ReadyPlanet.com


บ่าง บทกวีเคียงข่าว




ผู้ตั้งกระทู้ ประมวล ดาระดาษ :: วันที่ลงประกาศ 2010-07-10 15:09:18


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2084226)

บ่าง บทกวีเคียงข่าว”- ประมวล ดาระดาษ สะบัดปากการ่ายบทกวีบันทึกประวัติศาสตร์สังคม

 

ประมวล ดาระดาษ ชื่อนี้ย่อมเป็นที่คุ้นเคยของนักอ่านที่เข้าขั้นเป็นนักเลงหนังสือ มีผลงานมากมายและโดดเด่นอยู่ไม่น้อย บนถนนนักเขียนที่ยาวนานของประมวล ดาระดาษ ย่อมเรียกได้ว่าเป็นคนคุณภาพคนหนึ่งของวงการ ชั้นเชิงเรื่องสั้น เรื่องยาว และบทกวีนั้นไม่อาจจะมองข้ามไปได้ง่ายๆ

คนอ่านทั่วอาจรู้จัดประมวล ดาระดาษ ในฐานะของนักเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย แต่แม้ที่จริงแล้วเขาเป็นกวีหรือมือกลอนที่เข้าขั้นคนหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องปฏิภาณกวีนั้น ประมวล ดาระดาษ ถือเป็นมือดีคนหนึ่ง ความคิดแล่นเร็วปรูดปราด จับประเด็นได้ชัด สร้างคำและความได้ตรง

สิ่งที่พิสูจน์ความเป็นปฏิภาณกวีของเขาก็คือ ผลงานบทกวีที่ชื่อ “บ่าง”

“บ่าง” เป็นชื่อที่ใช้เขียนบทกวีของประมวล ดาระดาษ ในเว็บไซต์ผู้จัดการอนไลน์ในช่วงเวลาที่ขบวนการประชาชนในชื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อต้านและขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในห้วงเวลาก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยประมวล ดาระดา เขียนบทกวีวิจารณ์ข่าว หรือจะให้ถูกต้องก็คือ แสดงความคิดเห็นท้ายข่าวที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ แต่ความคิดเห็นของเขาแตกต่างจากคนอื่น เพราะเขาเขียนเป็นกลอนและใช้ชื่อว่า “บ่าง”

 

 

ดังนั้น “บ่าง” จึงกลายมาเป็นชื่อหนังสือ “บ่าง บทกวีเคียงข่าว” เมื่อได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ในเครือผู้จัดการ นับเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่เป็นผลพวงจากการขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บุราผู้ร่ำรวยคนนั้น

การเขียนบทกวีเคียงข่าวของ “บ่าง” ย่อมเป็นการเขียนสดๆทันทีที่อ่านข่าวจบ การจะทำเช่นนั้นได้อย่างน้อยต้องมีความแม่นยำในฉันทลักษณ์ มีคลังถ้อยคำอยู่ในสมอง และมีฉันทาในบทกวีอย่างแรงกล้า จึงจะสามารถผสมผสานอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกต่อสถานการณ์ตามข่าวเข้ากับความสามารถทางกวีได้โดยฉับพลันทันที กลายเป็นบทกวีที่ได้ทั้งอรรถและพยัญชนะที่สมบูรณ์ในตัวเอง ดังเช่นที่ปรากฏใน “บ่าง บทกวีเคียงข่าว” เล่มนี้

 

ประมวล ดาระดาษ ในฐานะกวี หรือ นักกลอน ก็สุดแท้แต่ใครจะเรียก ได้ทำหน้าที่บันทึกประวัติศาสตร์สังคมในช่วงเวลาหนึ่งไว้ในบทกวี (หรือกลอนก็สุดแท้แต่ใครจะขาน) เหตุการณ์ในช่วงเวลานั้น ที่นักการเมืองคนสำคัญระดับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล ถูกจับได้ว่าบริหารราชการแผ่นดินด้วยความไม่ซื่อสัตย์ จนประชาชนออกมาประท้วงขับไล่อย่างขนานใหญ่ ได้รับการบันทึกไว้ในรูปแบบบทกวี แม้จะไม่เป็นไปตามมาตรฐานแห่งรูปแบบของกลอนโบราณที่เคร่งครัดในฉันทลักษณ์ แต่นี่คือพัฒนาการหรือการคลี่คลายขยายตัวของบทกวี ที่มีความยืดหยุ่นด้านฉันทลักษณ์ เพื่อเก็บเนื้อหาใจความให้สมบูรณ์

บทกวีแต่ละชิ้นเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนั้น โดยบรรณาธิการได้จัดทำบันทึกท้ายบทให้รู้ว่า บทกวีแต่ละชิ้นมาจาก ข่าวใด คอลัมน์ใด ตีพิมพ์เมื่อใด เช่นนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการอ้างอิงเหตุการณ์ให้แก่ผู้ศึกษาผลงานในวันข้างหน้า สามารถสืบค้นต้นตอของบทกวีไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตรงตามข้อเท็จจริง ดังนั้น นี่จึงนับว่าเป็นบันทึกประวัติศาสตร์สังคมไทยได้โดยไม่ต้องสงสัย

หากท่านผู้อ่านต้องการพิสูจน์ ก็เสาะหาได้โดยพลันตามร้านหนังสือทั่วไป จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ พิมพ์ครั้งแรกตุลาคม 2550 ราคา169 บาท หากหาที่ไหนไม่ได้ก็ที่สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ โทรศัพท์ 0-2629-4488 ต่อ 2204-2209 หรือ กดที่นี่

คอกวีหรือแฟนานุแฟนของประมวล ดาระดาษ เชิญทดลอง ณ บัดนี้

(จากเว็บไซต์ โกศลคนชอบคุย)

         โกศล อนุสิม

ผู้แสดงความคิดเห็น ประมวล ดาระดาษ วันที่ตอบ 2010-07-10 15:13:15


ความคิดเห็นที่ 2 (2084229)

ผมก็ลืม เอางานของตัวเองมาโปรโมท ออกมาตั้งแต่ปี 51 โน่น หนังสือน่าจะยังพอมีเหลือ ที่ สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ ตามรายละเอียดข้างบนนั่นแหละ.

ผมก็ลืมไปแล้ว ไม่ได้เอามาโปรโมท ยามหนังสือออกใหม่ๆ รับค่าเรื่องรวมเล่มมาแล้วก็ลืม คุณโกศล อนุสิม เขียน รีวิวให้ในเว็บ จริงๆ ถ้าส่งประกวดซีไรต์ปีนี้ก็ได้ แต่ผมก็ลืมจริงๆ

แต่ถ้าส่ง คุณโกศล อนุสิม จะเดือดร้อน เพราะเป็นกรรมการรอบแรก ไม่หนังสือผมหรือคุณโกศลเองนั่นแหละ จะต้องออกจากห้องคัด(ฮา)

เพราtกรรมการ ดันเขียนรีวิวผมไว้ซะเริ่ด เอาล่ะ แล้วไปแล้ว

ธรรมดา งานกลอนจะหาคนพิมพ์รวมเล่มยาก ยกเว้นพิมพ์เอง

ช่วงก่อนที่จะได้รับการซื้อไปรวมเล่ม ปีนั้นผมนั่งเขียนแสดงความคิดเห็นท้ายข่าวการเมืองเว็บผู้จัดการ คนอื่นเขาก็เขียนคอมเม้นท์ข่าวกันแบบภาษาธรรมดา

ผมดันทะลึ่งเขียนเป็นกลอน แย้มนิดว่า พอข่าวออกปั๊บ ผมก็โซโล่สด แสดงความคิดเห็นเป็นกลอน ข่าวโพสต์ปุ๊บ ผมเขียนปั๊บ เรียกว่า"ออกกลอนไว"

วันหนึ่งๆ ผมก็นั่งเขียนได้อย่างไรไม่รู้ในเว็บข่าวการเมืองและบทความในหนังสือผู้จัดการออนไลน์

ความดังมาเยือน ได้อย่างไรก็ไม่รู้อีกเช่นกัน ถูกด่า ถูกชม แต่แฟนก็ตรึมไปตามเรื่อง

ปรากฎว่านาม"บ่าง"ที่ผมใช้เป็นนามแฝง เกิดดัง ในปีนั้น

คุณสนธิ ลิ้มทองกุล โทร.มาตาม ให้เอาบทกลอนที่ผมโพสต์ท้ายข่าว มารวมเล่ม เพื่อตีพิมพ์ นัยว่าเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์การเมืองในรูปแบบกลอน ท่านสนธิ โทร.มาบอก ผมอย่างนี้

ผมก็ต้องกลับไปไล่เลือกด้วยความยากลำบาก เพราะไม่ได้เซฟไว้ เพราะไม่คาดคิดว่าจะมีคนซื้อไปรวมเล่ม

ตามล่ากลอนตัวเอง ว่าอันไหนเข้าท่า รวมได้ หลายพันสำนวน คุณสุรวิชช์ วีรวรรณ (บก)ร่วมกันคัดกับผม เหลือร้อยกว่าสำนวน โดยมีหัวข้อข่าวนั้นๆ แสดงประวัติศาสตร์อยู่ท้ายบท

ใครว่า เขียนกลอน ขายไม่ได้ ผมนี่แหละ ทำได้มาแล้ว จะว่าคุยก็คุยแหละ

เป็นครั้งแรกและคนแรก ในประวัติศาสตร์

 บก.สนพ.ก็ว่าขายดี

ลองโทรไปถามดูนะครับ ถ้าหมด ก็พิมพ์ครั้งที่สองแหงๆ

บอกข่าวกันตอนนี้ ไม่น่าจะสายไป เพราะกลอนมันไม่ตายหรอก

ขายได้ไม่ฟลุก ฝีมือล้วนๆ(ฮา)

ผู้แสดงความคิดเห็น ประมวล ดาระดาษ วันที่ตอบ 2010-07-10 15:32:07


ความคิดเห็นที่ 3 (2084708)

 

.กลอนคม คงไม่ตาย

เล่าเรียงราย.เรื่องสังคม

คนเขียน บ่ขื่นขม

อมทุกข์ท้อ.คลอรำพัน

.ขายออก สั่งพิมพ์อีก

ทั้งส่งปลีก..ดังสนั่น

อ่านเพิ่ม ประเทืองทัน

เขียนสลวย.สละงาม

..มือใหม่..มาฝึกแต่ง

มิขันแข่ง.เผยอตาม

คำคม.อ่อนข้อความ

คงต้องคอยประสบการณ์

..พอทน..เถอะอ่านเอง

รื่นบรรเลง.ร้อยขับขาน

แม้ยังเนิ่นอีกนาน

มิคาดเค้น..เพียรรอคอย

---------------------------------------

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ภัทราจิตร วันที่ตอบ 2010-07-12 10:39:30


ความคิดเห็นที่ 4 (2084969)

ถึง เพื่อน “บ่าง” และมวลกวีศรีสยาม
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 กรกฎาคม 2550 19:53 น.
       .
        หมายเหตุผู้จัดการวันนี้ขอบันทึกถึงปรากฏการณ์พิเศษในสังคมไทยของเราว่าในยามที่แผ่นดินกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตนั้น มวลนักกลอนและกวีได้ปรากฏกาย และกรีดกรายคมอักษรอันงามงดสดใสในเว็บไซต์ของเราเป็นจำนวนมาก
       
        หลากลีลาที่พลิ้วพลิกปีกอักษรว่อนในความเห็นท้ายคอลัมน์หมายเหตุผู้จัดการเป็นสิ่งบอกเหตุว่าแผ่นดินไม่สิ้นหวัง สังคมไทยยังไม่แล้ง
       
        นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นหลังสิ้นยุคแห่งศรีปราชญ์ เจ้าฟ้ากุ้งแห่งกรุงศรีอยุธยา หลังสิ้นยุคสุนทรภู่ นายนรินทร์อินทร์ในยุคต้นรัตนโกสินทร์ และเรื่อยรินมาจนถึงยุคของอังคาร กัลยาณพงศ์ ตลอดจนเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ปรากฏการณ์ครั้งนี้จึงควรที่ต้องหมายเหตุไว้ในบรรณพิภพ
       
       เพื่อแสดงความเคารพและความเชื่อมั่นในจิตวิญญาณรักชาติของท่านเหล่านั้น เราจึงขอบูชาคุณท่านทั้งหลายด้วยอารมณ์อันสุนทรเยี่ยงนักกลอนด้วยกัน และขอชักชวนเพื่อนกวีศรีสยามทั่วทั้งประเทศได้โปรดลุกขึ้นมาแล้วเข้าร่วมในแนวรบอันยิ่งใหญ่และมีเกียรติของพี่น้องประชาชนผู้รักชาติด้วยการเข้ามาเป็นยามเฝ้าแผ่นดินเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้สถิตสถาพรด้วยคำกลอนต่อไปนี้
       
       

“ขอส่งสาส์น มาประสาน ไมตรีเสนอ
       ถึงเพื่อนเกลอ “บ่าง”กวี ศรีสยาม
       ทั้งนักกลอน นอนเปล่า เฝ้าเขตคาม
       ว่าถึงยาม พวกเรา เฝ้าแผ่นดิน
       
        เฝ้าติดตาม คำกลอน อักษรเสนาะ
        ที่ฉะเฉาะ หลากความเห็น เป็นนิจศีล
        ได้อาบเอิบ กลอนกานต์ หวานชีวิน
        จึ่งประทิน วิญญาณ์ สุขอารมณ์
       
        นกเห็นฟ้า ปลาเห็นน้ำ ยากทำเฉย
        ไม่เคยเลย เมินอ่าน ทั้งหวานขม
        จึงฉ่ำใจ ในอักษร กลอนนิยม
        ยิ่งชื่นชม เพื่อนกวี ที่เสวนา
       
        อันพลัง นักกลอน หากนอนเปล่า
        สุดเสื่อมเศร้า แทนชาติ พระศาสนา
        เกิดเป็นคน เสียชาติคน ที่เกิดมา
        ควรพร้อมหน้า ฟื้นฟูชาติ เป็นราชพลี
       
        แผ่นดินไทย ทุกข์โหม เข้าโรมเร้า
        ผองพวกเรา ฤามีหน้า ว่าจะหนี
        พิษอธรรม ย่ำผลาญ รานราวี
        จึงถึงที ผองเรา ต้องเข้ามา
       
        มาเข้าร่วม ในแนวรบ ประชาไทย
        มาสานใจ รักษาชาติ พระศาสนา
        มาร่วมป้อง รองพระบาท ไม่คลาดคลา
        เทิดประชา ธิปไตย ให้สมบูรณ์
       
        ม็อบไข่แม้ว เมือกแม้ว ตั้งแนวรบ
        หมายจะลบ เสรีไทย ให้ดับสูญ
        ฟื้นชีวิ ผีดิบ ปฏิกูล
        แล้วเทิดทูน แต่เงินตรา ไร้ค่าคน
       
        อันพลัง นักกลอน ห่อนนอนนิ่ง
        ชูความจริง ล้างมายา อย่าสับสน
        มนต์มอมเมา มอมไทย ในมวลชน
        ฟื้นกมล คนคืนมา พาร่มเย็น
       
        ด้วยพลา อานุภาพ อักษรศิลป์
        มิสร่างสิ้น ภูมิปัญญา น่าสรรเสริญ
        แจงสิ่งผิด ว่าผิด ฟื้นจิตเพลิน
        ช่วยจำเริญ สุปัญญา มหาชน
       
       มาร่วมกัน สรรสร้าง กองทัพยาม
       ลงสนาม ปลุกปัญญา มหาผล
       เป็นนักกลอน แห่งมหา ประชาชน
       ระดมพล มาขับขาน งานกวี
       
        อักษรศิลป์ อักษรศาสตร์ คือศาสตรา
        สุดคมกล้า สุดสว่าง สร้างศักดิ์ศรี
        ปลุกสำนึก ไทยเป็นไท ในฤดี
        รุกโต้ตี ศัตรูชาติ พินาศไป
       
        ชาติไทยเรา เคยเกรียงไกร ในย่านนี้
        มาเสื่อมศรี เสียศักดิ์ ประจักษ์ไฉน
        นั่นเพราะชาติ ถูกผลาญ มารจัญไร
        มันโกงไทย ปล้นไท ไร้ยางอาย
       
        มันฉ้อฉล ปล้นชาติ ขนาดไหน
        มิหนำใจ ยังป่วนชาติ ให้ฉิบหาย
        จ้างหมูหมา บ้าใบ้ ไว้ทำลาย
        ให้วุ่นวาย วุ่นฟ้า มาถึงดิน
       
        เมืองจึงพล่าน บ้านจึงวุ่น ขุ่นไปทั่ว
        ศีลธรรมมัว พร่าพร่าง ไม่สร่างสิ้น
        ร้อนยิ่งร้อน ดอนยิ่งร้าว หนาวจนชิน
        ทั้งแผ่นดิน จึงกลับกลาย ไร้สุขศานต์
       
        ไม่คิดสู้ ก็จำสู้ เพื่อกู้ชาติ
        ถึงใจขลาด ก็หมดขลาด ต้องอาจหาญ
        ไม่คิดเข่น ก็ต้องเข่น ขจัดพาล
        ถึงแสนล้าน ไม่รู้จัก ต้องรักกัน
       
        จงรำร่าย กรายอาวุธ สุดคมกล้า
        แผ่ปัญญา ทอดถ่าย หมายสร้างสรรค์
        โถมถั่งคลื่น คมอักษร ย้อนสู่มัน
        ทุกคืนวัน ปลุกประชา มาร่วมกัน
       
       ยามแผ่นดิน ยามนี้ มีศรีศักดิ์
       ยามพิทักษ์ รักษาชาติ ราษฎร์สุขสันต์
       ยามรักษา ศาสนา ล้างอาธรรม์
       ยามแห่งองค์ พระทรงธรรม์ นิรันดร.”

ผู้แสดงความคิดเห็น ประมวล วันที่ตอบ 2010-07-12 19:01:55


ความคิดเห็นที่ 5 (2084975)

ตอนนี้ ในเว็บ ผจก.ออนไลน์ ก็มีคนเขียน คอมเมนท์ เป็นกลอนหลายราย.

ผมไม่ค่อยได้เข้าไปแล้ว แต่กลอนก็ยังคงอยู่ กลอน แนวไอโรนี่ /แซทไทร์ /คอเมดี้...พอทำถึงจุดๆ หนึ่ง มันก็เอือม...ทางกลอนมันจะซ้ำ ๆ ผมก็อยากกลับมาเขียนนิยายผมต่อมั่ง ก็แค่นั้น. เล่มเดียวพอ

ผู้แสดงความคิดเห็น ประมวล วันที่ตอบ 2010-07-12 19:07:21


ความคิดเห็นที่ 6 (2085140)

 

"เป็นนักกลอน ฝึดหัด ใช่จัดจ้าน

น้อยคำขาน ฉลาด ปราชญ์อักษร

เรื่องที่เขียน.เวียนวัน.ตันทุกตอน

อ่านท่านทุก ถ้อยท่อน สุนทรแท้

..กลอนการเมือง.นอกมุ้ง กระทุ้งทั้ง

ศิลธรรมดั่ง.คนซื่อ ถือแน่วแน่

ถูกเขาวาง แผนร้าย หมายรังแก

เรื่องตีแผ่..ขึ้นข่าว หนังสือพิมพ์

.เห็นแล้วพลอย. ฮึดนัก เลือดรักชาติ

เขาบังอาจ.จาบจ้วง ทะลวงทิ่ม

มิเว้นแท่น.เหนือหัว เลาะรั้วริม

ดูกระหยิ่ม ยิ้มอยู่ ไม่รู้ร้อน..

..เป็นยามคอย จับตา.ข้าฯรับใช้

กระหม่อมไท้ฯพระบาท ไม่อาจถอน-

ตัวข้าน้อย.นึกให้ ใจสังวรณ์

คนรุ่นก่อน..เดิมรักษ์ พิทักษ์ไทย..

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ภัทราจิตร วันที่ตอบ 2010-07-13 09:06:29


ความคิดเห็นที่ 7 (2085605)

ฉายหนังตัวอย่างบางบท ให้อ่านครับ

ประมวล ดา

***********************************

 
จาก คอลัมน์ “ข่าวปนคน คนปนข่าว”
เรื่อง นับถอยหลัง - -หาบันไดลงให้ม็อบสนามหลวง
โดย "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง
28 มิถุนายน 2550 17:45 น.
---------------------------------------------------------------
เจ้าแฝงฝนอยู่หนใดธนามี
 
@เมื่อวสันต์สะพรั่งหล้านภาสล้าง
รักให้พรากจากนางมิ่งมารศรี
เจ้าแฝงฝนอยู่หนใดในราตรี
สิ้นรักพี่แล้วหรือไรจึงไม่มา...
 
สายฝนหลั่งสั่งหล้านภาสล้าง
ก็กรุยทางเร้นลับกลับเคหา
จอบเล่มเหวย...เคยนิราศ แลร้างรา
เกวียนเล่มเก่า จะเข้านา ทุกข์เข็ญคราง
 
ข่าวอีหล้า ว่าเข้ากรุงรุ่งเรืองนัก
ข่าวไอ้น้อย ก็พลอยพรรคธนาพร่าง
ข่าวว่าสมมิระทมจมหนทาง
ข่าวว่าสร้างคุณอนันต์กระสันมี
 
 
จึงประชาว่านิยมแห่งรากหญ้า
จึงบุราว่านิยมบุรีศรี
จึงสองเด้งเล็งเหมาะรับทวี
แล้วจะให้ ลืมรักพี่ นี้อย่างไร
 
สายฝนหลั่งสั่งหล้านภาสล้าง
ธนะพร่างพราวฟ้าหรรษาใส
เจ้าหัวซุน ผีขนุน ณ หนใด
พรรษาสั้น วสันต์ไล่ ฤาไม่เอา
 
รักวสันต์อันชุ่มธนาโชก
คลายวิโยคโศกย้ำระกำเศร้า
รักมิจางแม้ห่างชน ฉงนเร้า
บ้านเรือนเรา เหตุไฉนให้ ทุ่มน้อย
 
สายฝนหลั่ง ลั้นดั้น ร่า...นิจจาเจ้า
ทุ่มเทเข้าหมื่นล้านผสานสอย
ฝนพร่างพริบร่อยริบทำตะบอย
เก็บฉากช้อย...ไม่เอ่ช้า...วาสนานี้๑~
--------------------------------------------------
 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ประมวล วันที่ตอบ 2010-07-14 11:42:39


ความคิดเห็นที่ 8 (2085608)

ฉายหนังตัวอย่างบางบท ให้อ่านครับ

ประมวล ดา

***********************************

 
จาก คอลัมน์ “ข่าวปนคน คนปนข่าว”
เรื่อง นับถอยหลัง - -หาบันไดลงให้ม็อบสนามหลวง
โดย "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง
28 มิถุนายน 2550 17:45 น.
---------------------------------------------------------------
เจ้าแฝงฝนอยู่หนใดธนามี
 
@เมื่อวสันต์สะพรั่งหล้านภาสล้าง
รักให้พรากจากนางมิ่งมารศรี
เจ้าแฝงฝนอยู่หนใดในราตรี
สิ้นรักพี่แล้วหรือไรจึงไม่มา...
 
สายฝนหลั่งสั่งหล้านภาสล้าง
ก็กรุยทางเร้นลับกลับเคหา
จอบเล่มเหวย...เคยนิราศ แลร้างรา
เกวียนเล่มเก่า จะเข้านา ทุกข์เข็ญคราง
 
ข่าวอีหล้า ว่าเข้ากรุงรุ่งเรืองนัก
ข่าวไอ้น้อย ก็พลอยพรรคธนาพร่าง
ข่าวว่าสมมิระทมจมหนทาง
ข่าวว่าสร้างคุณอนันต์กระสันมี
 
 
จึงประชาว่านิยมแห่งรากหญ้า
จึงบุราว่านิยมบุรีศรี
จึงสองเด้งเล็งเหมาะรับทวี
แล้วจะให้ ลืมรักพี่ นี้อย่างไร
 
สายฝนหลั่งสั่งหล้านภาสล้าง
ธนะพร่างพราวฟ้าหรรษาใส
เจ้าหัวซุน ผีขนุน ณ หนใด
พรรษาสั้น วสันต์ไล่ ฤาไม่เอา
 
รักวสันต์อันชุ่มธนาโชก
คลายวิโยคโศกย้ำระกำเศร้า
รักมิจางแม้ห่างชน ฉงนเร้า
บ้านเรือนเรา เหตุไฉนให้ ทุ่มน้อย
 
สายฝนหลั่ง ลั้นดั้น ร่า...นิจจาเจ้า
ทุ่มเทเข้าหมื่นล้านผสานสอย
ฝนพร่างพริบร่อยริบทำตะบอย
เก็บฉากช้อย...ไม่เอ่ช้า...วาสนานี้๑~
--------------------------------------------------
 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ประมวล วันที่ตอบ 2010-07-14 11:42:42


ความคิดเห็นที่ 9 (2085609)

ฉายหนังตัวอย่างบางบท ให้อ่านครับ

ประมวล ดา

***********************************

 
จาก คอลัมน์ “ข่าวปนคน คนปนข่าว”
เรื่อง นับถอยหลัง - -หาบันไดลงให้ม็อบสนามหลวง
โดย "เซี่ยงเส้าหลง" และทีมข่าวการเมือง
28 มิถุนายน 2550 17:45 น.
---------------------------------------------------------------
เจ้าแฝงฝนอยู่หนใดธนามี
 
@เมื่อวสันต์สะพรั่งหล้านภาสล้าง
รักให้พรากจากนางมิ่งมารศรี
เจ้าแฝงฝนอยู่หนใดในราตรี
สิ้นรักพี่แล้วหรือไรจึงไม่มา...
 
สายฝนหลั่งสั่งหล้านภาสล้าง
ก็กรุยทางเร้นลับกลับเคหา
จอบเล่มเหวย...เคยนิราศ แลร้างรา
เกวียนเล่มเก่า จะเข้านา ทุกข์เข็ญคราง
 
ข่าวอีหล้า ว่าเข้ากรุงรุ่งเรืองนัก
ข่าวไอ้น้อย ก็พลอยพรรคธนาพร่าง
ข่าวว่าสมมิระทมจมหนทาง
ข่าวว่าสร้างคุณอนันต์กระสันมี
 
 
จึงประชาว่านิยมแห่งรากหญ้า
จึงบุราว่านิยมบุรีศรี
จึงสองเด้งเล็งเหมาะรับทวี
แล้วจะให้ ลืมรักพี่ นี้อย่างไร
 
สายฝนหลั่งสั่งหล้านภาสล้าง
ธนะพร่างพราวฟ้าหรรษาใส
เจ้าหัวซุน ผีขนุน ณ หนใด
พรรษาสั้น วสันต์ไล่ ฤาไม่เอา
 
รักวสันต์อันชุ่มธนาโชก
คลายวิโยคโศกย้ำระกำเศร้า
รักมิจางแม้ห่างชน ฉงนเร้า
บ้านเรือนเรา เหตุไฉนให้ ทุ่มน้อย
 
สายฝนหลั่ง ลั้นดั้น ร่า...นิจจาเจ้า
ทุ่มเทเข้าหมื่นล้านผสานสอย
ฝนพร่างพริบร่อยริบทำตะบอย
เก็บฉากช้อย...ไม่เอ่ช้า...วาสนานี้๑~
--------------------------------------------------
 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ประมวล วันที่ตอบ 2010-07-14 11:42:42


ความคิดเห็นที่ 10 (2107481)

lace wig adhesive hair pieces products will help your cap and wigs contain hair cuticles hair extensions about hair extensions.

ผู้แสดงความคิดเห็น sevent (nomat-at-live-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-11 10:48:28



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.