ReadyPlanet.com


เปิดบ่อนเถอะ ผู้มีคุณธรรมจอมปลอมทั้งหลาย


เปิดบ่อนเถอะ ผู้มีคุณธรรมจอมปลอมทั้งหลาย

 

ดร.โสภณ พรโชคชัย (thaiappraisal@gmail.com)

 

            ป้ายข้างต้นนี้ เขาเขียนว่า คำเตือน การเดินทางออกไปเล่นการพนัน เป็นการทำลายเศรษฐกิจของชาติ ลงชื่อโดย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ผมพบที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร  ขาจะออกไปสะวันนะเขตของลาว  บ่อนในลาวทั้งที่นี่และที่เวียงจันทน์ มีแต่คนไทยข้ามไปเล่นทั้งนั้น  แทบไม่มีชาติอื่นเลย  ตำรวจไทยทำอะไรไม่ได้  ได้แต่เขียนข้อความไว้เช่นนี้  ดูแล้วอนาถใจไหมครับ

           

            บ่อนยังจัดรถรับส่งให้นักพนัน  แถมยังมีช่องพิเศษคล้าย “Fast Track” ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม (บ่อนออกให้) เสียอีก บ่อนที่เขมรและพม่าที่ล้วนมีแต่คนไทยไปเล่น ก็ให้บริการเช่นนี้ โดยเฉพาะบ่อนชายแดนเขมร มีรถรับส่งจากกรุงเทพมหานครเลย

 

            ผมไม่ทราบว่าผู้ปกครองที่เปี่ยมคุณธรรมในประเทศไทยตาบอดกันหมดหรืออย่างไร จึงไม่ทราบเรื่องเช่นนี้  ถ้าผู้ปกครองไทยเฉียบขาดจริง ก็สั่งห้ามคนไทยข้ามไปเล่นการพนันเลย  ปล่อยให้เพื่อนบ้านทำลายเศรษฐกิจไทยอยู่ได้อย่างไร หรือว่าผู้ปกครองไทยไม่ได้เห็นแก่ประเทศชาติจริง ๆ ไม่เห็นคุณค่าของคนไทย เพราะพวกเขาเป็นแค่ ฝุ่นเมือง ไร้ค่าหรืออย่างไร

 

            ในความเป็นจริง ในเมื่อประเทศไทยห้ามเล่นการพนันไม่ได้ ก็น่าจะเปิดบ่อนในประเทศเสียเลย  เงินทองจะได้ไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ  นอกจากนั้น ผู้ปกครองไทยยังสามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียม หรือ ภาษีบาป ได้อีกมหาศาล เอามาให้การศึกษาแก่ประชาชนให้เห็นโทษภัยของการเล่นการพนัน หรือเอาเงินมาพัฒนาประเทศได้เป็นอเนกอนันต์

 

            เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ทำไมผู้ปกครองไทยจึงไม่ทำ  คำตอบก็คือ ที่ไม่ทำนั้นเป็นเพราะผู้ปกครองไทยยกเอาคุณธรรมขึ้นมาบังหน้า  บอกว่าประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ ไม่ควรมีบ่อนการพนัน (ให้เป็นเสนียดแก่แผ่นดิน)  หรือการมีบ่อนทำให้คนติดการพนันมากขึ้น ฯลฯ  แต่เรากลับปล่อยให้ชาติอื่นมาเปิดบ่อนอยู่รอบรั้วบ้านรวมกันนับสิบ ๆ บ่อน  ดูดเงินจากประเทศไทยไป  ภายในประเทศเอง ก็มีบ่อนผิดกฎหมายอยู่มากมาย โดยทุกคนก็แกล้งทำเป็นตาบอดมองไม่เห็น  การจับบ่อนที่มีขึ้นเป็นครั้งคราวก็มักเป็นแค่ เล่นปาหี่

 

            ต่อพวกผู้มีคุณธรรมแบบมืดบอด ก็ยังพอให้การศึกษาได้ด้วยข้อเท็จจริงต่าง ๆ  เช่น การมีบ่อนถูกกฎหมายนั้นไม่ใช่การทำลายชาติ ดูอย่างมาเลเซียเมืองมุสลิมแท้ ๆ ก็ยังมีบ่อนเกนติ้ง มาหลายสิบปีแล้ว  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ไปมาเลเซียก็ต้องมาที่บ่อนนี้  ตอนนี้สิงคโปร์ก็กำลังวางแผนเปิดบ่อนที่ 3 แล้ว ประชาชนในเมือง หรือในประเทศที่มีบ่อนการพนันก็ใช่ว่าจะติดการพนัน หรือมีความเป็นอยู่ย่ำแย่กว่าประเทศที่ไม่มีแต่อย่างใด ในความเป็นจริง มีข้อมูล หลักฐาน และกรณีศึกษามากมายที่ชี้ให้เห็นถึงผลดีของการมีบ่อนการพนันในประเทศไทย ซึ่งหากมีโอกาสถกกันให้ชัด ๆ ผู้มืดบอดย่อมตาสว่างได้อย่างไม่ต้องสงสัย

 

            แต่สำหรับกับผู้มีคุณธรรมจอมปลอมนั้น คงไม่อาจพูดกับพวกเขาได้ เพราะพวกเขาได้ประโยชน์จากการมีบ่อนผิดกฎหมาย  ผู้ปกครองที่อ้างตนมีคุณธรรมนั้น ทำบ่อนให้ผิดกฎหมายเพื่อจะได้รับส่วยสาอากรต่าง ๆ แทนที่จะเอามาเป็นภาษีอากรเพื่อพัฒนาประเทศ

            ผู้ปกครองระดับสูงที่อ้างตนว่ามีคุณธรรมสูงส่งนั้น อาจไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากบ่อน  แต่การมีบ่อนก็สร้างรายได้ให้กับบริวาร  เปิดช่องทางการโกงกินแบบ “Buffet”  คือบริวารทุกระดับมีโอกาสได้ประโยชน์จากบ่อนกันทั้งนั้น  เมื่อบริวารเหล่านี้อิ่มหมีพีมัน ก็ย่อมไม่แว้งกัดตน แต่จะค่อยค้ำชูเก้าอี้ให้ตนนั่นเอง

 

            เรื่องเช่นนี้มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว  คือก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะออกผนวช ได้กราบทูลถามพระราชบิดาว่าทำไมจึงไม่จัดการกับปัญหาฉ้อราษฎร์บังหลวงที่มีอยู่ทั่วไป  ในความเป็นจริงอำนาจของพระองค์เปราะบางและมีอยู่อย่างจำกัด และจำต้องอาศัยพวกขุนนางทุจริตเหล่านี้รักษาบัลลังก์   ขุนนางเหล่านี้ต่างก็ขับเคี่ยวกันเพื่อมุ่งปกป้องและสร้างฐานอำนาจของตนเอง  ไม่ใช่มุ่งขจัดความทุกข์ยากให้ผู้ยากไร้  เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะได้ฟังดังนั้นจึงตัดสินใจออกผนวช  (จากหนังสือพุทธประวัติที่แต่งโดยพระติช นัท ฮันห์ และแปลโดย สว.รสนา โตสิตระกูลและสามี)

 

            การมีบ่อนที่ถูกต้องตามกฎหมายจึงปิดโอกาสการทำมาหากินโดยมิชอบของบริวารของผู้ปกครอง  อันจะส่งผลกระทบต่อผู้ปกครองเอง  พวกผู้ปกครองจึงต้องเอาหูไปนาตาไปไร่ แต่ปากก็ท่องคัมภีร์และทำตัวเป็นคนดีมีคุณธรรมจอมปลอม  ด้วยเหตุนี้รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยจึงไม่อาจแก้ปัญหาของชาติได้  ความเจริญ ความมั่งคั่งจึงไม่มาสู่ประเทศชาติและประชาชน แต่ถูกกักเก็บไว้โดยพวกผู้ปกครองและบริวาร

            มารณรงค์ตั้งบ่อนในประเทศไทยกันเถอะครับ  อย่าไปเชื่อฝ่ายธรรมะจอมปลอม

 

ปล. สนใจแลกเปลี่ยนความเห็น เชิญที่ http://www.facebook.com/sopon.pornchokchai

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ ดร.โสภณ พรโชคชัย :: วันที่ลงประกาศ 2010-04-26 09:38:41


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.