ReadyPlanet.com


คารวะครูกลอนสุนทรภู่


[คารวะครูกลอนสุนทรภู่]
 
๐ กราบครูกลอนอักษรสุนทรภู่
บรมครูผู้ประสิทธิ์ประสาท
วิทยากานท์ภาษาค่าพิลาส
วรรณกรรมคู่ชาติผงาดแผ่นดิน
 
๐ สุภาษิตลิลิตร่ายประกายฝัน
นิราศฉันท์รำพันโคลงจรรโลงศิลป์
อัครบรมสยมกวินทร์
เลื่องลือนามงามคู่ถิ่นแผ่นดินทอง
 
๐ น้อมสืบสานงานศิลป์ถิ่นสยาม
ดำเนินตามความครูผู้ผุดผ่อง
สานสลักถักถ้อยร้อยทำนอง
ร่ายขับขานกานต์กรองร้องประชัน
 
๐ กลบทกฎกลอนยอกย้อนนัก
พึงตระหนักถักถ้อยเรียงร้อยฝัน
คุมต้นสายปลายเรื่องต่อเนื่องกัน
เสกสร้างสรรค์ปั้นแต่งสำแดงกานท์
 
๐ อันศาสตร์ศิลป์กลิ่นกวีวิถีกลอน
ขุดสันดอนตะกอนกากซากสังขาร
ปลดปล่อยทุกข์ปลุกชีวิตจิตวิญญาณ
เพื่อสืบสานงานประพันธ์จรรโลงไทย
 
๐ ร้อยกระบวนเย้ายวนจิตพิศวาส
อักษรชาติพิลาสงามตามสมัย
ถ้อยบทกรองตรองตริดำริไป
ตามแต่ใจใครรำพันเขียนฝันตน
 
๐ ก่อสำเนียงเสียงประสานขานรุกไล่
ยัดสอดไส้ใส่อัตตาโกลาหล
ตะบี้ตะบันดันดะสัปดน
บนถนนคนเขียนกลอนนอนนั่งเทียน
 
๐ เรื่องทุกอย่างต่างรสบทกวี
เมินวิถีศรีปราชญ์ผู้วาดเขียน
เงาอักษรห่อนซากแค่กากเกรียน
สู้พากเพียรเรียนรู้อยู่ทุกวัน
 
๐ กลบทกฎกลอนยอกย้อนนัก
แอบครูพักลักจำย้ำรอยฝัน
เติมหัวใจใส่ศรัทธาค่าอนันต์
มั่นคงไว้ในสัญญาภาษาชน
 
๐ เกิดเป็นชายตายเยี่ยงชายไม่อายหมา
เอาศรัทธาเป็นที่ตั้งเพื่อหวังผล
มีความรักภักดีอยู่ที่ตน
เก็บหัวใจไว้ฝึกฝนเป็นคนดี
 
๐ ชีวิตนี้มีไหมอะไรยาก
ทุกข์ลำบากพากเพียรสู้รู้วิถี
โบกโบยบินถวิลหาฟ้าเสรี
มิตรไมตรีมีมากมายหลายมุมมอง
 
๐ มาแต่ตัวกลัวอะไรเมื่อไปจาก
เรื่องหลายหลากฝากผลงานตระการก้อง
ท่วงลีลาท่าท่วงห้วงทำนอง
แด่พี่น้องผองประชาข้าแผ่นดิน
 
๐ ยืนหยัดอยู่สู้หน้าบรรพชน
บนถนนคนเขียนกลอนอักษรศิลป์
มิเลื่องชื่อลือนามงามกวินทร์
ศิลปินถิ่นบ้านนาภาษากู
 
๐ ต่างเวียงวังคลังปัญญาภาษาศาสตร์
ต่างนักปราชญ์วาดฝันอันเลิศหรู
ต่างกวีศรีสยามนามเพริศพรู
ต่างวิญญูผู้ประเสริฐเกิดก่อความ
 
๐ คนขี้เหล้าเมากลอนหลอนหลอกครู
เฝ้าเรียนรู้กู่สมัยคอยไถ่ถาม
เหล้าเข้าปากฝากย้ำคำนิยาม
ความงดงามตามแต่คิดลิขิตพา
 
๐ กระดกเหล้าเหย้าหยอกออกลีลา
ร่ายภาษาฮาเฮเสน่หา
รักล้นจิตพิศวาสมิคลาดครา
เทพสุราหน้าหล่อพ่อขี้เมา
 
๐ กระแดะเรื่องเฟื่องกลอนมาหลอนหลอก
คนบ้านนอกคอกนาอยู่ป่าเขา
อิสระเสรีนี้ของเรา
ยกจรอกเหล้าเคล้าฝันจันทร์โอชา
 
๐ รสอักษรกลอนสุราภาษาศาสตร์
วิปลาสขลาดเขลาเฝ้าโหยหา
มิตรเคียงข้างกระจ่างเงาเจ้าจันทรา
โฉมดาราฟ้าจำแลงแสงสุรีย์
 
๐ ยุคศิวิไลซ์ใคร่เน้นประเด็นใหม่
ติดตามไปในเรื่องราวข่าววิถี
ทุกมุมมองของชีวิตคิดแต่ดี
สุขเปรมปรีย์ที่ลานกลอนอักษรไทย
 
๐ คือตัวตนคนเขียนกลอนสอนตัวเอง
เลือดนักเลงเพ่งไตร่ตรองกรองสมัย
ร่ายรุกรับปรับเปลี่ยนหมุนเวียนไป
ร้อยดวงใจใส่ศรัทธาค่านิยม
 
๐ เมื่อมีฝันอย่าหวั่นไหวในเส้นทาง
ทุกก้าวย่างต่างปัญหามาทับถม
ฝืนชะตาฟ้าลิขิตลิลิตพรหม
เหล้าหมดกลมคารมพร่ำร่ำบรรยาย
 
๐ ร้อยพากษ์พจน์บทกวีมาชี้ชวน
ถ้อยกระบวนกวนกลอนอักษรสาย
กลบทกฎเกณฑ์ตาเถรอาย
เชิงลวดลายมิหน่ายแหนงคลางแคลงใจ
 
๐ นอนหยอกล้อทอฝันทันสมัย
ความเป็นไทยใคร่ดำรงมั่นคงไว้
มาตรฐานกานต์กลอนอักษรไทย
สุดแต่ใครใคร่ลิขิตลิลิตเอง
 
๐ สุนทรีย์กวีโม้มโนภาพ
แต่งแต้มฉาบอาบจินต์ถวิลเพ่ง
เพลงละครกลอนกาพย์โคลงจรรโลงเพลง
ร่วมบรรเลงเครงครื้นระรื่นรมณ์
 
๐ สืบสำเนียงเสียงประสานตระการก้อง
ท่วงทำนองคล้องรับสดับขรม
ร่ายลีลาพาสนุกสุขนิยม
ลืมทุกข์ตรมขมขื่นยามตื่นนอน
 
๐ ใต้เงาฝันจันทร์โอชาอย่าเศร้าหมอง
ร่วมประคองล่องนาวาหน้าสลอน
ลืมทุกข์เศร้าเหงาทรวงห้วงอาวรณ์
ถ้อยอักษรสะท้อนผ่อนบรรเทา
 
๐ แค่นักกลอนนอนเว็นเข็นอักษร
ไยฮำฮอนร้อนรนกับคนเขลา
เช้ายันสายบ่ายย่ำเย็นเห็นแต่เมา
ไทสูเจ้าเอาอะไรมาใส่ความ
 
๐ กลอนกระจอกงอกง่อยถ้อยคำขาน
ประสบการณ์ผ่านมาบ่าแบกหาม
คือชีวิตจิตวิญญาณสานนิยาม
เรียงร้อยพล่ามตามสมัยที่ใคร่เป็น
 
๐ สูหยามเหยียดเดียดฉันท์นั้นไม่ว่า
สันดานอย่าหน้าตัวเมียละเหี่ยเห็น
เลือกที่รักมักที่ชังขังประเด็น
เป็นตัวแสบแอบซ่อนเร้นเช่นโหงพราย
 
๐ อย่าเป็นแค่คนแก่กะโหลกกะลา
กานต์สาราอย่ากีดกั้นมันฉิบหาย
ใครรักเขียนเพียรสร้างก่อนวางวาย
สูอย่าหมายกรายกร้ำให้กล้ำกลืน
 
๐ อย่าตัดสินหมิ่นใครใช้ทิฐิ
อุตริผลิอัตตาน่าขมขื่น
ต่างคนเป็นเห็นอย่างต่างหยัดยืน
จงอย่าฝืนขืนใจใครใส่ร้ายกัน
 
๐ บ้านหลังใหญ่ใครพักพิงมาอิงแอบ
อย่าใจแคบเป็นแบบอย่างทางสร้างสรรค์
มองมุมต่างอย่างเข้าใจให้เท่าทัน
ต่อเติมฝันปันแบ่งรักคอยผลักดัน
 
๐ มีมากมายหลายคนบนเส้นทาง
เดินอ้างว้างอย่างเดียวดายสู่ปลายฝัน
เพื่อนร่วมทางข้างเคียงเพียงตาวัน
กับดาวจันทร์สัญญาใจไม่เปลี่ยนแปลง
 
๐ ความสำเร็จเคล็ดลับนั้นผลักดันสู้
ยืนหยัดอยู่รู้ทันเคี่ยวขันแข่ง
เอาหัวใจใส่เด็ดเดี่ยวเป็นเรี่ยวแรง
สองมือแปลงแต่งสร้างแบบอย่างเอง
 
๐ อย่าได้สนคนใดในโลกนี้
ต่างวิถีดีเป็นเน้นพิจเพ่ง
สรรพสิ่งวิ่งวนไปอย่าได้เกรง
เลือดนักเลงเก่งตัวตนย่อมพ้นภัย
 
๐ ใครดีเด่นเช่นไรไม่อิจฉา
แม้นชั่วช้าอย่ามุ่งเน้นประเด็นใหญ่
แต่คนละคนบนเส้นทางต่างคนไป
ปล่อยวางไว้ในทุกเรื่องอย่าเคืองกัน
 
๐ อันเงินตราหาง่ายกว่าเพื่อนแท้
บางคนแย่แค่เปลือกงามทรามมหันต์
มือถือสากปากถือศีลลิ้นตะบัน
คอยห้ำหั่นฟันแทงแย่งกันดี
 
๐ แจกรอยยิ้มกริ้มกรุ่มอุ้มชูมิตร
ร้อยลิขิตจิตจำนงค์ ณ ตรงนี้
คารวะเพื่อนผองพี่น้องกวี
ฝากไมตรีมีให้ไว้ไม่เสียตังค์
 
๐ เกิดมาจนทนยืนอยู่สู้ชีวิต
ฟ้าลิขิตปิดกั้นสวรรค์สั่ง
ทางนรกระหกระเหินเกินประดัง
แต่ความหวังยังเดินหน้าฝ่าฟันไป
 
๐ ไม่ย่อท้อต่อชะตาฟ้ากำหนด
ทรยศกฎพรหมสร้างถากถางไถ
สองมือตีนปีนป่ายไม่อายใคร
ฝากใจให้โลกรู้คู่แผ่นดิน
 
๐ อย่างอมืองอเท้าหน้าเศร้าท้อ
นั่งนอนรอขอพรเอาให้เขาหมิ่น
สวดมนตราฟ้าบันดาลหว่านโรยริน
ขอทำกินดิ้นรนเอาไม่เฉาตัว
 
๐ อย่ารอฟ้าเทวามาโปรยทาน
เกินก้าวผ่านด่านปัญหาพร่าสลัว
อุปสรรคหนักหนาอย่าหวาดกลัว
รู้ดีชั่วหัวใจแกร่งแข่งกับตน
 
๐ จุดมุ่งหมายปลายฝันอันไกลห่าง
ระยะทางวางกำหนดทดสอบผล
มีดีชั่วยั่วคุณค่าคำว่าคน
ตนบันดลผลสำเร็จเสร็จดังใจ
 
๐ บุราณว่าถ้ากำตดหมดราศี
บอกกำขี้ดีกว่าอย่าสงสัย
ทั้งสองอย่างต่างพิศเพ่งวังเวงไว
เลือกอะไรใคร่ไตร่ตรองลองคิดดู
 
๐ แม้นใจคดปดโป้มโนรมณ์
กวีถ่มขรมขากปากหดหู่
ของแสลงแกล้งว่าเหมือนด่าครู
สัพพัญญูรู้หลบไม่คบพาล
 
๐ มากเรื่องเล่าเงากลอนอักษรความ
กับคำถามหยามเหยียดรังเกียจสาน
บนถนนหนทางพ่างตระการ
ก่อเนื้องานกานต์กวีที่ต่างเป็น
 
๐ เขียนตามใจในความต่างทางความคิด
ร้อยลิลิตสิทธิ์เสรีที่ตาเห็น
มากความจริงทิ้งไว้ไม่ลำเค็ญ
ทุกประเด็นเร้นแฝงจำแลงเงา
 
๐ กลอนสะท้อนอ้อนทรวงบ่วงอารมณ์
ทุกข์ระทมขมขื่นกับคืนเหงา
รักอาลัยใจอาวรณ์ผ่อนบรรเทา
ร้ายรุมเร้าเศร้าจิตปลิดชีวัน
 
๐ ล้มกี่ครั้งยังร้องไห้ไปกี่หน
เหนื่อยทุกข์ทนบนหนทางย่างตามฝัน
แต่ละคืนตื่นมาสุดจาบัลย์
แสงนวลจันทร์บั่นทอนร้าวรอนตน
 
๐ หยดน้ำตากี่ห่าหาบอาบสองแก้ม
อุปสรรคมักแต่งแต้มแกมฉ้อฉล
หมุนสลับปรับเปลี่ยนย้อนเวียนวน
สู้ดินรนบนชะตาฟ้าลงทัณฑ์
 
๐ โอ้อาลัยใจช้ำแสนกล้ำกลืน
เสียงสะอื้นฝืนลิขิตผิดมหันต์
สวรรค์สร้างย่างเดินเผชิญมัน
นรกคั่นกั้นกลางอย่างน่ากลัว
 
๐ ลมหายใจไหลรวยรินแทบสิ้นลม
ชั่วทับถมขมขื่นหมื่นพันชั่ว
มัวเชื่อใจใครบางคนจนหม่นมัว
ดีแต่ตัวหัวใจไม่ไยดี
 
๐ ลบรอยช้ำน้ำตาก่อนลาจาก
ทิ้งความยากฝากลงดินเป็นสินหนี้
ลืมเจ็บปวดรวดร้าวที่เรามี
พอกันทีชีวิตเก่าในเหล้าดอง
 
๐ เรื่องมากมายหลายอย่างต่างรุมเร้า
ทุกข์สุขเศร้าเหงาตรมระทมหมอง
กับชีวิตคิดทบทวนหวนไตร่ตรอง
ทุกห้วงห้องของใจไฉนกลัว
 
๐ เหนื่อยจนท้อต่อปัญหาที่ถาโถม
มันกระโจมโรมรันปลุกปั่นหัว
หมดแรงสู้อยู่ไปเหมือนไร้ตัว
ทางมืดมัวหัวใจฉันมันโรยรา
 
๐ ยอมแพ้พ่ายคล้ายชะตาฟ้าลิขิต
ปลงชีวิตผิดไหมใครถือสา
ทุกย่างก้าวหนาวเหน็บเก็บน้ำตา
อ้อนวอนฟ้าอย่าลงทัณฑ์ฉันอีกเลย
 
๐ เจ็บอีกนานกว่าผ่านพ้นยอมทนเจ็บ
เผยรอยเย็บตะเข็บใจไว้เปิดเผย
เคยทนรอท้อกี่ครั้งยังคุ้นเคย
ความเฉลยเอ่ยมาอย่าถือความ
 
๐ อยากร้องไห้ให้ตัวเองวังเวงนัก
อยากหยุดพักสักครั้งหวังไถ่ถาม
อยากทบทวนครวญใคร่ในวันยาม
อยากเลิกพล่ามยามท้อต่อชะตา
 
๐ เบื่อชีวิตคิดอะไรไร้สาระ
มุ่งมานะละทิฐิติปัญหา
พักหายเหนื่อยเมื่อยวางสร้างปัญญา
ขอบเวิ้งฟ้ารอผู้กล้าท้าประจัญ
 
๐ กลัดเกลากรองกร่นกานท์ขานภาษา
ก่อกอปรเกื้อกายกายาพาสุขสันต์
กงเกวียนกรรมเก่าก่อนกร่อนชีวัน
กู่ก้องเกียรติเกริกไกรฝันรำพันครวญ
 
๐ ขับขานไขข้อข้องใจไสลิขิต
ขากขมขู่ไขว่ขรมคิดลิลิตหวน
เขี่ยขนขวายขี่ขับขยับชวน
ขลุกขลักข่วนขวยเขินเกินห้ามใจ
 
๐ คมคำคมความคิดคนปนจริต
คมคำความใครใคร่คิดผิดถูกไหม
คมคนคมคว้าความหมายตะกายไป
ความคนใครคายคำพิษปลิดชีวา
 
๐ อ้าอวดโอ้เอ่ยอ้างง้างฝีปาก
ซานซมซากเซโซโม้มุสา
มวลหมู่มิตรเมียงมองแอบจ้องมา
มากหมู่หมาหมางเมินเดินจากไป
 
๐ กาพย์กลอนกานต์กรองกวีผู้ดีปราชญ์
วนเวียนวาดเวี่ยไว้ในสมัย
อยู่โอบเอื้อไออุ่นละมุนละไม
โฉมไฉไลไยนงค์เยาว์เจ้าเฉยเมย
 
๐ สุดซาบซึ้งถึงไมตรีที่คอยอ่าน
ทุกผลงานสานศรัทธากล้าเปิดเผย
คนขี้เมาเกลากลอนหยอกหลอกเช่นเคย
พจน์เฉลยเอ่ยอ้างจากข้างใน
 
๐ เรื่องอักษรกลอนกาพย์โคลงจรรโลงเรื่อง
ไสขัดเครื่องเฟื่องฟุ้งผดุงไส
ไกลห่างคิดมิตรต่างอยู่ห่างไกล
ดำรงไว้ให้ลูกหลานสานดำรง
 
๐ สานดำริติเตียนเพียรขยัน
เพียรขยายตะกายฝันอันลุ่มหลง
อันลุ่มไหลไมตรีที่มั่นคง
ที่มั่นรักภักดีตรงดุจหงส์งาม
 
๐ วิ่งไล่เห่าเฝ้ากระแสแปรสมัย
ทุกที่ใดไปตามติดคิดไถ่ถาม
สลับร่างพรางรุกรับกับนิยาม
ถูกประณามหยามหมิ่นกลิ่นน้ำเมา
 
๐ มิตรภาพซาบซึ้งถึงไลค์หาย
น่าเสียดายคล้ายหมางเมินเดินต่างเขา
แต่ทุกอย่างอ้างประเด็นเป็นตัวเรา
จึงไม่เศร้าเหงาทรวงอย่าห่วงเลย
 
๐ จะบากบั่นปั้นเรื่องเฟื่องแผ่นดิน
โปรยระรินศิลป์ศาสตร์มิอาจเฉย
ถ้อยดำรงคงคุณค่ามาเปรียบเปรย
เหมือนที่เคยเอ่ยอ้างเอาทุกเช้าเย็น
 
๐ คนเขียนกลอนนอนดึกคึกคะนอง
ลำนำล่องคลองกานท์ขับขานเข็น
ร่ำสุราเย้ยฟ้างามยามเดือนเพ็ญ
ทุกประเด็นเป็นอักษรอ้อนทรามวัย
 
๐ กลอนกระดากถากถ่มคอยบ่มเพาะ
ไม่ไพเราะเพราะพริ้งสิ่งสงสัย
กลอนเสนียดกระเดียดละเมียดละไม
ต่างเขาใครในพจน์มิงดงาม
 
๐ เมื่อความเมาเข้าเยือนคอยเตือนจิต
ร่ายนิมิตลิขิตร่างพรางหาบหาม
ฝากจารึกผนึกชื่อระบือนาม
ฝังนิยามงามอักษรกลอนสุรา
 
๐ เมาเพื่อคิดลิลิตร่ายตะกายฝัน
เมาเพื่อดันขันแข่งตะแบงหา
เมาเพื่อหวนชวนคนึงถึงเวลา
เมาเพื่อคว้าปราชัยไว้เชยชม
 
๐ ถ้อยคารมคมปากกระชากจิต
อย่าตะขวิดตะขวงใจให้ขื่นขม
รสน้ำเมาเกลากล่อมย้อมอารมณ์
เชิญชวนชมคมกวีคนขี้เมา
 
๐ ขอขมาว่าไว้ในสิ่งอ้าง
หากขวางทางต่างคิดผิดจากเขา
กลบทรสกลอนสะท้อนเงา
เผยโง่เขลาเราเป็นเห็นทุกวัน
 
๐ สรรพสิ่งจริงแท้ ฤ แปรเปลี่ยน
หมุนวนเวียนเพี้ยนผิดมิปิดกั้น
ธรรมดาตาเห็นเช่นไรกัน
สุดท้ายนั้นมันแค่คราบภาพมายา
 
๐ มิตรภาพกาพย์โคลงจรรโลงอักษร
มากร้าวรอนกลอนกระบอกขี้ครอกบ้า
แต่เปี่ยมล้นบนเส้นทางสร้างศรัทธา
คงคุณค่าภาษาตัวชั่วชีวี
 
๐ มีรักแท้แค่เหล้าไหที่ใจภักดิ์
รักเสียหลักพักวางนางหน่ายหนี
ร้อยอักษรอ้อนผูกปลูกไมตรี
เมินนารีที่เคยรักสลักใจ
 
๐ ถึงเมาเหล้าเง่าบ้างเป็นบางครั้ง
เรื่องความหลังฝังอกนรกไหม้
มีบางอย่างพรางแอบแนบเนื้อใน
ปล่อยทิ้งไปใส่ไหเหล้าลืมเจ้าลวง
 
๐ วิบากกรรมซ้ำซากลำบากนัก
ทั้งเรื่องรักหักสวาทดุจบาศบ่วง
โชคชะตาฟ้าสังหารเผาพลาญทรวง
ลับลาล่วงดวงแขแม่เนื้อนวล
 
๐ กอดเหล้าไหไม่ช้ำชอกดอกสหาย
เดี๋ยวก็ตายวายชีวาอย่าโหยหวน
วิปโยคโศกศัลย์ร้าวรัญจวน
สรรพสิ่งจริงล้วนคำธรรมดา
 
๐ รู้จักตนบนวิถีที่เป็นไป
ปล่อยวางไว้ใช่รันทดจนหมดค่า
คงความเชื่อเนื้อดีที่นำพา
ฝังศรัทธาหาตัวตนทนลำเค็ญ
 
๐ วิวัฒนาการด้านภาษา 
ยุคตำราล้าสมัยที่ใคร่เห็น
ถ้อยสื่อสารขานเล่าเนาประเด็น
มิได้เป็นเช่นบทกานท์สานสารา
 
๐ ภาษาสื่อถือเพี้ยนไม่เปลี่ยนความ
ความงดงามตามวัยรุ่นครุ่นคิดหา
เพียงชั่วครู่อยู่มินานก็ผ่านซา
อย่าถือสาหาเหตุแค่เศษเกิน
 
๐ ต่างคุณค่าภาษาศาสตร์ราชการ
การเขียนอ่านสานต่อยอสรรเสริญ
ย่อมรู้ว่าค่านิยมน่าชมเชิญ
ไม่หมางเมินเดินออกนอกกฎไทย
 
๐ เริ่มแต่ต้นบนระบอบกรอบศึกษา
พัฒนาหาเปลือกแล้วเสือกไส
กอไก่กาหมาแมวแตกแถวไป
เด็กยุคใหม่ไร้ทางเดินเมินตำรา
 
๐ คนเขียนกลอนอาทรเอื้อต่อเนื้อหา
ยังพลาดท่าน่าผิดหวังหลายครั้งว่า
แม้นไตร่ตรองกรองกรั่นหลายครั้นครา
ยังเสียหน้าภาษาผิดคิดฉันใด
 
๐ เพียงแยกแยะแนะแนวทางกระจ่างคำ
คอยตอกย้ำพร่ำเขียนเวียนสงสัย
ช่วยตักเตือนเพื่อนทุกคำอย่าช้ำใจ
ภาษาไทยให้สันทัดควรคัดกรอ
 
๐ คือกวีที่ไร้นามงามภาษา
จำนรรจาพาเพลินดำเนินต่อ
กลบทรสคำล้ำลออ
เอ่ยยกยอขอชื่นชมคารมความ
 
๐ บทกวีชี้ชัดจัดขั้นครู
หลั่งพรั่งพรูสู่กระแสแลไถ่ถาม
ถักเรียงร้อยสร้อยสำเนียงเสียงงดงาม
พยายามตามติดชิดกระบวน
 
๐ ร่ายรุกรับปรับเปลี่ยนเนียนผุดผ่อง
ทุกห้วงห้องล่องลำนำสุดกำสรวล
วาดลีลาหยอกเย้าเศร้ารัญจวน
เสียงครางครวญชวนอ่านตระการตา
 
๐ ตระการใจในคมคำล้ำเลิศรส
ล้ำเลิศพจน์บทกวีอันมีค่า
อันมีศิลป์กลิ่นสาบภาพมายา
ภาพมารมณ์บ่มปัญญาภาษาไทย
 
๐ ภาษาศาสตร์ปราชญ์กวินศิลป์ภาษา
ไหลศรัทธาข้าถวิลหยดรินไหล
ใครต่างเขียนเพียรสร้างแนวทางใคร
ถักทอไยไมตรีที่ศรัทธา
 
๐ มีมากมายหลายอย่างอำพรางซ่อน
มันบั่นทอนกร่อนใจให้โหยหา
ค้นคำตอบชอบธรรมจำนรรจา
เผยอัตตาบ้าใบ้ในใจเรา
 
๐ ผ่านมุมมองของชีวิตลิขิตพรหม
โลกโสมมถมซากกากเหม็นเน่า
ทั้งตัวกูสูข้าอ้าเองเอา
ถูกความเง่าเข้าครอบกรอบกบาล
 
๐ ต่างดิ้นรนทนฝืนยืนหยัดอยู่
เร่งเรียนรู้สู้ชะตากล้าหักหาญ
เดินเดียวดายหมายฝ่าฟันวันร้าวราน
ก่อผลงานสานรากแก่นบนแผ่นดิน
 
๐ หนึ่งชีวิตผิดถูกผูกรัดร้อย
เหยียบย่ำรอยถอยรุกรับกับหยามหมิ่น
คำนินทาว่าร้ายป้ายมลทิน
สาบสางกลิ่นดินตมทับถมกาย
 
๐ มืดอำพรางทางเลือกกระเสือกกระสน
วกเวียนวนทนทำสร้างต่างกระหาย
อุปสรรคหนักทรวงบ่วงทำลาย
เคล้นความหมายคลายปัญหาอย่าสิ้นหวัง
 
๐ เผยเยื่อใยไมตรีดีต่อหน้า
ลับหลังฆ่ากล้าแกล้งแทงข้างหลัง
รอยยิ้มหวานปานน้ำผึ้งถมึงชัง
มิตรภาพสาปขังหวังทำลาย
 
๐ เปลือกนอกงามทรามในจิตใจชั่ว
หลงเกลือกกลั้วตัวต่ำขย้ำหมาย
จ้องเขมือบเคลือบแฝงเสแสร้งกาย
เหมือนสหายตายแทนกันทุกวันคืน
 
๐ ถ้อยคารมคมดาบสาบกลิ่นสาง
ซ่อนอำพรางลางร้ายกลายเป็นอื่น
เลิกลดละตระบัดสัตย์เคยหยัดยืน
เสียงสะอื้นตื่นภวังค์ฉุดรั้งรอ
 
๐ วันผันผ่านกาลล่วงพ้นคนเปลี่ยนไป
ทั้งหัวใจไม่มั่นคงและตรงต่อ
คำว่ารักภักดีมิมีพอ
หลงฉนฉ้อตอแหลแปรผิดความ
 
๐ กากกระพี้ที่เห็นเป็นความต่าง
ทุกสิ่งอย่างห่างแก่นแท้แค่เปลือกหนาม
เห็นภายนอกบอกในใสงดงาม
เฝ้าหาบหามตามดอมดมอาจมมูล
 
๐ มิตรภาพกาพย์กลอนอักษรโคลง
จิตจรรโลงโยงผูกปลูกจากศูนย์
ทอถักถ้อยสร้อยเสริมเพื่อเพิ่มพูน
ลบอาดูรสูญสิ้นจากจินต์ตน
 
๐ เวิ้งน้ำกว้างขวางใหญ่แผ่ไพศาล
จรดผืนฟ้าบาดาลตระการฉงน
ธรรมชาติวาดแต้มแรกแย้มยล
บ่มเพาะผลบนตรรกะธรรมดา
 
๐ อยู่ใต้หล้าฟ้าสรวงมีบ่วงครอบ
ในกรงกรอบขอบขังประดังว่า
เป็นนักโทษโฉดชั่วตีหัวตรา
แผ่นหนังหมาจารึกบันทึกนาม
 
๐ แสวงหามานานมิพานพบ
กระบวนรบครบเครื่องประเทืองถาม
บ่าแบกหนักพักบ้างเป็นบางยาม
หมายงดงามตามกวีผู้ดีเป็น
 
๐ เพียรเพาะบ่มจมจอมดมดอมกลิ่น
ใคร่ถวิลยินยลปพนธ์เห็น
หยดน้ำตาห่าหาบกระสาดกระเส็น
น้ำคำเหม็นกระเด็นฟุ้งคลองคลุ้งนา
 
๐ พ้นกฎกรอบขอบกะลาของหมาครอบ
นอกระบอบรอบวิถีระรี้หา
รสเหล้ารั่วยั่วเย้าเคล้าน้ำตา
รอโซดาฟ้าใสมาใส่เติม
 
๐ คำว่าคนจนยากลำบากเหมือน
ดาวแลเดือนเพื่อนแกมมาแต้มเสริม
เอาสัตย์ซื่อถือสัจจะมาประเดิม
ก่อศรัทธามาเพิ่มและเติมธรรม
 
๐ มองตัวเองเพ่งพิจพินิจตรอง
รู้ครรลองคลองหลอกไม่ชอกช้ำ
ทั้งล้นเหลือเบื่อวางอำพรางคำ
ต่างน้อมนำจำสอนตนบนศรัทธา
 
๐ มีมากมายหลายอย่างอำพรางซ่อน
มันบั่นทอนกร่อนใจให้โหยหา
ค้นคำตอบชอบธรรมจำนรรจา
เผยอัตตาบ้าใบ้ในใจเรา
 
๐ ผ่านมุมมองของชีวิตลิขิตพรหม
โลกโสมมถมซากกากเหม็นเน่า
ทั้งตัวกูสูข้าอ้าเองเอา
ถูกความเง่าเข้าครอบกรอบกบาล
 
๐ ต่างดิ้นรนทนฝืนยืนหยัดอยู่
เร่งเรียนรู้สู้ชะตากล้าหักหาญ
เดินเดียวดายหมายฝ่าฟันวันร้าวราน
ก่อผลงานสานรากแก่นบนแผ่นดิน
 
๐ หนึ่งชีวิตผิดถูกผูกรัดร้อย
เหยียบย่ำรอยถอยรุกรับกับหยามหมิ่น
คำนินทาว่าร้ายป้ายมลทิน
สาบสางกลิ่นดินตมทับถมกาย
 
๐ มืดอำพรางทางเลือกกระเสือกกระสน
วกเวียนวนทนทำสร้างต่างกระหาย
อุปสรรคหนักทรวงบ่วงทำลาย
เคล้นความหมายกายชีวาหามุมมอง
 
๐ รินน้ำเมาเกลากล่อมย้อมชีวิต
อำมฤตพิษเมรัยอันใสผ่อง
เดินถนนค้นหาฝ่าครรลอง
ทุกห้วงห้องของใจไม่มืดมน
 
๐ ชีวิตเทพเสพสมอารมณ์หมาย
มากเรื่องร้ายกรายกร้ำทุกค่ำหน
สู้ลำบากถากถางอย่างลำบน
ก้าวข้ามพ้นมนต์สาปตราบาปตัว
 
๐ เกิดหนึ่งครั้งหวังอะไรในชาตินี้
ก่อนเป็นผีมีสิ่งใดไหมทูนหัว
ดีกับชั่วตัวต่ำดำมืดมัว
อย่าหวั่นกลัวกลั้วเกลือกเลือกทำเอา
 
๐ ทางเบื้องหน้าหาโรยโปรยกุหลาบ
แบกคอนหาบตราบสิ้นลมถมความเขลา
ทุกสิ่งอย่างอ้างกำหนดกฎเกณฑ์เรา
ทุกข์โศกเศร้าเหงาอ้างว้างต่างทำเอง
 
๐ ขับบทกลอนวอนไหว้หมายเสรี
บนวิถีมีถอยรับขยับเร่ง
ดวดเมรัยไม่ขยาด ฤ หวาดเกรง
มนต์เสียงเพลงวังเวงเหงาเศร้าเดียวดาย
 
๐ ลมหายใจไหลรวยรินแทบสิ้นลม
เศร้าระทมขมขื่นไห้ใจสลาย
หยดน้ำตาปร่ารินรดรันทดกาย
แม้นสุดท้ายพ่ายแพ้แต่มิยอม
 
๐ สิ้นทุกอย่างอ้างว้างสุขจางหาย
คล้ายว่ากายตายทั้งเป็นลำเค็ญพร้อม
สู้ดิ้นรนบนถนนจนตรมตรอม
ทุกข์ห่มห้อมย้อมวิญญาณเลือดซ่านกาย
 
๐ ไร้เรี่ยวแรงแผลงฤทธิ์ประสิทธิ์ประสาท
สุดอนาถชาติเสือเมื่อแพ้พ่าย
ถือศักดิ์ศรีภักดีมั่นตราบวันตาย
คงความหมายเชิงชายไว้ในแผ่นดิน
 
๐ ลมหายใจไหลอยู่ก็สู้ต่อ
มิได้ท้อต่อชะตาฟ้าดูหมิ่น
พรหมลิขิตกีดกั้นจนฉันชิน
ภูผาหินดินเทียมฟ้าข้ามิกลัว
 
๐ ดินกลบหน้าน้ำตาหยดรดผืนดิน
จิตถวิลบินท้าฟ้าสลัว
มืดอำพรางทางเบื้องหน้ายังพล่ามัว
หยุดพักมองตรองตัวเองวังเวงจินต์
 
๐ เหนื่อยมานานซานซมหลงจมปลัก
ทั้งเรื่องรักหนักงานร้าวรานสิ้น
รอยตราบาปสาปฝังขังชีวิน
จักดับดิ้นวิญญาณ์ ณ คราใด
 
๐ ใครกันเล่าเข้าใจในตัวข้า
เยี่ยงคนบ้าชะตาหักถูกผลักไส
ซดน้ำเหล้าเกลากล่อมย้อมฤทัย
นอนระทมตรมอาลัยทั้งใจกาย
 
๐ อย่าเหนียมอายหมายเขียนกลอนอักษรชาติ
ถึงเป็นปราชญ์วาดเขียนก็เพียรหมาย
เป็นนักกลอนอ่อนด้อยร้อยลวดลาย
ใครคลางแคลงแหนงหน่ายบ้างช่างปะไร
 
๐ ทรชนคนหล่อพ่อตาหวาน
แถมหน้าด้านทานทนครับรับได้ไหม
เขียนบทกลอนอ่อนหัดกวัดไกว
ภาษาไทยไก่ถึงถึงฮูกเฝ้าผูกพัน
 
๐ ไม่ใช่ครูผู้เจนจัดเด็กหัดเขียน
จึงพากเพียรเรียนอ่านสานสร้างสรรค์
มิเหมือนปราชญ์ชาติกวีที่ประชัน
ต่างหมอหมาก๋ากั๋นผู้บรรเลง
 
๐ ร้องตะเบ็งกระเตงถ่อก่อผลงาน
จริตจะก้านขานบอกออกโผงเผง
มิตรมากมายก่ายกองกู่ก้องเพลง
เลือดนักเลงมิเกรงใครในแผ่นดิน
 
๐ ยกจอกเหล้าเช้าสายจวบบ่ายแลง
มิเสแสร้งแล้งน้ำใจให้ใครหมิ่น
เชิญชวนมิตรชิดเชื้อข้าสุราริน
มาดื่มกินก่อนสิ้นลมสาสมใจ
 
๐ กานต์อักษรกลอนลิขิตยังติดขัด
ลูกศิษย์วัดหัดเขียนนั่งเทียนไส
เมายำเปเซถลำดำรงไทย
เทพเมรัยไร้สิ้นจินตนาการ
 
๐ มิบังอาจฉกาจกล้าท้าทายดอก
คนบ้านนอกคอกนาน่าสงสาร
รักเสียหลักหักเหเซซมซาน
ทรมานปานโดนมีดกรีดเฉือนใจ
 
๐ เขียนระบายคลายอารมณ์ผสมเหล้า
เพื่อลืมเงาเจ้าดวงแดแม่แขไข
เหล้าเข้าปากทุกข์ลำบากก็จากไป
สนทำไมใครจะด่าว่ากลอนเกรียน
 
๐ เกิดมาจนทนยากลำบากนัก
เมาเสียหลักหักเหบ้าเหมือนข้าเพี้ยน
ชนชั้นต่ำพร่ำศึกษาตำราเรียน
ฝึกอ่านเขียนเพียรหมั่นขยันไป
 
๐ ศักดินากาไก่ไพร่สถุล
ต่ำสกุลรุนชั้นอยู่ขั้นไหน
ใต้ผืนธงคงไว้เช่นความเป็นไทย
แต่ทำไมไยแตกต่างร้างราคา
 
๐ สามัญชนคนรากหญ้าประชาไพร่
ทุกข์ยากไร้ในอำนาจวาสนา
เกิดแต่ดินกินนอนเกลือกเรือกสวนนา
ต่างผู้ดีมีเงินตราฟ้าประทาน
 
๐ ทนทำกินหมิ่นหมอนเยี่ยงจรจัด
อำนาจรัฐยัดตะรางเอ่ยอ้างศาล
ต่างชนชั้นตอกย้ำธรรมาภิบาล
มาตรฐานการกระทำซ้ำต่างกัน
 
๐ ศักดินาข้าสถุลสกุลไพร่
ตาชั่งใหญ่ใคร่เอนเอียงเบี่ยงแลหัน
มีเงินตราค่าเพียบพร้อมจอมชีวัน
แต่ลงทัณฑ์บั่นคอฆ่าประชาชน
 
๐ ยุติธรรมค้ำพวกพ้องป้องนายทุน
ข่มทารุณสถุลไพร่ไร้เหตุผล
สิ้นศรัทธาเมตตาธรรมดำมืดมน
ประชาชนทนลำบากแค่ซากเดน
 
๐ ก้มหมอบกราบตราบชีวินจะสิ้นลม
ทุกข์ระทมขมขื่นสะอื้นเข็ญ
คำสาปร้ายกรายขย้ำดังกรรมเวร
บวงสรวงเจ้าเช้าเย็นเซ่นสังเวย
 
๐ คืนฟ้าหม่นคนหมองนองน้ำตา
จันทร์โอชาดาราผ่องมองหยามเย้ย
ไพร่สถุลทุนเจ้าเขาเปรียบเปรย
ต่างคุ้นเคยเชยชมรสบทละคร
 
๐ ผืนแผ่นดินถิ่นไทยใครลวงหลอก
เล่ห์จิ้งจอกกลอกกลิ้งสิ่งพร่ำสอน
กองกระดูกลูกหลานจักราญรอน
เพราะสันดอนตะกอนกากซากผู้ดี
 
๐ ร้อยอักษรกลอนเสนาะไพเราะสาน
งามตระการสราญศิลป์ระรินศรี
เทิดถวายหมายเชิดชูครูกวี
คุณความดีที่ท่านมีนี้สืบไป
 
๐ น้อมดวงจิตศิษย์ทุกคนบนแผ่นดิน
สืบสานศิลป์ถิ่นสยามงามสดใส
วรรณกรรมนำชาติพิลาสพิไล
สุนทรครูภู่ยิ่งใหญ่เกริกไกร เอย
 
ขอน้อมคารวะจากใจ
ทรชนบ้านนอก
๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘


ผู้ตั้งกระทู้ ทรชนบ้านนอก :: วันที่ลงประกาศ 2015-06-26 07:06:47


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3831074)

 ...น้อมนบเคารพครู..........สุนทรภู่ปราชญ์กาพย์กลอน

 

รอบรู้นำเล่าสอน..............โลกละครตระการตา

...กลอนแปดพระอภัยฯ......กาพย์พระไชยสุริยา

นิราศสุพรรณรจนา............ควรปวงข้าฯ ระลึกฝึกเลียน

 

***
๑) พระสุนทรโวหาร(ภู่)
๒) โลกละคร ที่นี้หมายถึง ละครชีวิต
กลอนพระอภัยฯ เล่าถึงเรื่องราว ผู้คนในประเทศอื่นรอบ ๆ เรา 
กาพย์พระไชยสุริยา ใช้เป็นบทเรียน ให้ภาพเสมือนบ้านเมืองสมัยนี้


ข้าเฝ้าเหล่าเสนา มีกิริยาอัชฌาศัย พ่อค้ามาแต่ไกล ได้อาศัยในพารา 
ไพร่ฟ้าประชาชี ชาวบุรีก็ปรีดา ทำไร่ข้าวไถนา ได้ข้าวปลาแลสาลี 
อยู่มาหมู่ข้าเฝ้า ก็หาเยาวนารี ที่หน้าตาดีดี ทำมโหรีที่เคหา ค่ำเช้าเฝ้าสีซอ เข้าแต่หอล่อกามา
หาได้ให้ภริยา โลโภพาให้บ้าใจ ไม่จำคำพระเจ้า เหไปเข้าภาษาไสย ถือดีมีข้าไท ฉ้อแต่ไพร่ใส่ขื่อคา
คดีที่มีคู่ คือไก่หมูเจ้าสุภา ใครเอาข้าวปลามา ให้สุภาก็ว่าดี ที่แพ้แก้ชนะ ไม่ถือพระประเวณี 
ขี้ฉ้อก็ได้ดี ไล่ด่าตีมีอาญา

๓) นิราศสุพรรณ เป็นโคลงสี่สุภาพ

...เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า....ดาดาว
จรูญจรัสรัศมีพราว.........พร่างพร้อย
ยามดึกนึกหนาวหนาว......เขนยแนบ..แอบเอย
เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย..........เยือกฟ้าพาหนาว

ผู้แสดงความคิดเห็น share วันที่ตอบ 2015-06-26 07:23:33


ความคิดเห็นที่ 2 (3831434)
[คารวะครูกลอนสุนทรภู่]
 
....๐ กราบครูกลอนอักษรสุนทรภู่
บรมครูผู้ประสิทธิ์ประสาท
วิทยากานท์ภาษาค่าพิลาส
วรรณกรรมคู่ชาติผงาดแผ่นดิน
....๐ สุภาษิตลิลิตร่ายประกายฝัน
นิราศฉันท์รำพันโคลงจรรโลงศิลป์
อัครบรมสยมกวินทร์
เลื่องลือนามงามคู่ถิ่นแผ่นดินทอง
....๐ น้อมสืบสานงานศิลป์ถิ่นสยาม
ดำเนินตามความครูผู้ผุดผ่อง
สานสลักถักถ้อยร้อยทำนอง
ร่ายขับขานกานต์กรองร้องประชัน
....๐ ก.กลอนกวนก่อเกื้อเอื้อเฟื้อจิต
ข.ขอบคุณมิตรสหายประกายฝัน
ค.คารวะครูรักผู้ผลักดัน
ง.ง่วนงานประพันธ์ถ้อยเรียงร้อยกานท์
....๐ จ.จำนรรจาสารทุกข์สุขกาย
ฉ.เฉิดฉายงามโฉมประโลมสาน
ช.เชิดชูบูรพาคณาจารย์
ซ.ซาบซ่านกานต์อักษรสะท้อนใจ
....๐ ฐ.ฐานรากด้อยต้อยต่ำจึงพร่ำเขียน
ด.ดุ่มด้นเรียนเพียรหมั่นขยันไว้
ต.ตักตวงเอาเล่าเรื่องประเทืองใด
ถ.ถ้อยขานไขไสขัดเลือกคัดความ
....๐ ท.ท่องแผ่นดินสินทรัพย์ลับสมอง
ธ.ธรรมครรลองครองไว้ไร้คนหยาม
น.แน่วแน่มิแปรผันทุกวันยาม
บ.บากบั่นมั่นติดตามงามความคำ
....๐ ป.ประดิษฐ์ประดอยรุกรับปรับปรุง
ผ.ผสานผดุงบำรุงค้ำ
ฝ.ฝากแผ่นดินรินรดคนจดจำ
พ.เพิ่มพูนคุณธรรมน้อมนำตน
....๐ ฟ.ฟ้าบันดาลสาส์นสวรรค์ลิขิต
ภ.ภารกิจลิลิตวิจิตผล
ม.มุ่งมั่นสรรค์สร้างกระจ่างกมล
ย.ยกยอคนบนวิถีอันดีงาม
....๐ ร.รู้ระบอบกอปรการเพื่อสานก่อ
ล.ลออทอถักร้อยรักถาม
ว.วาดผนึกฝึกปรือระบือนาม
ศ.ศิลป์สยามงามอักษรกระฉ่อนแดน
....๐ ส.สุขสมหวังนั่งเศร้าเหงารักขม
ห.ห่วงอาทรห่มห้อมสู่อ้อมแขน
อ.เอื้ออารีย์โอบเอื้อเพื่อทดแทน
ฮ.เฮฮากับแก่นสานที่ลานกลอน
....๐ สานศรัทธาวาดศิลป์ระรินศาสตร์
อภิวาทวันทาครูบาสอน
สุขสมมาดพิลาสรสทุกบทตอน
ร้อยอักษรอ้อนจินต์จากวิญญาณ์
....๐ ก่ออักษรกลอนรักสลักจิต
เกิดความคิดพิษรักริษยา
กายฮำฮอนร้อนรุ่มสุมอุรา
กว่ารู้ว่ารักข้านี้แค่หรี่มอง
....๐ ขมขื่นนักรักนางผู้ห่างผัว
ขอทำชั่วกลัวนางจะหมางหมอง
ข่มใจตนทนช้ำน้ำตานอง
ขืนรักต้องข้องเกี่ยวเดี๋ยวเจอดี
....๐ เคยสบตาพาใจให้ไหวหวั่น
คืนและวันผันผ่านดวงมานนี้
คอยแอบฝันขวัญชู้คู่ชีวี
คำสัญญาทุกนาทีพี่ยังรอ
....๐ งามดังเดือนเพื่อนฟ้ารัตติกาล
งามจริตจะก้านหวานซึ้งจริงหรอ
งามพิศพักตร์รักยิ้มนิ่มลออ
งามคิ้วศอเอวระหงส์ทั้งองค์กาย
....๐ จำต้องพรากจากนางอ้างว้างนัก
จดจำรักวันวานที่ผ่านหาย
จากวันนี้ลบสัญญาอย่าเสียดาย
แจวรักพ่ายป่ายน้ำตาอำลาเธอ
....๐ โฉมเฉลาเจ้าอย่าอาลัยพี่
โฉมฤดีอย่าชอกช้ำ ฤ พร่ำเพ้อ
โฉมนงคราญวานเก่าสองเราเจอ
โฉมเจ้าเอยเพียงภาพเบลอเผลอลวงตา
....๐ ชาตินี้วาสนาแค่พาพบ
ช่วยฝังกลบลบรักอันหนักหนา
ชายเยี่ยงพี่หนีช้ำระกำอุรา
ชนตราหน้ารักเมียเขามันเศร้าตรม
....๐ เซซวนเซรักเพพังกี่ครั้งหนอ
ซมซานต่อรอนางคู่สร้างคู่สม
ซัดโซเซเร่ร่อนยิ่งร้อนตรม
ซึมซาบซ่านรักขมหลงดมดอม
....๐ เด็ดดอกฟ้ายาใจจึงได้เจ็บ
ดอกรักเก็บเหน็บไว้ใคร่ถนอม
ดวงยี่หวาพาภิรมย์แม้ตรมตรอม
ดอกรักซ้อนถอนพิษรักยากนักเอย
....๐ ตราตรึงจิตพิศวาทมิคลาดครา
ติดต้องตารักยาใจใคร่เฉลย
ตามหานางข้างกายมิหมายเกย
แต่พี่เคยห่วงเจ้าจึงเฝ้าตาม
....๐ ถึงรักนี้มิสมมาดปรารถนา
ถวิลหารักนางคอยถ่างถาม
ถอยตั้งหลักพักรักไว้สักยาม
ถลำหลงดงหนามหยุดห้ามใจ
....๐ ที่รักนางวางปล่อยกับรอยรัก
ทางเหหักติดกับดักในรักใหม่
ทนทุ่มเทเซซมระทมใด
ทิ้งรักไปในเลว้าเหว่ครวญ 
....๐ เธอคือรักครั้งแรกแทรกดวงจิต
เธอหล่อเลี้ยงชีวิตจึงคิดหวน
ธารไมตรีที่คบไหลอบอวล
เธอเย้ายวนกวนเนาในเงาคืน
....๐ หนึ่งชีวิตจิตภักดีศรีสมร
น้องงามงอนย้อนรักเก่าเจ้าจำฝืน
หนี้ปางใดให้เราช้ำสุดกล้ำกลืน
นานเพียงไหนรักราบรื่นและยืนยง
....๐ บ่าแบกรับซับน้ำตากี่ห่าหาบ
บาปกลิ่นสาบสาปใจให้ใหลหลง
บ้าแล้ว ฤ ถือสัจจาว่ามั่นคง
บาดแผลรักปักตรงอกนรกตรม
....๐ ปรารถนาฟ้าลิขิตชีวิตรัก
โปรดฟูมฟักรักข้าอย่าขื่นขม
ปลื้มสัญญาเอ่ยขานสราญรมย์
เปี่ยมสุขสมลมรักเก่าเจ้าหวนคืน
....๐ ผ่านอดีตกรีดแทงแสลงร้าย
ผกากรองหมองกายคลายสะอื้น
ผิด ฤา ถูกผูกสัมพันธ์รักมั่นยืน
ผู้หญิงอื่นหมื่นแสนยากแทนเธอ
....๐ ใฝ่และฝันเคียงคู่เป็นชู้ชิด
เฝ้าครุ่นคิดจิตรำพันจนฝันเพ้อ
ฝังรักแท้แด่เจ้าคอยเฝ้าเจอ
ฝากใจเก้อละเมอหาด้วยอาลัย
....๐ พี่บุญน้อยด้อยค่าวาสนา
เพียงสบตาพางวยงงลุ่มหลงใหล
พบแล้วพรากจากนุชสุดฟ้าไกล
พ้อกันใหม่ในชาติหน้า ฤ ฟ้าเอย
....๐ ฟากฟ้าเอยเจ้าเคยรู้ผู้พ่ายไหม
ฟ้าร่ำไห้ใจนวลควรเฉลย
ฟากฟ้าไกลไยเจ้ามิเหงาเลย
ฟ้าเจ้าเอ๋ยเธอเคยรักข้า ฤา
....๐ ภุมรินทร์หอมกลิ่นบุปผชาติ
ภาคทัณฑ์รักพิฆาตบังอาจถือ
ภูมิใจเถิดเกิดมาตายด้วยน้ำมือ
ภพภูมิหน้าจารึกชื่อคือรักนาง
....๐ เมื่อชาตินี้บุญพี่ไม่มีเจ้า
มอบรักเก่าเจ้าคืนไม่ฝืนสร้าง
มาเพื่อเอ่ยเฉลยคำมิอำพราง
มีรักใหม่เคียงข้างอย่างมั่นคง
....๐ ยอมตัดใจไปจากไม่อยากฝืน
ยุติรักกล้ำกลืนระรื่นหลง
ยอมจำนนพ้นทางอย่างปลดปลง
ยอมยกธงผืนขาวหนาวน้ำตา
....๐ รักแล้วเลิกเพิกเฉยไม่เคยรัก
รามือพักหนักเหลือน่าเบื่อหรา
ราจำลาบ่ายหน้าเพื่อพร่ำรา
รอยน้ำตาปร่าแก้มรักแย้มรอย
....๐ ลืมรักเก่าเงารักร้ายพี่พ่ายรัก
ลืมกลิ่นเนื้อล้างตักนางสะพร่างย้อย
ลืมอดีตรักช้ำน้ำตาปรอย
ลบเลือนรอยหงอยเหงาที่เฝ้ารอ
....๐ วันวานเก่าเรามั่นสัญญาสอง
ว่าวันหนึ่งครองคู่อยู่ห้องหอ
วันแล้ววันเล่ารักเจ้าสอพลอ
ไหว้วอนขอคุณพระช่วยลูกที
....๐ สุดที่รักหนักใจใช่หรือเปล่า
สาบกลิ่นเจ้าเฝ้าตามติดชีวิตนี้
สาปดวงจิตพิษรักด้วยภักดี
สุดท้ายพี่หนีหน้าขอลาจร
....๐ หอมกลิ่นกายน้องนางมิจางหาย
หายจากเรื่องรักร้ายกายถ่ายถอน
หมดพันธะสัญญาอย่าอ้อนวอน
หนีงามงอนตอนผัวนางมาจ้างยิง
....๐ อยู่ก็ยากจากก็แย่โอ้แม่เอย
อุ้มชูเกยเชยชมน้องสมหญิง
อย่าร้าวรอนตอนผัวมาช้าประวิง
อยากจะทิ้งเพราะกลัวผัวแม่คุณ
....๐ เฮฮาสุขม่วนชื่นกับคืนสุข
เฮาสนุกสนานอย่าพาลฉุน
ฮึกเหิมเติมประเด็นเป็นต้นทุน
ฮักละมุ่นอุ่นเอื้อเพื่อมวลชน
....๐ เขียนไปเรื่อยเหนื่อยเป็นซะที่ไหน
ยัดเยียดใส่ไถยแถก็แปรผล
ด้นหน้าหลังพังกรอบตามชอบตน
มิเคยสนคนคำพร่ำน้ำลาย
....๐ ร้อยตะวันพันดาวเดือนเปื้อนกระดาษ
ระบายวาดสาดสีคลี่สยาย
พรรณนาภาษาคำพร่ำบรรยาย
สื่อความหมายภายนอกบอกตัวตน
....๐ ชลมุนวุ่นวายถ่ายความคิด
ถ้อยลิขิตจิตวิญญาณตระการผล
หมุนสลับปรับเปลี่ยนและเวียนวน
ยอกย้อนกลปนเปเรื่องเฮฮา
....๐ เพียงบอกเล่าเนาคลองครรลองคิด
เผยจริตปิดกัั้นเพื่อหรรษา
มธุรสปดขำจำนรรจา
คงคุณค่าอัตลักษณ์ตระหนักความ
....๐ กลบทรสกวีมิมีดอก
แค่กลอนหลอกยอกเย้าคอยเฝ้าถาม
ฝันนิมิตคิดประเด็นเป็นนิยาม
บอกเล่าตามนามสมัยที่ใคร่เป็น
....๐ อันอ้อยตาลหวานลิ้นหอมกลิ่นปาก
ทิ้งเศษซากกากเน่าที่เราเห็น
คำผู้ดีศรีชาติกระสาดกระเซ็น
กลิ่นเน่าเหม็นกว่าเศษซากกากอ้อยตาล
....๐ บทกวีสีสาดมิอาจเป็น
งามดังเช่นเพ็ญแขแผ่ไพศาล
ต่างกวีศรีปราชญฉกาจกานท์
ถ้อยขับขานหวานหูอยู่ทุกวัน
....๐ กลบทกฎกลอนยอกย้อนนัก
พึงตระหนักถักถ้อยเรียงร้อยฝัน
คุมต้นสายปลายเรื่องต่อเนื่องกัน
เสกสร้างสรรค์ปั้นแต่งสำแดงกานท์
....๐ อันศาสตร์ศิลป์กลิ่นกวีวิถีกลอน
ขุดสันดอนตะกอนกากซากสังขาร
ปลดปล่อยทุกข์ปลุกชีวิตจิตวิญญาณ
เพื่อสืบสานงานประพันธ์จรรโลงไทย
....๐ ร้อยกระบวนเย้ายวนจิตพิศวาส
อักษรชาติพิลาสงามตามสมัย
ถ้อยบทกรองตรองตริดำริไป
ตามแต่ใจใครรำพันเขียนฝันตน
....๐ ก่อสำเนียงเสียงประสานขานรุกไล่
ยัดสอดไส้ใส่อัตตาโกลาหล
ตะบี้ตะบันดันดะสัปดน
บนถนนคนเขียนกลอนนอนนั่งเทียน
....๐ เรื่องทุกอย่างต่างรสบทกวี
เมินวิถีศรีปราชญ์ผู้วาดเขียน
เงาอักษรห่อนซากแค่กากเกรียน
สู้พากเพียรเรียนรู้อยู่ทุกวัน
....๐ กลบทกฎกลอนยอกย้อนนัก
แอบครูพักลักจำย้ำรอยฝัน
เติมหัวใจใส่ศรัทธาค่าอนันต์
มั่นคงไว้ในสัญญาภาษาชน
....๐ เกิดเป็นชายตายเยี่ยงชายไม่อายหมา
เอาศรัทธาเป็นที่ตั้งเพื่อหวังผล
มีความรักภักดีอยู่ที่ตน
เก็บหัวใจไว้ฝึกฝนเป็นคนดี
....๐ ชีวิตนี้มีไหมอะไรยาก
ทุกข์ลำบากพากเพียรสู้รู้วิถี
โบกโบยบินถวิลหาฟ้าเสรี
มิตรไมตรีมีมากมายหลายมุมมอง
....๐ มาแต่ตัวกลัวอะไรเมื่อไปจาก
เรื่องหลายหลากฝากผลงานตระการก้อง
ท่วงลีลาท่าท่วงห้วงทำนอง
แด่พี่น้องผองประชาข้าแผ่นดิน
....๐ ยืนหยัดอยู่สู้หน้าบรรพชน
บนถนนคนเขียนกลอนอักษรศิลป์
มิเลื่องชื่อลือนามงามกวินทร์
ศิลปินถิ่นบ้านนาภาษากู
....๐ ต่างเวียงวังคลังปัญญาภาษาศาสตร์
ต่างนักปราชญ์วาดฝันอันเลิศหรู
ต่างกวีศรีสยามนามเพริศพรู
ต่างวิญญูผู้ประเสริฐเกิดก่อความ
....๐ คนขี้เหล้าเมากลอนหลอนหลอกครู
เฝ้าเรียนรู้กู่สมัยคอยไถ่ถาม
เหล้าเข้าปากฝากย้ำคำนิยาม
ความงดงามตามแต่คิดลิขิตพา
....๐ กระดกเหล้าเหย้าหยอกออกลีลา
ร่ายภาษาฮาเฮเสน่หา
รักล้นจิตพิศวาสมิคลาดครา
เทพสุราหน้าหล่อพ่อขี้เมา
....๐ กระแดะเรื่องเฟื่องกลอนมาหลอนหลอก
คนบ้านนอกคอกนาอยู่ป่าเขา
อิสระเสรีนี้ของเรา
ยกจรอกเหล้าเคล้าฝันจันทร์โอชา
....๐ รสอักษรกลอนสุราภาษาศาสตร์
วิปลาสขลาดเขลาเฝ้าโหยหา
มิตรเคียงข้างกระจ่างเงาเจ้าจันทรา
โฉมดาราฟ้าจำแลงแสงสุรีย์
...๐ ศิวิไลซ์ใคร่เน้นประเด็นใหม่
ติดตามไปในเรื่องราวข่าววิถี
ทุกมุมมองของชีวิตคิดแต่ดี
สุขเปรมปรีย์ที่ลานกลอนอักษรไทย
....๐ คือตัวตนคนเขียนกลอนสอนตัวเอง
เลือดนักเลงเพ่งไตร่ตรองกรองสมัย
ร่ายรุกรับปรับเปลี่ยนหมุนเวียนไป
ร้อยดวงใจใส่ศรัทธาค่านิยม
....๐ เมื่อมีฝันอย่าหวั่นไหวในเส้นทาง
ทุกก้าวย่างต่างปัญหามาทับถม
ฝืนชะตาฟ้าลิขิตลิลิตพรหม
เหล้าหมดกลมคารมพร่ำร่ำบรรยาย
....๐ ร้อยพากษ์พจน์บทกวีมาชี้ชวน
ถ้อยกระบวนกวนกลอนอักษรสาย
กลบทกฎเกณฑ์ตาเถรอาย
เชิงลวดลายมิหน่ายแหนงคลางแคลงใจ
....๐ นอนหยอกล้อทอฝันทันสมัย
ความเป็นไทยใคร่ดำรงมั่นคงไว้
มาตรฐานกานต์กลอนอักษรไทย
สุดแต่ใครใคร่ลิขิตลิลิตเอง
....๐ สุนทรีย์กวีโม้มโนภาพ
แต่งแต้มฉาบอาบจินต์ถวิลเพ่ง
เพลงละครกลอนกาพย์โคลงจรรโลงเพลง
ร่วมบรรเลงเครงครื้นระรื่นรมณ์
....๐ สืบสำเนียงเสียงประสานตระการก้อง
ท่วงทำนองคล้องรับสดับขรม
ร่ายลีลาพาสนุกสุขนิยม
ลืมทุกข์ตรมขมขื่นยามตื่นนอน
....๐ ใต้เงาฝันจันทร์โอชาอย่าเศร้าหมอง
ร่วมประคองล่องนาวาหน้าสลอน
ลืมทุกข์เศร้าเหงาทรวงห้วงอาวรณ์
ถ้อยอักษรสะท้อนผ่อนบรรเทา
....๐ แค่นักกลอนนอนเว็นเข็นอักษร
ไยฮำฮอนร้อนรนกับคนเขลา
เช้ายันสายบ่ายย่ำเย็นเห็นแต่เมา
ไทสูเจ้าเอาอะไรมาใส่ความ
....๐ กลอนกระจอกงอกง่อยถ้อยคำขาน
ประสบการณ์ผ่านมาบ่าแบกหาม
คือชีวิตจิตวิญญาณสานนิยาม
เรียงร้อยพล่ามตามสมัยที่ใคร่เป็น
....๐ สูหยามเหยียดเดียดฉันท์นั้นไม่ว่า
สันดานอย่าหน้าตัวเมียละเหี่ยเห็น
เลือกที่รักมักที่ชังขังประเด็น
เป็นตัวแสบแอบซ่อนเร้นเช่นโหงพราย
....๐ อย่าเป็นแค่คนแก่กะโหลกกะลา
กานต์สาราอย่ากีดกั้นมันฉิบหาย
ใครรักเขียนเพียรสร้างก่อนวางวาย
สูอย่าหมายกรายกร้ำให้กล้ำกลืน
....๐ อย่าตัดสินหมิ่นใครใช้ทิฐิ
อุตริผลิอัตตาน่าขมขื่น
ต่างคนเป็นเห็นอย่างต่างหยัดยืน
จงอย่าฝืนขืนใจใครใส่ร้ายกัน
....๐ บ้านหลังใหญ่ใครพักพิงมาอิงแอบ
อย่าใจแคบเป็นแบบอย่างทางสร้างสรรค์
มองมุมต่างอย่างเข้าใจให้เท่าทัน
ต่อเติมฝันปันแบ่งรักคอยผลักดัน
....๐ มีมากมายหลายคนบนเส้นทาง
เดินอ้างว้างอย่างเดียวดายสู่ปลายฝัน
เพื่อนร่วมทางข้างเคียงเพียงตาวัน
กับดาวจันทร์สัญญาใจไม่เปลี่ยนแปลง
....๐ ความสำเร็จเคล็ดลับนั้นผลักดันสู้
ยืนหยัดอยู่รู้ทันเคี่ยวขันแข่ง
เอาหัวใจใส่เด็ดเดี่ยวเป็นเรี่ยวแรง
สองมือแปลงแต่งสร้างแบบอย่างเอง
....๐ อย่าได้สนคนใดในโลกนี้
ต่างวิถีดีเป็นเน้นพิจเพ่ง
สรรพสิ่งวิ่งวนไปอย่าได้เกรง
เลือดนักเลงเก่งตัวตนย่อมพ้นภัย
....๐ ใครดีเด่นเช่นไรไม่อิจฉา
แม้นชั่วช้าอย่ามุ่งเน้นประเด็นใหญ่
แต่คนละคนบนเส้นทางต่างคนไป
ปล่อยวางไว้ในทุกเรื่องอย่าเคืองกัน
....๐ อันเงินตราหาง่ายกว่าเพื่อนแท้
บางคนแย่แค่เปลือกงามทรามมหันต์
มือถือสากปากถือศีลลิ้นตะบัน
คอยห้ำหั่นฟันแทงแย่งกันดี
....๐ แจกรอยยิ้มกริ้มกรุ่มอุ้มชูมิตร
ร้อยลิขิตจิตจำนงค์ ณ ตรงนี้
คารวะเพื่อนผองพี่น้องกวี
ฝากไมตรีมีให้ไว้ไม่เสียตังค์
....๐ เกิดมาจนทนยืนอยู่สู้ชีวิต
ฟ้าลิขิตปิดกั้นสวรรค์สั่ง
ทางนรกระหกระเหินเกินประดัง
แต่ความหวังยังเดินหน้าฝ่าฟันไป
....๐ ไม่ย่อท้อต่อชะตาฟ้ากำหนด
ทรยศกฎพรหมสร้างถากถางไถ
สองมือตีนปีนป่ายไม่อายใคร
ฝากใจให้โลกรู้คู่แผ่นดิน
....๐ อย่างอมืองอเท้าหน้าเศร้าท้อ
นั่งนอนรอขอพรเอาให้เขาหมิ่น
สวดมนตราฟ้าบันดาลหว่านโรยริน
ขอทำกินดิ้นรนเอาไม่เฉาตัว
....๐ อย่ารอฟ้าเทวามาโปรยทาน
เกินก้าวผ่านด่านปัญหาพร่าสลัว
อุปสรรคหนักหนาอย่าหวาดกลัว
รู้ดีชั่วหัวใจแกร่งแข่งกับตน
....๐ จุดมุ่งหมายปลายฝันอันไกลห่าง
ระยะทางวางกำหนดทดสอบผล
มีดีชั่วยั่วคุณค่าคำว่าคน
ตนบันดลผลสำเร็จเสร็จดังใจ
....๐ บุราณว่าถ้ากำตดหมดราศี
บอกกำขี้ดีกว่าอย่าสงสัย
ทั้งสองอย่างต่างพิศเพ่งวังเวงไว
เลือกอะไรใคร่ไตร่ตรองลองคิดดู
....๐ แม้นใจคดปดโป้มโนรมณ์
กวีถ่มขรมขากปากหดหู่
ของแสลงแกล้งว่าเหมือนด่าครู
สัพพัญญูรู้หลบไม่คบพาล
....๐ มากเรื่องเล่าเงากลอนอักษรความ
กับคำถามหยามเหยียดรังเกียจสาน
บนถนนหนทางพ่างตระการ
ก่อเนื้องานกานต์กวีที่ต่างเป็น
....๐ เขียนตามใจในความต่างทางความคิด
ร้อยลิลิตสิทธิ์เสรีที่ตาเห็น
มากความจริงทิ้งไว้ไม่ลำเค็ญ
ทุกประเด็นเร้นแฝงจำแลงเงา
....๐ กลอนสะท้อนอ้อนทรวงบ่วงอารมณ์
ทุกข์ระทมขมขื่นกับคืนเหงา
รักอาลัยใจอาวรณ์ผ่อนบรรเทา
ร้ายรุมเร้าเศร้าจิตปลิดชีวัน
....๐ ล้มกี่ครั้งยังร้องไห้ไปกี่หน
เหนื่อยทุกข์ทนบนหนทางย่างตามฝัน
แต่ละคืนตื่นมาสุดจาบัลย์
แสงนวลจันทร์บั่นทอนร้าวรอนตน
....๐ หยดน้ำตากี่ห่าหาบอาบสองแก้ม
อุปสรรคมักแต่งแต้มแกมฉ้อฉล
หมุนสลับปรับเปลี่ยนย้อนเวียนวน
สู้ดินรนบนชะตาฟ้าลงทัณฑ์
....๐ โอ้อาลัยใจช้ำแสนกล้ำกลืน
เสียงสะอื้นฝืนลิขิตผิดมหันต์
สวรรค์สร้างย่างเดินเผชิญมัน
นรกคั่นกั้นกลางอย่างน่ากลัว
....๐ ลมหายใจไหลรวยรินแทบสิ้นลม
ชั่วทับถมขมขื่นหมื่นพันชั่ว
มัวเชื่อใจใครบางคนจนหม่นมัว
ดีแต่ตัวหัวใจไม่ไยดี
....๐ ลบรอยช้ำน้ำตาก่อนลาจาก
ทิ้งความยากฝากลงดินเป็นสินหนี้
ลืมเจ็บปวดรวดร้าวที่เรามี
พอกันทีชีวิตเก่าในเหล้าดอง
....๐ เรื่องมากมายหลายอย่างต่างรุมเร้า
ทุกข์สุขเศร้าเหงาตรมระทมหมอง
กับชีวิตคิดทบทวนหวนไตร่ตรอง
ทุกห้วงห้องของใจไฉนกลัว
....๐ เหนื่อยจนท้อต่อปัญหาที่ถาโถม
มันกระโจมโรมรันปลุกปั่นหัว
หมดแรงสู้อยู่ไปเหมือนไร้ตัว
ทางมืดมัวหัวใจฉันมันโรยรา
....๐ ยอมแพ้พ่ายคล้ายชะตาฟ้าลิขิต
ปลงชีวิตผิดไหมใครถือสา
ทุกย่างก้าวหนาวเหน็บเก็บน้ำตา
อ้อนวอนฟ้าอย่าลงทัณฑ์ฉันอีกเลย
....๐ เจ็บอีกนานกว่าผ่านพ้นยอมทนเจ็บ
เผยรอยเย็บตะเข็บใจไว้เปิดเผย
เคยทนรอท้อกี่ครั้งยังคุ้นเคย
ความเฉลยเอ่ยมาอย่าถือความ
....๐ อยากร้องไห้ให้ตัวเองวังเวงนัก
อยากหยุดพักสักครั้งหวังไถ่ถาม
อยากทบทวนครวญใคร่ในวันยาม
อยากเลิกพล่ามยามท้อต่อชะตา
....๐ เบื่อชีวิตคิดอะไรไร้สาระ
มุ่งมานะละทิฐิติปัญหา
พักหายเหนื่อยเมื่อยวางสร้างปัญญา
ขอบเวิ้งฟ้ารอผู้กล้าท้าประจัญ
....๐ กลัดเกลากรองกร่นกานท์ขานภาษา
ก่อกอปรเกื้อกายกายาพาสุขสันต์
กงเกวียนกรรมเก่าก่อนกร่อนชีวัน
กู่ก้องเกียรติเกริกไกรฝันรำพันครวญ
....๐ ขับขานไขข้อข้องใจไสลิขิต
ขากขมขู่ไขว่ขรมคิดลิลิตหวน
เขี่ยขนขวายขี่ขับขยับชวน
ขลุกขลักข่วนขวยเขินเกินห้ามใจ
....๐ คมคำคมความคิดคนปนจริต
คมคำความใครใคร่คิดผิดถูกไหม
คมคนคมคว้าความหมายตะกายไป
ความคนใครคายคำพิษปลิดชีวา
....๐ อ้าอวดโอ้เอ่ยอ้างง้างฝีปาก
ซานซมซากเซโซโม้มุสา
มวลหมู่มิตรเมียงมองแอบจ้องมา
มากหมู่หมาหมางเมินเดินจากไป
....๐ กาพย์กลอนกานต์กรองกวีผู้ดีปราชญ์
วนเวียนวาดเวี่ยไว้ในสมัย
อยู่โอบเอื้อไออุ่นละมุนละไม
โฉมไฉไลไยนงค์เยาว์เจ้าเฉยเมย
....๐ สุดซาบซึ้งถึงไมตรีที่คอยอ่าน
ทุกผลงานสานศรัทธากล้าเปิดเผย
คนขี้เมาเกลากลอนหยอกหลอกเช่นเคย
พจน์เฉลยเอ่ยอ้างจากข้างใน
....๐ เรื่องอักษรกลอนกาพย์โคลงจรรโลงเรื่อง
ไสขัดเครื่องเฟื่องฟุ้งผดุงไส
ไกลห่างคิดมิตรต่างอยู่ห่างไกล
ดำรงไว้ให้ลูกหลานสานดำรง
....๐ สานดำริติเตียนเพียรขยัน
เพียรขยายตะกายฝันอันลุ่มหลง
อันลุ่มไหลไมตรีที่มั่นคง
ที่มั่นรักภักดีตรงดุจหงส์งาม
....๐ วิ่งไล่เห่าเฝ้ากระแสแปรสมัย
ทุกที่ใดไปตามติดคิดไถ่ถาม
สลับร่างพรางรุกรับกับนิยาม
ถูกประณามหยามหมิ่นกลิ่นน้ำเมา
....๐ มิตรภาพซาบซึ้งคนึงหมาย
น่าเสียดายคล้ายหมางเมินเดินต่างเขา
แต่ทุกอย่างอ้างประเด็นเป็นตัวเรา
จึงไม่เศร้าเหงาทรวงอย่าห่วงเลย
....๐ จะบากบั่นปั้นเรื่องเฟื่องแผ่นดิน
โปรยระรินศิลป์ศาสตร์มิอาจเฉย
ถ้อยดำรงคงคุณค่ามาเปรียบเปรย
เหมือนที่เคยเอ่ยอ้างเอาทุกเช้าเย็น
....๐ คนเขียนกลอนนอนดึกคึกคะนอง
ลำนำล่องคลองกานท์ขับขานเข็น
ร่ำสุราเย้ยฟ้างามยามเดือนเพ็ญ
ทุกประเด็นเป็นอักษรอ้อนทรามวัย
....๐ กลอนกระดากถากถ่มคอยบ่มเพาะ
ไม่ไพเราะเพราะพริ้งสิ่งสงสัย
กลอนเสนียดกระเดียดละเมียดละไม
ต่างเขาใครในพจน์มิงดงาม
....๐ เมื่อความเมาเข้าเยือนคอยเตือนจิต
ร่ายนิมิตลิขิตร่างพรางหาบหาม
ฝากจารึกผนึกชื่อระบือนาม
ฝังนิยามงามอักษรกลอนสุรา
....๐ เมาเพื่อคิดลิลิตร่ายตะกายฝัน
เมาเพื่อดันขันแข่งตะแบงหา
เมาเพื่อหวนชวนคนึงถึงเวลา
เมาเพื่อคว้าปราชัยไว้เชยชม
....๐ ถ้อยคารมคมปากกระชากจิต
อย่าตะขวิดตะขวงใจให้ขื่นขม
รสน้ำเมาเกลากล่อมย้อมอารมณ์
เชิญชวนชมคมกวีคนขี้เมา
....๐ ขอขมาว่าไว้ในสิ่งอ้าง
หากขวางทางต่างคิดผิดจากเขา
กลบทรสกลอนสะท้อนเงา
เผยโง่เขลาเราเป็นเห็นทุกวัน
....๐ สรรพสิ่งจริงแท้ ฤ แปรเปลี่ยน
หมุนวนเวียนเพี้ยนผิดมิปิดกั้น
ธรรมดาตาเห็นเช่นไรกัน
สุดท้ายนั้นมันแค่คราบภาพมายา
....๐ มิตรภาพกาพย์โคลงจรรโลงอักษร
มากร้าวรอนกลอนกระบอกขี้ครอกบ้า
แต่เปี่ยมล้นบนเส้นทางสร้างศรัทธา
คงคุณค่าภาษาตัวชั่วชีวี
....๐ มีรักแท้แค่เหล้าไหที่ใจภักดิ์
รักเสียหลักพักวางนางหน่ายหนี
ร้อยอักษรอ้อนผูกปลูกไมตรี
เมินนารีที่เคยรักสลักใจ
....๐ ถึงเมาเหล้าเง่าบ้างเป็นบางครั้ง
เรื่องความหลังฝังอกนรกไหม้
มีบางอย่างพรางแอบแนบเนื้อใน
ปล่อยทิ้งไปใส่ไหเหล้าลืมเจ้าลวง
....๐ วิบากกรรมซ้ำซากลำบากนัก
ทั้งเรื่องรักหักสวาทดุจบาศบ่วง
โชคชะตาฟ้าสังหารเผาพลาญทรวง
ลับลาล่วงดวงแขแม่เนื้อนวล
....๐ กอดเหล้าไหไม่ช้ำชอกดอกสหาย
เดี๋ยวก็ตายวายชีวาอย่าโหยหวน
วิปโยคโศกศัลย์ร้าวรัญจวน
สรรพสิ่งจริงล้วนคำธรรมดา
....๐ รู้จักตนบนวิถีที่เป็นไป
ปล่อยวางไว้ใช่รันทดจนหมดค่า
คงความเชื่อเนื้อดีที่นำพา
ฝังศรัทธาหาตัวตนทนลำเค็ญ
....๐ วิวัฒนาการด้านภาษา 
ยุคตำราล้าสมัยที่ใคร่เห็น
ถ้อยสื่อสารขานเล่าเนาประเด็น
มิได้เป็นเช่นบทกานท์สานสารา
....๐ ภาษาสื่อถือเพี้ยนไม่เปลี่ยนความ
ความงดงามตามวัยรุ่นครุ่นคิดหา
เพียงชั่วครู่อยู่มินานก็ผ่านซา
อย่าถือสาหาเหตุแค่เศษเกิน
....๐ ต่างคุณค่าภาษาศาสตร์ราชการ
การเขียนอ่านสานต่อยอสรรเสริญ
ย่อมรู้ว่าค่านิยมน่าชมเชิญ
ไม่หมางเมินเดินออกนอกกฎไทย
....๐ เริ่มแต่ต้นบนระบอบกรอบศึกษา
พัฒนาหาเปลือกแล้วเสือกไส
กอไก่กาหมาแมวแตกแถวไป
เด็กยุคใหม่ไร้ทางเดินเมินตำรา
....๐ คนเขียนกลอนอาทรเอื้อต่อเนื้อหา
ยังพลาดท่าน่าผิดหวังหลายครั้งว่า
แม้นไตร่ตรองกรองกรั่นหลายครั้นครา
ยังเสียหน้าภาษาผิดคิดฉันใด
....๐ เพียงแยกแยะแนะแนวทางกระจ่างคำ
คอยตอกย้ำพร่ำเขียนเวียนสงสัย
ช่วยตักเตือนเพื่อนทุกคำอย่าช้ำใจ
ภาษาไทยให้สันทัดควรคัดกรอ
....๐ คือกวีที่ไร้นามงามภาษา
จำนรรจาพาเพลินดำเนินต่อ
กลบทรสคำล้ำลออ
เอ่ยยกยอขอชื่นชมคารมความ
....๐ บทกวีชี้ชัดจัดขั้นครู
หลั่งพรั่งพรูสู่กระแสแลไถ่ถาม
ถักเรียงร้อยสร้อยสำเนียงเสียงงดงาม
พยายามตามติดชิดกระบวน
....๐ ร่ายรุกรับปรับเปลี่ยนเนียนผุดผ่อง
ทุกห้วงห้องล่องลำนำสุดกำสรวล
วาดลีลาหยอกเย้าเศร้ารัญจวน
เสียงครางครวญชวนอ่านตระการตา
....๐ ตระการใจในคมคำล้ำเลิศรส
ล้ำเลิศพจน์บทกวีอันมีค่า
อันมีศิลป์กลิ่นสาบภาพมายา
ภาพมารมณ์บ่มปัญญาภาษาไทย
....๐ ภาษาศาสตร์ปราชญ์กวินศิลป์ภาษา
ไหลศรัทธาข้าถวิลหยดรินไหล
ใครต่างเขียนเพียรสร้างแนวทางใคร
ถักทอไยไมตรีที่ศรัทธา
....๐ มีมากมายหลายอย่างอำพรางซ่อน
มันบั่นทอนกร่อนใจให้โหยหา
ค้นคำตอบชอบธรรมจำนรรจา
เผยอัตตาบ้าใบ้ในใจเรา
....๐ ผ่านมุมมองของชีวิตลิขิตพรหม
โลกโสมมถมซากกากเหม็นเน่า
ทั้งตัวกูสูข้าอ้าเองเอา
ถูกความเง่าเข้าครอบกรอบกบาล
....๐ ต่างดิ้นรนทนฝืนยืนหยัดอยู่
เร่งเรียนรู้สู้ชะตากล้าหักหาญ
เดินเดียวดายหมายฝ่าฟันวันร้าวราน
ก่อผลงานสานรากแก่นบนแผ่นดิน
....๐ หนึ่งชีวิตผิดถูกผูกรัดร้อย
เหยียบย่ำรอยถอยรุกรับกับหยามหมิ่น
คำนินทาว่าร้ายป้ายมลทิน
สาบสางกลิ่นดินตมทับถมกาย
....๐ มืดอำพรางทางเลือกกระเสือกกระสน
วกเวียนวนทนทำสร้างต่างกระหาย
อุปสรรคหนักทรวงบ่วงทำลาย
เคล้นความหมายคลายปัญหาอย่าสิ้นหวัง
....๐ เผยเยื่อใยไมตรีดีต่อหน้า
ลับหลังฆ่ากล้าแกล้งแทงข้างหลัง
รอยยิ้มหวานปานน้ำผึ้งถมึงชัง
มิตรภาพสาปขังหวังทำลาย
....๐ เปลือกนอกงามทรามในจิตใจชั่ว
หลงเกลือกกลั้วตัวต่ำขย้ำหมาย
จ้องเขมือบเคลือบแฝงเสแสร้งกาย
เหมือนสหายตายแทนกันทุกวันคืน
....๐ ถ้อยคารมคมดาบสาบกลิ่นสาง
ซ่อนอำพรางลางร้ายกลายเป็นอื่น
เลิกลดละตระบัดสัตย์เคยหยัดยืน
เสียงสะอื้นตื่นภวังค์ฉุดรั้งรอ
....๐ วันผันผ่านกาลล่วงพ้นคนเปลี่ยนไป
ทั้งหัวใจไม่มั่นคงและตรงต่อ
คำว่ารักภักดีมิมีพอ
หลงฉนฉ้อตอแหลแปรผิดความ
....๐ กากกระพี้ที่เห็นเป็นความต่าง
ทุกสิ่งอย่างห่างแก่นแท้แค่เปลือกหนาม
เห็นภายนอกบอกในใสงดงาม
เฝ้าหาบหามตามดอมดมอาจมมูล
....๐ มิตรภาพกาพย์กลอนอักษรโคลง
จิตจรรโลงโยงผูกปลูกจากศูนย์
ทอถักถ้อยสร้อยเสริมเพื่อเพิ่มพูน
ลบอาดูรสูญสิ้นจากจินต์ตน
....๐ เวิ้งน้ำกว้างขวางใหญ่แผ่ไพศาล
จรดผืนฟ้าบาดาลตระการฉงน
ธรรมชาติวาดแต้มแรกแย้มยล
บ่มเพาะผลบนตรรกะธรรมดา
....๐ อยู่ใต้หล้าฟ้าสรวงมีบ่วงครอบ
ในกรงกรอบขอบขังประดังว่า
เป็นนักโทษโฉดชั่วตีหัวตรา
แผ่นหนังหมาจารึกบันทึกนาม
....๐ แสวงหามานานมิพานพบ
กระบวนรบครบเครื่องประเทืองถาม
บ่าแบกหนักพักบ้างเป็นบางยาม
หมายงดงามตามกวีผู้ดีเป็น
....๐ เพียรเพาะบ่มจมจอมดมดอมกลิ่น
ใคร่ถวิลยินยลปพนธ์เห็น
หยดน้ำตาห่าหาบกระสาดกระเส็น
น้ำคำเหม็นกระเด็นฟุ้งคลองคลุ้งนา
....๐ พ้นกฎกรอบขอบกะลาของหมาครอบ
นอกระบอบรอบวิถีระรี้หา
รสเหล้ารั่วยั่วเย้าเคล้าน้ำตา
รอโซดาฟ้าใสมาใส่เติม
....๐ คำว่าคนจนยากลำบากเหมือน
ดาวแลเดือนเพื่อนแกมมาแต้มเสริม
เอาสัตย์ซื่อถือสัจจะมาประเดิม
ก่อศรัทธามาเพิ่มและเติมธรรม
....๐ มองตัวเองเพ่งพิจพินิจตรอง
รู้ครรลองคลองหลอกไม่ชอกช้ำ
ทั้งล้นเหลือเบื่อวางอำพรางคำ
ต่างน้อมนำจำสอนตนบนศรัทธา
....๐ มีมากมายหลายอย่างอำพรางซ่อน
มันบั่นทอนกร่อนใจให้โหยหา
ค้นคำตอบชอบธรรมจำนรรจา
เผยอัตตาบ้าใบ้ในใจเรา
....๐ ผ่านมุมมองของชีวิตลิขิตพรหม
โลกโสมมถมซากกากเหม็นเน่า
ทั้งตัวกูสูข้าอ้าเองเอา
ถูกความเง่าเข้าครอบกรอบกบาล
....๐ ต่างดิ้นรนทนฝืนยืนหยัดอยู่
เร่งเรียนรู้สู้ชะตากล้าหักหาญ
เดินเดียวดายหมายฝ่าฟันวันร้าวราน
ก่อผลงานสานรากแก่นบนแผ่นดิน
....๐ หนึ่งชีวิตผิดถูกผูกรัดร้อย
เหยียบย่ำรอยถอยรุกรับกับหยามหมิ่น
คำนินทาว่าร้ายป้ายมลทิน
สาบสางกลิ่นดินตมทับถมกาย
....๐ มืดอำพรางทางเลือกกระเสือกกระสน
วกเวียนวนทนทำสร้างต่างกระหาย
อุปสรรคหนักทรวงบ่วงทำลาย
เคล้นความหมายกายชีวาหามุมมอง
....๐ รินน้ำเมาเกลากล่อมย้อมชีวิต
อำมฤตพิษเมรัยอันใสผ่อง
เดินถนนค้นหาฝ่าครรลอง
ทุกห้วงห้องของใจไม่มืดมน
....๐ ชีวิตเทพเสพสมอารมณ์หมาย
มากเรื่องร้ายกรายกร้ำทุกค่ำหน
สู้ลำบากถากถางอย่างลำบน
ก้าวข้ามพ้นมนต์สาปตราบาปตัว
....๐ เกิดหนึ่งครั้งหวังอะไรในชาตินี้
ก่อนเป็นผีมีสิ่งใดไหมทูนหัว
ดีกับชั่วตัวต่ำดำมืดมัว
อย่าหวั่นกลัวกลั้วเกลือกเลือกทำเอา
....๐ ทางเบื้องหน้าหาโรยโปรยกุหลาบ
แบกคอนหาบตราบสิ้นลมถมความเขลา
ทุกสิ่งอย่างอ้างกำหนดกฎเกณฑ์เรา
ทุกข์โศกเศร้าเหงาอ้างว้างต่างทำเอง
....๐ ขับบทกลอนวอนไหว้หมายเสรี
บนวิถีมีถอยรับขยับเร่ง
ดวดเมรัยไม่ขยาด ฤ หวาดเกรง
มนต์เสียงเพลงวังเวงเหงาเศร้าเดียวดาย
....๐ ลมหายใจไหลรวยรินแทบสิ้นลม
เศร้าระทมขมขื่นไห้ใจสลาย
หยดน้ำตาปร่ารินรดรันทดกาย
แม้นสุดท้ายพ่ายแพ้แต่มิยอม
....๐ สิ้นทุกอย่างอ้างว้างสุขจางหาย
คล้ายว่ากายตายทั้งเป็นลำเค็ญพร้อม
สู้ดิ้นรนบนถนนจนตรมตรอม
ทุกข์ห่มห้อมย้อมวิญญาณเลือดซ่านกาย
....๐ ไร้เรี่ยวแรงแผลงฤทธิ์ประสิทธิ์ประสาท
สุดอนาถชาติเสือเมื่อแพ้พ่าย
ถือศักดิ์ศรีภักดีมั่นตราบวันตาย
คงความหมายเชิงชายไว้ในแผ่นดิน
....๐ ลมหายใจไหลอยู่ก็สู้ต่อ
มิได้ท้อต่อชะตาฟ้าดูหมิ่น
พรหมลิขิตกีดกั้นจนฉันชิน
ภูผาหินดินเทียมฟ้าข้ามิกลัว
....๐ ดินกลบหน้าน้ำตาหยดรดผืนดิน
จิตถวิลบินท้าฟ้าสลัว
มืดอำพรางทางเบื้องหน้ายังพล่ามัว
หยุดพักมองตรองตัวเองวังเวงจินต์
....๐ เหนื่อยมานานซานซมหลงจมปลัก
ทั้งเรื่องรักหนักงานร้าวรานสิ้น
รอยตราบาปสาปฝังขังชีวิน
จักดับดิ้นวิญญาณ์ ณ คราใด
....๐ ใครกันเล่าเข้าใจในตัวข้า
เยี่ยงคนบ้าชะตาหักถูกผลักไส
ซดน้ำเหล้าเกลากล่อมย้อมฤทัย
นอนระทมตรมอาลัยทั้งใจกาย
....๐ อย่าเหนียมอายหมายเขียนกลอนอักษรชาติ
ถึงเป็นปราชญ์วาดเขียนก็เพียรหมาย
เป็นนักกลอนอ่อนด้อยร้อยลวดลาย
ใครคลางแคลงแหนงหน่ายบ้างช่างปะไร
....๐ เทพสุราหน้าหล่อพ่อตาหวาน
แถมหน้าด้านทานทนครับรับได้ไหม
เขียนบทกลอนอ่อนหัดกวัดไกว
ภาษาไทยไก่ถึงถึงฮูกเฝ้าผูกพัน
....๐ ไม่ใช่ครูผู้เจนจัดเด็กหัดเขียน
จึงพากเพียรเรียนอ่านสานสร้างสรรค์
มิเหมือนปราชญ์ชาติกวีที่ประชัน
ต่างหมอหมาก๋ากั๋นผู้บรรเลง
....๐ ร้องตะเบ็งกระเตงถ่อก่อผลงาน
จริตจะก้านขานบอกออกโผงเผง
มิตรมากมายก่ายกองกู่ก้องเพลง
เลือดนักเลงมิเกรงใครในแผ่นดิน
....๐ ยกจอกเหล้าเช้าสายจวบบ่ายแลง
มิเสแสร้งแล้งน้ำใจให้ใครหมิ่น
เชิญชวนมิตรชิดเชื้อข้าสุราริน
มาดื่มกินก่อนสิ้นลมสาสมใจ
....๐ กานต์อักษรกลอนลิขิตยังติดขัด
ลูกศิษย์วัดหัดเขียนนั่งเทียนไส
เมายำเปเซถลำดำรงไทย
เทพเมรัยไร้สิ้นจินตนาการ
....๐ มิบังอาจฉกาจกล้าท้าทายดอก
คนบ้านนอกคอกนาน่าสงสาร
รักเสียหลักหักเหเซซมซาน
ทรมานปานโดนมีดกรีดเฉือนใจ
....๐ เขียนระบายคลายอารมณ์ผสมเหล้า
เพื่อลืมเงาเจ้าดวงแดแม่แขไข
เหล้าเข้าปากทุกข์ลำบากก็จากไป
สนทำไมใครจะด่าว่ากลอนเกรียน
....๐ เกิดมาจนทนยากลำบากนัก
เมาเสียหลักหักเหบ้าเหมือนข้าเพี้ยน
ชนชั้นต่ำพร่ำศึกษาตำราเรียน
ฝึกอ่านเขียนเพียรหมั่นขยันไป
....๐ ศักดินากาไก่ไพร่สถุล
ต่ำสกุลรุนชั้นอยู่ขั้นไหน
ใต้ผืนธงคงไว้เช่นความเป็นไทย
แต่ทำไมไยแตกต่างร้างราคา
....๐ สามัญชนคนรากหญ้าประชาไพร่
ทุกข์ยากไร้ในอำนาจวาสนา
เกิดแต่ดินกินนอนเกลือกเรือกสวนนา
ต่างผู้ดีมีเงินตราฟ้าประทาน
....๐ ทนทำกินหมิ่นหมอนเยี่ยงจรจัด
อำนาจรัฐยัดตะรางเอ่ยอ้างศาล
ต่างชนชั้นตอกย้ำธรรมาภิบาล
มาตรฐานการกระทำซ้ำต่างกัน
....๐ ศักดินาข้าสถุลสกุลไพร่
ตาชั่งใหญ่ใคร่เอนเอียงเบี่ยงแลหัน
มีเงินตราค่าเพียบพร้อมจอมชีวัน
แต่ลงทัณฑ์บั่นคอฆ่าประชาชน
....๐ ยุติธรรมค้ำพวกพ้องป้องนายทุน
ข่มทารุณสถุลไพร่ไร้เหตุผล
สิ้นศรัทธาเมตตาธรรมดำมืดมน
ประชาชนยลเพียงซากกากอัปรีย์
....๐ ร้อยอักษรกลอนเสนาะไพเราะสาน
งามตระการสราญศิลป์ระรินศรี
เทิดถวายหมายเชิดชูครูกวี
คุณความดีที่ท่านมีนี้สืบไป
....๐ น้อมดวงจิตศิษย์ทุกคนบนแผ่นดิน
สืบสานศิลป์ถิ่นสยามงามสดใส
วรรณกรรมนำชาติพิลาสพิไล
สุนทรครูภู่ยิ่งใหญ่เกริกไกร เอย
 
เทพสุรา ผู้ไร้รัก
๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘
ผู้แสดงความคิดเห็น เทพสุรา ผู้ไร้รัก วันที่ตอบ 2015-06-26 16:02:47


ความคิดเห็นที่ 3 (3831635)
[น้อมจิตคารวะครู]
 
๐ เอกกวินท์ปิ่นหล้า...สยาม ประเทศเฮย
เรืองชื่อระบือนาม......เกริกก้อง
บรมครูงาม................โคลงร่าย กานท์เอย
ลือเลื่องไผทซ้อง.......ทั่วพื้นปฐพี
 
๐ ศรีสุนทรภู่กล้า......โวหาร 
คงมั่นปณิธาน...........เทิดไท้
อักษรเฟื่องตระการ...ศิลป์ศาสตร์
กอปรก่อรักษาไว้......แต่นี้สืบไป
 
๐ เกียรติเกรียงไกรแว่นฟ้า...มหา สมุทรเอย
พิสุทธิ์ฉันท์งามตา.................นิราศล้ำ
ทรงคุณค่าสารา...................เกิดก่อ กวีนอ
ดุจดั่งสานตอกย้ำ.................ผลึกแก้วกวินทรา
 
๐ อักษราเวี่ยไว้........ไทยดำรง
ครูภู่ทรงเอกองค์.......ปราชญ์แท้
มังกรร่อนเคียงหงส์...สง่า งามเวย
ชนนักกลอนชะแง้.....ย่างก้าวตามรอย
 
๐ ถอยรุกรับปรับแก้....กลอนกานต์
หมายมุ่งจักสืบสาน......แต่งแต้ม
กอเถาเผ่าวงศ์วาน.......ขานขับ สดับฤา
จารึกนามงามแย้ม.......กราบไหว้สุนทรครู
 
เทพสุรา ผู้ไร้รัก
๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘
ผู้แสดงความคิดเห็น เทพสุรา ผู้ไร้รัก วันที่ตอบ 2015-06-26 23:08:34



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.