ReadyPlanet.com


โลกนิติแนวคิดใหม่...


โลกนิติแนวคิดใหม่...

 



กบเกิด ในสระใต้                บัวบาน
ฤาห่อน รู้รสมาลย์              หนึ่งน้อย
ภุมรา อยู่ไกลสถาน            นับโยชน์..ก็ดี
บินโบก มาค้อยค้อย           เกลือกเคล้าเสาวคนธ์ (โลกนิติคำโคลง)

กบในสระบัว
ไม่รู้รสเกสรดอกบัว
แมลงภู่อยู่ไกลสระบัวหลายโยชน์
ยังอุตส่าห์บินมากินเกสรดอกบัว กบมัวทำอะไร?? โง่จัง?? 
กบกินแมลงนี่ นา จะให้กินเกสรหรืองัย  โคลงต้องการสอนเรื่อง ใกล้เกลือกินด่าง

ผึ้งภู่ บินอยู่เบื้อง                อุบลบาน
กำซาบซด รสมาลย์           ไม่น้อย
รากบัว คั่วน้ำตาล              ตฤป ร่ำ..ลิ้นเอย
กบเกิด กลางสระจ้อย         จึ่งรู้รสหวาน (นวโลกนิตคำโคลง)

แมลงภู่บินอยู่เหนือสระบัว
กินเกสรดอกบัว
กบไม่กินเกสรดอกบัว
เพราะว่ารากบัวเชื่อมน้ำตาลหวานกว่า กบเลยเฝ้ารากบัวอยู่ในสระอย่างไรเล่า



จระเข้ คับน่านน้ำ              ไฉนหา..ภักษ์เฮย
รถใหญ่ กว่ารัถยา             ยากแท้
เสือใหญ่ กว่า วนา             ไฉนอยู่..ได้แฮ
เรือเขื่องคับชเลแล้             แล่นโล้ไปไหน (โลกนิติคำโคลง)

จระเข้ ใหญ่กว่าคลอง จะหาอาหารที่ไหนกิน
รถใหญ่กว่าถนน จะขับไปมาก็ยากลำบาก
เสือใหญ่กว่าป่า หมายถึงทำตัวเกเร ออกมากินคน คงจะอยู่ได้ไม่นาน
เรือใหญ่ๆ คับทะเล จะแล่นไปไหนก็ลำบาก นะจะบอกให้
คนเราก็ควรเจียมตน..ว่างั้นเถอะ...


จระเข้ คับน่านน้ำ              เนาสวน..สัตว์เทอญ
รถใหญ่ รับเนื้อนวล           นั่งแท้
เสือใหญ่ กว่าป่าควร         ขังใส่..กรงแฮ
เรือเขื่อง เรืองรุ่งแล้           แล่นค้าขายของ (นวโลกนิตคำโคลง)

สมัยนี้จระเข้ตัวโตๆ อยู่สวนสัตว์ไหนก็อยู่ได้แถมมีคนอยากดู
รถคันโตๆ ไปไหนมาไหนก็สะดวก(เพราะถนนมี 8 ช่องทางจราจร)สาวๆชอบนั่งรถคันโตๆ
เสือตัวโตๆ ก็เหมือนจระเข้ อยู่สวนสัตว์อาหารการกินสมบูรณ์แถมมีคนอยากดูเสือตัวโตๆ
เรือลำเขื่องแบบไททานิก มีสักลำเอาไว้แล่นขายของต้องรวยเละแน่ๆ


อ่อนหวาน มานมิตรล้น      เหลือหลาย
หยาบ บ่ มีเกลอกราย        เกลื่อนใกล้
ดุจดวง ศศิฉาย                ดาวดาษ..ประดับนา
สุริยะส่อง ดาราไร้             เพื่อร้อนแรงแสง (โลกนิติคำโคลง)

พูดจาอ่อนหวานจะมีแต่คนชอบ
พูดจาหยาบคายไม่มีใครอยากเข้าใกล้
พูดจาอ่อนหวานเหมือนพระจันทร์ที่มีหมู่ดาวแวดล้อม
พูดจาหยาบคาย เหมือนพระอาทิตย์ ที่ไม่มีดาวสักดวงอยู่ใกล้??
จริงๆ ดาวน่ะมีแต่เรามองไม่เห็นในตอนกลางวัน  อิๆ


อ่อนหวาน หาญมิตรล้าง        ลาหาย
หยาบย่อม เกลื่อนเพื่อนตาย   ตราบม้วย
จันทร(ะ)รัศมีฉาย-                ชนหลับ..แล้วนา
สูรย์ส่อง แสงแรงด้วย            ช่วงเช้าชนเห็น (นวโลกนิตคำโคลง)

พูดจาอ่อนหวาน เขาจะหาว่าเป็นกระเทยหรือป่าว คงจะมีแต่พวกแต๋วๆ อยู่ใกล้
ส่วนมากคนพูดจาเพราะๆ มักจะเป็นคนขี้ขลาด ไม่ใช่หรือ?
ส่วนมากคนพูดจาโผงผางมักจะจริงใจ นั่นล่ะคือเพื่อนตาย...เพื่อนที่รู้จักพูดเตือนสติ..
พระจันทร์ขึ้นตอนกลางคืนส่วนมากคนเขาหลับกันหมดแล้วใครจะมาอยู่ชมความงาม
ดวงอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า มีแต่คนมองเห็น..ล่ะนะ


อย่าปอง สิ่งแก้วไป่              ควรปอง
เขาบ่ ตรึกอย่าตรอง             ตริบ้า
เร่งคิด คิดแต่ของ                ควรคิด..นะพ่อ
การที่ สูญเปล่าอ้า                อย่าได้ควรปอง (โลกนิติคำโคลง)

อย่าหมาย แก้วมณีจินดา ที่ไม่สมควรจะใฝ่ปอง (อย่าอยากได้ของดี จนเกินฐานะ)
เรื่องที่คนปกติเขาไม่คิด ก็อย่าคิดเลย
คิดแต่สิ่งที่ควรคิดเถอะพ่อคุณ
คิดแหกคอกเป็นการคิดที่สูญเปล่า อย่าคิดเลย อย่าหมายปองเลย ได้โปรด...


ลองปอง สิ่งแก้ว ที่              ควรปอง
เขาบ่ ตรึกจงตรอง              ตริบ้าง
ความคิด สิทธิของ              ปัจเจก..นะพ่อ
กาลิเลโอ อ้าง                     อวดรู้เลวไฉน (นวโลกนิตคำโคลง)

(พูดใหม่) ลองหมายปองสิ่งประเสริฐ ที่ควรหมายปองกันดูเถอะ (ก็ใครจะอยากได้ของที่ไม่ดีกันเล่า)
เรื่องที่คนอื่นไม่คิด ก็ลองหัดคิด หัดตริตรอง ดูบ้าง สิ
ความคิดเป็นเรื่อง ปัจเจกบุคคล นะพ่อคุณ (จะห้ามความคิดกันเชียวหรือ?)
ดูอย่างกาลิเลโล คิดแหกคอกว่า โลกกลม สิ  ในขณะที่คนส่วนใหญ่คิดว่าโลกแบน?? มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายมิใช่หรือ (ถึงแม้นจะขัดแย้งกับพระคัมภีร์จนดูเหมือนพวกนอกรีตก็เถอะ) แต่ภายหลังโลกยกย่อง...มิใช่หรือ..ไม่ใช่เรื่องที่เลวเลยที่จะคิดแตกต่างจากคนอื่น


รู้น้อยว่ามากรู้                    เริงใจ
กลกบเกิดอยู่ใน                  สระจ้อย
ไป่เห็นชเลไกล                    กลางสมุทร
ชมว่าน้ำบ่อน้อย                 มากล้ำลึกเหลือ (โลกนิติคำโคลง)

มีความรู้น้อย ก็นึกว่ารู้มาก มีความร่าเริงใจ จริงนะ
เหมือนกบเลย ที่อยู่แต่ในสระกระจ้อย ไม่เห็นอะไรที่มันกว้างไกล
ทะเลน่ะเคยไปเที่ยวมั้ยคุณกบ
มัวแต่ชมว่าสระของฉันช่างกว้างขวางจริงๆเจียว อยู่ได้ โถ่..กบน้อย..


รู้น้อยหนึ่ง รู้ร่า-                   เริงใจ
รู้รสทะเลไหล                      ละห้อย
ไป่ปองคะนองไป                 กลางสมุทร
ชมว่าสระกระจ้อย               จืดล้ำดีเหลือ (นวโลกนิตคำโคลง)

ถึงฉันจะมีความรู้อยู่น้อยหนึ่ง แต่ฉันก็ภูมิใจ ร่าเริงใจนะจ๊ะ
ความรู้ของฉันก็คือ รู้ว่าทะเลมีคลื่นไหลบ่ารุนแรง รู้อย่างงี้ ก็ เลยทำหน้าละห้อย
ฉันรู้ว่าทะเลไม่น่าอยู่ ก็เลยไม่มีความคึกคะนองที่จะไปเที่ยวทะเล
สระน้ำอันกระจ้อยของฉัน รสจืด ดื่มได้ น้ำทะเลน่ะกินได้มั้ย โถ่ จะมาชวนไปตายซะแหล่ว..

หมาใดตัวร้ายขบ                บาทา
อย่าขบตอบต่อหมา             อย่าขึ้ง
ทรชนชาติช่วงทา-             รุณโทษ
อย่าโกรธทำหน้าบึ้ง             ตอบถ้อยถือความ (โลกนิติคำโคลง)

หมากัดอย่ากัดตอบ
คนเลว ทำเลวกะเรา ก็อย่าไปถือสามันเลย..



หมาใดตัวร้ายขบ                แขนขา
ไม่เตะต่อยต่อหมา              ไม่ซึ้ง
คู่กรณีครา-                        เคืองโกรธ
เป็นโจทก์โทษหน้าบึ้ง         บอกฟ้องถือความ (นวโลกนิตคำโคลง)

หมากัด ไม่เตะหมา หมามันจะสำนึกมั้ย
ไม่เห็นมีคู่กรณีที่ไหน ที่เลาะกันจนขึ้นโรงขึ้นศาล จะยอมยกฟ้องกันง่ายๆ สักราย??

ลูกสะเดา น้ำผึ้งซาบ           โทรมปน
แล้วปลูก ปองรสคนธ์           แอบอ้อย
ตาบเท่า ออกดอกผล          พวง ดก
ขมแห่ง สะเดาน้อย             หนึ่งรู้โรยลา (โลกนิติคำโคลง)

เมล็ดสะเดาเอาไปชุบน้ำผึ้ง
ปลูกข้างไร่อ้อย  หวังจะให้ ผลสะเดา เจเนอเรชั่นใหม่ มีรสหวานขึ้นมา
พอเมล็ดสะเดา งอกเป็นต้นสะเดา และออกดอกออกผล ผลสะเดาก็ไม่หวานขึ้นมาดอก..
คนเลว ต่อให้เราพยาม ชักนำให้เขาทำดีอย่างไร  มันก็เอาดียาก เราจึงไม่ควรนำเขามาทำเผ่าทำพันธุ์ อย่าคิดว่ามีลูกแล้วลูกจะดี..มันก็เลวเหมือน บุพการี นั่นล่ะ รับรองต้องขื่นขมไม่แพ้สะเดา..ฮา..

สะเดา ผ่าเหล่าเพี้ยน           พิกล
หวานเมล็ด สุคนธ์              ข่มอ้อย
แต่งพันธุกรรมผล              พวงดก
ขมแห่ง สะเดาน้อย             หนึ่งนั้นฤามี (นวโลกนิตคำโคลง)

แต่สะเดาสมัยใหม่ ผ่าเหล่า
ผลและเมล็ดมีรสหวานฉ่ำ
เพราะถูกตัดแต่งพันธุกรรม จนออกผลดก (และมีรสหวาน)
รสขมที่เคยมี ก็กลับไม่มี เอ เป็นไปได้หรือ??
ความพยามอยู่ที่ไหนความพยามก็อยู่ที่นั่น..


ภูเขา ทั้งแท่งล้วน              ศิลา
ลมพยุ พัดพา                   บ่ขึ้น
สรรเสริญ และนินทา          คนกล่าว
ใจปราชญ์ ฤาเฟื่องฟื้น       ห่อนได้จินต์จล (โลกนิติคำโคลง)

ภูเขา ถูกลมพายุไต้ฝุ่น พัดโหมกระหน่ำ ภูเขาก็มิได้ไหวหวั่น
โลกธรรม 8 นั่นคือ ได้ลาภเสื่อมลาภ ได้ยศเสื่อมยศ สรรเสริญนินทา สุขทุกข์ ก็เหมือนลมพายุ
แต่ก็ไม่สามารถ เขยื้อนจิตใจนักปราชญ์ที่แน่นหนักหมือนภูเขา ให้หวั่นไหวได้


ภูเขา ทั้งลูกล้วน               สิขรา
ลมพยุ ฝนหนา                 หนักขึ้น
น้ำหยด รดหินผา             ยัง กร่อน
ใจปราชญ์ อาจเฟื่องฟื้น    ฟ่องได้โดยจินต์ (นวโลกนิตคำโคลง)


ภูเขาถูกลมพายุไต้ฝุ่นพัดไม่เขยื้อนก็จริง
แต่ถูกน้ำฝนหยดใส่ทุกวันหินมันยังกร่อน ฮ่ะฮ่ะ...
ใครจะไปทนไหวนักปราชญ์ก็นักปราชญ์เหอะ


เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม              ดนตรี
อักขระห้าวันหนี                  เนิ่นช้า
สามวันจากนารี                  เป็นอื่น
วันหนึ่งเว้นล้างหน้า            อับเศร้าศรีหมอง (โลกนิติคำโคลง)

ไม่ได้เล่นดนตรี เจ็ดวัน ก็ลืมโน้ต
ไม่ได้อ่านหนังสือห้าวัน ก็ลืมเนื้อหา
ไม่ได้เจอหน้า ผู้หญิง สามวัน ผู้หญิงก็เป็นของคนอื่นแล้ว
สามวันจากนารี เป็นอื่น (จริงๆ ในโคลงไม่ได้บอกว่าใครเป็นอื่น แต่ผู้ชายแต่งโคลงโลกนิติก็น่าจะเข้าข้างผู้ชายด้วยกันสิ เนอะ..)
ไม่ได้ล้างหน้าวันเดียว เป็นเรื่องที่ทุเรศมากๆ ทำให้ไม่สดชื่น..และดูไม่มีสง่าราศี



เจ็ดวันหมั่นดีดซ้อม            ดนตรี
อักขระเลยละหนี                เนิ่นช้า
สามวันกกสตรี                   เต็มตื่น
แจ้งบ่ได้ล้างหน้า               นั่งเศร้าหมองศรี (นวโลกนิตคำโคลง)

ถึงให้ฝึกซ้อมดนตรีทุกวันจนชำนาญ  ก็ย่อมเสียอย่างเพื่อแลกกับอีกอย่าง
ต้องซ้อมดนตรีทุกวัน (7 วัน) เรื่องอ่านหนังสือหนังหาก็ไม่ต้องพูดถึง
สมมตซ้อมดนตรี 5 วัน อีก 3 วันที่เหลืออยู่กับแฟน  พออยู่กะแฟนก็ลืมโน้ตและลืมหนังสือ
 นอดกก นอนกอดกับแฟน จนหมดแรง ตอนเช้าลืมขี้เกียจลุกขึ้นมาล้างหน้า นั่นล่ะเป็นเรื่องที่บัดศรี เอ้ย ไม่ได้ล้างหน้านั่นล่ะเป็นเหตุแห่งความหมองศรี



กระเหว่าเสียงเพราะแท้      แก่ตัว
หญิงเลิศเพราะรักผัว         แม่นหมั้น
นักปราชญ์มาตรรูปมัว      หมองเงื่อน..งามนา
เพราะเพื่อรสธรรมนั้น        ส่องให้เห็นงาม (โลกนิติคำโคลง)

นกกาเกว่า มีดีที่ เสียงไพเราะ
ผู้หญิงมีดี เพราะรักผัว
นักปราชญ์แม้รูปชั่วตัวดำ
แม้นมีธรรมะก็ทำให้คนเห็นงามได้ในจิตใจได้


กาเหว่าเสียงเพราะแพ้-     ภัยตัว
หญิงโสดโลดหาผัว           ผูกหมั้น
บังทอง ม่องเท่ง หัว          ขาดหล่น..ล่วงนา
เพราะฤทธิ์อิจฉานั้น           ส่องให้เห็นทราม (นวโลกนิตคำโคลง)


นกกาเกว่า มีเสียงที่ไพเราะ แต่เสียงอันไพเราะก็นำภัยมาสู่ตน
ผู้หญิงโสดมักจะแสวงหาสามี(นำภัยมาสู่ตน อิๆ)
นักปราชญ์แม้รูปชั่วตัวดำ ยกตัวอย่างเช่นบังทองในสามก๊ก
ฉลาดแค่ไหนเล่าปี่ ก็มองข้าม เพราะไม่ชอบขี้หน้า ให้เป็นแค่นายอำเภอเล็กๆ
หลังจาก บังทองอวดฉลาดให้เล่าปี่เห็น เล่าปี่จึงแต่งตั้งบังทองให้เป็นกุนซือ คู่กับ ขงเบ้ง
แต่บังทองต้องตายเพราะไม่เชื่อคำขงเบ้ง (เพราะความอิจฉาบดบังปัญญา) บังทองมีฉายาว่า หงส์ดรุณ ถูกทหารฆ่าศึกยิงด้วยลูกธนู ที่เนิน หงส์ร่วง



นารายณ์วายเว้นจาก             อาภรณ์
อากาศขาดสุริยะจร               แจ่มหล้า
เมืองใดบ่มีวร                        นักปราชญ์
แม้นว่างามล้นฟ้า                 ห่อนได้งามเลย (โลกนิติคำโคลง)

พระนารายณ์แก้ผ้า ถึงให้หล่อแค่ไหนก็คงอุบาทว์ไม่น่ามอง (หรือน่ามองเหว่)
ท้องฟ้าไม่มี ดวงตะวัน ก็ขาดความงดงาม
เมืองที่ไร้นักปราชญ์
ต่อให้สวยงามแค่ไหน ก็เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง จนดูไม่งดงาม


สหัสนัยน์ไดเว้นจาก              วิเชียรธร
เวหาศขาดอับสร                   ซิ่นอร้า-
อร่ามไทยไฉนวอน                ต่างชาติ
แม้นว่ารวยล้นฟ้า                 ห่อนได้รวยเลย (นวโลกนิตคำโคลง)

อันว่า อินทร์ (สหัสนัยน์=มีตา 1,000 ดวง หมายถึงพระอินทร์) เมื่อไม่มีสายฟ้า (วิเชียร)ในมือ (ได ภาษาเขมรแปลว่ามือ) สายฟ้าเป็นอาวุธคู่บารมี ของพระอินทร์ เรื่องมันยาว..อย่าให้เล่าเลย
และ อันว่า ท้องฟ้าแม้นขาดหมู่นางฟ้าก็หมดสิ้นความอร้าอล่าม
เมืองไทย หาก ยังต้องพึ่งพาประเทศมหาอำนาจ
ต่อให้เจริญร่ำรวยแค่ไหน ก็งั้นๆ เหมือนพระอินทร์ไม่มีสายฟ้าในมือ...(วิเชียร แปลอีกอย่างว่า เพชร ก็ได้) เมื่อพระอินทร์ไม่มีเพชรในมือ ก็เลยไม่รวย งัยล่ะ อิๆ


ไป่ถามปราชญ์บ่พร้อง          พาที
เปรียบดั่งเภรีตี                     จึ่งครื้น
คนพาลพวกอวดดี               จักกล่าว
ถามบ่ถามมันฟื้น                 เฟื่องถ้อยเกินถาม (โลกนิติคำโคลง)

ไม่ถาม นักวิชาการ ก็ไม่ พูดจาพาทีหรอก อมภูมิ..ปัญญา..
เหมือนกลอง ต้องตีจึงจะดัง ไม่ตีก็ไม่ดัง ไม่ถามก็ไม่ตอบ
คนอวดฉลาด ชอบพูดอวดรู้
ถามหรือไม่ได้ถามมันก็ยัง ดันทะลึ่งตอบ รื้อฟื้นเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาคุยจนฟูเฟื่องเลื่องลือ

คนเกลียดเขียดตะปาดร้อง   ลุกหนี
คนขลาดหวาดกลัวผี           ภูติเพ้อ
คนบ้าด่าดนตรี                   ต้อยต่ำ
คนโง่เง่ากล่าวเก้อ              ก่อนรู้ลัพธ์คำ (นวโลกนิตคำโคลง)

คนกลัวเขียดตะปาด เห็นแล้วก็ต้องร้องวี้ดว้ายกระตู้วู้  กระโดด/ลุกหนี
คนขี้ขลาดมักจะกลัวผี พูดเพ้อเจ้อ กันไป
คนไม่มีดนตรีในหัวใจคือคนบ้า เห็นดนตรีเป็นเรื่องต้อยต่ำ
คนโง่มักจะพูดก่อนคิด


หอมกลิ่นดอกไม้ที่              นับถือ
หอมแต่ตามลมฤา              กลับย้อน
หอมกลิ่นกล่าวคำคือ           ศีลสัจ..นี้นา
หอมสุดหอมสะท้อน            ทั่วใกล้ไกลถึง (โลกนิติคำโคลง)

ดอกไม้มีกลิ่นหอม ดอกอะไรก็ได้ที่คนนับถือว่าหอม..
แต่กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น ก็ไม่สามารถ หอมทวนลมได้ คนอยู่เหนือลมมักไม่ได้กลิ่นหอม
อันว่าคำสัตย์นั้นมีกลิ่นหอม กลิ่นหอมแห่งคำสัตย์พัดหวนทวนลม ได้
กลิ่นหอมแห่งคำสัตย์ หอมไกลกว่ากลิ่นหอมแห่งดอกไม้ 
 

กรุ่นกลิ่นดอกไม้ที่               เธอถือ
มะลิการะเกดหรือ               พุดซ้อน
ซวดทรงอนงค์คือ               บุพผรัตน์..นี้นา
หอมทั่วไกลใกล้ย้อน           ยั่วให้คิดถึง (นวโลกนิตคำโคลง)

เธอถือดอกไม้ กรุ่นกลิ่นหอม
ดอกมะลิ ดอกการเกด หรือดอกพุดซ้อนกันนะ 
แต่ตัวเธองดงามเหมือน ดอกไม้แก้ว (บุพผรัตน์) 
กลิ่นหอมแห่งกายเธอ หอมกว่าดอกไม้ที่เธอถือมามากมายนัก ถึงจะอยู่ไกลหรือใกล้ก็ยังคิดถึง..ในความงามและความหอมนี้อยู่.. 

ฟักแฟงแตงเต้าถั่ว               งายล
หว่านสิ่งใดให้ผล                 สิ่งนั้น
ทำทานหว่านกุศล                ผลเพิ่ม..พูนนา
ทำบาปบาปซั้นซั้น               ไล่เลี้ยวตามตน (โลกนิติคำโคลง)

ปลูกฟัก ปลูกแฟง ปลูกแตง ปลูกน้ำเต้า ปลูกถั่ว ปลูกงา
ปลูกอะไร หว่านอะไรไว้เวลามันงอก ก็งอกเป็นต้นที่เธอหว่านไว้  นะจ๊ะเธอจ๋า
เธอปลูกความดี ก็ได้ความดี
เธอปลูกความชั่ว ก็ได้ความชั่ว เข้าใจมั้ย ต้องให้แปลเป็นภาษาอะไรถึงจะเข้าใจ??

ปลูกแปลงแตงมะพร้าว        พึงยล
วัชพืชปลอมปน                   ปักษ์นั้น
หลังคนทำนาธน-                บัติงอก..งามนา
ธุรกิจเหนือชั้น                    เช่นนี้ไฉนจน (นวโลกนิตคำโคลง)

ปลูกแตง ปลูกมะพร้าว
ไม่หมั่นดูแล 15 วัน เท่านั้นเดี๋ยวก็มีวัชรพืช ขึ้นรก
 ปลูกธนบัตร (ทำนาบนหลังคน) กันดีกว่า "แม่บุญปลูก"
มีแต่ร้วย มีแต่รวย


http://gotoknow.org/blog/pbk/183946


ผู้ตั้งกระทู้ กวิน :: วันที่ลงประกาศ 2008-05-22 20:15:07


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1752521)

 

     สาธุ อตฺเถโส อุปาโย

ผู้แสดงความคิดเห็น พิกกาจู้ วันที่ตอบ 2008-05-22 22:25:01


ความคิดเห็นที่ 2 (1754372)

ขอบคุณค่ะ

สรุปก็คือ "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"

โคลงโลกนิติ  เป็นแม่บทที่ใช้สอนใจในการดำเนินชีวิตตั้งแตอดีตถึงปัจจุบัน

คำพูดดี ๆ คำประพันธ์ที่ทรงคุณค่าจะมีประโยชน์อันใดเล่าหากเราไม่นำไปปฏิบัติ  จริงไหมคะ ?

ผู้แสดงความคิดเห็น ดอกไผ่ วันที่ตอบ 2008-05-25 09:40:06


ความคิดเห็นที่ 3 (1755497)

ผมอยากได้ประวัตผู้แต่งโคลงโลกนิติอะT^Tจำทำรายงานหาไม่ด้ายซักทีแง~T-Tช่วยด้วย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แบงค์ วันที่ตอบ 2008-05-26 14:47:43


ความคิดเห็นที่ 4 (1755498)

ผมอยากได้ประวัตผู้แต่งโคลงโลกนิติอะT^Tจำทำรายงานหาไม่ด้ายซักทีแง~T-Tช่วยด้วย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แบงค์ วันที่ตอบ 2008-05-26 14:47:43


ความคิดเห็นที่ 5 (1755632)

ที่มาของโคลงโลกนิติ

 โคลงโลกนิติ เป็นสุภาษิตเก่าแก่ มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี นักปราชญ์ในครั้งนั้น ได้สรรหาคาถาสุภาษิต อันมีอยู่ในคัมภีร์ต่างๆ ทั้งที่เป็นภาษาบาลี และภาษาสันสกฤต แล้วนำมาแปลเป็นภาษาไทย โดยการประพันธ์แต่งเป็นคำโคลงไปทุกๆคาถา รวมเรียกว่า “โคลงโลกนิติ” อันมีความหมายว่า “ชี้ หรือ แนะ (ประโยชน์) ให้แก่โลก”

 

 

เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ เมื่อปี .. ๒๓๗๔ ทรงมีพระราชประสงค์จะให้จารึกโคลงโลกนิติ ลงในแผ่นศิลาในวัดพระเชตุพนเป็นธรรมทาน จึงได้โปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร รวบรวมโคลงโลกนิติของเก่า มาชำระแก้ไขใหม่ ให้เรียบร้อย ประณีต และไพเราะ ด้วยปรากฏว่า ของเก่าที่คัดลอกต่อๆกันมา มีถ้อยคำที่วิปลาศคลาดเคลื่อนไปมาก, โคลงโลกนิติ จึงถือเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่า ทุกสถานะอาชีพ มีการนำไปอบรมเล่าเรียนและประพฤติปฏิบัติกันอย่างกว้างขวาง ต่อเนื่องกันมาช้านานจนถึงปัจจุบัน

อ่านเพิ่มที่
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=228280

ผู้แสดงความคิดเห็น กวิน วันที่ตอบ 2008-05-26 16:58:14


ความคิดเห็นที่ 6 (1755639)

สวัสดีครับทุกท่าน

พิกกาจู้

ดอกไผ่

ดอกไผ่

ผู้แสดงความคิดเห็น กวิน วันที่ตอบ 2008-05-26 17:04:23


ความคิดเห็นที่ 7 (1755642)
สวัสดีน้อง แบงค์ ด้วยนะครับ เวปนี้เป็นที่พึ่งของเด็กๆ เวลาทำรายงานภาษาไทย จริงๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น กวิน วันที่ตอบ 2008-05-26 17:05:26


ความคิดเห็นที่ 8 (1756030)

ดีมากเลยครับเว็บไซตต์ของสมาคมนักกลอนเป็นแหล่งเรียนรู้วิชาภาษาไทย ใครมีประสบการณ์ ความรอบรู้ด้านภาษาและวรรณกรรม ศิลปวัฒนธรรมไทยนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

ผู้แสดงความคิดเห็น นักเลงกลอน วันที่ตอบ 2008-05-26 23:00:42


ความคิดเห็นที่ 9 (1756034)

ชอบโคลงโลกนิติบทหนึ่งเกี่ยวกับของเล็กสี่อย่างที่ไม่ควรประมาท ได้แก่งูพิษตัวเล็ก พระราฃาเด็ก ไฟกองเล็ก จำได้แค่นี้ท่านใดมีข้อมูลรายละเอียดโคลงบทนี้ขอด้วยครับ ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น แฟนนักกลอน วันที่ตอบ 2008-05-26 23:03:36


ความคิดเห็นที่ 10 (1805806)
อยากให้มีโครงบทมากกว่านี้
ผู้แสดงความคิดเห็น นารูโตะ วันที่ตอบ 2008-07-22 16:19:10


ความคิดเห็นที่ 11 (1816709)

ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้

ผู้แสดงความคิดเห็น บีม วันที่ตอบ 2008-08-09 15:36:28


ความคิดเห็นที่ 12 (1816711)

ขอบคุณค่ะที่นำความรู้มาให้เรา

ผู้แสดงความคิดเห็น 12345678910 วันที่ตอบ 2008-08-09 15:38:40


ความคิดเห็นที่ 13 (2107711)

human extensions hair pieces that match the anime character you wigs Its just like your own hair so you will extension clips lace front.

ผู้แสดงความคิดเห็น millen (explorer-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-11 11:18:57


ความคิดเห็นที่ 14 (3840174)

 อ่อนหวานมานมิตรล้น เหลือหลาย 

หยาบบ่มีเกลอกราย เกลื่อนใกล้ 

ดุจดวงศศิฉาย ดาวดาษ ประดับเนา

สุริยะสองดาราไร้ เพื่อร้อนแรงแสง ตรงกับสพตรงกับสำนวน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น บีม วันที่ตอบ 2015-07-13 19:08:40


ความคิดเห็นที่ 15 (4208473)

 ขอบคุนค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น น้องฟ้า วันที่ตอบ 2017-08-27 10:40:25



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.