ReadyPlanet.com


--นิราศวันแห่งความรัก ปี ๒๕๕๓--


-----------------------  
วาเลนไทน์  ปีนี้  ฤดีหมอง
ความโศกเศร้า  เข้ามา  พาครอบครอง
เลยเที่ยวท่อง  เรื่อยไป  ให้เพลิดเพลิน

เป็นนิราศ  วาดวาง  อย่างท่านภู่
อันเป็นครู  ลักจำ   พร่ำสรรเสริญ
ยังต่ำต้อย  ด้อยชั้น  ท่านเหลือเกิน
เพียงไม่เมิน  คุณค่า  ภาษาไทย

ตะวันย้าย  บ่ายคล้อย  ลอยข้ามฟ้า
ได้เวลา  จรรี  ที่สดใส
ออกจากถิ่น  กินอยู่  รู้ว่าไป
จะทางไหน  ดีเล่า  เฝ้าคิดครวญ

ตัดสินใจ  ไม่ยาก  หากคิดไว้
คงว่องไว  เร็วรี่  ไม่มีผวน
ที่ไม่ไกล  ให้เห็น  เด่นเชิญชวน
งานยั่วยวน  เหลืองจันทร์  พันธุ์ไม้งาม

ระยะทาง  วางไว้  ไม่ไกลลิบ
สักห้าสิบ  กิโล  โธ่อย่าถาม
คงสบาย  คลายเหงา  เศร้ารุกราม
ได้ฤกษ์ยาม สบาย  ย้ายขบวน

วิ่งปุเล่ง เล็งไว้  ในทางทิศ
ไม่เบือนบิด  เปลี่ยนงาน  ผ่านเรือกสวน
มองซ้ายขวา   พาให้  ใจเชิญชวน
ไม่รีบด่วน   ชมไม้   ริมรายทาง

ทุเรียนน้อย  ห้อยลง  จากตรงกิ่ง
ยามรถวิ่ง  มองดู  อยู่สองข้าง
อีกหลายเดือน  เหมือนฝัน  อันเลือนราง
จึงตัดวาง  ลงขาย  กลายเป็นทอง

เงาะมังคุด  จุดเด่น  เห็นไปทั่ว
จนน่ากลัว  ยามสุก  ทุกข์ใจหมอง
ราคาตก  หกหล่น  จนโยนกอง
หากร่ำร้อง  ออกไป  ใครจะฟัง

ทั้งลองกอง  มองอยู่  ดูมากล้น
คงท่วมท้น  เต็มเมือง  เป็นเรื่องหลัง
สละแล้ว  แก้วตา  มาปะดัง
สละตั้ง  เป็นกอ  เล่นล้อลม

อีกลำไย  ให้เห็น  เป็นอีกหนึ่ง
ดูตราตรึง  ริมทาง  อย่างเหมาะสม
เพลิดเพลินจิต  คิดถาม  ยามชื่นชม
ช่างรื่นร่ม   ยามปลูก  ลูกมากมาย

มีป่ายาง   วางขั้น  ร่วมปันแบ่ง
ดูเว้าแหว่ง   สลับ   จับเป็นสาย
ใครใคร่ปลูก  ปลูกไว้  ไม่กลับกลาย
แต่เสียดาย  รักปลูก  ถูกเปลี่ยนพันธุ์

ถ้ามีนาง  ข้างกาย  ได้ชวนชี้
คงสุขศรี   เชยชม  อารมณ์ฝัน
แต่มาเดี่ยว  เปลี่ยวใจ  ในชีวัน
ต้องแลหัน  มองอยู่  แต่ผู้เดียว

ไปเรื่อยเรื่อย  เฉื่อยฉิว  ปลิวระร่อง
มัวมองจ้อง  ชมสวน  ชวนแลเหลียว
มาถึงงาน  ผ่านดู  รู้เลยเชียว
มีรถเลี้ยว  เข้าไป  ไม่งวยงง

มีที่ทาง  ว่างอยู่  รู้ที่จอด
ไม่อิดออด  ตรงไป  ไม่มีหลง
จอดเข้าที  ดีอยู่  ดูมั่นคง
กะเดินตรง  เข้าไป  ให้รีบจร

พอขยับ  จับทาง  จะย่างก้าว
ช่างปวดร้าว  ฝนมา  พาหลอกหลอน
ต้องหลบฝน  จนซา  พาตะลอน
เป็นขั้นตอน  กันไป  ไม่รอรี

blockquote{ border:1px solid #d3d3d3; padding: 5px; }
[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2038737)

ฝนยังพรำ  ย่ำเดิน  เกินถ่ายภาพ
คงไหลอาบ  กล้องพัง  ยังผิดที่
เดินเพียงชม  ข่มใจ  อยู่ในที
ก็ยังดี  ได้ชม  สมอุรา

ทั้งเครื่องจักร  ยักษ์ใหญ่  ไปยักษ์เล็ก
ทั้งไทยเจ๊ก  มีไว้  ให้สรรหา
เพียงแต่เดิน  เพลินไป  ในสองตา
เครื่องพ่นยา  สารพัด  จัดให้ชม

ทั้งปุ๋ยยา  ว่ากัน  ทั้งนั่นนี่
ต่างว่าดี  ทั้งนั้น  มันเหมาะสม
เรียกลูกค้า  มากล่อม  ให้จ่อมจม
ปล่อยคารม  เนื้อหา  วิชาการ

เบื่อคารม  คมคำ  จำจรจาก
หมดความอยาก  แล้วหนอ  ข้อขับขาน
ฝนยังพรำ  จำใจ  ไม่อยู่นาน
กลัวดักดาน  ด้วยคม  คารมคน

ยอมตากฝน  ทนเดิน   คงเพลินกว่า
เอาเวลา  ชมไป  ไม่สับสน
ของกินขาย  รายทาง  วางปะปน
เดินหลุดพ้น  ออกไป  พันธุ์ไม้งาม

ละลานตา  พาใจ  ให้สดชื่น
พอได้ตื่น  ตาแล  แหมล้นหลาม
หลากพันธุ์ไม้  ขายอยู่  เดินดูตาม
ก็แอบถาม  หลายหน  ยามสนใจ

กุหลาบงาม  ยามนี้  ถึงสีสด
ก็คงลด  คุณค่า  หาสดใส
หลากสีสัน  นั้นหนอ  ขอห่างไกล
ไม่มีใคร  รอรับ  กลับหลังเดิน

ไม้ประดับ  คับที่  ช่างมีมาก
ดูหลายหลาก  วางเคียง  เพียงมองเผิน
ฝนยังพรำ  ร่ำไร  ช่างไม่เพลิน
ก็เลยเมิน  จรจาก  ฝากคำลา

ถึงไม่สน  วนดู  อยู่อีกนิด
ไม่อยากคิด  ใส่ใจ  ในเนื้อหา
มีมะยง  คงเห็น  เด่นนัยน์ตา
มะพร้าวกล้า  หลากพันธุ์  เพียงหันดู

พื้นก็แฉะ  แวะไหน  ไม่สนุก
ไม่เป็นสุข  เท่าใด  หรือไร้คู่
เดินมองเมียง  เลียงไป  เพียงใคร่รู้
ไม่อยากอยู่  หันกลับ  มองจับทิศ

ฝนห่างเม็ด  เช็ดหน้า  พาสดใส
ก้าวเดินไป  มั่นคง  ตรงตามจิต
ดูประกวด  อวดทรง  ตรงใจคิด
ดูสักนิด  เหลืองจันทร์  วันดอกบาน

คงงามเด่น  เห็นอยู่  ยามชูช่อ
ดูช่างล่อ  ใจคน  จนอาจหาญ
เข้ายื้อยุด  ฉุดไป  ไม่ช้านาน
อันตรธาน  หายสิ้น  จากถิ่นตน

เหลื่อเพียงชื่อ  ลือลั่น  จากวันเก่า
เป็นเรื่องเศร้า  ที่ว่า  พาสับสน
ป่าเมืองจันทร์  นั้นมาก  หากจะยล
พาเดินวน  ชายป่า  หาลำเค็ญ

แต่เดี๋ยวนี้  ที่เห็น  มิเช่นเก่า
ไม่ต้องเข้า  สู่ป่า  พามองเห็น
แต่เข้าไป  ไม่มี  ดั่งที่เป็น
ใกล้จะเย็น  แล้วหนอ  ต้องขอลา

รีบคว้ากล้อง  ส่องส่าย  ถ่ายหาภาพ
จนอิ่มอาบ  จึงคอย  ถอยถลา
พอพ้นงาน  ผ่านออก  ข้างนอกมา
เห็นกับตา  ไม่มีฝน  จนเม็ดเดียว

ก็ยังงง  สงสัย  ทำไมหนอ
ฝนเล่นล้อ  หรือไร  ให้เฉลียว
ตกเฉพาะ  เจาะจง  งงจริงเชียว
ทำให้เที่ยว  ไม่เพลิน  เดินไม่มัน

พอออกมา&nb

ผู้แสดงความคิดเห็น --คันจน-- วันที่ตอบ 2010-02-24 16:44:49


ความคิดเห็นที่ 2 (2038738)

ฝนยังพรำ  ย่ำเดิน  เกินถ่ายภาพ
คงไหลอาบ  กล้องพัง  ยังผิดที่
เดินเพียงชม  ข่มใจ  อยู่ในที
ก็ยังดี  ได้ชม  สมอุรา

ทั้งเครื่องจักร  ยักษ์ใหญ่  ไปยักษ์เล็ก
ทั้งไทยเจ๊ก  มีไว้  ให้สรรหา
เพียงแต่เดิน  เพลินไป  ในสองตา
เครื่องพ่นยา  สารพัด  จัดให้ชม

ทั้งปุ๋ยยา  ว่ากัน  ทั้งนั่นนี่
ต่างว่าดี  ทั้งนั้น  มันเหมาะสม
เรียกลูกค้า  มากล่อม  ให้จ่อมจม
ปล่อยคารม  เนื้อหา  วิชาการ

เบื่อคารม  คมคำ  จำจรจาก
หมดความอยาก  แล้วหนอ  ข้อขับขาน
ฝนยังพรำ  จำใจ  ไม่อยู่นาน
กลัวดักดาน  ด้วยคม  คารมคน

ยอมตากฝน  ทนเดิน   คงเพลินกว่า
เอาเวลา  ชมไป  ไม่สับสน
ของกินขาย  รายทาง  วางปะปน
เดินหลุดพ้น  ออกไป  พันธุ์ไม้งาม

ละลานตา  พาใจ  ให้สดชื่น
พอได้ตื่น  ตาแล  แหมล้นหลาม
หลากพันธุ์ไม้  ขายอยู่  เดินดูตาม
ก็แอบถาม  หลายหน  ยามสนใจ

กุหลาบงาม  ยามนี้  ถึงสีสด
ก็คงลด  คุณค่า  หาสดใส
หลากสีสัน  นั้นหนอ  ขอห่างไกล
ไม่มีใคร  รอรับ  กลับหลังเดิน

ไม้ประดับ  คับที่  ช่างมีมาก
ดูหลายหลาก  วางเคียง  เพียงมองเผิน
ฝนยังพรำ  ร่ำไร  ช่างไม่เพลิน
ก็เลยเมิน  จรจาก  ฝากคำลา

ถึงไม่สน  วนดู  อยู่อีกนิด
ไม่อยากคิด  ใส่ใจ  ในเนื้อหา
มีมะยง  คงเห็น  เด่นนัยน์ตา
มะพร้าวกล้า  หลากพันธุ์  เพียงหันดู

พื้นก็แฉะ  แวะไหน  ไม่สนุก
ไม่เป็นสุข  เท่าใด  หรือไร้คู่
เดินมองเมียง  เลียงไป  เพียงใคร่รู้
ไม่อยากอยู่  หันกลับ  มองจับทิศ

ฝนห่างเม็ด  เช็ดหน้า  พาสดใส
ก้าวเดินไป  มั่นคง  ตรงตามจิต
ดูประกวด  อวดทรง  ตรงใจคิด
ดูสักนิด  เหลืองจันทร์  วันดอกบาน

คงงามเด่น  เห็นอยู่  ยามชูช่อ
ดูช่างล่อ  ใจคน  จนอาจหาญ
เข้ายื้อยุด  ฉุดไป  ไม่ช้านาน
อันตรธาน  หายสิ้น  จากถิ่นตน

เหลื่อเพียงชื่อ  ลือลั่น  จากวันเก่า
เป็นเรื่องเศร้า  ที่ว่า  พาสับสน
ป่าเมืองจันทร์  นั้นมาก  หากจะยล
พาเดินวน  ชายป่า  หาลำเค็ญ

แต่เดี๋ยวนี้  ที่เห็น  มิเช่นเก่า
ไม่ต้องเข้า  สู่ป่า  พามองเห็น
แต่เข้าไป  ไม่มี  ดั่งที่เป็น
ใกล้จะเย็น  แล้วหนอ  ต้องขอลา

รีบคว้ากล้อง  ส่องส่าย  ถ่ายหาภาพ
จนอิ่มอาบ  จึงคอย  ถอยถลา
พอพ้นงาน  ผ่านออก  ข้างนอกมา
เห็นกับตา  ไม่มีฝน  จนเม็ดเดียว

ก็ยังงง  สงสัย  ทำไมหนอ
ฝนเล่นล้อ  หรือไร  ให้เฉลียว
ตกเฉพาะ  เจาะจง  งงจริงเชียว
ทำให้เที่ยว  ไม่เพลิน  เดินไม่มัน

พอออกมา&nb

ผู้แสดงความคิดเห็น --คันจน-- วันที่ตอบ 2010-02-24 16:45:08


ความคิดเห็นที่ 3 (2038743)

พอออกมา  พาวน  บ่นในจิต
ยังไม่คิด  กลับรัง  ยังวนหัน
ไปไหนต่อ  หนอเรา  เอาไงกัน
ใกล้ใกล้นั้น  มีงาน  ที่ผ่านเลย

แค่อึดใจ  ไม่ห่าง  หนทางใกล้
จะช้าไย  ตรงรี่  ที่เฉลย
พระบาทพลวง  ดวงเรา  เข้าก่อเกย
อย่างที่เคย  ปีนมา  เข้าท่าที

จอดรถไว้  ไปต่อ  ขออิ่มก่อน
เดินตะลอน  ว่องไว  ให้อิ่มหมี
ก็หมดห่วง  ล่วงไป  ใจสุขดี
ถึงคราที่  ขึ้นเขา  ไม่เฝ้าคอย

ห้าสิบบาท  ขาดตัว  ค่าตั๋วรถ
ยังไม่หมด  สองต่อ  ก็อีกหน่อย
ขาลงมา  ค่ารถ  หมดเลื่อนลอย
รวมไม่น้อย  ดีกว่า  ถ้าต้องเดิน

ตะวันรอน  อ่อนแรง  แสงเริ่มหด
รีบขึ้นรถ  เหมือนเก่า  ไม่เล่าเขิน
เหมือนเคยเฝ้า  เล่าอยู่  ดูเพลิดเพลิน
ใช่มองเมิน  กลัวซ้ำ  เดี๋ยวขำฮา

ไม่มีฝน  หล่นมา  พาใจชื้น
กลัวทางลื่น  รถไหล  ให้กังขา
แดดสาดส่อง  มองไป  ได้ไกลตา
ใกล้เวลา  เย็นย่ำ  ค่ำมาเยือน

สิ้นทางคด  รถหยุด  สุดทางวิ่ง
ฟ้าใสนิ่ง  เดินไป  ไม่คลาดเคลื่อน
เหมือนครั้งก่อน  ตอนมา  พาใจเตือน
ไม่ลืมเลือน  ยังจำ  นำเส้นทาง

พอเดินไป  ได้ครึ่ง  จึงแปรเปลี่ยน
หมอกวนเวียน  หลั่งไหล  ให้แตกต่าง
ลมระรื่น  ชื่นใจ  ไม่จืดจาง
ฟ้าสว่าง  กับมัว  ทั่วผืนไพร

ชอบมากมาก  ฝากใจ  ในสายหมอก
เดินเย้ายอก  ล้อเล่น  เย็นสดใส
แสนเพลิดเพลิน  เกินสุข  สนุกใจ
ไม่ทันไร  ถึงยอดเขา  เฝ้าวนเวียน

ข้างบนนั้น  วันนี้  มีหมอกหนา
สุขอุรา  วนไป  ไม่แปรเปลี่ยน
ลมก็จัด  พัดวน  จนจวนเจียน
ที่โล่งเตียน  หนาวล้น  จนหลบกาย

ยังเดินไป  ตามทาง  อย่างเคยกล่าว
เหมือนเรื่องราว  ก่อนนี้  ที่เรียงร่าย
พอค่ำลง  คงหมอก  หลอกเรียงราย
กับมากมาย  เย็นชื้น  ตื่นใจตน

อยู่ข้างบน  วนไป  ในท้องที่
หามุมดี  นอนนั่ง  ช่างน่าสน
เดินเที่ยวท่อง  ล่องไป  ให้ซุกซน
พระท่องบ่น  คาถา  พาวังเวง

นั่งกินลม  ชมหมอก  ที่หยอกล้อ
อะไรหนอ  ดึกดื่น  คืนรีบเร่ง
รวดเร็วจัง  นั่งนอน  ก่อนนี้เอง
พอมองเพ่ง  สีทุ่มกว่า  น่าจากจร

กลางสายหมอก  หยอกล้อ  ขอสักอิ่ม
ต้องลองลิ้ม  สักครา  มาหลอกหลอน
กลิ่นน้ำปรุง  ฟุ้งมา  พาอาวรณ์
ขอชิมก่อน  จากลา  น่าจะดี

คิดอย่างว่อง  ล่องลิ่ว  หิวอยู่ด้วย
กลางหมอกสวย  เข้าไป  จนได้ที่
ก๋วยเตี๋ยวเด็ด  เผ็ดร้อน  ตอนนี้มี
ช่างเข้าที  เหลือล้น  บนยอดภู

ช่างสุดยอด  ดอดซด  จนหมดสิ้น
น้ำก็กิน  ไม่วาง  ช่างเลิศหรู
เหลือเพียงชาม  ยามนี้  ที่นั่งดู
แต่ที่รู้  ถูกล้น  จนเอะใจ

ได้เวลา

ความคิดเห็นที่ 4 (2038748)

ได้เวลา  ลาจาก  ฝากรอยร่อง
รีบเข้าห้อง  น้ำเติม  เพิ่มความใส
หมอกยังล้อ  คลออยู่  คู่ไม้ใบ
เป็นน้ำไหล  หยาดหยด  รดสาดดิน

โอกาสน่า  ถ้ามี  ที่วันว่าง
อาจมาค้าง  พักใจ  ใต้ผาหิน
นอนเย้าหมอก  หยอกฟ้า  มานอนกิน
เพลินชีวิน  สักคืน  ให้ชื่นทรวง

ความอาลัย  ในจาก  ยังมากอยู่
ก็ไม่รู้  เมื่อใด  ให้เลยล่วง
ได้หวนกลับ  นับวัน  อันล่อลวง
ทุกสิ่งปวง  ไม่แน่น  แล้วแต่เจอ

สายน้ำหยด  รดมา  พาจำจาก
เหลืองเพียงซาก  อาลัย  ใจมองเหม่อ
เป็นอีกครั้ง  ฝังใจ  ให้ละเมอ
ที่ยังเผลอ  นึกถึง  ซึ่งได้มา

เดินเย้าหยอก  หมอกลา  พาใจเศร้า
ที่คลอเคล้า  กายใจ  ให้โหยหา
สายลมเย็น  เล่นล้อ  ต่ออุรา
ก็ถึงครา  จากจร  ก่อนเที่ยงคืน

เป็นนิราศ  ขาดรัก  ถูกหักอก
เพียงหยิบยก  มาล้อ  ต่อวันชื่น
วันแห่งรัก  พักใจ  ไม่กล้ำกลืน
ลองไหลลื่น  แนวกลอน  ย้อนที่เรียน

ทุกคำข้อ  ต่อไว้  ในถูกผิด
ต้องรู้คิด  เลิกสรร  ในวันเขียน
สิ่งไหนดี  มีอยู่  รู้พรากเพียน
ต้องสับเปลี่ยน  ดูเอา  เท่านี้เอย.....

 

๑๗ กุมภาพันธุ์ พุทธศักราช ๒๕๕๓

-- คันจน --

เป็นที่อะไรทราบเลยมั่วไปหมด ขอโทษที

ใครรู้ช่วยแก้ที ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น --คันจน-- วันที่ตอบ 2010-02-24 17:01:21


ความคิดเห็นที่ 5 (2038810)

สิ่งไหน ดีมีอยู่ รู้พรากเพียน

 

ไม่ ทราบ ว่า "พรากเพียน" คือ อะ ไร จ๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น มนต์ตระการ วันที่ตอบ 2010-02-24 20:13:47


ความคิดเห็นที่ 6 (2038839)

 เขียนมากเลยผิดมากแก้แล้วก็ยังมีหลงหูหลงตาบ้าง ขอแก้ พากเพียน ก็แล้วกัน ดีครับช่วยกันหาที

ผู้แสดงความคิดเห็น --คันจน วันที่ตอบ 2010-02-24 21:11:55



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.