ReadyPlanet.com


--ปริศนาการล่มสลายของอาณาจักรมายัน--


ปริศนาการล่มสลายของอาณาจักรมายัน

หลาย ศตวรรษก่อนที่ชาวยุโรปจะเดินทางมาถึงทวีปอเมริกา มีอารยธรรม ศิวิไลซ์ในดินแดนเมโสอเมริกาคือ อารยธรรมมายัน (Mayan civilization) อารยธรรมที่รุ่งเรืองนี้กระจัดกระจายอยู่ในบริเวณคาบสมุทรยูคาตัน ภาคใต้ ของประเทศเม็กซิโก ในประเทศกัวเตมาลา ประเทศเบลิซ และประเทศ ฮอนดูรัสในปัจจุบัน
ชาว มายามีความปราดเปรื่องในศาสตร์หลายแขนง ได้แก่คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ สถาปัตยกรรม ชลประทาน การทอผ้า การทำเครื่องปั้นดินเผา และมี ระบบปฏิทินและภาษาเขียนของตนเอง นอกจากนั้นยังเชี่ยวชาญด้าน เกษตรกรรมอีกด้วย อาณาจักรมายันมีเมือง สำคัญหลายเมือง คือ เมืองติกัล (Tikal) เพเตน (Peten) ในประเทศกัวเตมาลา ปาเลงกอ (Palenque) ในภาคใต้ของ ประเทศเม็กซิโก เมืองโคปัน (Copan) ในประเทศฮอนดูรัส เมือง อิทซา (Itzar) อักซ์มัล (Uxmal) และมายาปัน(mayapan) ในบริเวณคาบสมุทรยูคาตัน เมืองของชาวมายาประกอบด้วยชุมชนเกษตรอยู่ชั้นนอก ชุมชนเมืองอยู่ชั้นใน ล้อมรอบจุดศูนย์กลางซึ่งเป็นบริเวณสิ่งก่อสร้างที่ใช้ ประกอบพิธีกรรมต่างๆ อาณาจักรมายันรุ่งเรืองมาตั้งแต่คริสต์ศักราช 250 และรุ่งเรืองสูงสุดเมื่อคริสต์ศักราช 900 หลังจากนั้นก็เสื่อมสลายลง เหลือไว้เพียงซากสิ่งก่อสร้าง อันอลังการไว้เป็นมรดกโลก และฝากปริศนาให้คนรุ่นหลังขบคิดกันว่าเกิด
จากสาเหตุใด นักโบราณคดียุคปัจจุบันตื่นตะลึงกับสิ่งก่อสร้างอันมหัศจรรย์มากมายของชาวมายาซึ่งไม่ใช้เครื่องมือโลหะในการก่อสร้างเลย เช่น วิหารรูปทรงพีระมิด ราชวังและหอดูดาว เป็นต้น ยอดพีระมิดของชาวมายาจะแบนราบต่างจากพีระมิดของชาวอียิปต์ พีระมิดที่เมืองติกัลสูงถึง 212 ฟุต บนส่วนยอดมีห้องมากมายและแท่นบูชากับหินแกะสลักอักษรภาพ ราชวังของเมืองติกัลเป็นอาคาร 4 ชั้น มีห้องมากถึง 42 ห้อง และเมืองอักซ์มัลมีโรงละครขนาดใหญ่ใน ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ การลดลงของประชากรมีทั้งค่อยๆ ลดลง โดยใช้เวลานานกว่าศตวรรษหรือลดลงอย่างรวดเร็วจนล่มสลายภายในเวลาไม่กี่ปีจากสาเหตุสงคราม ความแห้งแล้ง ภัยธรรมชาติ โรคระบาด ปัญหาเศรษฐกิจ หรือหลายสาเหตุรวมกัน
สำหรับอาณาจักรมายัน การล่มสลายเป็นปริศนามานานหลายศตวรรษแล้ว
จนกระทั่งถึงปัจจุบันนักโบราณคดีก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายถึง สาเหตุของการล่มสลาย มันจึงยังคงเป็นปริศนาอันยิ่งใหญ่ของโลกอยู่ต่อไป ทุกวันนี้นักโบราณคดียังคงศึกษาอาณาจักรมายันเพื่อไขปริศนากันต่อไป ทอม เชฟเวอร์ นักโบราณคดีหนึ่งเดียวขององค์การนาซาจากศูนย์การบินอวกาศมาร์แชล ก็เป็นคนหนึ่ง เชฟเวอร์และทีมงานทำการศึกษาซากเมืองเพเตนในประเทศ กัวเตมาลาซึ่งติดกับพรมแดนเม็กซิโก โดยการขุดค้นหาหลักฐานใต้พื้นดินและใช้รีโมตเซน ซิ่งหาหลักฐานที่สายตามนุษย์ มองไม่เห็น สิ่งที่เชฟเวอร์ค้นพบใต้พื้นดินทั่วทั้งบริเวณของเมืองร้างแห่งนี้คือเรณูของต้นหญ้าแทนที่จะเป็นเรณูของต้นไม้ใหญ่ หลักฐานนี้แสดงว่าป่าไม้ของเมืองเพเตนลดลงกินบริเวณกว้างเมื่อประมาณ 1,200ปี ที่ผ่านมา ทีมงานบอกว่าเมื่อไม่มีป่าฝนก็จะเกิดการกัดเซาะ และการระเหยของน้ำ และการกัดเซาะจะรุนแรงจนกวาดเอาปุ๋ยที่หน้าดินไปจนหมดสิ้น หลักฐานการกัดเซาะได้ถูกค้นพบในชั้นดินตะกอนในทะเลสาบ ยิ่งไปกว่านั้นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ปกคลุมพื้นดินคือป่าไม้จะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น บ๊อบ โอเกิลส์บี นักวิทยาศาสตร์ด้านอากาศของศูนย์การบินอวกาศ มาร์แชลหนึ่งทีมงานใช้แบบจำลอง คอมพิวเตอร์คำนวณผลแล้วปรากฏว่า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 5-6 องศาเซลเซียส การที่อุณหภูมิสูงขึ้นมีผลทำให้ผืนแผ่น ดินแห้งแล้งซึ่งไม่เหมาะต่อการเจริญ เติบโตของพืช นอกจากนั้นอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะมีผลกระทบต่อการมีฝน ด้วย ดังนั้นในฤดูแล้ง เมืองเพเตนจะตกอยู่ในสภาพขาดแคลนน้ำ ขณะที่น้ำใต้พื้นดินก็ลึกถึง 500ฃฟุต จนไม่สามารถจะขุดนำมาใช้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ชาวมายาจะต้องอาศัยการเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำแต่มันก็คงจะระเหยไปจนไม่ทันได้ใช้ ขณะที่อาณาจักรมายันมีประชากรจำนวนมากซึ่งจำเป็นจะต้องใช้อาหารและ น้ำเป็นจำนวน มากด้วย การศึกษาพบว่าประมาณคริสต์ศักราช 800 เมืองของ ชาวมายามีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมาก ในพื้นที่ชนบทมีประชากร 500-700 คนต่อหนึ่งตารางไมล์ และ 1,800-2,600 คนต่อหนึ่งตารางไมล์ในบริเวณศูนย์กลางของอาณาจักรทางตอนเหนือของประเทศ กัวเตมาลา พอๆ กับนครลอสแองเจลิสในปี 2000 ซึ่งมีประชากร 2,345 คนต่อหนึ่งตารางไมล์ จนกระทั่งถึงคริสต์ศักราช 950 ก็เกิดความหายนะ " บางทีราว 90-95% ของชาวมายาต้องตายไป" เชฟเวอร์กล่าว หลักฐานที่สนับสนุนความเป็นไปได้ก็คือ การพบว่ากระดูกของชาวมายาซึ่งมีชีวิตอยู่ในราวสองสามทศวรรษก่อนอาณาจักรมา ยันจะล่มสลายซึ่งแสดงว่าเป็นโรคขาดอาหารอย่างรุนแรง เชฟเวอร์ สรุปการศึกษาในครั้งนี้ว่า นักโบราณคดีเคยโต้เถียงกันมานานว่า สาเหตุของการล่มสลายว่าเป็นเพราะความแห้งแล้ง หรือสงคราม หรือโรคระบาดอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ตอนนี้ทีมงานของเขาคิดว่าทั้งหมดล้วนมีบทบาท ทว่าสาเหตุหลักก็คือ การขาดอาหารและน้ำอย่างยาวนาน ซึ่งเกิดจากความแห้งแล้งทางธรรมชาติผสมผสานกับการทำลายป่าไม้ของมนุษย์ และเขาคิดว่าการเรียนรู้ว่าชาวมายาทำอะไรถูกต้องและทำอะไรผิดพลาดจะช่วยให้ ประชาชนพบวิถีทางที่ยั่งยืนในการทำการเกษตร โดยจะหยุดยั้งการทำสิ่งที่เลยเถิดในช่วงเวลาอันสั้นซึ่งเคยทำลายชาวมายามาแล้ว ปัจจุบันพื้นที่ของเมืองเพเตนได้ฟื้นคืนสภาพเป็นป่าฝนอีกครั้งหนึ่ง แต่กว่าสามทศวรรษแล้วที่การตัดไม้ทำลายป่าได้เกิดขึ้นเหมือนในสมัยของชาวมายา องค์การอาหารและเกษตรโลกพบว่าประเทศกัวเตมาลามีอัตราป่าไม้ลดลง 1.7% ต่อปี ในระหว่างปี 1990-2000 ประชาชนในเขตป่าฝนของเมโสอเมริกามัก จะใช้พื้นที่เพาะปลูกโดยการตัด และเผาไม้ เหมือนกับที่ชาวมายาเคยใช้ จนครึ่งหนึ่งของป่าฝนได้ถูกทำลาย ไปแล้วในระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา เถ้าถ่านจะให้ปุ๋ยที่อุดมสมบูรณ์ภายใน 3-5 ปี แต่หลังจากนั้นดินจะเสื่อมสภาพ ทำให้เกษตรกรต้องหาที่ใหม่และจะตัดและเผาไม้เพื่อการเพาะปลูกแบบนี้ไป เรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ประมาณว่าถึงปี 2020 ป่าฝนจะเหลือเพียง 2-16% ถ้าหากการทำลายป่ายังดำเนินต่อไปในอัตรานี้ ดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอย เกษตรกรในปัจจุบันกำลังทำในสิ่งที่ ชาวมายาผิดพลาดมาแล้ว ทีมศึกษากำลังพยายามจะจูงใจให้เกษตรกรทำใน สิ่งที่ชาวมายาทำถูกต้อง นั่นคือการใช้ประโยชน์จากที่ราบต่ำ ซึ่งปัจจุบัน เกษตรกรเห็นว่าไม่ได้มีค่าอะไรและไม่สนใจมันเลย ภาพ ถ่ายจากดาวเทียมที่เมืองเพเตนแสดงให้เห็นร่องรอยของคลองชล
ประทานในพื้นที่ คล้ายหนองน้ำหรือที่ราบต่ำที่เรียกกันตามภาษาสเปนว่าบา โจส (bajos) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 40% นักโบราณคดีเชื่อกันมานานแล้วว่า ชาวมายาไม่ได้ใช้ประโยชน์จากที่ราบต่ำนี้ แต่หลักฐานภาพถ่ายจากดาวเทียมบ่งชี้ว่าพวกเขาใช้มัน นี่คือระบบการจัดการน้ำในที่ราบต่ำของชาวมายาซึ่งสามารถส่งน้ำไปยังพื้นที่ เพาะปลูกได้ อย่างกว้างขวาง ในฤดูฝนพวกเขาจะเพาะปลูกในที่ราบสูง แต่ในฤดูร้อนจะ
เพาะปลูกในที่ราบต่ำ แทนที่จะตัดและเผาป่าเพื่อใช้เป็นที่เพาะปลูกใหม่ไปเรื่อยๆ วันนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ายังไม่สายจนเกินไปที่จะเรียนรู้จากชาวมายา
ที่มา : http://www.artsmen.net/content/show.php?Category=mythboard&No=5633
_________________

 

๐๐ไม้ป่าคือป่าไม้     ให้คิด

    คุณค่าน่าพินิจ     จิตตั้ง

    มีผลต่อชีวิต      ลิขิต  ตนแฮ

   หลงผิดจิตพลาดพลั้ง   ยากรั้งกลับคืน..

 

--ไม้ป่าคือป่าไม้................รักษาไว้ให้ยั่งยืน

   ตื่นเถิดโปรดเถิดตื่น.......ร่วมพลิกฟื้นคืนแผ่นดิน

--ไม้ป่าค่ามากล้น..............ต่อผู้คนจนทรัพย์สิน

  คูคลองนองน้ำริน............ไว้อาบกินมิสิ้นไป

--ไม้ป่าถ้าสูญหมด.............น้ำก็หดอดอยากไหม

  คิดตรองมองให้ไกล.........อย่าแถไถเบี่ยงไหววน

--มีเขื่อนเหมือนกระทะ......น้ำคงจะระเหยตน

  แห้งหายกลายเป็นผล.....ให้ผู้คนร้อนรนกาย

--กระทะกระเทือนใจ..........ทองแดงใส่ให้ละลาย

  ร้อนรุ่มสุมจนตาย............คงเลวร้ายมิหมายปอง

--ไม้ป่าพาชุ่มชื้น................มาร่วมฟื้นคืนสนอง

  โลกฝันอันเรืองรอง..........ทุกคนต้องมองร่วมกัน.....

                    ------------------



ผู้ตั้งกระทู้ --คันจน-- :: วันที่ลงประกาศ 2009-11-07 12:46:12


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.