ReadyPlanet.com


ทำไมเปาบุ้นจิ้นจึงมีหน้าตาที่อัปลักษณ์ โดย ฑีพัตรยศ สุดลาภา


เปาบุ้นจิ้น ? ทำไมจึงมีหน้าตาอัปลักษณ์

ในสมัยแผ่นดินซ้องแห่งประจีน มีสามีภรรยาคู่หนึ่งมีอาชีพทาง ทำนา และค้าขาย เล็กๆ น้อยๆ ชายสามีชื่อว่า “เปาหวาย” ภรรยาชื่อว่า “ลีสี” ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนเล็ก มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ ใบหน้าดำ ดวงตาโปน ขนคิ้วดำยาว ใบหน้าบึงตึงดุดัน แต่หามีใครรู้ไม่ว่าภายในดงใจอันน้อยๆ นั้นเต็มไปด้วยใจอันสะอาดบริสุทธิ์ มีเมตตาปราณี และซื่อสัตย์ยุติธรรม ซึ่งหามีใครมองเห็นไม่ ผิดกับรูปร่างอัปลักษณ์ภายนอกหามีแก่นสารไม่

บิดาให้ชื่อว่า “เปาบุ้นจิ้น “ ตามแซ่ของบิดาคือแซ่เปา เมื่อตอนที่เปาบุ้นจิ้นเกิดนั้น ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ ศาลสถิตย์ยุติธรรมในแผ่นจีนทั่วทั้งขอบขัณฑสีมาเกิดอาเพทสั่นสะเทือนคล้ายกับแผ่นดินไหว ปรากฎการณ์บนท้องฟ้าอาทิตย์ทรงกรดเมฆบดบังแสงสุรีย์ มีพายุพัดกระโชกโหมกระหน่ำ ตามศาลสถิตย์ยุติธรรมทั่วๆไปอากาศมืดสลัวไปทั่วแต่ปลอดโปร่งเย็นสบาย เหตุอัศจรรย์ครั้งนี้เป็นไปชั่วครู่ชั่วยามก็สงบ อากาศเริ่มแจ่มใจท้องฟ้าปลอดโปร่งปราศจากเมฆหมอก คล้ายกับเป็นรางสังหรณ์ว่าแผ่นดินซ้องเริ่มเข้าสู่ความยุติธรรม ยุคความอยุติธรรมเริ่มเสื่อมคลายหายไปทีละน้อย

เพราะความอัปลักษณ์ของเป้าบุ้นจิ้นนี่เองทำให้เปาหวายและลีสีบิดามารดาบังเกิดเกล้าไม่อยากเลี้ยงดูเขาไว้ หาว่าอาภัพโชค เสนียดจัญไรแก่ครอบครัวจนพี่สะใภ้คนโตของเปาบุ้นจิ้นเกิดความเวทนาสงสารน้องคนเล็กของสามี จึงนำมาเลี้ยงไว้ โดยให้ดูดนมของนางคู่กับบุตรชายของนางซึ่งชื่อว่า “เปาเหมียน” ซึ่งเปาเหมียนก็เป็นหลานชายของเปาบุ้นจิ้น เปาบุ้นจิ้นมีศักดิ์เป็นอาเพราะเป็นน้องชายคนเล็กของบิดาเปาเหมียน

เปาบุ้นจิ้นเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องมาตั้งแต่เยาว์วัย อาหลานทั้งสองต่างเติบโตมากับเต้านมของแม่นมคนเดียวกัน ศึกษาเล่าเรียนวิชามาด้วยกัน เมื่อเจริญวัยเป็นหนุ่มขึ้นมา เปาบุ้นจิ้นสอบได้ตำแหน่งจอหงวน แต่แล้วต้องถูดถอดเพราะหน้าตาอัปลักษณ์ของเขา ไม่เป็นที่พึงพอพระทัยของพระเจ้าแผ่นดินนั่นเอง ต่อมามีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งช่วยเหลือสนับ สนุน ให้เขาได้มีโอกาสรับราชการ สนองพระเดชพระคุณของแผ่นดินเรื่อยมา

เปาบุ้นจิ้นและเปาเหมียนอาหลานทั้งสองต่างก็ได้รับราชการด้วยกันทั้งคู่ เปาบุ้นจิ้นได้ตำแหน่งเป็นข้าหลวง ส่วนเปาเหมียนได้รับตำแหน่งเป็นนายอำเภอ นับว่าเป็นบุญวาสนาของเปาบุ้นจิ้น สูงส่ง กว่าเปาเหมียนหลานชาย ตำแหน่งข้าราชการก็เปรียบเสมือนหนึ่งผู้บังคับบัญชากับใต้ผู้บังคับบัญชานั่นเอง ถึงแม้เปาบุ้นจิ้นจะกินนมของพี่สะใภ้ และพี่สะใภ้ให้ได้การเลี้ยงดู ให้การศึกษาอย่างดีจนได้รับราชการตำแหน่งเป็นข้าหลวงต่างพระเนตรพระกรณ์ก็ดี กระนั้นเมื่อเปาเหมียนหลานชายลูกของพี่สะใภ้ทำผิด เปาบุ้นจิ้นไม่ยอมช่วยเหลือหลานชาย ตัดสินด้วยความยุติธรรมและเที่ยงธรรมลงโทษผู้กระทำความผิดตามโทษานุโทษ

เขาสั่งลงทาประหารประหารชีวิตเปาเหมียนหลายชายู้เป็นนายอำเภอและเป็นบุตรชายของพี่สะใภ้ ผู้ที่เลี้ยงดูเขามาจนเจริญเติบโตทั้งร่างกายและสติปัญญา โดยถือว่าหน้าที่ราชการงานของแผ่นดินสำคัญกว่าวงศ์วานว่านเครือ เหตูการครั้งนั้นจึงเป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วแผ่นดินซ้อง

เปาบุ้นจิ้นเป็นคนรักความยุติธรรม รักในความซื่อสัตย์ เป็นบุคคลชอบค้นหาเหตูผลในการตัดสินคดีความได้อย่างเที่ยงธรรมที่สุด มิได้เห็นแก่หน้าใครๆทั้งสิ้น จึงเป็นที่หวั่นเกรงของเหล่าบรรดาผุ้ทุจริตคิดมิชอบทั้งปวง ไม่ว่าประชาชนคนนั้นจะเป็นประชาชนหรือข้าราชการเปาบุ้นจิ้นไม่เคยคิดที่จะปกปิดหรือช่วยเหลือข้าราชการด้วยกัน ยิ่งถ้าเป็นข้าราชการด้วยกันแล้วถือว่าเป็นความผิดอย่างมหันต์เพราะใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการไปในทางที่ผิด ใครทำผิดแล้วล่ะก็เขาจะพิจารณาลงโทษไปตามตัวบทกฎหมาย ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นเชื้อพระวงศ์หรือสามัญชน ดังนั้นเขาจึงเป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญแก่ผู้ประพฤษติชอบทั้งหลายทั่วทั้งแผ่นดินซ้อง

อดีตชาติกำเนิดของเปาบุ้นจิ้นนั้นเป็นผู้ที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงามเป็นสง่าราศรี เป็นดาวเทพอยู่บนสรวงสวรรค์ เป็นบริวารของเง็กเซียนห้องเต้ และเป็นดาวเทพที่ทรงไว้ด้วยความยุติธรรม มีชื่อว่า ดาวบุ๋นเข็กแซ คู่กับดาวบ็เข็กแซ ผู้ที่มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ ทรงไว้ด้วยความกล้าหาญ ดังมีเรื่องเล่าว่าดังนี้

ในสมัยแผ่นดินซ้อง ซึ่งมีพระเจ้าซ้องจินจงฮ่องเต้ครองราชสมบัติอยู่นั้น ทางหัวเมืองชายแดนเกิดความกระด้างกระเดื่อง เนท่องจากการปกครองของพวกขุนนางกังฉิน มีการช่อราษฎร์บังหลวง กดขี่ข่มเหงอาณาประชาราษฎร์ ขาดความเอาใจใส่ดูแล ราษฎรไม่ได้รับความยุติธรรมเมื่อมีคดีความเกิดขึ้นคนร่ำรวยถึงแม้จะเป็นฝ่ายผิด ก็กลายเป็นฝ่ายถูก เพราะพวกขุนนางกังฉินตักตวงเอาผลประโยชน์ ผลคดีก้กลับกลายเป็นฝ่ายถูก คนจนต่างก็ได้รับความทุกทรมาร จนเกิดระส่ำระส่ายไม่เป็นอันทำมาหำกิน พวกขุนนางกังฉินก็ต่างรีดนาทาเร้นเก็บเอาภาษีของราษฎรเอาไปตามใจชอบ ถ้าใครไม่มีให้ก็จะถูกกักขังทรมาร จนถึงประหารชีวิต จึงเกิดการจราจลบ้านแตกสาแหรกขาด แบ่งพรรคแบ่งพวก ซ่องสุมผู้คน เกิดรบพุ่งฆ่าฟันกันล้มตายลงเป็นอันมาก ราษฎรต่างก็ได้รับความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า

ทางเมืองหลวงจัดส่งกองทัพไปปราบปราม แต่กองทัพก็กลับไปเข้ากับขุนนางกังฉิน มีการเพ็ดทูลฮ่องเต้ในเรื่องร้ายๆ แต่กับกลายเป็นเรื่องดีเสียนิ การช่อราษฎร์บังหลวงมีอยู่ทั่วๆไปในทุกๆมุมเมือง องค์ฮ่องเต้ก็จนพระทัยมิรู้ที่จะทรงปราบปรามอย่างไร เพราะพวกขุนนางกังฉินมีมาก ต่างคนต่างแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตนเอง ใตรจะเดือดร้อนอย่างไรไม่คำนึงถึง ขอให้ตัวเองและพรรคพวกได้รับผลประโยชน์เข้าไว้เป็นดี แผ่นดินซ้องในระยะนี้จึงเกิดกลียุคขึ้น หาขุนนางตงฉินซื่อสัตย์ความยุตติธรรมแทบไม่มีเหลืออยู่ เพราะถูกขุนนางกังฉินกลืนทีละคนสองคนจนแทบจะหมดทั้งแผ่นดิน

พระเจ้าซ้องจินจงฮ่องเต้จึงตรัสเรียกประชุมประมุขอำมาตย์ นักปราชญ์ราชบัณฑิต โหราจารย์ประจำราชสำนักเพื่อทรงปรึกษาหารือในในราชการแผ่นดิน ในที่ประชุมจึงกราบทูลแนะนำให้พระองค์ทรงทำการบวงสรวงเทพยดาเง็กเซียนฮ่องเต้เป็นผู้เป็นใหญ่ในสรวงสวรรค์ พระองค์จึงทรงจัดให้ทำพิธีบวงสรวงเง็กเซียนฮ่องเต้ขึ้น และพระองค์จึงทรงอธิฐานขอให้ทรงมีขุนนางที่ซื่อสัตย์ประกอบด้วยสติปัญญาความรู้มาช่วยทำนุบำรุงแผ่นดินจากเง็กเซียนฮ่องเต้ผู้ที่อยู่ในสรงสวรรค์

เง็กเซียนฮ่องเต้จึงร้อนอาสน์ สอดส่องทิพเนตรดูเหตุร้ายก็แจ้งในพระทัยว่าพระเจ้าซ้องจินจงฮ่องเต้ปราถนาและอธิฐานในสิ่งใด เง็กเซียนฮ่องเต้ก็ทรงจัดหาให้ตามพระราชประสงค์มี่ทรงอธิฐานไว้

เง็กเซียนฮ่องเต้จึงมีจึงมีเทวบัญชาตรัสหาเทพยดาดาวบู๋เข็กแซ ผู้ที่มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์เข้าเฝ้าโดยด่วน เพื่อทรงแจ้งความอธิฐานของพระเจ้าซ้องจินจงฮ่องเต้ทราบ และเพื่อให้เป็นไปตามดวงชะตาเทวลิขิต ให้เทพยดาดาวทั้งสอง ลงมาจุติในโลกมนุษย์ เทพดาดาวบุ๋นแซ ให้ได้ชื่อว่า “ตี้ชิง” เพื่อช่วยราชการทำนุบำรุงแผ่นดินพระเจ้าซ้องจินจงฮ่องเต้สืบไป

ฝ่ายเซี่ยงแซไต้ตี ที่ปรึกษาได้ทูลกับเง็กเซียนฮ่องเต้ว่า “ ข้าพระองค์เห็นว่า พระองค์ทรงให้ดาบุ๋น และดาว บู้ ทั้ง ๒ ลงไปจุติในโลกมนุษย์นั้นชอบอยู่ แต่ข้าพระองค์ยังมีข้อกังขาอยู่เล็กน้อย พระเจ้าค่ะ

“ท่านมีข้อกังขาสิ่งใดหรือ ไต้ตี่ จงบอกเรา” เง็กเซียนฮ่องเต้ ตรัสถามด้วยความแครงพระทัย

ไต้ตี่ จึงได้ทูลตอบว่า

“ดาว บู้เข็กแซนั้น หน้าตาอัปลักษณ์ถ้าลงไปจุติในโลกมนุษย์แล้วจะได้รับความทุกยากลำบาก ด้วยในขั้นต้นนั้น ดาวบู้เข็กแซยังมีเคราะห์กรรมติดตัวอยู่ เมื่อคนทั้งหลายเห็นหน้าตาอันอัปลักษณ์ของเขาแล้วจะพากันกลียดชังไม่มีใครอุปถัมภ์ค้ำชูให้พ้นจากความเดือดร้อนได้ ข้าพระองค์เห็นว่าควรเปลี่ยนศรีษะของดาวบู้เข็กแซ กับ ดาวบุ๋นเข็กแซเสีย ดาวบุ๋นเข็กแซนั้นหน้าตาสวยงามควรให้กลับกลายเป็นหน้าตาอัปลักษณ์ เมื่อมีความดีอยู่ในตัวแล้ว ถึงลงไปเกิดเป็นคนหน้าตาอัปลักษณ์อย่างไรแล้ว ก็คงไม่ได้รับความทุกยากลำบากนัก คงมีผู้สนับสนุนอุปถัมภ์ค้ำชูเป็นแน่แท้พระเจ้าค่ะ

เง็กเซียนฮ่องเต้ เมื่อได้ทรงฟังดังนั้นก็ชอบพระทัยและทรงเห็นด้วย จึงมีพระเทบัญชาให้เทพยดาจัดการเปลี่ยนศรีษะของดาวบุ๋นเข็กแซ กับ ดาวบู้เข็กแซสลับกลับกันเสีย แล้วจึงส่งมาจุติบนโลกมนุษย์ต่อไป ด้วยเหตุนี้แล “เปาบุ้นจิ้น”จึงมีหน้าตาอัปลักษณ์ดังที่เราท่านได้รู้ได้เห็นอยู่ทุกวันนี้ “ตี้ชิง” นั้นรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเอาการทีเดียวครับผม

 

ข้อมูลโดย ฑีพัตรยศ สุดลาภา

teapatyost341455@hotmail.com



ผู้ตั้งกระทู้ ฑีพัตรยศ สุดลาภา :: วันที่ลงประกาศ 2008-04-10 16:44:16


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.