ReadyPlanet.com


โลกบอกลาฟ้าอาจบอกรัก


 

อาจทั้งเป็นไปได้และไม่ได้

กับทุกการเคลื่อนไหวในวิถี

สมการแปรค่าทุกนาที

"ไฟรัม" เดียว "สปีชี่" แตกต่างกัน

 

 

หนึ่งโจทย์แตกข้อย่อยเป็นร้อยข้อ

คิดคำนวณจนท้อแรงมุ่งมั่น

เหมือนปัญหาชีวิตนับร้อยพัน

เกิดทุกวันให้แก้ไม่แน่นอน

 

 

คลับคล้ายโลกหนึ่งซึ่งเจ็บปวด

ร้าวรวดบนทางเศร้าเส้นเก่าก่อน

แล้วเหินห่างร้างลามิอาวรณ์

กลับสะท้อนบางช่วงห้วงทรงจำ

 

 

บางสิ่งยิ่งเจ็บทนจนต้องจาก

แย่ลำบากแต่ฝากยิ้มเอิบอิ่มหนำ

โลกบอกรักมักบอกลามาหน่วงนำ

ความบอบช้ำเป็นจุดเปลี่ยนให้เรียนรู้

 

 

จึงเหนือการกำหนดบทเฉพาะ

แก้วบางเปราะหรือหินผากล้าหยัดสู้

เปรียบเทียบหลากจุดหมายหลายประตู

ที่ตั้งอยู่และแตกดับบังคับใจ

 

 

โลกบอกลาแต่ฟ้าอาจบอกรัก

อยู่เหนืออาณาจักรความหวั่นไหว

เธอรับรู้แต่เขาอาจคิดต่างไป

มิมีหรอกรู้จักใครเท่าใจเรา.



ผู้ตั้งกระทู้ "กอนกูย" :: วันที่ลงประกาศ 2010-07-15 00:28:52


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2085914)

 


..

 

.เรื่องกีฬา.บอลโลก จบลงแล้ว

ทวีปแถว เอเซีย ละเหี่ยเศร้า

กลายเป็นหมู โดนสับ ยับไม่เบา

ทวีปเก่า.ยุโรป เลยคว้าชัย

 

..เจ้าหมึกพอล.ฟันธง ตรงแม่นแท้

ทำนายแน่.แม่นยำ..ยิ่งไฉน

นี่แหละเรื่อง กีฬา ว่ากันไป

สี่ปีหน้า ฟ้าใหม่..มาอีกที...

 

 

 

 

""

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ภัทราจิตร วันที่ตอบ 2010-07-15 08:54:49


ความคิดเห็นที่ 2 (2086313)

มอง/อ่าน พัฒนาการของ"กอนกูย"มาตลอด เยี่ยม.

ผู้แสดงความคิดเห็น ประมวล ดาระดาษ วันที่ตอบ 2010-07-16 11:16:48


ความคิดเห็นที่ 3 (2086619)

ขอบคุณครับคุณภัทราจิตร

ขอบคุณครับ อ.ประมวล บทกวีผมยังต้องศึกษาและพัฒนาอีกมากครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น "กอนกูย" วันที่ตอบ 2010-07-17 07:59:35


ความคิดเห็นที่ 4 (2086723)

นี่พูดไม่ได้มายกยอ..

ปี 49 มั้ง ผมยังจำวันที่ผมไปพูดที่บนเวทีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ เรื่องภาษาไทย น้องอุ้ม สิริยากร พุกกะเวส เป็นพิธีกร ผมจำหนุ่มน้อยร่างเล็ก สะพายย่าม คนหนึ่งยืนอยู่แถวท้ายๆ วันนั้น นั่นคือ "หนุ่มกูย"

หนุ่มกูยเข้ามาทักทายผม ผมไม่ได้แจกหนังสือเรื่องสั้นให้หนุ่ม"กูย" ในวันนั้น แต่ก็ส่งให้ทีหลัง จำได้นะ...

ผมอ่านกลอน นักขอเขียน ในเว็บประพันธ์สาส์นของ กอนกูย ๆและคนอื่นๆ เล่นกลอน/โต้กลอนกันบ้าง กูย เขียนรูปกลอน แนวอนุรักษ์แบบนักเริ่มต้นใหม่ๆ ก็น่าจะเบสิกตรงนั้น

พอแน่น ก็เริ่มได้ลง กวีทรรศน์ เนชั่น เข้า 7 (รางวัล)และพอผมเห็นบทนี้ เมื่อวานผมพูดกับภรรยา โดยเอาตัวเองเปรียบเทียบ กับ กูย ว่าถ้า กูย ไม่มีจิตตะทางกวี คงไม่ก้าวมาทีละขั้นๆ อย่างนี้

ผมบอกว่า จากนักเตะพื้นๆ เริ่มมีลูกไขว้ สับขาหลอก...เข้าสู่สกุลงาน กวีร่วมสมัย ได้แล้ว ผมทึ่งนะ ผมพูดกับภรรยาอย่างนี้จริงๆ อย่างบทข้างบนนี้ผมชอบ และบอกว่า ตัวเองยังเขียนไม่ได้อย่างนี้...

ผมเจอกูย ครั้งเดียว เท่านั้น ท่านผู้อ่าน.

ไม่ได้จะมาทำตัวเป็น ป๋าดัน อะไร เพราะผมไม่มีศักยภาพพอที่จะทำ.

อยากพูดคุยให้วงการคึกคัก และเป็นกำลังใจให้เด็ก ๆ แค่นั้นแหละครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ประมวล ดาระดาษ วันที่ตอบ 2010-07-17 15:10:11



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.