ReadyPlanet.com


บทเรียนการสิ้นชาติเขมรสำหรับประเทศไทย


บทเรียนการสิ้นชาติเขมรสำหรับประเทศไทย

 

ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@thaiappraisal.org)

 

             เขมรมีคำทำนายว่า วันหนึ่งประเทศไทยจะต้องบ้านแตกสาแหรกขาดยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยประสบมาเสียอีก  นี่อาจเป็นแค่คำทำนาย คำสาป คำขู่ หรืออะไรก็แล้วแต่  แต่ผมไม่ได้เชื่อไสยศาสตร์ที่ผู้คนมักนำมาข่มขู่ว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่  ผมมักจะตอกกลับคนเหล่านั้นว่า ไม่รู้จริง ก็อย่างมงาย (นักเลยครับ)

             ผมไม่ใช่นักประวัติศาสตร์  ผมเป็นเพียงที่ปรึกษากระทรวงการคลัง รัฐบาลเวียดนาม และได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลัง ราชอาณาจักรกัมพูชาให้ไปบรรยายหรือร่วมกันจัดงานประชุม-สัมมนาเป็นระยะ ๆ  จึงได้รับรู้เรื่องราวและเห็นร่องรอยของบทเรียนการสิ้นชาติเขมร ซึ่งคนไทยควรได้รับทราบ

             ผมจำได้ว่าเมื่อครั้งที่เขมรสิ้นชาติเมื่อ 30 ปีก่อนนั้น  ประชาชนย้ายหนีตายมาตามตะเข็บชายแดนไทย  พวกที่พอมีฐานะต้องเอาทองมาแลกข้าวประทังชีวิต  อาคารบ้านเรือน ไร่นาสาโทที่ตัวเองเคยเป็นเจ้าของก็ล้วนไร้ค่า

             ชาวเขมรในกรุงพนมเปญเล่าให้ผมฟังเมื่อสัปดาห์ก่อนตอนที่ผมไปสอนหนังสือที่เขมรว่า หลังยุคเขมรแดงแล้ว จึงปรากฏว่ามีชาวเขมรอพยพกลับเข้าไปอยู่ในกรุงพนมเปญอีกครั้งหนึ่ง  เมื่อย้ายเข้ามาใหม่ ๆ ราคาบ้านและที่ดินในกรุงพนมเปญแทบไม่มีค่า ประชาชนต่างมาจับจองอาคารตึกแถวที่ถูกทิ้งร้างไว้ในใจกลางเมืองโดยเจ้าของเดิมคงตายหรือไม่ก็ย้ายไปประเทศอื่นแล้ว  ครอบครัวที่กลับมาก่อน จะอาศัยอยู่ชั้นบนสุดของตึกแถว 3-4 ชั้น ทั้งนี้เพราะมักมีการปล้นชิงทรัพย์สินอยู่เสมอ การอยู่อาศัยในชั้นบนสุดย่อมปลอดภัยกว่า

          ครอบครัวที่ครอบครองตึกแถวร้างอยู่ มักจะเชิญชวนแกมขอร้องครอบครัวที่กลับมาจากชนบทในภายหลังให้มาอยู่ชั้นล่างจากตน เผื่อมีโจรมาปล้น ก็จะต้องผ่านครอบครัวที่มาภายหลังและอยู่ชั้นล่าง ๆ ก่อน  ครอบครัวที่มาหลังสุดจะได้ครอบครองชั้นล่างสุดที่มีความเสี่ยงในการถูกปล้นสูงสุด

          จะเห็นได้ว่าในสภาพบ้านแตกสาแหรกขาดนั้น ไม่มีใครเห็นอนาคต ไม่มีใครสามารถจะเชื่อได้ว่าบ้านเมืองจะกลับมาสงบสุขอีกครั้งหนึ่งเช่นทุกวันนี้ ที่สำคัญในห้วงเวลานั้นมูลค่าของที่ดินและอาคารแทบจะไม่มีเหลือต่างจากที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมบัติสุดล้ำค่า  แต่พอบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ มูลค่าของทรัพย์สินจึงกลับคืนมาใหม่  พวกที่อยู่ชั้นล่างสุดของตึกแถวกลับโชคดีเพราะเป็นทำเลดีมีราคามากกว่า

             เขมรสิ้นชาติเพราะอะไร คงต้องไปถามผู้รู้ทางประวัติศาสตร์  แต่ก็อีกนั่นแหละ ข้อสรุปของแต่ละคนก็คงเป็นแบบ สองคนยลตามช่อง แล้วแต่มุมมอง  อาจเกี่ยวเนื่องตั้งแต่จักรวรรดินิยม คอมมิวนิสต์ สงครามเย็น สงครามตัวแทน ฯลฯ

             แต่ที่แน่ ๆ ก็คือเขมรสิ้นชาติเพราะการต่อสู้ของผู้นำประเทศ จนหญ้าแพรกแหลกลาญ  ฝ่ายแพ้ก็หนีตายไปอยู่ประเทศลูกพี่คือสหรัฐอเมริกา  ผู้นำประเทศไม่เห็นหัวชาวบ้านอยู่แล้ว  เขาพร้อมที่จะกำจัดฝ่ายตรงข้ามให้ได้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของชาวบ้านตาดำ ๆ นับหมื่นนับแสนก็ตาม

             ชาวเขมรที่รวย ๆ หรือพอมีฐานะและเป็นพวกที่มีวิชาความรู้ก็กลายสภาพเป็นเขมรอพยพได้รับการคัดให้ไปอยู่ไปยุโรปและอเมริกา  แต่หลายคนที่มีคุณสมบัติต่ำกว่าหรือมีโอกาสน้อยกว่าก็ตายไปในแผ่นดินเขมรหรือไม่ก็ตายกลางทะเลในฐานะมนุษย์เรือผู้อพยพที่หนีไม่รอดนั่นเอง

             ส่วนชาวบ้านชาวช่อง ตาสีตาสา คนธรรมดา สามัญชนก็ต้องอยู่เผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายร่วมกับประเทศชาติในภาวะตกต่ำสุดขีด  แต่คนเหล่านี้แหละคือผู้สร้างชาติตัวจริง  เขมรที่ฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ อาจเป็นเพราะผู้นำส่วนหนึ่ง  แต่ทรัพยากรสำคัญก็คือพวก ฝุ่นเมือง หรือพวก ไพร่ ที่ไร้ที่ไปนั่นเอง  พอพวกเขาได้มีโอกาสทำมาหากินตามปกติสุข  เศรษฐกิจก็เดินหน้าต่อไป

             นอกจากนี้เขมรยังมีทรัพยากรมากมาย  มีประชากรจำนวนมากพอที่จะกลายเป็นแรงงานราคาถูกให้กับนายทุนข้ามชาติที่มาลงทุน  จึงทำให้ประเทศเจริญขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด  และเมื่อฝุ่นจางลงแล้ว เหล่าชาวเขมรปัญญาชน-กฎุมพีที่ตอนนี้กลายเป็นอเมริกันชนไปแล้ว  ก็ได้ทีกลับมาทำมาหากินในประเทศเกิดอีกครั้งหนึ่ง

             กฎุมพีเขมรเหล่านี้ก็คือ พวกชนชั้นสูงที่มีฐานะดี ผู้มีการศึกษาที่ดี รวมทั้งชนชั้นกลางที่มีโอกาสดีกว่าคนอื่น  อาจกล่าวได้ว่าคนเหล่านี้จำนวนมากได้วีซ่า ได้กรีนการ์ด หรือแม้แต่ได้สัญชาติอเมริกัน ก่อนเขมรแตกจริง ๆ เสียอีก  พวกนี้ไม่ได้มีส่วนสร้างชาติใด ๆ เลย  อย่างไรก็ตามก็ยังมีกฎุมพีปัญญาชนส่วนหนึ่งที่มีส่วนสร้างชาติ  พวกนี้คงเป็นพวกผู้มีอุดมการณ์อันแรงกล้าที่อยู่กับกลุ่มผู้นำที่ชนะจนถึงวันนี้ และไม่ได้หนีไปไหน  แต่ก็ถือเป็นกฎุมพีส่วนน้อยนิด

             ผมจำได้ว่าสมัยที่ผมเรียนปี 1 อยู่ธรรมศาสตร์เมื่อปี 2519 ก็ได้ข่าวว่านายแบงค์ เจ้าของกิจการใหญ่โตก็ทำวีซาเตรียมตัวหนีไปต่างประเทศเช่นกัน โชคดีที่ประเทศไทยไม่ได้ประสบชะตากรรมเลวร้ายเช่นประเทศอื่นในคาบสมุทรอินโดจีนนี้

             ถ้าวันหน้าประเทศไทยเกิดสงครามกลางเมือง  ผมว่าพวกกฎุมพีไทยก็คงเริ่มผ่องถ่ายขายทรัพย์สินเพื่อเตรียมตัวไปตั้งหลักแห่งอยู่เมืองนอกกันตั้งแต่เริ่มมีเค้าลางร้ายแล้ว  จนเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ ประชาชนก็จะมาร่วมกันสร้างชาติขึ้นมาใหม่บนซากปรักหักพังของประเทศ

             แม้ชาติจะยืนขึ้นมาใหม่ได้อย่างแน่นอน  แต่ก็เสียเวลาไปอย่างน่าเสียดาย  ทุกวันนี้กว่าประเทศลาว เขมร เวียดนาม พม่า จะมีระดับรายได้ประชาชาติต่อหัวเท่ากับไทย ก็คงยังกินเวลาอีกหลายปี  โดยเฉพาะพม่า ที่บ้านเมืองยุ่งเหยิงก็เพราะพวกผู้ปกครองโดยแท้  ส่วนเวียดนามคงจะมีโอกาส หายใจรดต้นคอ ไทยในไม่ช้าเพราะความเข้มแข็งทางการเมือง ความกลมเกลียวของคนในชาติ และคุณสมบัติที่ขยัน อดทนของประชาชนนั่นเอง

             ในท้ายที่สุดนี้ ผมสังหรณ์ว่าคำทำนายเขมรอาจเป็นจริง เพราะสมัยก่อนเราขัดแย้งเรื่องลัทธิการเมือง ก็ยังไม่เกิดความแตกแยกในสังคมมากเช่นทุกวันนี้ที่มีการตอกลิ่ม ใส่ร้ายป้ายสีกันมาตั้งแต่ปี 2547  จนทำให้ประชาชที่เชื่อต่างกันรู้สึกจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้วอีกต่อไปแล้ว  การแตกแยกเช่นนี้เมื่อทำให้ไทยล้าหลังลง  วันหนึ่งแผ่นดินไทยก็อาจถูกแบ่งแยก เหมือนภาคใต้ที่หากวันนี้มาเลเซียยังด้อยกว่าไทยเช่นพม่าคู่อาฆาตในประวัติศาสตร์ ก็คงไม่มีปัญหา 3 จังหวัดชายแดน  แต่อาจมีปัญหาการทะลักของแรงงานราคาถูกเช่นกรณีพม่าก็ได้

             อย่าให้ไทยต้องเข้าสู่กลียุคเพราะสงครามกลางเมืองเลย  พวกชนชั้นนำอย่ามัวเข่นฆ่าทำลายกันจนลืมคิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติเลยครับ  พวกคุณล้วนไม่ใช่เจ้าของประเทศหรือผู้สร้างชาติตัวจริง

 



ผู้ตั้งกระทู้ ดร.โสภณ พรโชคชัย :: วันที่ลงประกาศ 2010-04-08 09:38:17


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2107315)

yaki lace wigs blonde wig Customizing a wig isnt cheap of course wigs meant to match hair or clothes or hair weaves raquel welch hair.

ผู้แสดงความคิดเห็น ann (rail-at-msn-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-11 09:16:39


ความคิดเห็นที่ 2 (4054215)

 ถ้าจะข้ามไปเที่ยวกัมพูชาจะต้อจองตั๋วเครื่องบินกัมพูชาไปลงตัวเมืองหรือเปล่าคะหรือแค่นั่งรถเข้าไปก็ได้ แบบไหนสะดวกกว่ากัน

ผู้แสดงความคิดเห็น cat วันที่ตอบ 2016-08-03 10:24:12



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.