ReadyPlanet.com


หายไปไหนกันหมด....


.

เมื่อก่อนนี้เวลาเข้ามาในเวปนี้ก็จะเห็นกระทู้ของท่านผู้มีอาวุโสของสมาคมนักกลอนผัดเปลี่ยนเวียนกันเข้ามาวางกระทู้ วันนี้ก็ท่านนี้บ้าง วันนั้นก็ท่านนั้นบ้าง วันโน้นก็ท่านโน้นบ้าง วันนู้นก็ท่านนู้นบ้าง ไม่ค่อยจะซ้ำหน้า แต่ละท่านอย่างน้อยก็สัปดาห์ละครั้ง อย่างมากก็ไม่เกินสัปดาห์ละสองครั้ง ท่วงทำนอง สีสรรค์ ก็แตกต่างกันไปตามแต่ลีลาของแต่ละท่าน ทำให้ได้ลิ้มชิมอรรถรสในรูปแบบต่างๆ ไม่ซ้ำรูปแบบ ช่วยประดับประทับประเทืองปัญญาให้แก่ผมเป็นอย่างยิ่ง

แต่ไม่ทราบว่าในขณะนี้ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ ทำไมไม่ยักจะค่อยเห็นลายมือลายลีลาในการร่ายกลอนของท่านอื่นๆ บ้างเลย ไม่ใช่ว่าจะไม่มีนะ แต่มีอยู่ไม่กี่ท่าน แล้วก็ไม่ค่อยจะเห็นลายมือเก่าๆ หลากหลายลายมือเหล่านั้นบ้างเลย

ผมก็ได้แต่คิดสรุปเอาเองว่า ท่านคงจะเห็นนักกลอนที่คงจะไม่ค่อยจะได้มีโอกาสโชว์ฝีมือกลอนได้แสดงฝีไม้ลายมือในการร่ายกลอนอย่างเอาเป็นเอาตาย ขนาดที่มีผู้ออกมาตักเตือนเอาตรงๆ นักกลอนผู้กระหายหิวรายนี้ก็หาได้สำนึก ยังคงตั้งหน้าตั้งตาวางกระทู้จนเปื้อนเปอะไปหมดทั้งเวป ท่านผู้อาวุโสของสมาคมฯ ก็คงจะเลยสงสาร ก็เลยเปิดโอกาสให้นักกลอนผู้กระหายหิวในการโชว์เพลงกลอนได้มีโอกาสแสดงฝีมือให้เต็มที่ละกระมัง

คิดถึงฝีไม้ลายมือของผู้อาวุโสในเชิงกลอน แล้วก็เอียนปานจะอ้วกกับกลอนดีๆ ที่ถาโถมวางลงมาปานว่าพรุ่งนี้จะตายจากโลกนี้ไปแล้ว จึงต้องรีบวางลงมาในเวปนี้วันละหลายๆ กระทู้จนรกไปหมด

เห็นด้วยกับท่านผู้ที่เคยออกมาตักเตือน สิ่งดีๆ มีค่า ถ้ามันมีมากมายเกินไปมันก็ไร้ค่า ท่านผู้กระหายหิวในการโชว์ลีลาคงจะลืมนึกไป หรือไม่ก็ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ท่านอุตส่าห์เรียงร้อย จึงได้เที่ยวหว่านเที่ยวโยนเล่นจนเวปนี้รกรุงรัง แล้วก็เลยไร้ค่าตามไปด้วย

เคารพในฝีไม้ลายมือในเชิงกลอนของท่านครับ แต่ถ้ามากเกินไป ไม่เปิดโอกาสให้ดวงดาวอื่นๆ ได้สาดแสงบ้าง ท่านนั้นแหละจะกลายเป็นผู้ไร้ค่าไป

คิดถึงลีลากลอนของผู้อาวุโสทั้งหลายที่หายไปครับ

ส.พิณแก้ว

.



ผู้ตั้งกระทู้ ส.พิณแก้ว :: วันที่ลงประกาศ 2012-06-27 18:15:02


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2283037)

“ใจเรา...ใจท่าน...ใจอคติ”

 

     ขอน้อมคารวะจากดวงจิต

ข้าผู้น้อยศิษย์มีครูผู้ต่ำช้า

ฝากจารแจงแถลงแก้กระทู้มา

เพียงหวังว่าโลกจรรโลงโคลงกวี

 

     ตั้งกระทู้เกลื่อนกลาดดูดาษดื่น

ย้อนวันคืนก่อนเก่ามาเล่าชี้

อันน้ำจิตมิตรน้ำใจผองไมตรี

ส.พิณแก้ว แลเห็นดีเป็นเยี่ยงไร

 

     พึงสำเหนียกเพรียกฟังเถิดนะท่านเอ๋ย

เปิดใจเผยมองอีกด้านจะดีไหม

เสือกลอนเก่าแมวกลอนใหม่ให้สิ่งใด

แล้วพื้นที่ตรงไหนไม่แบ่งปัน

 

     เพียงใจคิดอคติจริงไหมหนา

ท่านจารมาเราแต่งตอบย่อมสุขสันต์

หลากกระทู้เพียงเพื่อเชื่อมสายสัมพันธ์

หาเย้ยหยันหยามเหยียดเกียรติอันใด

 

     ทุกกานท์บทจรดจารสมานมิตร

ถ้อยลิขิตหลากเรื่องเล่าเข้าสมัย

โลกหมุนเวียนเปลี่ยนผันอยู่ร่ำไป

เหตุไฉนยังฝันเฟื่องประเทืองปัญญา

 

     น้อมจารถ้อยร้อยลิขิตนิมิตฝัน

อัศจรรย์คำขมสมปรารถนา

ทุกสิ่งอย่างสูญสลายตามเวลา

เพียงสักวันอาจเห็นค่าสิ่งที่มี

 

     โลกจรรโลงแต่งแต้มด้วยอักษร

ใยร้าวรอนตัดสัมพันธ์ฉันมิตรนี้

เปิดกระทู้เพื่อรับกว้างมิตรไมตรี

ใครจักดี ฤา จักเลวรู้แก่ใจ

 

     หมองปัญญานักแท้ ส.พิณแก้ว

ผู้ผ่องแผ้วนิลมณีศรีผ่องใส

แลดูเถิดวันเวลานานเท่าใด

เราคงเหลือสิ่งใดไว้แทนตน

 

คนนั้นเน่ากานต์หาเน่าหรอกเจ้าจ๋า

จำนรรจาข้าผันเปลี่ยนทุกวันหน

อย่ายกจิตอันหมองมัวมาหยามคน

สัปดนมิพ้นตัวชั่วในดี

 

     ดินผืนนี้ก็ยอมรับนับทุกศพ

ฝังสยบสู่เบื้องบาทใต้วิถี

จารจารึกเพียงคุณงามตัวเรามี

ปฐพีที่แห่งใดไม่รับเรา

 

     น้อมคารวะปุจฉาท่านสามข้อ

อ้อนวอนขอ ส.พิณแก้ว โปรดผู้เขลา

กานท์ประเทืองปัญญาพาขัดเกลา

ยกสักบทเถิดเจ้าพี่ชี้เมตตา

 

     สองท่านคงเคยหลงวัดบ้างซิหนอ

ก้มกราบขอสิ่งอันใดที่ใฝ่หา

สวดอ้อนวอนหวังพึ่งพระปฏิมา

ถามหน่อยว่าตาถ่องแจ้งแสงชีวี

 

     อีกข้อสามถามเถิดหน่อยขอรับ

ใครกันครับห้ามใครไม่จารชี้

ทุกท่านหวังคอยแต่งเติมเสริมพาที

โลกกวีต้องมัวหมองหรือไงกัน

 

ท้ายสุดขอน้อมดวงจิตคารวะ

หนุ่มมานะ ส.พิณแก้ว ผู้โศกศัลย์

ปุจฉาแลวิสัชนาเถิดเกิดรำพัน

โคลงกานท์ฉันขอขมาด้วยเมรัย

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-06-27 21:41:28


ความคิดเห็นที่ 2 (2283038)

“เปิดใจคือแบ่งปัน”

 

ร้อยเรียบเรียงเรื่องราว

ก่อนกล้าก้าวกาศกู่ก้อง

เพลงพิณพวกเพื่อนพ้อง

ส่องสืบสานสู่สุขสรวง

 

เย้ยหยันหยามเหยียบย่ำ

ห้ามห้ำหั่นแห่งห้องห้วง

บอดบ้าบุกบาศบ่วง

โลกลืมเลือนล่วงลับลา

 

ศรศิลป์เศร้าโศกศัลย์

เสือสร้างสรรค์สุขสมสา

ซมโซเซซานซ่า

เย้ายวนยิ่งยียวนใจ

 

หมิ่นหยามงามอักษร

ช่างร้าวรอนอุบาทว์ไซร้

กานต์ปักรักพิไล

ไฉนใครย่ำศักดิ์ศรี

 

อึ่งอ่างหาเท่าวัว

แต่หากลัวราชสีห์

เพียงรักมิตรไมตรี

สืบต่อกานต์สายสัมพันธ์

 

เดินหนีทางย่ำเดิน

หลีกเผชิญยิ่งโศกศัลย์

เสือกลอนนอนรำพัน

สู่แดนฝันวิมานสรวง

 

ท่านเป็นหนึ่งไม่สำแดง

ฤ เสแสร้งแกล้งรักลวง

แบ่งปันใจทุกดวง

ร่วมบรรเลงเพลงอักษร

 

นอนหลับเหมือนทับสิทธิ์

เพียงชีวิตใครลิดรอน

ไขดานประตูกลอน

แห่งห้องใจอันคับแคบ

 

เปิดรับกับมิตรใหม่

เชื่อมสายใยไม่เจ็บแสบ

ขี้เถ้าจากขี้แกลบ

ก่อแรงรักไทยทุกคนฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-06-27 21:43:18


ความคิดเห็นที่ 3 (2283039)

 เข้าใจทุกท่านครับ...

มีข้อเสนออย่างหนึ่งให้เวบมาสเตอร์พิจารณาครับ จะเป็นไปได้ไหม ที่จะปรับกระทู้ให้เด้งขึ้นมาเวลามีการอัพเดตโดยอัตโนมัติเหมือนเวบอื่นเขา คราวนี้สมมติีมีคนที่ลงกระทู้แล้วคิดว่าจะลงบ่อยๆ ก็ให้ลงแต่กระทู้ของตัวเองกระทู้เดียว เวบบอร์ดก็จะไม่ถูกกระจายให้ดูเลอะเทอะรวมทั้งกลอนดีๆที่เคยถูกเบียดให้ตกขอบไปก็อาจจะเด้งกลับขึ้นมาหน้าแรกอีกได้ ถ้ามีคนสนใจย้อนกลับไปอ่านและคอมเม้นต์มันขึ้นมา...

ผมว่าวิธีนี้น่าจะเป็นวิธีที่ดี และรักษาน้ำใจของทุกฝ่ายด้วย รวมทั้งจะได้มีโอกาสดึงบทกวีดีๆจากนักกลอนระดับอาวุโสให้มีโอกาสเด้งคืนกลับมาสู่หน้าแรกๆเพื่อให้คนอ่านได้มีโอกาสเสพและศึกษาผลงานชิ้นงามๆที่มีอรรถรสได้ด้วย

เป็นคนหนึ่งที่อยากให้เวบบอร์ดนี้ เป็นเวบบอร์ดที่มีสีสันและงดงามเปี่ยมคุณค่าด้วยเช่นกัน จึงขออนุญาตเสนอแนวคิดนี้ให้พิจารณาครับ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กระบี่ใบไม้ (rainny4111-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-06-27 21:44:03


ความคิดเห็นที่ 4 (2283053)

น้อมจิตคารวะทุกท่าน 

 

 ตลอดสามสี่เดือนที่ผ่านมา ข้าผู้น้อยจะเอาเวลาย้อนกลับไปอ่านกระทู้ต่างๆตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อติดตามทั้ง

เก่าและใหม่ หากใครใคร่จะศึกษาจริง ต้องใส่ใจที่จะทบทวนสิ่งที่ผ่าน ถ้าท่านใดคิดว่าบทประพันธ์ใด

ประทับจิตประทับใจ ก็คัดลอกไปติดไว้อ่านเถิด ต้องขอบคุณเว็บมาสเตอร์เปิดโอกาสให้ทุกท่านได้ลงผล

งานโดยไม่จำกัดกระทู้ที่โพสต์ ศิลปินย่อมมีวันดับตามวัยและสังขาร หากท่านไม่เปิดโอกาสให้ผู้ผ่านมา

ลงงานหรือจำกัดการแสดงออกของแต่ละคนที่จะนำผลงานเสนอ จะเป็นการแสดงถึงใจที่คับแคบไปหรือ

เปล่า ทุกคนที่นำผลงานมาลงก็เพียงเพื่อสานสายสัมพันธ์แห่งผองรักอักษรกันทั้งนั้น เรากับท่าน เรียน

ก-ฮ เหมือนกัน เรียน ะ - ฦา เท่ากัน เพียงแต่การเรียงร้อยอาจจะต่างกันตามวิถีทางเดินชีวิตแต่ละคนที่มี

ต่างจินตนาการ การดูถูกเหยียดหยามผลงานของผู้อื่น โดยส่วนตัวผู้น้อยแล้วมิได้ข่มขืนอันใดเลยสักนิด

แต่กับคนอื่นอันนี้ผู้น้อยไ่ม่ทราบ และพื้นที่ตรงนี้เว็บมาสเตอร์ก็ไม่กีดกั้นใคร ทุกคนมีสิทธิ์ใช้กันอยู่แล้วนี่

เพราะเราเป็นคนไทย รักภาษาไทยเหมือนกัน รักกานท์กวีเหมือนกัน ใยต้องแสดงอาการหยามหมิ่นคนอื่น

กันเล่าขอรับ เปิดหัวใจท่านเถิด โลกมันกว้างนัก อย่าอยู่แค่จินตนาการแห่งวิมาน แต่โดดออกมานอก

กรอบกันบ้าง สังคมเราอย่ายึดติดแค่ตัวบุคคลหรือผลงาน จนลืมมองดูว่ายังมีอีกหลายคนที่สนใจ โลกกวี

ไม่ได้มีดีแค่จินตนาการแต่มันก็ต้องคงคู่กับความจริง  

 

ไม่มีใครเก่งเกินใคร เพียงแต่ใครจะเปิดใจกว้างกว่ากัน

ไม่มีใครเขียนดีกว่าใคร เพียงเพราะใจต้องการเขียนหมือนกัน

ไม่มีใครสร้างสรรค์กว่าใคร เพียงเพราะต่างคนต่างใจต่างมุมมอง

ไม่มีใครดีเลวกว่าใคร เพียงเพราะใครต่างเดินต่างครรลองต่างวิถี

ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าใคร เพียงเพราะทุกคนต่างตั้งใจทำในสิ่งที่ต้องการเหมือนกัน

เอาอะไรมาตัดสินดีเลว เอาอะไรมาตัดสินจรรโลงใจที่สุด อักษรร้อยเรียงร้อยเรื่อง

แต่ใจคนจะเลือกอ่านสักกี่เรื่องเล่า "ละครไทยยังน้ำเน่าแต่ก็ยังเคล้าคติเตือนใจ เพียงแต่เราเลือกมอง"

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

"ทรชนบ้านนอก"

  

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-06-27 22:42:42


ความคิดเห็นที่ 5 (2283058)

 เรียน อาจารย์ ส.พิณแก้ว ที่เคารพครับ

                ในฐานะที่เป็นผู้ร่วมใช้เวบบอร์ดสาธารณะด้วยเช่นกัน ผมเข้าใจและมั่นใจในความปราถนาดี ของอาจารย์ที่ได้กรุณาตักเตือนมายังผู้ใช้บริการพื้นที่สาธารณะ ณ ที่แห่งนี้ในบางราย และผมเองก็เชื่อว่าผู้ที่ถูกตักเตือนนั้นคงจะเข้าใจและจิตใจเปิดกว้างพอที่จะนำคำตักเตือนนั้นไปพิจารณาได้ในระดับหนึ่ง

                ในฐานะที่ผมเองก็เป็นนักเขียนรุ่นใหม่ ถ้าจะเปรียบป่าอักษรที่กว้างใหญ่แห่งนี้ ที่มีนักเขียนอาวุโสเป็นไม้ใหญ่แห่งป่า นักเขียนอย่างพวกผมก็คงเป็นไม้เล็กไม้น้อย ที่พยายามเติบโตประดับป่าอักษรให้สมบูรณ์ในอนาคต แต่ในการเติบโตของไม้เล็กอย่างพวกผมนั้นก็ต้องการพื้นที่ในการหยั่งรากลึกลงด้วยเช่นกัน อาจจะมีบ้างที่จะไม้เล็กไม้น้อยที่แคระแกรนหรือวัชพืชที่ขี้เหร่ผสมปนเปอยู่ด้วย(เพื่อความสบายใจขอสมมติตัวผมเองเป็นวัชพืชก็แล้วกัน) แต่วัชพืชเหล่านั้นก็ยังอาจมีหวังที่จะเติบโต และอยากขอมีส่วนร่วมแบ่งปันชีวิตเล็กๆในป่าอักษรอย่างมีความสุขร่วมกันกับไม้ใหญ่แห่งนี้บ้าง

              ผมมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งครับอาจารย์ ว่าการที่นักกลอนอาวุโสหลายๆท่านดูห่างหายจากเบบบอร์ดแห่งนี้ไป คงไม่ใช่เพราะความเบื่อหน่ายหรืออึดอัดอะไรหรอกครับ แต่ท่านเหล่านั้นยังคงเฝ้ามองอยู่ ด้วยจิตใจกว้างขวางและมีจิตเมตตา จึงเปิดโอกาสให้ไม้เล็กไม้น้อยอย่างพวกผมได้หยั่งรากลงพื้นที่สาธารณะให้งดงามบ้างเพื่อเป็นกำลังแห่งป่าในอนาคต

              ผมไม่ทราบว่าอาจารย์รู้สึกเหมือนผมรึเปล่าครับ ว่าเวบบอร์ดแห่งนี้ ในระยะหลังๆ มีไม้เล็กไม้น้อย พากันชูช่อ แตกดอกระบัดใบมากมาย มีความหลากหลายทั้งไม้ใหญ่ไม้เล็ก สมบูรณ์กว่าป่าเล็กๆที่มีไม้ใหญ่คอยผลิดอกออกผลให้ชื่นชมไม่กี่ต้นเหมือนเมื่อก่อนมากมายนัก

              ในฐานะไม้เล็กๆอย่างผม การที่มีไม้ใหญ่แผ่ร่มรำไรปกคลุมให้พ้นจากความร้อนแรงแห่งแสงตะวัน บนพื้นที่ที่ผู้อาวุโสกับผู้น้อยมีความเกื้อกูลและเอื้ออาทรณ์ แบ่งปันพื้นที่แห่งความสุขร่วมกัน มันมีความหมายมากมายกว่าเป็นไม้แคระที่อยู่ดายเดียวในกระถางมากมายนัก

             ขอความกรุณาอย่าเบียดขับพวกเราออกจากป่าไปเลยนะครับ พื้นที่ในป่าอักษรเองก็ไม่ได้กว้างใหญ่ไพศาลกระไรนัก พื้นที่ในป่ากวียิ่งเหลือน้อยยิ่งกว่า พวกเราก็ยังอยากจะเติบโตและงดงามให้ยิ่งกว่านี้ ร่มเงาจากกิ่งก้านสาขาของอาจารย์เองก็กว้างใหญ่มิใช่น้อย พวกเราอยากจะหวังร่มเงาจากอาจารย์บ้างคงไม่รบกวนมากมายเกินไป

 

              ด้วยจิตใจที่มุ่งหวังมิตรไมตรีจากป่าอักษร

   

              กระบี่ใบไม้

 

 

 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กระบี่ใบไม้ (rainny4111-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-06-27 22:55:47


ความคิดเห็นที่ 6 (2283061)

  เรียนท่านสมาชิกทั้งหลายครับ...

ผมเองก็เป็นน้องใหม่ในวงการนี้ มีความเห็นสอดคล้องกับท่านกระบี่ใบไม้เช่นกัน สังเกตดูจริงอยู่ในระยะหลังๆมานี้นักกลอนอาวุโสหลายท่านเพลาๆมือลงไปมาก แต่ก็คิดว่าท่านเหล่านั้นก็คงยังไม่ทอดทิ้งเสียเลยทีเดียว จะเห็นว่ามีนามแฝงแปลกๆเข้ามาเยี่ยมเยียนวนเวียนอยู่บ้าง ส่วนหนึ่งตามความเข้าใจของผมเองคิดว่าน่าจะเป็นนักกลอนเก่าที่ท่านไม่อยากเผยตัวจับจองพื้นที่มากนักก็เป็นได้ ท่านเหล่านั้นก็คงเปิดโอกาสให้คลื่นลูกใหม่อย่างพวกเราได้ใช้เวทีนี้บ้างตามสมควร นานๆครั้งท่านอาวุโสก็ลงมาเล่นกับพวกเราด้วย ผมว่าบรรยากาศอย่างนี้ก็ดีไปอย่างนะครับ ในขณะเดียวกันพวกเรารุ่นใหม่ๆ หน้าใหม่ก็พยามดูแลกันเองอยู่แล้วครับ บางกระทู้จึงมีลักษณะเขียนหยิกแกมหยอกกันบ้าง แซวกันบ้าง ติติงกันบ้างแบบเปิดเผยก็มี ตามประสาเพื่อนรุ่นเดียวกัน ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนี่ครับ พวกเราก็เขียนต่อกันมาได้โดยตลอด..ผมว่าอย่าคิดอะไรเลยเถิดไปมากกว่านี้เลยครับ.

ผู้แสดงความคิดเห็น สุภาพชน คนในเมือง วันที่ตอบ 2012-06-27 23:35:51


ความคิดเห็นที่ 7 (2283095)

 

อันป่าดงพงพีนี้กว้างใหญ่
หลากพันธุ์ไม้หลายชนิดชิดภูเขา
บ้างใหญ่โตมโหฬารแต่นานเนา
บ้างอ่อนเยาว์หวังรอดแตกยอดใบ
บ้างก็เลื้อยเลาะเลี้ยวเกี่ยวพันต้น
บ้างโตพ้นผิวน้ำลำธารใส
บ้างดูรกปกคลุมเป็นพุ่มใบ
บ้างอาศัยคาคบอยู่คู่ทางเดิน

ล้วนมากมายหลายหลากยากจะนับ
โตสลับมองเห็นเป็นผิวเผิน
ย่อมพึ่งพาอาศัยให้เจริญ
ไม่ขาดเกินกลมเกลียวหนึ่งเดียวกัน
ป่าอักษรกลอนกวีนี้ก็เหมือน
สถานเพื่อนพี่น้องจำลองฝัน
ผ่านกลอนบทรจนาสารพัน
ร่วมแบ่งปันตามสามารถที่ขาดเกิน

ในฐานะผู้มาใหม่ ผมเห็นว่าการเปิดโอกาสเป็นสิ่งที่ดี และการน้อมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นก็ย่อมเป็นสิ่งที่ควรอย่างยิ่งเหมือนกัน  จึงอยากเห็นผู้มาใหม่ทุกท่าน รวมทั้งผมเอง  สามารถมีพื้นที่ร่วมกันจรรโลงความงามทางบทกวีให้ปรากฏแก่ชนรุ่นหลัง ตามสมควรแก่ความสามารถและกำลังสติปัญญาอันพึงจะพัฒนาไปได้  ทั้งยังคงอยากให้ผู้อาวุโสให้คำชี้แนะเพื่อการดำรงความสามารถในเชิงภาษา ทั้งในด้านความหมายและฉันทลักษณ์ให้เป็นแบบอย่างที่ดีไว้ เพื่อความรู้แก่ทุกคนผู้สนใจอนุรักษ์บทกวีของไทย   

ปล.  ความแตกแยกในสังคม มีให้เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน   ผมเองหวังพึ่งพาอาศัยพื้นที่นี้เป็นที่พักใจจากความวุ่นวายทั้งหลาย  มิปรารถนาจะเห็นความขัดแย้งอันเกิดจากอัตตาของตนเอง บนพื้นที่ที่ควรแก่การสร้างสรรเช่นนี้เลย   ด้วยความเคารพในความคิดเห็นของทุกท่านอย่างยิ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น ปุณณมี วันที่ตอบ 2012-06-28 08:37:11


ความคิดเห็นที่ 8 (2283239)

 

     คำติฉินนินทาเมื่อปรากฏ

ย่อมสลดหดหู่อยู่ไม่หาย

ถึงสิ้นเสียงเพียงลมปากยากจะคลาย

ย่อมอับอายขายหน้าพาหมางเมิน

     หากอ่อนน้อมถ่อมตนยามคนหมิ่น
แม้ได้ยินยังอดทนคนสรรเสริญ
หากตอบโต้ด้วยโทสะจะก้ำเกิน

แม้เขาเมินก็จงน้อมประนอมตน
     ด้วยความเห็นเป็นไปได้ทุกแง่
ย่อมแล้วแต่ความคิดผลิตผล

แม้คิดต่างไม่อย่างเขาเราต้องทน
ให้ได้ยลจนเข้าใจใช่เฉยเมย
     เอาใจเขาใส่ใจเราดั่งเขาว่า
ควรศึกษาอย่างอดทนจนเฉลย
ว่าแท้จริงทุกความคิดไม่ผิดเลย
เราอาจเคยพบมาบ้างต่างประเด็น
     รู้อภัยอโหสิดำริชอบ
รู้กล่าวขอบคุณคนจนเขาเห็น
รู้สำนึกความผิดพลาดเราอาจเป็น
รู้บำเพ็ญก็เย็นใจไร้อัตตา

 

ด้วยความเคารพและปรารถนาดีต่อทุกครูอาจารย์ และเพื่อนทุก ๆ คนนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ปุณณมี วันที่ตอบ 2012-06-28 17:19:29


ความคิดเห็นที่ 9 (2283259)

สวัสดีอาจารย์ทุกท่านครับ

สวัสดีอาจารย์ส.พิณแก้วด้วยครับ สบายดีไหมครับ อาจารย์เองก็หายไปนานเหมือนกันนะครับ

ความจริงผมเข้าเวบเกือบทุกวันเข้ามาอ่านนู้นอ่านนี่ไปเรื่อย แต่ไม่ได้โพสอะไรเท่านั้นเองครับ ยกเว้นวันที่ผมเอางานมาลงก็จะตามไปแสดงความคิดเห็นของคนอื่น ทั้งที่อ่านมาแล้วและอ่านใหม่ ทั้งนี้เพราะผมใช้แอร์การ์ดในการเชื่อต่อสัญญาณอินเทอร์เนต จะโพสจะเขียนอะไรลงไปก็รำคาญ เดี๋ยวช้า เดี๋ยวล่ม....ทรู มูฟ ไฮ สปีดดดดด!! ตัวดี

หวังว่าอาจารย์ทุกท่านคงสบายดีกันนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น รัตนโกสินทร์ศก วันที่ตอบ 2012-06-28 20:29:49


ความคิดเห็นที่ 10 (2283299)

             “คำติฉินนินทาคือชม”

          

         คำติฉินนินทาเมื่อปรากฏ

ข้าผู้น้อยหาสลดคำติฉิน

น้อมคำนับรับฟังถ้อยค่อยยลยิน

ผ่องโสภิณสารจารแจงแถลงเตือน

 

         น้อมดวงจิตขอขมาล่วงพาที

ข้าน้อยนี้หาได้มีใจเชือดเฉือน

คำสั่งสอนทุกท่านครูมิลืมเลือน

ดุจเสมือนเพื่อนร่วมทางล่องนำพา

 

           แต่แสลงคำหนึ่งคำช้ำยิ่งนัก

สุดกระอักกระอ่วนเป็นหนักหนา

ข้าผู้น้อยเกือบหมดสิ้นความศรัทธา

เพียงคำว่าอ้วกใส่กานท์พาลข้องใจ

 

     แม้รังเกียจเหยียดหยามคนไม่เคืองจิต

แต่ที่ผิดเกลียดอักษรวอนสงสัย

เลือกที่รักมักที่ชังฤาเยี่ยงไร

เหตุไฉนใยเคืองคนต้องโทษกานท์

 

     อันตีวัวกระทบคราดไม่ดีดอก

ผู้ช้ำชอกหาใช่วัวตัวสงสาร

อย่าหยามเหยียดเกลียดอักษรเลยอาจารย์

แม้พบพานศิษย์คราใดอภัยที

   

   ข้าผู้น้อยมารขี้เหล้าเมาทุกวัน

ใจสุขสันต์ฝากลิขิตแถลงชี้

เมาทั้งรักเมาคำกลอนอ้อนนารี

ซึ้งไมตรีทุกท่านครูผู้งดงาม

 

         กาลครั้งหนึ่งทุกท่านครูผู้ชี้แนะ

ข้องเกี่ยวแวะ“กระบี่ใบไม้ค่อยไถ่ถาม

ภูสุภาวิหคน้อยลอยลมตาม

สุภาพชนเยือนทุกยามล้ำวจี

 

     เงาเวลาเอ่ยว่าเหงาดาวกระพริบ

พราวระยิบ ราชาวดีนี้ถ้อยถี่

ถึงคุณ หนึ่งซึ้งคุณสองต้องพาที

หลากล้วนมีสายสัมพันธ์ฉันและเธอ

 

   น้อมดวงจิตศิษย์รักราศีพิจิกแท้

ผู้แน่วแน่กล้าชี้ทางสว่างเสมอ

แม้นานครั้งต้องพบรักประจักษ์เจอ

เพียงท่านเผลอหลงรักนางโออิเอย

 

     อีกท่านครูไวกูณฐ์ มาลาไทย

ผู้ผ่องใสใจจิตมิคิดเฉย

หนึ่งถึงสิบก่อนเก่ายังคุ้นเคย

โอ้ละเหวยล่าสุดคณิตตรา

    

      งามเป็นหนึ่งซึ้งใจแท้ ร.ศ.ศก

ครูผู้งกเฝ้าอดออมถนอมหา

หวังเก็บเบี้ยบ่เสียทรัพย์ที่หามา

อาจารย์จ๋าหยอกพาทีมีเฮฮา

 

   ปุณณมณีผู้สร้างสะพานธรรม

สุขลึกล้ำก้าวข้ามผ่านอย่างหรรษา

สู่นิพพานสานต่อจำนรรจา

แสงธรรมพาเราทุกคนหลุดพ้นภัย

 

     หลากหลายผู้ผ่านทางวางจารชี้

ซ่อนนามนี้เพียงหวังให้ไม่สงสัย

บรมครูกานท์อักษรงามพิไล

กระจ่างใจท่านเมตตาพานำทาง

 

   ที่แลเห็นเป็นเช่นอย่างคุณตาต้อม

เคยนอบน้อมดวงจิตแก้คิดหมาง

ร้อยจารชี้แจ้งกระทู้ที่เคยวาง

เป็นแบบอย่างรักสมานสามัคคี

 

     ผัดไทย เส้นเล็ก มาเช็คบ่อย

เห็นท่านค่อยยิ้มแย้มมาแถมชี้

อาจเพราะรักลุ่มหลงหรือหวังดี

แต่อย่าหนีรักสาวงามตามครูเรา

    

            แม้ร้อยเรียงทุกกระทู้หารู้จบ

มากพานพบมิตรคุณครูผู้คลายเหงา

สิบเจ็ดบทจรดจารตริตรองเอา

ยิ่งศิษย์เมาคำช่างพรั่งพรูเกินบรรยาย

 

      ล่วงเพลาเข้าสองยามพล่ามมานี้

น้อมฤดีลาหลับใหลใคร่ที่หมาย

สู่นิทรานอนซบหมอนพักผ่อนกาย

เพียงใจชายตื่นมาดูยูโรเอยฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-06-29 00:23:54


ความคิดเห็นที่ 11 (2283315)

 อยากให้ผู้ใช้นามปากกาว่า กวินทรากร มาอ่านเจอ

อยากฟังความคิดเห็น

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนผ่านมา วันที่ตอบ 2012-06-29 02:06:57


ความคิดเห็นที่ 12 (2283631)

เข้ามาส่งข่าวให้ คุณ ส.พิณ แก้ว

ที่ไม่ได้เห็นพรรคพวกและคนรู้จักเข้ามาในเว็บนี้บ่อยดังก่อน  ให้ลองไปเปิดดู เฟสบุ๊ค  หน้าสมาคมนักกลอนดูบ้างอาจจะเจอหลายคน นะ แล้วเค้าจะเขียนกลอนกันอิสระ หลากหลายมาก เข้าไปเยือนดูได้เลยจ้า

 

จาก สมุทร สาครบุรี  พี่น้อย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สมุทร สาครบุรี (พี่น้อย) วันที่ตอบ 2012-06-30 14:37:27


ความคิดเห็นที่ 13 (2283651)

    

       “น้อมจิตคารวะท่านครู”

 

 

    ถ้อยปุจฉาว่าเสือเฒ่าเข้าถ้ำแล้ว

ตอบครูแก้วลองสิ่งใหม่ดูไหมหนา

เชิญเยี่ยมชมแมวตัวน้อยละห้อยตา

เผื่อพบพาต้องไฉไลหนอนจำแลง

 

 ต้นหญ้าเขียวใต้ร่มเงาไม้สูงใหญ่

ชูเรียวใบพลิ้วลู่ลมรอชมแสง

ต้องไออุ่นแดดสุรีย์อันร้อนแรง

คล้ายจักแกล้งแผดเผาให้เฉาตาย

 

   เมล็ดน้อยเจ้าเติบโตคลุมผืนป่า

สวยงามตาชูยอดงามสล้างหมาย

หลากสายพันธุ์ส่งกลิ่นฟุ้งกำจาย

แล้งสลายชื่นชุ่มฉ่ำป่าพงพี

 

   เสียงกบจ้อยใต้กะลามาขับขาน

หญ้าเบิกบานนั่งม้าไม้ก็สุขี

รินเมรัยร่วมลำร้องข้างนที

สายวารีเป็นพยานประสานใจ

 

   เย้ยแสงจันทร์ฟ้ากระจ่างยามค่ำคืน

สิ้นกล้ำกลืนทุกข์ขื่นขมอารมณ์ใส

เงียบสงัดวิวังเวงละเลงไป

สุขฤทัยก่อเกิดรักอักษรงาม

 

    ใฝ่ถึงมิตรฝากใจรักถักอักษร

สู่สะท้อนกลอนสมัยคงสยาม

หลายวิถีต่างชีวิตที่ติดตาม

ทุกเขตคามเชิญชุมนุมประชุมเทอญฯ

 

ขอน้อมคารวะจากใจ

“ทรชนบ้านนอก”

ผู้แสดงความคิดเห็น ทรชนบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-06-30 16:47:40



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.