล่อยปากไพร่ใจมั่นคง

ดีกว่าหลงปากสาบถใจคดครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล นักกลอนครับ (somsak-poet-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-10-13 09:22:51


ความคิดเห็นที่ 36 (2118622)

กระทู้ "ข้องใจการตัดสินประกวดร้อยกรองออนไลน์" ทำไมกลายเป็นเรื่องที่ไม่ตรงประเด็นเลย ไม่รู้ว่ามีเจตนาอะไรที่แสดงความคิดเห็นเข้ามา  บางท่านเหมือนจะร้อนตัวในความผิดพลาดทางพฤติกรรมของตนเอง บางคนก็เข้ามาเพื่ออวดภูมิรู้ของตนเอง ชนิดที่เรียกว่ารู้จริงไม่จริงขอให้ได้แสดงภูมิปัญญาไว้ก่อน น่าเบื่อมากครับ เสียดายพื้นที่เว็บไซต์สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย

ผู้แสดงความคิดเห็น นกน้อยยุวกวี วันที่ตอบ 2010-10-13 11:06:59


ความคิดเห็นที่ 37 (2118640)

 

 

ที่ีเปลี่ยนประเด็นไปเพราะ

             ๑. ต้องการจะปกป้องใครหรือปกปิดอะไรบ้างอย่าง

             ๒. ต้องการจะ ทำลายใครสักคน หรือสองคนที่เข้ามาปรากฏตัวในเว็บนี้

             ๓. มีคนเริ่มต้นโดยแกว่งปากไปด้วยคำว่า "กบในกะลา"   แล้วมีคนดันถามหา คนหงายกะลา

             ๔. การหาเหตุมันง่ายกว่าการหาเหตุผล

                

                       นี่คือ อริยสัจ ๔ ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้เข้าใจ วันที่ตอบ 2010-10-13 11:35:23


ความคิดเห็นที่ 38 (2118836)

จบตรงที่  อุเบกขา  น่าจะชอบ

ไม่โต้ตอบ  ต่อความ  จะงามไหม

เราก็หนึ่ง  เขาก็หนึ่ง  จะพึ่งใคร

วางเฉยไว้  ใจสงบ  พบหลักธรรม

เอาเวลา  รจนา  กระทู้ใหม่

ปรากฏการณ์  ปรากฏไป  ให้คมขำ

เลิกระวัง  นั่งระแวง  ไม่ควรทำ

วรรณกรรม  นำแต่ดี  เท่านี้พอ

ผู้แสดงความคิดเห็น ติยะ เชียงใหม่ วันที่ตอบ 2010-10-13 20:02:56


ความคิดเห็นที่ 39 (2118840)

นานาประเทศล้วน         นับถือ

ผู้ที่รู้หนังสือ                          แต่งได้

ความรู้อาจเรียนทัน                กันหมด

เว้น ชั่ว- ดี - กระด้าง            - อ่อน  แก้ฤๅไหว

 

ใครรู้จัก "คนหงายกะลา" บ้างครัีบ

ผู้แสดงความคิดเห็น สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล นักกลอนครับ (somsak-poet-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-10-04 11:11:56

 

เขาถามว่า นายสมศักดิ์  จะสอนเด็กให้จำโคลงแบบผิดอย่างนี้ใช่ไหม โดยเอาโคลงอย่างละครึ่งบทมาต่อกัน โดยไม่สนใจว่าโคลงนี้เป็นบทพระราชนิพนธ์ ยกมาครึ่งๆกลางเหมือนตึกคะนอง เขาว่าทำแบบนี้เหมือนดูหมิ่นเบื้องสูง แค่นี้นายสมศักดิ์ตอบไม่ได้

นี่แห,ะปากะพล่อย ปากไพร่ตัวจริง

ผู้แสดงความคิดเห็น ไพร่ วันที่ตอบ 2010-10-13 20:10:21


ความคิดเห็นที่ 40 (2118904)

 

กลับไปอ่าน คห.ที่ ๓๐ นะไพร่นะ จะพอเทียบเคียงได้

ผู้แสดงความคิดเห็น กะโหลกขี้เลื่อย วันที่ตอบ 2010-10-13 23:08:32


ความคิดเห็นที่ 41 (2118992)

 

ไอ้ไพร่นี่เข้าข่ายการเปลี่ยนประเด็น ข้อที่ ๒

ท่าทางจะเป็น "ลิ้วล้อขอเหล้า" ที่เขาตัดหางแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น บังเอิญ เดาออก วันที่ตอบ 2010-10-14 10:16:16


ความคิดเห็นที่ 42 (2119190)

      

       ส่ายหัวส่ายหน้า           สอดส่ายสายตาแลเห็น

ยิ่งต่อยิ่งเติมประเด็น             ไม่ล้อไม่เล่นเช่นเคย

      ลืมเพื่อนลืมพ้องน้องพี่     หรือหมดไมตรีเมินเฉย

สังคมนักกลอนก่อนเอย          เอื้อนเอ่ยรื่นเริงเชิงกลอน

      เถิดเด็กเถิดเห็นผู้ใหญ่     เถิดเฒ่าอภัยรู้ผ่อน

รู้หยุด รู้ฟัง สังวร                  นิ่งไตร่ตรองก่อนพูดจา

 

      

ผู้แสดงความคิดเห็น คนกันเอง วันที่ตอบ 2010-10-14 23:06:26


ความคิดเห็นที่ 43 (2119219)

ขอ ประ ทาน โทษ นะ ขอ รับ

 

ต่อ ให้ ใคร จะ เป็น กบ ใคร จะ เป็น กะ ลา ใคร จะ หงาย กะลา

 

หรือ ใคร จะ ฆ่า กบ

 

ก็ ไม่ ไช่ ประเด็ญ ครับ

 

ประเด็ญ มัน อยู่ ที่ ท่าน สมศักดิ์

 

ยัง ไม่ได้ เฉลย เลย ครับ ว่า ความเห็นที่ 11 ท่าน แกล้ง ให้ งง เพราะ จงใจ

 

หรือ ท่าน ลืม ไป จึง เอา มา ปน กัน

 

อิอิ

 

ขออภัยอีกครั้งด้วยความเคารพ

ผู้แสดงความคิดเห็น หนุ่มราศีกันย์ วันที่ตอบ 2010-10-15 01:28:51


ความคิดเห็นที่ 44 (2119629)

ระยะนี้จะเห็นข้อความของคุณสมศักดิ์ในเว็บบอร์ดสมาคมนักกลอนถี่ยิบ แทบจะทุกกระทู้ ไม่ทราบว่ามีเจตนาอะไร เลยเห็นเป็นความผิดปกติไปจากพฤติกรรมที่เคยพบเห็นเมื่ออดีตที่ผ่านมา

ผู้แสดงความคิดเห็น ทุ่งสง อาศรม วันที่ตอบ 2010-10-16 12:35:14


ความคิดเห็นที่ 45 (2119773)

 

คนอะไรกันนะ  เหยียบดินสะเทือนถึงดาวจริง ๆ ขนาดอาสน์ในอาศรมยังร้อนซะแล้ว กลัวอะไรก็ไม่รู้

ผู้แสดงความคิดเห็น อาศรมสาง วันที่ตอบ 2010-10-16 21:47:42


ความคิดเห็นที่ 46 (2119836)

สวรรค์มีตา สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ เหยียบดินแล้วสะเทือนถึงดาวไม่เป็นไร แต่อย่าไปเหยียบของสกปรกมาก่อนเหยียบดินก็แล้วกัน มันจะเหม็นไปทั่วทุกภาคนะจ๊ะ นะจ๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ทุ่งสง อาศรม วันที่ตอบ 2010-10-17 08:54:01



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.