ReadyPlanet.com


พระวิหารรำพึง


 

 
                                      พระวิหารรำพึง
 
 
ข้าคือปราสาทพระวิหาร.........................ชักรำคาญพวกสูแล้วรู้ไหม
 
สองเขตคามน่าจะรู้อยู่แก่ใจ.....................สมบัติข้าใครควรได้ชื่นชม
 
ตั้งหน้าดำทุ่มเถียงคำไม่ตกฟาก................เรื่องง่ายง่ายกลายเป็นยากเข้าทับถม
 
ปล่อยความโลภเข้าบังจิตคิดโง่งม............หวังจะอมกินกูแต่ผู้เดียว
 
ทั้งสองชาติดั่งจิตคิดโลภมาก..................หวังฉุดลากข้าไปไม่เฉลียว
 
ไม่จริงจังเปิดใจให้กลมเกลียว..................เอาแต่เที่ยวโพนทะนาด่าทอกัน
 
ข้าก็แค่เศษซากหินเก่าแก่.........................ถ้าช่วยกันดูแลแท้สุขสันต์
 
ผลประโยชน์จากข้าก็แบ่งปัน...................เขตกางกั้นกำหนดชัดทั้งสองทาง
 
เขมรไทยหาใช่ใครไหนอื่น......................เคยขมขื่นในอดีตสุดหม่นหมาง
 
โลกเจริญใจเจริญรู้ปล่อยวาง....................อย่าคิดต่างตีขลุมแต่ข้างตัว
 
เพราะมัวคิดแต่โลภมากมันเลยยุ่ง.............เอาแต่มุ่งความร่ำรวยเหยียบย่ำหัว
 
จะผิดข้องหมองใจใครไม่หวั่นกลัว..........บ้ามืดมัวคิดแต่แผนเหลี่ยมเล่ห์กล
 
ขอเสียเถอะขอเสียทีจะได้ไหม.................ขอทั้งไทยและเขมรเลิกสับสน
 
ปัญหามีก็คุยกันอย่าอับจน........................ข้าสุดทนเอ็งมานานรำคาญจัง
 
แต่ละฝ่ายวางก้ามทำอวดเก่ง......................มาดนักเลงข่มขู่ดูขึมขลัง
 
ปลุกชาวบ้านทั้งสองฝ่ายให้ชิงชัง..............หวังคุ้มคลั่งเคียดแค้นเข้าพันตู
 
ข้าขอเตือนจงจำคำไว้เตือนจิต...................ดัดจริตแย่งตัวข้าน่าอดสู
 
กว่าพันปีข้าเกิดมาลองนึกดู.......................เหล่าพวกสูเป็นลมแล้งอยู่ไหนกัน
 
ไม่กี่ปีสูเกิดมาแล้วพบข้า...........................มาชี้หน้าด่าทอเถียงกันลั่น
 
แล้วอวดดื้อถือดีดื้อดึงดัน...........................ยื้อแย่งกันมองไม่เห็นหัวอกกู
 
ข้านั้นเป็นสมบัติมนุษยชาติ........................อย่าประหลาดใจเลยข้าอดสู
 
ไทยเขมรต้องร่วมใจกันเชิดชู......................ช่วยกันดูบูรณะให้ลงตัว
 
เอากิเลสที่พอกใจของสูออก.......................เลิกกลับกลอกเปิดใจใช่มั่วซั่ว
 
อย่าดื้อด้านพูดยากกว่าควายงัว....................อย่าตาบอดมืดมัวยื้อแย่งกัน
 
ข้าต้องเป็นสมบัติคนทั้งโลก.......................อำนวยโชคคนมาชมให้สุขสันต์
 
สองประเทศบริหารจัดการกัน....................เนิ่นนานวันคนของเอ็งฆ่ากันตาย
 
ข้าพูดไปให้แค้นในอารมณ์........................อกตรอมตรมใจแทบสูญสลาย
 
เรื่องเล็กน้อยกลับปล่อยนิ่งดูดาย................เห็นประโยชน์มากมายจึงตื่นตา
 
กว่าจะเป็นปราสาทพระวิหาร.....................ดวงวิญญาณคนตายไห้โหยหา
 
ผู้คนนับหมื่นแสนต้องมรณา......................เซ่นตัณหาของกษัตริย์แต่ปางบรรพ์
 
เกณฑ์ข้าทาสผู้คนมาก่นสร้าง.....................ต้องอ้างว้างห่างลูกเมียไร้สุขสันต์
 
บ้างเจ็บไข้ล้มตายสุดจาบัลย์........................เสียงรำพันดวงวิญญาณยังก้องดัง
 
ความเคียดแค้นเขาทั้งหลายจึงสาปแช่ง......ให้ยื้อแย่งกันจนตายอย่าสมหวัง
 
ให้ความโลภมาพอกใจจนภินท์พัง .............สังเวยศพมาเซ่นฝังปราสาทกู               
 
ไทยเขมรจงเถียงกันอย่ารู้จบ.......................อย่าได้พบความสุขนะพวกสู
 
มีผู้นำก็เฉือนกันด้วยเหลี่ยมคู......................อย่าได้รู้รักปรองดองทั้งสองทาง
 
ทั้งผู้คนในประเทศจงร้าวแยก.....................ให้ฆ่ากันจนบ้านแตกเกิดศึกสาง
 
อย่าได้พบความสุขรุ้งรางชาง......................ถ้าหัวใจไม่ปล่อยวางอัตตาตน
 
สูจงจำคำเตือนข้าเอาไว้...............................ถ้ายังขืนแย่งกันใหญ่ไร้เหตุผล
 
ไม่หันหน้ามาเปิดใจไร้เล่ห์กล.....................ประชาชนต้องทนทุกข์ชั่วนิรันดร์...
 


ผู้ตั้งกระทู้ รณบุตร (wayuboot-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2010-11-04 04:08:12


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2125434)

ถ้าทั้งสองฝ่าย "เห็นแก่เงิน" ไม่เกิดสงครามหรอก เพราะสงครามมีต้นทุน ถ้ารบแล้วเสียเงินเสียคนเสียอาวุธ ปราสาทพินาศ ฉ.ห. รบชนะแต่ได้แค่กองหิน หรือต้องใช้ทุนมากกว่ามูลค่าวิหาร ถือว่าขาดทุน จะรบกันไปทำไม ไม่รบดีกว่า

ถ้าทั้งสองฝ่าย "เห็นแก่เงิน" คงตกลงผลประโยชน์กันแล้วหาทางที่จะหาเงินให้ได้มากๆจากปราสาท มากเท่าที่จะมากได้ ยอมให้ขึ้นทะเบียนฯ โฆษณาให้คนมาเที่ยว สร้างโน่นสร้างนี่เสริมความอเมซิ่ง สร้างความภาคภูมิใจให้ลูกหลานทั้งสองประเทศ บริหารจัดการแบบมืออาชีพ แล้วเอาเงินรายได้มาแบ่งกัน  ป่านนี้มีโปรโมชั่นทัวร์วิหารไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว

แต่ที่เป็นเช่นนั้นไม่ได้เพราะปัจจุบันปรากฏว่า มีฝ่ายหนึ่งให้ความสำคัญกับ อำนาจ ศักดิ์ศรีของฝ่ายตนมากกว่าเรื่องเงินทอง พยายามเหยียดอีกฝ่ายให้ต่ำกว่า ไม่คิดว่าอีกฝ่ายเป็นญาติมิตรที่อยู่ในระดับเสมอกัน แสดงตนเป็นผู้มีอำนาจเหนือกว่า คิดว่าเขาจะกลัวและยอมสยบ โดยใช้อาวุธ ใช้กำลัง หรือการกดดันในทำนองนั้น

ถ้าข้าไม่ได้ เอ็งก็อย่าหวังจะได้ เหตุนี้จึงไม่ต้องขึ้นทะเบียนฯ ไม่ต้องท่องเที่ยว ชาวบ้านไม่ต้องค้าขาย ไม่ต้องสร้าง ไม่ต้องโปรโมทอะไรให้เป็นที่ตื่นตาชาวโลก ปล่อยให้พังๆไป

เช่นนี้ก็จะมีแต่ความ ฉ.ห. พูดกันเท่าไหร่ก็ไม่รู้เรื่อง อาจเลยเถิดถึงรบเพื่อเกียรติยศศักดิ์ศรี ยอมสละชีพพลี ตายเป็นตายเจ๊งเป็นเจ๊ง ไม่ใช่พินาศเฉพาะวิหาร แต่พินาศทั้งประเทศก็จะยอมแลก

ขอสรุปว่า อำนาจนิยมอันตรายยิ่งกว่าทุนนิยม

และเผด็จการอำนาจนิยม เลวร้ายยิ่งกว่าเผด็จการทุนนิยม

ผู้แสดงความคิดเห็น ม้า วันที่ตอบ 2010-11-04 16:11:42


ความคิดเห็นที่ 2 (2125480)

กระทู้แบ นี้ เสี่ยง นะท่าน

อิอิ

ด้วยความเคารพ

ผู้แสดงความคิดเห็น หนุ่มราศีกันย์ วันที่ตอบ 2010-11-04 18:40:01



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.