ReadyPlanet.com


ท่านใดทราบผลรางวัลพานแว่นฟ้าโปรดกระจายข่าว


โปรดกระจายข่าวรางวัลพานแว่นฟ้า 2553



ผู้ตั้งกระทู้ เราเขียนส่งประกวด :: วันที่ลงประกาศ 2010-07-30 12:44:49


[1] 2 ถัดไป >>

ความคิดเห็นที่ 1 (2090804)

บทกวี (ขอทำนาย)

ที่หนึ่ง อภิชาติ จันทร์แดง

ที่สอง โกสินทร์  ขาวงาม

 

ผู้แสดงความคิดเห็น หมึกกล้วย วันที่ตอบ 2010-07-30 13:12:12


ความคิดเห็นที่ 2 (2090816)

กรรมการยังไม่ทันประชุมเลย เย็นนี้รู้ผลแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น เนติกร วันที่ตอบ 2010-07-30 13:36:42


ความคิดเห็นที่ 3 (2090824)

เป็นที่น่าสังเกตว่า ทำไมความเห็นของท่านที่ 1 ถึงได้ทราบชื่อผู้ส่งประกวด ทั้งที่ปีนี้ทางผู้จัดไม่ได้ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย หรือว่ามีอะไรน่าเป็นห่วงสำหรับความยุติธรรมอีกงานหนึ่งแล้ว   แต่ถ้าความเห็นที่ 1 เป็นเพื่อนของ คุณอภิชาติ และคุณโกสินทร์ แล้วทราบมาจากตัวผู้เขียนเองก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการทายผลตัดสินได้  เพราะทั้งสองท่านที่เอ่ยนามมาก็มีฝีมือระดับต้น ๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ระเบียบรัตน์ ฯ วันที่ตอบ 2010-07-30 13:57:42


ความคิดเห็นที่ 4 (2090831)

เดี๋ยวก็รู้ว่าจริงๆไม่จริง

 

ผู้แสดงความคิดเห็น หมึก (aaaa_5555-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-07-30 14:20:00


ความคิดเห็นที่ 5 (2090839)

อย่าแสดงให้เห็นว่าไม่ยุติธรรม  และช่วยนำผลงานมานำเสนอด้วย  เพราะเงินรางวัลถือว่าสูง

ผู้แสดงความคิดเห็น ส่งประกวดเหมือนกัน วันที่ตอบ 2010-07-30 14:40:59


ความคิดเห็นที่ 6 (2090911)

มารอชมผลการตัดสินด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น 007 วันที่ตอบ 2010-07-30 17:13:00


ความคิดเห็นที่ 7 (2090912)

อ๊ะ แม่น

ผู้แสดงความคิดเห็น อีกาท่าพระจันทร์ วันที่ตอบ 2010-07-30 17:22:39


ความคิดเห็นที่ 8 (2090913)

บทกวี

ชนะเลิศ อภิชาติ จันทร์แดง "เงา (ไม่มีใครอยากไปปัตตานี)"

รองชนะเลิศ โกสินทร์  ขาวงาม "น้ำตาแม่ไหลไปในสวนหย่อม"

เรื่องสั้น

ชนะเลิศ รัชศักดิ์ จิราวัฒน์ "ครองครัวของผม(ในสังคมสองสี)"

รองชนะเลิศ เริงณรงค์ เกตุพินิจ "พ่อจ๋า...อุกามาแล้ว"

 

เอาพอหอมปากหอมคอ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ส ณ ปลายฟ้า (noparut_h-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-07-30 17:23:52


ความคิดเห็นที่ 9 (2090916)

ปีห้าสองคนใต้ได้เป็นแชมป์

ยังมีแถมชมเชยด้วยรวยสีสัน

อยากจะรู้มากล้นผลรางวัล

เป็นใครกันเขียนอย่างไรจึงได้แชมป์

 

**************************************

ในนามคนใต้เจ้าค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนใต้ วันที่ตอบ 2010-07-30 17:32:26


ความคิดเห็นที่ 10 (2090917)

ก็คนใครครองเมืองเรื่องไม่แปลก

ใครคิดแตกก็อย่าหวังรางวัลนั่น

ขอให้รวย ขอให้รวยขึ้นทุกวัน

เขามือชั้นบรมครู รู้ กันเอย

ผู้แสดงความคิดเห็น คิดแตก วันที่ตอบ 2010-07-30 17:40:18


ความคิดเห็นที่ 11 (2090918)

รางวัลชมเชยประเภทกวีละครับ   มี  10   รางวัล   ใครทราบบ้าง    ประกาศด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น ยะลา ปัตตานี วันที่ตอบ 2010-07-30 17:41:37


ความคิดเห็นที่ 12 (2090920)

รู้สึกว่าคุณโกสินทร์    ขาวงาม    จะเก่งกว่าใครๆๆๆ   ในยุคนี้นะครับ     ได้รับทุกรางวัลเลย   ผมฟันธงเลยว่า  ปีนี้  ซีไรค์  คือโกสินทร์

ผู้แสดงความคิดเห็น นักติดตามความเคลื่อนไหว วันที่ตอบ 2010-07-30 17:45:04


ความคิดเห็นที่ 13 (2090929)

พอเห็นชื่อคู่แข่งขันบั่นทอนจิต

คนอย่างเราไร้สิทธิ์จะคิดฝัน

เป็นแค่ไม้ประดับกับวงวรรณ

กี่กัปกัลป์มองไม่เห็นเส้นทางดาว

 

@@@@@@@@@@@@@@@

แค่รู้สึกปลง

ผู้แสดงความคิดเห็น ธงขาว วันที่ตอบ 2010-07-30 18:12:26


ความคิดเห็นที่ 14 (2090935)

เอาซีไรท์มาตะบี้กับชีไลค์  (she   like)

ยังอีกไกลแสนไกลจะไปถึง

เพราะโนเนมไร้ค่าให้ตราตรึง

ชีไลค์จึงขมขื่นกลืนน้ำลาย

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้ชม วันที่ตอบ 2010-07-30 18:21:50


ความคิดเห็นที่ 15 (2090953)

ผลการประกวดยังไม่ออก หรือว่ามีการทบทวนการตัดสินรางวัลอีกครั้ง เพราะเท่าที่ทราบมาคณะกรรมการตัดสินเสร็จไปนานแล้ว

แล้วครั้งนี้ก็ไม่ประกาศผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วย มีข่าววงในมาว่าปีนี้เข้ารอบมากกว่า ๕๐ ผลงาน นั่นหมายความว่าปีนี้มีผู้ให้ความ

สนใจมาก และมีฝีมือชั้นครูจริงๆ การประกวดยังต้องลุ้นกันต่อไป ตื่นเต้นจริงๆ สำหรับการประกวดรางวัลพานแว่นฟ้า ครั้งนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูบ้านนอก วันที่ตอบ 2010-07-30 19:14:41


ความคิดเห็นที่ 16 (2090964)

แบบว่าส่งประกวดด้วย จึงโทรไปถามเมื่อบ่ายวันนี้ เขาว่ากำลังประชุมรอบสุดท้าย อาทิตย์หน้าผลออก แต่ถ้าใครรู้จักคนใน เวลานี้คงรู้ผลแล้ว ช่วยส่งข่าวด้วย น่าแปลกใจว่าทำไมผลออกช้ากว่ากำหนด และรู้สึกจะประชุมเกิน 3 ครั้งด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น ลาไล วันที่ตอบ 2010-07-30 19:48:52


ความคิดเห็นที่ 17 (2090974)

ข่าวออกแล้วนะ

เรื่องสั้นชนะเลิศ -- ครอบครัวของผม(ในสังคมสองสี)  จำชื่อคนเขียนไม่ได้

ส่วนบทกวี อภิชาติ จันทร์แดงได้รางวัลชนะเลิศ

ผู้แสดงความคิดเห็น พิณลำน้ำ วันที่ตอบ 2010-07-30 20:16:10


ความคิดเห็นที่ 18 (2090980)

แล้วรางวัลชมเชยล่ะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ธรณ์ธันย์ วันที่ตอบ 2010-07-30 21:05:41


ความคิดเห็นที่ 19 (2091018)

คณะกรรมการยังไม่ประกาศเลยว่าใครได้ไม่ได้   แต่พวกคุณรู้หมดแล้ว   หมายความว่าไงครับ   แบบนี้ก็เป็นการล็อกสเป็กนะสิว่า  จะให้ใคร  คณะกรรมการยังไม่ประกาศเลยว่า  คนประกวดชื่ออะไร  ผลงานชื่ออะไร   แต่พวกคุณบอกว่า   อภิชาติ   จันทร์แดงได้ที่  1   และโกสินทร์  ได้ที่  2      แสดงว่ารางวัลนี้จัดไว้ให้อภิชาติและโกสินทร์  ตั้งแต่ก่อนประกาศแข่งขันแล้วใช่ไหม    ปีหน้าช่วยบอกด้วยว่าจะให้ใคร  จะได้ไม่ต้องส่ง   แล้วแบบนี้ผลงานที่ได้จะวัดคุณภาพได้ไหม  น่าอับอายเหลือเกินสังคมไทย   สังคมแห่งการตอแหล  สอพลอ  ประจบประแจง   งั้นขอฝากบอกคณะกรรมการและเพื่อนกรรมการทั้งหลายแหล่ตรงนี้ด้วยนะว่า     ปีหน้ารางวัลจะให้ใคร  ไม่ต้องประกวดกันแล้วครับ  และบอกกรรมการและรัฐสภาด้วยนะว่า    อย่าส่งหนังสือเชิญผมเข้าร่วมประกวดอีก    ไม่ต้องประกาศเชิญร่วมประกวด  แต่ประกาศไปเลยว่า  จะให้ใคร 

ผู้แสดงความคิดเห็น แหลมพรหมเทพ วันที่ตอบ 2010-07-31 00:07:42


ความคิดเห็นที่ 20 (2091019)

ประกาศผลการประกวดรางวัลพานแว่นฟ้า ปี 2553

เรื่องสั้น

ชนะเลิศ ครอบครัวของผม(ในสังคมสองสี)-รัชศักดิ์ จิระวัฒน์

รองชนะเลิศพ่อจ๋า...อุกามาแล้ว-เริงณรงค์ เกตุพินิจ

รางวัลชมเชย

1.ก่อนสายหมอกเลือน-ประดิษฐ์ สุรสีห์เรืองชัย

2.ดอกเบี้ยนอกระบบ-จันทรา รัศมีทอง

3.โทรทัศน์ขาว-ดำ-สุชาติ สุขประสิทธิ์

4.ปลาดุกกินเด็ก-กรกช บุตรสิม

5.โปรดทิ้งขยะให้ลงถัง-มนตรี ศรียงค์

6.มือปืน,หลวงพ่อ-ไชยา วรรณศรี

7.เราต่างก็แปลกหน้าอยู่ท่ามกลางหมอกควันสงคราม-จรรยา อำนาจพันธุ์พงศ์

8.หน้าต่าง-กันต์ธร อักษรนำ

9.หลำไม่ใส่เสื้อ-การันต์ วรรณยุกต์

10.ไอ้มดแดง-ศราศิต

บทกวี

ชนะเลิศ เงา(ไม่มีใครอยากไปปัตตานี)-อภิชาต จันทร์แดง

รองชนะเลิศ น้ำตาแม่ไหลในสวนหม่อน-โกสินทร์ ขาวงาม

รางวัลชมเชย

1.การเมืองหน้าหาบขนม-โสภณ เปียสนิท

2.ต่าง-ไม่ต่าง-ดิษฐิยา แก้วเสถียร

3.ที่สายรุ้งเรืองรองสาดส่องถึง-กระบี่ใบไม้

4.บทบันทึกแทนคำสั่งเสีย-พัฒนะ ปฐมพงษ์

5.ประชาธิปไตยตั้งไข่ล้ม-แจ้ง วัชรกมล

6.เราลองมารักกันสักวันไหม-กฤตย์ดิศร กรเกศกมล

7.ศพาธิปไตย-ตะวัน กองม่วง

8.สัมผัส-ภูษิต ศรีมณี

9.หลัง 10 เมษายน 2553-ปณิธิ พจนาพิทักษ์

10.เหยื่อกระสุน-สุขุมพจน์ คำสุขุม
 

ถึงคุณแหลมฯ...ดูเวลาที่คนอื่นพูดหรือโพส์หน่อยครับ วันนี้เอง(30 กรกฏาคม 53) แสดงว่าอะไรรู้ไหม คือ ถ้าไม่ใช่นักข่าวก็สอบถามเอาจากรัฐสภาฯ เลยครับ เพราะวันนี้เป็นวันประกาศอยู่แล้วผมเองถ้าจะถามโทรฯ ไปทางนั้นก็ FAX กลับมาได้เลย คิดอะไรให้ดีดีหน่อยคาดว่าคุณส่งนะ แต่พลาดรางวัล เลยก่นด่าไปทั่ว ไม่ดีนะครับ มันแสดงถึงสามัญสำนึกคุณ มันแสดงถึงว่าคุณคาดหวังแต่รางวัลในแวดวงนี้ กลับไปทบทวนใหม่ เปิดใจให้กว้าง น่าจะดีกว่า และสง่ากว่านี้อีก

ผู้แสดงความคิดเห็น แหลพรเทพ วันที่ตอบ 2010-07-31 00:15:03


ความคิดเห็นที่ 21 (2091045)

รางวัลชนะเลิศ ได้รับรางวัลพานแว่นฟ้า และเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล ๕๐,๐๐๐ บาทรางวัลรองชนะเลิศ ได้รับรางวัลพานแว่นฟ้า และเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล ๓๐,๐๐๐ บาทรางวัล ชมเชย ได้รับเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาทพิธีมอบรางวัลโดยประธานรัฐสภาวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๓  เวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา ณ อาคารรัฐสภา สอบถามรายละเอียดได้ที่ ๐๒ - ๒๔๔๒๕๑๕-๖ หรือ www.parliament.go.th ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน

 
ผู้แสดงความคิดเห็น ประชาสัมพันธ์สมาคมนักกลอนฯ วันที่ตอบ 2010-07-31 05:58:19


ความคิดเห็นที่ 22 (2091049)


สำนวนชนะเลิศบทกวีการเมือง
รางวัลพานแว่นฟ้า  ประจำปี ๒๕๕๓
เงา (ไม่มีใครอยากไปปัตตานี)
 

            ผมบอกเพื่อน-จะไปปัตตานี     เขาว่า-คิดให้ดีเสียก่อน
ยิ่งไปเพียงลำพังค้างคืนนอน                สังหรณ์ว่าตอนเช้าไม่กลับมา
 
แล้วเขาก็ระรัวเสียงหัวเราะ                   เพราะตอนนี้อยู่ที่เมืองสงขลา
ผมถามเขา-เคยไปไหม ปัตตานี ยะลา    เขาส่ายหน้าว่าไม่ – ไม่อยากไป

เขาว่า-บ้าสิไปที่นั่น                            มีฆ่าฟันทุกวันเชียวน่าเสียวไส้
ไหนคนร้าย, คนดี ไม่รู้ใคร                  ที่อาจใกล้ไปมาตรงหน้าเรา

ไหนคนดี,คนร้าย ไม่อาจแยก              แต่แปลก...เหมือนต่อสู้ความว่างเปล่า
ยิ่งแปลก..เหมือนกลายกลับไล่จับเงา     คว้าได้เพียงฝุ่นเถ้าเข้าถมตัว

เขาว่าต่อ-ต้องถมทางที่ต่างแตก           ซึ่งผิดแผกจากเรา-เท้าจรดหัว
ล้วนที่เห็นทุกหนยิ่งหม่นมัว                  รึมิกลัวเปลวไฟไล่กระพือ

ผมบอกเพื่อน-จะไปปัตตานี                 ด้วยภาระหน้าที่สอนหนังสือ
ด้วยสมองสองเท้าเท่าสองมือ               มิใช่ห่ามกระหือถือท้าทาย
 
เพียงแต่วิถีทางแห่งหน้าที่                   ยังคงมีเปลี่ยนปรับ-รับมอบหมาย
เขาว่า-ระวังจะโดนฆ่าตาย                   ด้วยเกมก่อการร้ายหมายจุดไฟ

เพื่อนเตือนผม-อย่าไปปัตตานี              สับสนนักครานี้เชื่อดีไหม
มองถนนหนทางอ้างว้างใจ                   หลากเรื่องราวหลั่งไหลไม่รู้รา

เขาว่าต่อ-ดูสิโทรทัศน์                        หนังสือพิมพ์ยิ่งชัดลงเต็มหน้า
วิทยุกระจายเสียงเคียงความมา             อินเตอร์เนต-คลิกหาสยองใจ!

ผมบอกเพื่อน-จะไปปัตตานี                 ยิ่งล้นปรี่ความงุนงงและสงสัย
กระแสธารผ่านวนท้นความนัย              ปัตตานีที่ชิดใกล้-ไกลห่างเรา

(ผมกำลังเดินทางไปปัตตานี                 ลึกอกนี้เริ่มพรึ่งพรั่นและหวั่นไหว
ท่ามเงาแสงระแวงหวั่นระวังระไว            ราวบางอย่างห่างไกลใกล้เข้ามา....)

 
อภิชาต จันทร์แดง


ผู้แสดงความคิดเห็น เหยี่ยวข่าวถลาลม วันที่ตอบ 2010-07-31 06:44:24


ความคิดเห็นที่ 23 (2091055)

สำนวนรองชนะเลิศบทกวีการเมือง
รางวัลพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๓
น้ำตาแม่ไหลในสวนหม่อน


1                                
แม่...........                                  ใช่ไหมดอกแค..ยังแลสะพรั่ง
เด็ดใบหม่อนพึมพำอยู่ลำพัง      ก้านกิ่งยังรังผึ้งติดตรึงตา

แดดเมษาหยอกยั่วแย้มตัวตน        สองมือแม่คุ้ยค้นเยี่ยงคนป่า
สะเลเตตรมตรอมพร้อมชบา          ให้เหว่ว้า....เสียงโหยไห้เจ้าใบตอง

ไม่ประสีประสา-ใคร...นายก          ใครรุกรานรังนกพร้อมปกป้อง
กิ่งไผ่ป่าโน้มนำเป็นทำนอง           ไม่คับข้องว่าตนชนชั้นใด

ที่รักยิ่งก็คือ.....หนังสือธรรมะ         ร่มมะระ มะรุม ตุ่มน้ำใส
ไม่รู้หรอก...ประชาธิปไตย              ไม่รู้ใครประธานาธิบดี

ไม่มีความพากเพียรอยากเรียนต่อ   ความรู้นั้นแม่ขอแค่ปอสี่
ร่มลำเนาเฝ้าดูจึงรู้ดี                        เหมือนแม่มีเสียงคำสัมผัสมนุษย์

เลือดเนื้อได้ระบุพันธุกรรม                  ท่าร่ายรำของแม่แลบริสุทธิ์
สัญชาตญาณเปี่ยมถ้วนกระบวนยุทธ์   เค้นขุดความรู้สึกที่ลึกซึ้ง


2
ในประเทศแบ่งสี......แบบนี้แม่!       เจ้าดอกแคโน้มทิศ......ลูกคิดถึง
ไม่เคยถูกถอนรากถูกลากดึง           มาวันหนึ่ง...คำประโคม ใครโน้มเอียง

ดีแล้วแม่ไม่รู้จักคนเหล่านั้น             ผู้ปลุกปั่นเกรี้ยวกราดร้ายกระจายเสียง
ให้เคลิ้มคล้อยถ้อยคำถูกลำเลียง      เพียงมอบความมืดบอดแล้วทอดทิ้ง

ดีแล้วแม่ไม่รู้จัก,ใครมาร์กซิสต์         ใครค้นคิดเสื้อสี, ใคร....ผีสิง
ใครมดเท็จรูปากดั่งทากปลิง            ใครช่วงชิงร่างกายเป็นเกราะกัน

ดีแล้วแม่ไม่รู้จักนักการเมือง            ไม่เคยเคืองว่าชีวิตถูกปิดกั้น
ไม่รู้สึกเป็นคนต่างชนชั้น                 ไม่มีวันนอนข้างถนนเยี่ยงคนใช้

แม่ก็แม่แบบนี้!                                  จะให้ชี้ประเด็นใดกับใครได้
ความร่มเย็นถ้าให้เล่า...พอเข้าใจ      โน่นอย่างไร...ใบมะระ..ร่มมะรุม

เสียงตะคอกกรอกหู....ไม่ดูดอก        รู้บ้างหรอกบ้านเมือง...เรื่องกลัดกลุ้ม
ห่วงแต่ว่าพี่สาวเอ็ง...ไปชุมนุม         กลัวยักษ์มารจับกุมเป็นตัวประกัน!

 
โกสินทร์ ขาวงาม

ผู้แสดงความคิดเห็น เหยี่ยวข่าวถลาลม วันที่ตอบ 2010-07-31 07:25:51


ความคิดเห็นที่ 24 (2091078)

ยินดีกับนักกกลอนกวีน้อยเมืองนคร  " ภูษิต  ศรีมณี "นะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น กวีน้อยเมืองนครกัน วันที่ตอบ 2010-07-31 10:49:48


ความคิดเห็นที่ 25 (2091092)

สมแล้วที่ได้รางวัลอันงามงด

เป็นแบบบทการสื่อสารผ่านอักษร

การเจรจาโดดเด่นเป็นขั้นตอน

ชวนสะท้อนให้เห็นภาพชวนซาบซึ้ง

-------------------------------------------------

ยินดีกับผู้ได้รางวัลอันทรงเกียรติทุกท่าน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คอกลอน วันที่ตอบ 2010-07-31 11:39:31


ความคิดเห็นที่ 26 (2091103)

แล้วตรงไหนบ้างที่บอกถึงประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ช่วยเอาวัตถุประสงค์มากางหน่อย  มิใช่เอาความรู้สึกของพรรคพวกมาตัดสิน  อยากรู้รายชื่อที่เข้ารอบ 50 คนด้วย  ยอมรับว่าพลาดหวัง  แต่รางวัลชนะเลิศน่าจะงดงามกว่านี้ 

ผู้แสดงความคิดเห็น อยากรู้ วันที่ตอบ 2010-07-31 12:19:45


ความคิดเห็นที่ 27 (2091105)

วัดจากชื่อผู้ส่งหรือไม่

ผู้แสดงความคิดเห็น อืมม วันที่ตอบ 2010-07-31 12:21:25


ความคิดเห็นที่ 28 (2091119)

บาป 7 ประการของการประกวดวรรณกรรม

พอไม่ได้รางวัลก็หัวฟัดหัวเหวี่ยง จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการประกวดในปีต่อไปอย่างหัวปักหัวปำ

นี่น้าเนาว์เค้าว่าไว้ในมติชนสุดสัปดาห์นะจ๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ไดเอท วันที่ตอบ 2010-07-31 13:11:09


ความคิดเห็นที่ 29 (2091155)

โดยทั่วไปเชื่อกันว่ากวีนิพนธ์ เป็นเรื่องงดงาม สูงส่ง และตัวกวีก็มักจะถูกคาดหวังจากสังคมเช่นนั้น แต่เท่าทื่ติดตามวงการนี้ พอมีอะไรที่ขัดไปจากความรู้สึกตน ก็ด่าเช็ด และตอบโต้กันไม่เลิกรา จึงสรุปว่าวงการนี้มิได้มีอะไรแตกต่าง หรือเหนือกว่าสังคมทั่วไปเลย  แสดงว่าประณีตศิลป์ผ่านอารมณ์ออกมาเป็นถ้อยคำจึงเป็นเรื่องเสแสร้งทั้งสิ้น  มิได้แสดงตัวตนที่แท้จริงของผู้สร้างงานเลย มิน่าเล่าวงการนี้จึงตกต่ำลงทุกวัน

มีผู้สนใจน้อยลงๆ เข้าใจว่าต่อไป กวี จะปรากฏเพียงถ้อยคำทางประวัติศาสตร์ ในฐานะร่องรอยอารยธรรมมนุษย์ น่าเสียดายยิ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น อัสดง วันที่ตอบ 2010-07-31 15:29:05


ความคิดเห็นที่ 30 (2091164)

ของคุณโกสินทร์  ขาวงาม  น่าจะได้ที่1นะผมว่า  ส่วนอันที่ได้ที่1อ่ะ อ่านแล้วไม่เห็นเป็นบทกวีเลย  ไม่เห็นสะเทือนใจตรงไหนด้วย

ผู้แสดงความคิดเห็น ผ่านมาพบ วันที่ตอบ 2010-07-31 16:19:57


ความคิดเห็นที่ 31 (2091183)

จริงด้วยครับ

ถ้าว่ากันตามหัวข้อที่ประกวด

ของคนที่ได้ที่ 2 ดูจะตรงกว่านะครับ

แล้วก็ดูอ่านแล้วลื่นกว่า ไพเราะกว่า ความหมายดีกว่าด้วย

เขามีเกณฑ์ตัดสินกันยังไงหรอครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ประกวดปีแรก วันที่ตอบ 2010-07-31 17:19:57


ความคิดเห็นที่ 32 (2091184)

(ตอบความเห็นที่ 26) ถ้ากางวัตถุประสงค์ คุณจะเห็นว่าไม่ได้กำหนดเพียงแค่การบ่งบอกถึงประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  เท่านั้น แต่รวมความถึง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้เสรีภาพทางการเมืองโดยใช้ศิลปะถ่ายทอดความรู้สึก สะท้อนภาพการเมืองและสังคม หรือจินตนาการถึงการเมืองและสังคมที่ต้องการ ในรูปแบบเรื่องสั้นและบทกวี ควรทำความเข้าใจด้วยครับ

ในประเด็นผลการตัดสิน โดยส่วนตัวผมเชื่อว่ามีความเป็นธรรม เพราะคณะกรรมการแต่ละท่านล้วนใช้เวลาในการลงความเห็นและหาประเด็นโต้ตอบกันในการประชุม คงไม่มีหรอกครับที่ทุกท่านจะปล่อยผ่านๆ ให้ใคร หรือล็อกเพื่อใคร

คนเขียนงานควรใจกว้าง เราล้วนเป็นเพื่อนกัน ปีที่แล้วผมตกรอบ ก็ไม่เห็นต้องออกอาการ เราควรพิจารณางานเราเองดีกว่า

ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนะ ปฐมพงศ์ (patana1415-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-07-31 17:28:11


ความคิดเห็นที่ 33 (2091191)

ขอทราบ ชื่อผลงาน ผู้แต่ง ที่เข้ารอบ 50 คนด้วย ฮับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ลาไล วันที่ตอบ 2010-07-31 18:41:48


ความคิดเห็นที่ 34 (2091211)

เห็นด้วยกับคุณ  ไดเอท   และ  อัสดง       ประณีตศิลป์ผ่านอารมณ์เป็นเพียงความเสแสร้งเท่านั้นหรือ   งามและชัดเจนเหลือเกินคำนี้ เป็นเพราะว่ากวี  ยากจน  เงินรางวัลขนาดนี้สามารถเลี้ยงชิวิตกวีได้เป็นปีเลยครับ    กวีเป็นทาศของชื่อเสียง  เกียรติยศ  และการยอมรับ  สามอย่างนี้เป็นเครื่องจองจำกวีในยุคสมัยปัจจุบัน  ยุคมัยแห่งการประจบ  สอพลอ  พวกใคร  พวกมัน   กวีไม่ยอมรับคำตัดสินของคณะกรรมการ  และบริภาษโวยวายเพียงเพราะแค่ไม่ได้รับรางวัล     เป็นเหตุการณ์ทีประจานความอัปยศของกวีทุกปี  น่าเห็นกรรมการครับ   แต่แนวความคิดที่ชนะเลิศปี่นี้เป็นเหตุการณ์จังหวัดปัตตานี   น่าสงสารปัตตานีนะครับ  ที่กวีแย่งกันเอาเหตุการณ์ต่างๆๆมาเป็นข้อมูลในการเขียนทุกปี  แร้สึกว่าจะได้รับรางวัลทุกปีด้วยสิ      ปีที่แล้ว   ในป่าหิมพานต์   สำนวนของแฟนศิริวร  ซึ่งเขียนได้เหมือนและถึงเหมือนศิริวร   ปีหน้าก็มั่นใจว่า  จะมีสำนวนปัตตานีอีกที่ได้รับรางวัล  มั่นใจ  ถ้าเปรียบปัตตานีเหมือนหญิงสาวก็คงจะยับเยินหมดแล้ว  เพราะกวีแย่งกันเชยชม  และก็สมใจถึงสวรรค์เสียด้วยสิ   สงสารสาวงามที่ชื่อปัตตานีจริงๆๆ    และปีหน้าเธอก็คงจะออกมาอวดโฉมให้เหล่ากวีผู้หิวโหย  แย่งกันเชยชมอีก

ผู้แสดงความคิดเห็น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง สวนจตุจักร วันที่ตอบ 2010-07-31 20:01:32


ความคิดเห็นที่ 35 (2091214)

 ก้อปัตตานี  สวย  คม  ขำ  น่ารักนิ  ใครบ้างไม่ชอบ  เธอเป็นที่หมายปองของกวีผูขี้เกียรติคิดทั้งหลาย  อยากให้ไปอ่าน  ไม่มีดินแดนไม่มหัศจรรย์ ของพจนาถ   พจนาพิทักษ์ ดูนะครับ ได้บรรยากาศและเห็นภาพกวีในยุคปัจจุบันดีครับ  อดอยาก     ขี้เกียรติ    ไส้แห้ง   ต้องเอาของไปจำนำเพื่อประชีวิต   และก็มีนางสาวปัตตานีอยู่ในนั้นด้วยนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หน้ารัฐสภา วันที่ตอบ 2010-07-31 20:12:23


ความคิดเห็นที่ 36 (2091215)

 

"งานศิลปะ..มิใช่ข้อสอบปรนัย

ที่จะเขียนคะแนนใส่แล้วขาดค่า

เมื่อมนุษย์มีตัวตนมีอัตตา

จึงธรรมดาที่จะมองไม่เหมือนกัน"

 

ไม่มีสิ่งใดเต็มร้อย

แต่ถ้าเราเชื่อมั่นและยอมรับการตัดสินของคณะกรรมการ

เราก็จะเดินบนถนนสายนี้ได้อย่างมีความสุข

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอนแก่ๆคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2010-07-31 20:15:03


ความคิดเห็นที่ 37 (2091223)

จังหวะคำ  ลีลา    การเล่นสัมผัส   แนวความคิด ของรางวัลชนะเลิศปีนี้    ช่างเหมือนลีลา  ของพจนาถ  พจนาพิทักษ์  นะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น คิดเอาเอง วันที่ตอบ 2010-07-31 20:43:23


ความคิดเห็นที่ 38 (2091314)

มาเสนอความคิดบ้างครับ ในฐานะคนหนึ่งที่ส่งประกวด แต่ไม่ใช่บทกวี เป็นเรื่องสั้นครับ  ผมส่งปีนี้ก็เป็นครั้งที่ ๓ แล้ว ไม่ได้อะไรเลยทั้ง ๓ ครั้ง

คือผมก็ไม่ได้มีความรู้อะไรในเรื่องกวี หรือเรื่องสั้นอะไรหรอกครับ (ออกตัวก่อน) แค่เสนอตามความรู้สึกตัวเอง ในแง่ที่หลายท่านวิพากษ์ทั้งกรรมการ และประเด็นที่นำเสนอ

ในแง่กรรมการ ผมว่า ควรเคารพการตัดสินใจของเขาครับ ดูอย่างกรรมการฟุตบอล เห็นอยู่ตำตาว่าบอลข้ามเส้นประตูไปแล้ว แต่กรรมการไม่ให้ แม้จะฉายภาพช้าให้ดูก็ตาม ยังไงกรรมการก็ยังยืนยันว่าไม่เข้าอยู่ดี (แค่เปรียบนะครับ อาจจะไม่ตรงประเด็นเท่าไหร่) คือ อยากให้มองว่า กรรมการเขาก็มีดุลพินิจของเขา ภายใต้กฏ หรืออะไรของเขา ซึ่งถ้าเห็นว่า ไม่เป็นธรรมทุกปี ก็ไม่ต้องส่งครับ

     หากว่าเราเป็นกรรมการ คนอื่นก็อาจจะแย้งการตัดสินใจ และตำหนิเราก็เป็นได้ ยังไงก็อยากให้มองตรงนี้ดีกว่าที่จะมาโวยวายครับ กติกาของเขา เวทีของเขา ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา ถ้าพูดแบบประชดๆ ก็คือ จัดประกวดเองเลยสิ

     ส่วนเรื่องประเด็นที่นำเสนอ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ กับสีเสื้อแล้วได้รางวัลนี่ผมไม่เห็นแปลกครับ ลองมองดูรอบๆ ตัว ๒ ปัญหานี้ไม่ใช่เหรอที่บ้านเมืองเราไม่สงบอยู่ มันเป็นปัญหาการเมืองที่ควรรีบแก้ไข (แต่ในความเป็นจริง มันคาราคาซังนานเหลือเกิน) กวีทำหน้าที่ย้ำเตือน บอกกล่าว มันผิดตรงไหน

   ถ้าย้อนไปในอดีตบทกวีก็จะกล่าวถึงการกดขี่ข่มเหงของอำนาจเผด็จการ เชิดชูชาวนา เรียกร้องความอยู่ดีกินดีให้ชาวนา ให้ทุกคนเห็นความสำคัญของชาวนา หรือแม้แต่เรื่องเขื่อน กวีเหล่านั้นก็จมปลักหรือครับ ผมว่ามันอยู่ที่ยุคสมัย และเหตุการณ์มากกว่า

     สุดท้ายกวีทำงานผ่านความรู้สึก ความรักในคำประพันธ์ครับ เคยได้ยินว่า มีความสุขที่ได้เขียนบทกวี มีความสุขที่คนอ่านบทกวีของตน แต่การแหกกระเชิงโวยวายเรื่องรางวัลนี่ มันยังใช่กวีอยู่เหรอ

   ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ ว่าไปตามมุมมองแคบๆ เท่าที่มีครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ขอเสนอบ้าง วันที่ตอบ 2010-08-01 09:46:19


ความคิดเห็นที่ 39 (2091340)

ท่านจะเชื่อไหมว่า มีผลงานของคนที่เขียนดีกว่า รางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศ แต่ถูก "เขี่ย" ออก จนไม่ได้รับรางวัล ...มันมี กลิ่น ตุ ตุ ตั้งแต่ ข้าพเจ้าเห็น ความเห็นที่ 1 ออกมาบอกตรงเป๊ะ เลยว่า ใครได้รางวัลชนะเิลิศ และรองชนะเลิศ...ไม่เชื่อท่านลองดูเวลาที่ คุณ "หมึกกล้วย" ออกมาโพสต์ สิ (2010-07-30 13:12:12)...เวลาที่โพสต์ ยังเป็นเวลาที่กรรมการยังไม่ทันแถลงข่าวเลย...อย่างนี้...หมายความว่าท่านอาจเป็นเทวดา...หรือไม่ก็ "ขงเบ้ง" กลับชาติมาเกิด

รางวัลพานแว่นฟ้า...กำลังจะเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ลงไปทุกที...เสียดาย...ผลงานของบางท่านที่เขียนดีมาก ๆ แต่ถูก "อำนาจ" บางอย่างมาบดบัง...ความยุติธรรมบางครั้ง "มัน" ก็พิสูจน์ยาก...โดยเฉพาะในวงการ "ประกวด" ที่ทำให้คนมีฝีมือต้องพ่ายแพ้ (ไม่ใช่ที่ความสามารถ) แต่เป็น "อำนาจ" อย่างอื่น ที่เรา ๆ ท่าน ๆ ก็รู้กันดีว่ามันคือ อะไร

ข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง...ทุกท่านลองไปอ่านคนที่ได้ "รางวัล ชนะเลิศ" ในทุกปีที่่ผ่านมาดู แล้วใช้ความเป็นกลางตัดสิน ท่านจะรู้ว่า ปีนี้ เป็นผลงานที่ "ด้อย" ที่สุด...

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนกล้าวิจารณ์ วันที่ตอบ 2010-08-01 11:54:49


ความคิดเห็นที่ 40 (2091347)

อยากทราบผล  ๕๐  ผลงานที่เข้ารอบด้วย   จะเป็นพระคุณอย่างสูง

ผู้แสดงความคิดเห็น คนไทย วันที่ตอบ 2010-08-01 12:20:59


ความคิดเห็นที่ 41 (2091386)

เห็นด้วยกับ  คห  ที่   39   คนกล้าวิจารณ์   ปีนี้เป็นปีที่บทกวีที่ได้รับรางวัลที่  1  และที่  2   ด้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา  ยิ่งสำนวนที่  2   ก็อบมาจากรางวัลชนะเลิศครั้งที่   6     ถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์    ครั้งที่  6    ชื่อ  จดหมายจากแม่   เป็นปีที่ศิริวรพิสูจน์อะไรบางอย่างในตัวเองโดยใช้นามปากกาว่า   ปัณณ์  เลิศธนกุล  และอันวา   หะชัน   และศิริวรก็ได้เห็นตัวเองอย่างชัดเจนที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น อันดามัน วันที่ตอบ 2010-08-01 16:21:24


ความคิดเห็นที่ 42 (2091411)

http://www.thaiwriter.net/forum01/index.php?PHPSESSID=dabcb981c2da66b588dc4cc4d160d843&topic=5853.0

ปีนี้มีเรื่องสั้นส่งเข้าประกวด 229 เรื่อง และกวี 402 เรื่อง เข้าไปลุ้นในรอบสุดท้าย 26 เรื่องเท่ากัน
เรื่องสั้นที่เข้าไปลุ้นแล้วพลาดไป ได้แก่ โต๊ะอัจฉริยะ การพลัดหลงของเม็ดพันธุ์  เหนือการควบคุม  ในความมืดมิดสุดหยั่ง  ผู้เปี่ยมคุณธรรม  กงจักรคือดอกบัว เส้นทางที่เขาเลือกเดิน   ชายชรา,ณ ที่แห่งนี้-สะพานไม้  ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล  สามพี่น้อง  สันติร่วมบริการ ทางเลือก  แง่งามแห่งการเมือง และการบ้าน-การเมือง
ส่วนกวีที่ได้ลุ้นรางวัลแล้วพลาดไป ได้แก่ จิตสำนึกสาธารณะ โศกนาฏกรรมครั้งสุดท้าย ภาพสะท้อนในวาวหยาดน้ำตาหม่องทองดี ต้นกล้าประชาธิปไตย ความจริงอันแสนเศร้า แสงทองที่ปลายอุโมงค์ ก่อนที่ไฟจะไหม้ดาว พลังแห่งสายรุ้ง ไม่มีชื่อหมายเลข 1  เหตุแห่งภูเขาไฟ ดูดาว สู่วิถีประชาธิปไตย  เสียงครวญจากใบลานและพานทอง และสมรภูมิกระดาษ


 

ผู้แสดงความคิดเห็น ลอกมาให้ วันที่ตอบ 2010-08-01 17:35:45


ความคิดเห็นที่ 43 (2091419)

 

 

 

ขอหยิบยกผลงานท่านอังคาร  

                                               ใครดูถูกดูหมิ่นศิลปะ     อนารยะสกุลสถุนสัตว์

                                                   ราวลิงค่างเสือสางกลางป่าชัฎ    ใจมืดจัดกว่าน้ำหมึกดำ

                                                                                                         ดังว่า....ใครกำลังดูถูกดูหมิ่นศิลปะงานนี้เจ้าตัวคงรู้ดีอยู่แก่ใจ

ผู้แสดงความคิดเห็น write สาระ วันที่ตอบ 2010-08-01 18:17:34


ความคิดเห็นที่ 44 (2091527)

สำนวนรางวัลชมเชยบทกวีการเมือง

รางวัลพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๓

การเมืองหน้าหาบขนม

 

๐ กลางเมืองใหญ่ปลายตรอกซอกถนน                       ความยากจนทนสู้อยู่อาศัย

ทำขนมขายค้าหากำไร                                       เดินย่ำไปตามทางอย่างลำเค็ญ

๐ เหงื่อไหลอาบหาบของป้าร้องขาย     สองหญิงชายหงอยเหงาเท่าที่เห็น

กินขนมหลายคำดื่มน้ำเย็น                              พูดคุยเน้นแนวทางสร้างการเมือง

๐ ป้าเออออยอคำไปตามเขา                          เพราะแก่เฒ่าเขลาดูไม่รู้เรื่อง

แค่มีกินมีใช้ไม่ฝืดเคือง                                      พอปลดเปลื้องภาระแต่ละวัน

๐ เขาบอกว่าการเมืองเป็นเรื่องง่าย          เปรียบแล้วคล้ายการค้าป้าสร้างสรรค์

หากต้องเดินทางไกลในฉับพลัน              จะฝากร้านใครกันให้ดูแล

๐ ญาติคนหนึ่งซึ่งเห็นเป็นคนโลภ           มักละโมบคุณธรรมก็ย่ำแย่

อีกคนสินิสัยไม่เปลี่ยนแปร                           เขาชอบแท้การโกหกการพกลม

๐ อีกคนหนึ่งโกงได้ไม่เคยเว้น                  มักขู่เข็ญใครใครให้ขื่นขม

กิริยาเกเรเล่ห์นิยม                                                                          วาจาดุจอาจมกลิ้งกลมกลวง

๐ ร้านของป้าป้าอยากฝากคนไหน          จึงวางใจกำหนดว่าหมดห่วง

หรือจะเลือกฤกษ์ยามไปตามดวง             เป็นผลพวงกฎเกณฑ์ของเวรกรรม

๐ ป้านิ่งคิดคำนึงถึงปัญหา                              ขอตอบคำตามข้าเอ็งอย่าขำ

เลือกคนดีมีบุญคุณธรรม                                 มอบให้ทำร้านเท่าเราทำเอง

๐ คนละโมบอย่าให้ใกล้ทรัพย์สิน          โกงกินอันธพาลการข่มเหง

คนโกหกหมดค่าน่าวังเวง                               ป้ายังเกรงกลัวอย่างมิวางใจ

๐ จึงขอเลือกคนดีมีสัจจะ                                มีธัมมะสัตย์ซื่อถือโปร่งใส

คนขี้โกงขี้ฉ้อฉันขอไกล                                 ปัญหาเอ็งทำไมจึงง่ายจัง

๐ เขาตอบพลันการเมืองก็เรื่องนี้              เลือกคนดีที่เห็นเป็นความหวัง

พวกไม่ดีอย่าได้ให้เด่นดัง                               รวมกำลังรุกร่นคนเลวทราม

๐ เย็นเก็บของใส่หาบเดินกลับบ้าน        การเมืองผ่านสาแหรกการแบกหาม

สู่การค้าข้างทางอย่างงดงาม                 เป็นไปตามครรลองคลองเดียวกัน

โสภณ เปียสนิท 

ผู้แสดงความคิดเห็น เหยี่นยวข่าวถลาลม วันที่ตอบ 2010-08-02 07:47:31


ความคิดเห็นที่ 45 (2091551)

คนดีมีสัจจะมีธรรมะ ไม่ได้แปลว่าต้องค้าขายเป็น ปกป้องทรัพย์สินของป้าได้ เอามาเฝ้าร้านอาจจะเจ๊งก็ได้ ถ้าป้าจะมีความเชื่อก็คงเป็นเรื่องของความศรัทธาอันเป็นนามธรรม ประมาณว่าคนดีผีคุ้มก็เท่านั้น

คนค้าขายเก่ง ไม่ค่อยตรงไปตรงมา เซลเก่งๆบอกแต่ข้อดีของสินค้า ฝากร้านไว้กับคนประเภทนี้ ขนมป้าจะขายดี การค้าเจริญรุ่งเรืองเพราะคนเฝ้าเอาใจใส่ให้เป็นพิเศษ แต่นั่นอาจเป็นเพราะมีขนมของคนเฝ้าแอบเข้ามาขายหากำไรส่วนตัวด้วย

ในวงการนี้ ณ วันนี้ เชื่อว่าทุกท่านคงชอบคนเฝ้าร้านแบบแรกเหมือนป้าขายขนมและเหมือนคณะกรรมการ ดังนั้นจงเลิกด่ากรรมการ ผู้ส่งผลงานทุกท่านเป็นคนดี กรรมการทุกท่านก็เป็นคนดีทั้งนั้น จงเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครองวงการกวีนิพนธ์ต่อไป ส่วนผลงานคือผลการตัดสินออกมาอย่างไร สวรรค์มีตา เทวดามีหู จงมีความศรัทธา

ผู้แสดงความคิดเห็น เจได วันที่ตอบ 2010-08-02 08:34:07


ความคิดเห็นที่ 46 (2091623)

     ของผมก็ส่งนะ  แต่ไม่ได้รางวัล  ก็เลยอยากเอามาแสดงบ้าง

 จาบรำพัน ๛
๚  นกจาบเจ้าบินจรร่อนเร่มา
จากชายป่ารกร้างและแล้งร้อน
จวบจนเย็นสายัณห์ตะวันรอน
จึงเหนื่อยอ่อนหลับใหลบนไม้ยาง
         ๚  อรุณรุ่งรับแสงสุรีย์รื่น
เจ้าจาบชื่นตื่นตาแต่ฟ้าสาง
เห็นทิวทุ่งขจีทุกที่ทาง
ฟากฟ้ากว้างแดนดินคือถิ่นทอง
         ๚  บ้านเมืองนี้มีรักสมัครสมาน
ไร้เรื่องราวร้าวฉานมารมัวหมอง
มีระบอบประชาธิปไตยใช้ปกครอง
ตามครรลองระบบรัฐสภา
         ๚  องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เป็นศูนย์รวมใจทั่วทั้งแหล่งหล้า
สงบสุขแต่กาลโบราณมา
ต่ำใต้ฟ้าอุดมแลร่มเย็น
         ๚  จาบเจ้าจึงฝากฝังเรือนรังตาย
ทอดใจกายมอบไว้ไม่หลบเร้น
จะเที่ยวท่องทั่วถิ่นเลาะบินเล่น
ในกฎเกณฑ์เวิ้งว้างอย่างเสรี  
         ๚  อนิจจา..วันเวียนเปลี่ยนผันแปร
สิ่งไม่แน่เกิดดับกับทุกที่
มีน้ำขึ้นน้ำลดลงทุกที
อีกชั่วดีระคนปะปนกัน
         ๚  อันอำนาจวาสนามหาศาล
จึงร้าวแยกแตกฉานสมานฉันท์
ยื้อประโยชน์แย่งยุดฉุดพัลวัน
หาญห้ำหั่นเป็นตายหมายจะเอา
         ๚  จาบจับเกาะกิ่งก้านยอดไม้ยาง
นิ่งดูอย่างหวั่นไหวหวั่นใจเศร้า
ช่างวุ่นวายหลายเรื่องบ้านเมืองเรา
ใครใครเขาจะเห็นอย่างเช่นไร
         ๚  กิเลสหนอหนานักนะมนุษย์
ฤาสิ้นสุดหยุดลงที่ตรงไหน
แสวงหาอำนาจอธิปไตย
สุมฟืนไฟเผาบ้านผลาญแผ่นดิน
          ๚  ร่ำร้องเรียกเรื่องราวสุขส่วนตัว
มิหวั่นกลัวเกรงใครบรรลัยสิ้น
ละกฎเกณฑ์ก่อนมาเป็นอาจิณ
กลายเป็นถิ่นสิ้นงามความจำเริญ
         ๚  มลายสูญเสียชื่อไร้ขื่อแป
อนาถแท้ใครกันจะสรรเสริญ
มอบอำนาจนานับกลับใช้เกิน
ลุ่มหลงเพลินเกลือกกลั้วการมัวเมา
๚   อกสะท้อนสะเทือนสะเทื้อนสะท้าน
นิ่งนึกนับวันวานผ่านวันเศร้า
หวังใจรักปรองดองครองใจเรา
เพื่อรุ่งเช้าจาบตื่นจะชื่นตา..
ผู้แสดงความคิดเห็น สุพัฒน์ วันที่ตอบ 2010-08-02 11:29:30


ความคิดเห็นที่ 47 (2091766)

(ตอบความเห็นที่ 41) ผมไม่แน่ใจว่าคุณอ่านงานของ ปัณณ์ (ผมขอใช้ชื่อตามประกาศ) ในปีนั้น กับงานที่ได้ที่ 2 ของปีนี้ (โกสินทร์ ขาวงาม) ได้ละเอียดแค่ไหน คำว่าก็อปมาเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ แสดงว่าความแตกต่างนั้นมีเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้นหรือ

ผมยอมรับว่าได้ฟังงาน "น้ำตาแม่ไหลในสวนหม่อน" มาก่อน และน่าจะเป็นคนแรกๆ ที่ได้ฟังงานชิ้นนี้ เมื่อฟังจบ คำแรกที่ผมบอกกับโกสินทร์ คือ อารมณ์งานเหมือนของพี่ศิริวร (ผมขอเรียกตามผมเรียก) เป็นงานที่เล่นงานความรู้สึก และผมก็เชื่อด้วยตัวเองว่างานชิ้นนี้น่าจะถึงรอบลึกที่ต้องพิจารณาอย่างเข้มข้น (ผมบอกโกสินทร์อย่างนั้น) สิ่งเดียวที่ผมเห็นว่าเหมือนกัน คือ ตัวละคร (แม่) เท่านั้นที่บุคคลทั้งสองนำมาใช้ดำเนินเรื่อง หากประเด็นที่นำเสนอนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

งานของปัณณ์ บรรยายถึง แม่ที่มั่นคงอยู่กับถิ่นกำเนิด และยอมที่จะอยู่กับปัญหาความไม่สงบดังที่ทราบกัน โดยมีลูกเป็นเพียงผู้รับสารผ่านจดหมายที่แม่ตอบกลับไป

ส่วนงานของโกสินทร์ ผมกลับเห็นภาพ (แม่) หญิงชนบทคนหนึ่งที่มีชีวิตตามอัตภาพ มีความสุขกับบรรยากาศแวดล้อมที่ไม่ได้สนใจกับเรื่องราวทางการเมืองในสังคม 2 สี (หรือมากกว่านั้น) แม่ที่ไม่ถูกหลอกหลอนด้วยทฤษฎีการปกครองใดๆ แต่สิ่งที่แม่ห่วงคือ ลูกสาวคนหนึ่งที่...อาจตกเป็นเหยื่อตัวประกันของยักษ์มารตนใด (ก็ตามแต่)

ผมต้องขอโทษคุณอันดามันด้วยที่แสดงความเห็นแย้ง เราอาจรู้จักกัน เพียงแต่คุณอาจใช้นามที่ผมไม่คุ้น แต่ด้วยมิตรภาพบนพื้นที่สาธารณะนี้ผมหวังว่าเราควรได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในการแสดงความเห็นนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนะ ปฐมพงศ์ วันที่ตอบ 2010-08-02 17:02:57


ความคิดเห็นที่ 48 (2091806)

อันดามัน ใช้คำว่ารางวัลที่ 2 ก็อป จดหมายจากแม่ ของศิริวร คิดว่าเป็นคำพูดที่ แรง เกินไป ลักษณะนี้ควรอยู่ในระดับที่เรียกว่า ได้รับอิทธิพลมากกว่า เพราะแก่นของเรื่องเป็นคนละอย่าง เพียงแต่ใช้ตัวแม่เป็นตัวเดินเรื่องเหมือนกัน เพื่อเน้นความละเอียดอ่อนโยนและความสะเทือนอารมณ์ ในขณะที่แม่ของศิริวรณ์เป็นผู้เผชิญปัญหา แต่แม่ของโกสินทร์ เป็นเพียงผู้รับรู้เรื่องราว นักเขียนได้รับอิทธิพลซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องธรรมดามากไม่ใช่เรื่องที่น่าตำหนิอะไร ขนาดกวีใหญ่ อย่างเนาวรัตน์ ผลงานบางชิ้น เช่น เพียงความเคลื่อนไหว ก็ได้รับแนวคิดและอิทธิพลจากงานชิ้นอื่น หรือนวนิยายบางชิ้นของ มรว คึกฤทธิ์ ก็ได้รับอิทธิพลจากงานของนักเขียนจากทวีปอื่น อย่างรางวัลชมเชย 2ชิ้นของพานแว่นฟ้า ปีที่แล้ว คือ เทียนของแม่ ของกัมปนาท แสงทอง กับ อีกไม่นานทหารหนุ่ม ของสุขุมพจน์ ก็จับได้ว่าได้รับอิทธิพล จดหมายจากแม่ ของศิริวร เหมือนกัน จึงสรุปว่า งานของโกสินทร์ ปีนี้ ไม่ใช่งานก็อปปี้ และยังมีลีลาอันเป็นเฉพาะตัวของโกสินทร์ปะปนอยู่มากพอสมควร ซึ่งเป็นคนละลีลากับศิริวร  ดังนั้นปัญหาประเด็นนี้ไม่ถือว่าเป็นมลทินที่ทำให้โกสินทร์ ขาดความสง่าในการรับรางวัลแต่อย่างใด

ผู้แสดงความคิดเห็น อัสดง วันที่ตอบ 2010-08-02 19:11:19


ความคิดเห็นที่ 49 (2091818)

อย่างไรก็ตัดสินไปแล้วนะครับ

สิ่งใดที่ควรแก้ไขก็ขอใช้เว็บบอร์ดสาธารณะแห่งนี้เป็นสื่อผ่านไปถึงท่านคณะกรรมการด้วยครับ

สิ่งใดที่ดีอยู่แล้วก็ขอให้รักษาความดีสืบไป ผมก็เป็นหนึ่งคนที่เข้ารอบสุดท้ายแต่ไม่ได้รางวัล

แต่ผมก็พอใจที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน...

 

อันว่าการตัดสินผลงานทางด้านความคิดนั้น มันไม่มีถูกผิด ขึ้นอยู่ว่ากรรมการเห็นอะไร

ในผลงานเหล่านั้น และแน่นอนอย่างยิ่งผลงานที่เขียนถึงเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสสังคม

ย่อมดึงความรู้สึกร่วม ออกมาได้มากกว่า อย่างเช่น เรื่องของสามจังหวัดภาคใต้

เรื่องของแม่ก็เหมือนกันครับ ทุกคนรักและผูกพันธ์กับแม่ มโนภาพที่เกิดมาจากบทกวีเหล่านั้น

มันละเอียดสวยงาม

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อิสินธร วันที่ตอบ 2010-08-02 19:46:15


ความคิดเห็นที่ 50 (2091853)

ชื่นชอบใจในถ้อยคำของอิสินธร คุณคือกวีที่มีจิตสำนึกอันดีงาม รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ขอให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไป ด้วยจิตคารวะ

ผู้แสดงความคิดเห็น สมาชิกสมาคมนักกลอนฯ วันที่ตอบ 2010-08-02 21:13:14



[1] 2 ถัดไป >>


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.