ReadyPlanet.com


ด่วน ประกาศผลการประกวดเรื่องสั้นและบทกวีการเมือง รางวัลพานแว่นฟ้า ๒๕๕๒


ประกาศผลการประกวดเรื่องสั้นและบทกวีการเมือง

รางวัลพานแว่นฟ้า ๒๕๕๒

เรื่องสั้นการเมือง

รางวัลชนะเลิศ          “พี่สาวของ”  โดย ประกาศิต  คนไว

รางวัลรองชนะเลิศ   “ผมกับผมอีกคน (ข้ามให้พ้นหุบเหวแห่งความเกลียดชัง)” 

                                  โดย ช.โชนแสง

รางวัลชมเชย ๑๐ รางวัล

                                    ๑.“คนหาปลา”  โดย ดนัย  อู่ทรัพย์

                                    ๒. “เจ้า (หน้า) ที่”  โดย  ทัศนาวดี

                                    ๓. “เช็คช่วยด้วย”  โดย  ประเทือง  ตรีเพชร

                                    ๔. “ทุเรียนการเมือง” โดย  เชษฐพล  มานิตย์

                                    ๕. “นักตกปลาในงานเลี้ยง”  โดย กิติวัฒน์  ตันทะนันท์

                                    ๖. “แผนพึ่งตัวเอง” โดย  นรพัลลภ  ประณุทนรพาล

                                    ๗. “ยึดอำนาจ”  โดย  สิริมงคล  แท้สูงเนิน

                                    ๘. “รถด่วนสายประชาธิปไตย”  โดย  คำปัน สิงสูงเนิน

                                    ๙. “เวียงล่มที่หนองหล่ม” โดย  ปลายแปรง

                                  ๑๐. “เอาละวะขัดขืน”  โดย  ณัฐวัฒน์ อุทธังกร

บทกวีการเมือง

รางวัลชนะเลิศ            “กระดาษแผ่นดิน”  โดย  นิตยา  พูนเพิ่ม

รางวัลรองชนะเลิศ      “กู่ฝันของนกพิราบสีขาว” โดย เพ็ญพักตร์ 

                                      อิบรอยีห์นินเราะห์

รางวัลชมเชย  ๑๐  รางวัล

                          ๑.    “กระดานชื่อประเทศชาติ”  โดย  ธีรภัทร  เจริญสุข

                          ๒.   “การผลัดใบอันยาวนาน  โดย  นายเงา

                           ๓.   “เกิดการเปลี่ยนแปลงแห่งการเป็นไป”โดยภูวดล ภูภัทรโยธิน

                           ๔.    “ขอเพียงแผ่นดินไทยเป็นผืนเดียว” โดย จามรี ตันไพบูลย์ดิถี

                           ๕.    “เทียนของแม่”  โดย  กัมปนาท  แสงทอง

                           ๖.     “ในนามของความเข้าใจ”  โดย  กัญจนพร  ยุระตา

                           ๗.    “ในป่าหิมพานต์”  โดย  กันต์ธร  อักษรนำ

                           ๘.    “ในสายตาของคางคก”  โดย  โกสินทร์  ขาวงาม

                           ๙.     “หน้าที่ของกู”  โดย สงวน  กลิ่นหอม

                           ๑๐.“อีกไม่นาน...ทหารหนุ่ม”  โดย  สุขุมพจน์  คำสุขุม”

รางวัลชนะเลิศ  ได้รับรางวัลพานแว่นฟ้า และเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล  ๕๐,๐๐๐  บาท

รางวัลรองชนะเลิศ ได้รับรางวัลพานแว่นฟ้า และเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล  ๓๐,๐๐๐  บาท

รางวัลชมเชย  ได้รับเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล  ๑๐,๐๐๐  บาท

 



ผู้ตั้งกระทู้ งานประชาสัมพันธ์สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย :: วันที่ลงประกาศ 2009-07-30 16:10:41


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1969666)

ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับรางวัลการประกวดเรื่องสั้นและบทกวีการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี ๒๕๕๒

ผู้แสดงความคิดเห็น สมาชิกสมาคมนักกลอน วันที่ตอบ 2009-07-30 16:16:16


ความคิดเห็นที่ 2 (1969690)
ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับรางวัล
และขอเป็นกำลังใจกับผู้ที่ส่งผลงานทุกท่าน

ด้วยความยินดีครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น นายทิวา วันที่ตอบ 2009-07-30 16:44:44


ความคิดเห็นที่ 3 (1969708)

ขอบคุณที่ช่วยพิมพ์ทำให้อ่านง่ายขึ้นครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น webmaster วันที่ตอบ 2009-07-30 17:15:58


ความคิดเห็นที่ 4 (1969714)

สำนวนชนะเลิศบทกวีการเมือง รางวัลพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๒

                                             “กระดาษแผ่นดิน”

            ณ ที่นี้สุขดีกว่าที่ไหน              ประชาธิปไตยเบ่งบานเต็มลานฝัน

ไม่สร้างกฎกติกาให้ฆ่ากัน                  ไม่ขีดคั่นพื้นที่ด้วยสีใด

เจ้าปกครองเขตแดนแผ่นกระดาษ       ตวัดวาด....เส้นสื่อ....แสนซื่อใส

ความตั้งใจจานเจือจากเนื้อใจ              ปาดเหงื่อไคลจนแก้มน้อยเปื้อนรอยดำ

บอก “พ่อจ๋า ดูซิ...นี่ภาพหนู                ยกรูปชู...แย้มยิ้ม อย่างอิ่มหนำ

ตามองเพ่ง สักพัก แล้วพึมพำ              กลั่นน้ำคำหยาดเยาว์เล่าเรื่องราว

ว่า “ตรงนี้หนูวาดราษฎร”                   พานแว่นฟ้าคืออาภรณ์ผ่อนร้อนหนาว

หน้าทุกหน้าอาบยิ้มอิ่มนานยาว           ใต้ดวงดาวสันติภาพทาบแสงทอ

            ไม่ลงสี หนูคงไม่ลงสี              ไม่อยากมี เหลือง – แดง  แบ่งแม่พ่อ

เช่นร้อยพันอันธพาลผ่านหน้าจอ         บ้างหลอกล่อบ้างก่นด่าไม่น่าฟัง

เขาคงมีภาพวาดกระดาษเขา               หลอมรูปเงาร้ายร้ายระบายหวัง

เขาคงขีดสงครามความเกลียดชัง        สงสารจัง กระดาษ, ราษฎร

อยากลบรอยลบล้างด้วยยางลบ           หยุดจุดจบ หดหู่ อุทาหรณ์

ก่อนตะกอนสกปรก ตกตะกอน          ฝังทุกข์ร้อน แนบภาพ ตราบนิรันดร์

            ณ ที่นี่ นาทีนี้ คือที่ไหน ?         ใครหนอใครแลเหลียวหนึ่งเสี้ยวฝัน

กับสังคมแตกต่างถึงทางตัน               ภาพเหล่านั้น ลบเลือน เปื้อนน้ำตา 

                                                                                        นิตยา  พูนเพิ่ม          

ผู้แสดงความคิดเห็น เหยี่ยวข่าวถลาลม วันที่ตอบ 2009-07-30 17:28:49


ความคิดเห็นที่ 5 (1969715)

สำนวนรองชนะเลิศบทกวีการเมือง รางวัลพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๒

“กู่ฝันของนกพิราบ”

            สะบัดปีกโฉบปีกฉีกเมฆฟ่อง              ระบำฟ้าสีทองล่องปีกฝัน

ทะยานพุ่งมุ่งฟ้าชมตาวัน                                 เฉี่ยวโฉบโอบจันทร์ฝันเพริศพราย

นวลขาวบินโบยโดยเสรี                                  ผ่านดาวพราววิถีที่เฉิดฉาย

ผ่านทุ่งรวงทองผ่องประกาย                            ผ่านสายหมื่นสีนทีธาร

บัดดล  หนหาวห้วงราวฟ้า                              ก็หม่นพร่ามืดมนทะมึนม่าน

ทันใดฟ้าก็ฟาดเปรี้ยงเสียงกังวาน                    คำรณลั่นสั่นสะท้านปฐพี

และแล้วฝนก็ถั่งโถมโหมกระหน่ำ                  ถาโถมโหมย่ำทุกถิ่นที่

พายุฝนเกรี้ยวกราดสาดฤดี                              สองปีกเคยเร็วรี่เริ่มอ่อนล้า

อ่อนล้าในวิถีที่มุ่งหมาย                                   แต่มากมายในฝันอันเจิดจ้า

เร่งปีกฝ่าพายุฝนบนชะตา                                ท่ามพายุที่โถมถาฟ้าคำรณ

โดยฝันแห่งดาวฉายที่หมายมุ่ง                         พวยพุ่งในฤดีที่เข้มข้น

ตัวเปียกปอนอ่อนล้าให้ทานทน                       ในกราดเกรี้ยวพายุฝนบนเส้นทาง

ขาวนวลบินโบยโดยวิถี                                   กระพือปีกโดยวิธีที่สรรค์สร้าง

มุ่งขอบฟ้าทุ่งทองผ่องรางชาง                         เพริศพราวพร่างในสดสีที่อำไพ

ทะยานพุ่งมุ่งฝันอันเฉิดฉาย                             ประคองปีกเริงร่ายพลิ้วไสว

บนเส้นทางที่รวดร้าวแสนยาวไกล                 นวลขาวก็จะไปแม้หมดแรง

 

                                                                         เพ็ญพักตร์ อิบรอยีห์ นินเราะห์

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เหยี่ยวข่าวถลาลม วันที่ตอบ 2009-07-30 17:29:54


ความคิดเห็นที่ 6 (1969729)

รางวัลประกวดวรรณกรรมไทยสนามระดับชาติ ยังมีให้ลุ้นอีกหลายรายการ เช่น รางวัลเซเว่น บุ๊ค อะวอร์ด ประจำปี ๒๕๕๒ ข่าวว่าสมาชิกในหมู่บ้านนักกลอนของเรา อาจจะได้เฮ...กันบ้าง โปรดติดตามตอนต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น โหงพราย กุมารทอง วันที่ตอบ 2009-07-30 18:06:35


ความคิดเห็นที่ 7 (1969834)
ยินดีด้วยครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น มหา สุรารินทร์ วันที่ตอบ 2009-07-31 08:12:31


ความคิดเห็นที่ 8 (1969993)
ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ บทกวีพานแว่นฟ้า

นิตยา พูนเพิ่ม

หลาย ๆ ท่านอาจรู้สึกคุ้น ๆ ชื่อ
แต่ถ้าใครติดตาม "ร้อยกรองออนไลน์" ปีที่ผ่านมา
ในประเภท "กลอนสุภาพ" ระดับ "มัธยมปลาย"
ก็คงจะหายสงสัยได้

เพราะนอกจากเธอจะได้ชนะเลิศในรอบรายเดือนแล้ว
เธอยังได้รับรางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศ
ในรอบสุดท้ายด้วย

http://www.thaipoet.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=538709636&Ntype=6 

และนี่คืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจ สำหรับชุมชนผู้รังสรรค์และสืบสานงานร้อยกรองครับ

แหะ แหะ
สวัสดีครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น นายทิวา วันที่ตอบ 2009-07-31 15:30:04


ความคิดเห็นที่ 9 (1970005)

ขียนยอดเยี่ยม ยี่งนัก ประจักษ์ชัด

มิข้องขัด คาเรื่อง เคืองสงสัย

มองห็นภาพ เชิงศิลป์ กวินไทย

ทั้งปลุกใจ มวลชน คนรักชาติ

..

นิตยา -เพ็ญพักตร์  สลักชื่อ

ถ้อยสารสื่อ เยี่ยมยุทธ สุดฉลาด

พรสวรรค์ อักษร กลอนนวยนาด

แม้นหมายมาด นิยาม นามกวี.

 

(สุดยอดอ่ะ.......ขอบอก)

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ภัทราจิตร วันที่ตอบ 2009-07-31 16:00:03


ความคิดเห็นที่ 10 (1970126)

อยากรู้จักคุณนิตยา พูนเพิ่ม เจ้าของบทกวีชนะเลิศร้อยกรองออนไลน์ รางวัลพานแว่นฟ้า 2552 และรางวัลอื่นๆ ได้ทราบจากนักข่าวสายวรรณกรรมว่าเธอเป็นมือทองแห่งยุคสมัยกวาดรางวัลการประกวดมาหลายแห่งแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น สมใจ วันที่ตอบ 2009-08-01 06:57:18


ความคิดเห็นที่ 11 (1970158)

สำนวนรางวัลชมเชยกวีการเมือง วรรณกรรมพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๒

“อีกไม่นาน....ทหารหนุ่ม”

                        “ไม่ต้องห่วงนะแม่....”             ข่าวอาจฟังย่ำแย่เป็นแค่ข่าว

            ปักษ์ใต้คงไม่มืดอยู่ยืดยาว                   เหน็บหนาวคงไม่หนาวไปยาวนาน

            ก็มีบ้างอากาศเย็นเผลอเป็นไข้             พอได้ใช้หยูกยาแกล้มอาหาร

            เถอะ...ลูกแม่หนึ่งคนยังทนทาน          คิดถึงแม่ คิดถึงบ้าน ก็ทานทน

            เรื่องปลอดภัย ไม่ปลอดภัย ยังไม่รู้       แต่ก็สู้อย่างที่แม่สอนแต่ต้น

            ยังกราบพระก่อนนอนขอพรดล          ให้ลูกแม่หนึ่งคนผ่านพ้นภัย

            เจาะไอร้อง ไกลไหม ?..ไกลครับแม่   แต่ชายชาติทหารแท้ต้องทนได้

            สนามรบอุปสรรคหนักเพียงไร            แต่ทุกข์ของพี่น้องชาวไทยยิ่งใหญ่เกิน

            เป็นหน้าที่ต้องทำ ต้องสำเหนียก         จึ่งโลกเรียก “ลูกผู้ชาย” มิอายเขิน

            ชาติต้องการทหารกล้านำหน้าเดิน      กล้าเผชิญขวากหนาม สงครามร้าย

                        บ้านอุดรธานี..ทุ่งศรีเมือง         ข่าวแดงเหลืองฆ่าฟันมิทันหาย

            แม่ใจสั่นงันงกแทบอกวาย                  มือปล่อยสายโทรศัพท์ลงพับล้ม”

            ชายผ้าเหลืองแม่เอ๋ยหวังเชยชม            แผ่วบทเพลง “ค่าน้ำนม” ล่องลมเลือน

                        ทหารหนุ่มของแม่......             คราเฒ่าแก่หวังเห็นเจ้าเป็นเพื่อน

            กลับลมร้ายสายนราฯพัดมาเยือน         ตาแม่เปื้อนอุทกตก ท้นอกพัง

                        วีรบุรุษของแม่............             ภาพและข่าวทีวีแพร่ แว่วแตรสังข์

            เผลอยิ้มขณะอกแม่ตกภวังค์                ยิ้มทั้งทั้งน้ำตาบ่าหัวใจ

            ไม่นานหรอกไม่นาน..ทหารหนุ่ม        ใต้ธงคลุมผืนทับเจ้าหลับใหล

            แม่เหม่อมองเมฆฟ้าโศกาลัย                รอเครื่องบินจากปักษ์ใต้...อีกไม่นาน

 

                                                                                              สุขุมพจน์ คำสุขุม

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นักข่าวสายวรรณกรรม วันที่ตอบ 2009-08-01 09:30:16


ความคิดเห็นที่ 12 (1970164)
แจ้งลบความคิดเห็น

บทกวีรางวัล(ชมเชย)พานแว่นฟ้า ประจำปี พ.ศ.2552   “ เกิดการเปลี่ยนแปลงแห่งการเป็นไป”

 

ภูมิภาวะยุคสะท้านกาลสมัย      

ผืนไผททุกข์ทับถมบ่มฝักฝ่าย

ความเจ็บปวดสะท้อนนามทั้งความตาย                

ชนะ-พ่าย ใช่จุดหมายในแผ่นดิน

คือบทเรียนบทโลกโศกสะท้อน     

คือบทย้อนยังลูกหลานทั่วฐานถิ่น

ลมหายใจเดียวกันอันชาชิน           

ทั่วทั้งสิ้น กินอยู่ได้ก็คล้ายกัน

เจ็บจึงรู้จดจำ กรำวิกฤติ                       

 แผ่นดินคือชีวิต สิทธิ์สร้างสรรค์

อุทกธารน้ำตา หลั่งมาครัน            

 ท่วมชีวัน หลากชีวิตจิตวิญญาณ

 

หยุดยุคหยาบ อาบพลัง ตั้งสติ     

 ร่วมดำริรักแผ่นดินทั้งถิ่นฐาน

หลอมรวมสีให้บริสุทธิ์หยุดก่อการ                            

หยุดต่อต้านกันและกันอันเป็นไป

ข้อเท็จจริง ต้องเป็นจริงยิ่งตรงตั้ง        

 แปรความชังเป็นความรักหลักสมัย

ปลดความทุกข์เอาความสุขปลุกจิตใจ                       

  แหวกความชั่วที่ว่ายไหว ในพสุธา

เปลี่ยนอาวุธเป็นดอกไม้ให้โลกหอม  

 เสียงโห่ไล่เป็นเพลงกล่อมพร้อมรักษา

มือที่ตบเคารพสิทธิ์จิตวิญญาณ์      

ตีนที่ตบไม่ตั้งท่า จะตบตี

 

เรือนกระจกฟ้าเปิดช่องต้องแสงใส                           

  เรือนจิตใจกระจ่างสร้างศักดิ์ศรี

แดดแจร่ม ดินจรัส ปฐพี                

 ม่านเมฆคลี่ฟ้างามความสุขครอง

ต้นกล้ากาลสมัย ได้ยืนหยัด                

 เปรื่องประวัติวิวัฒน์ใหม่ให้ผุดผ่อง

แตกหน่อขึ้นต่อยอดตลอดครรลอง                    

 

ฟ้าสีทองส่องภาพลักษณ์หลักมั่นคง

ปฏิวัติ เผด็จการ มารอย่าเกิด            

ร่วมกันเปิดประชาธิปไตยในประสงค์

ตอกหลักหมุด ยุติธรรม มุ่งดำรง       

  บริสุทธิ์สูงส่งจรรโลงทาง

 

ประชาชนคือผืนฟ้า ตาสับปะรด   

   ผู้กำหนด ความถูกต้อง ส่องสว่าง

ประชาชนเปรียบแกนโลก อยู่ตรงกลาง                        

 รู้ความกว้าง ความกลม นิยมใด

แก้วหูแห่งแผ่นดิน ยินถึงฟ้า           

ทุกหย่อมหญ้ายังชูยอดกอดแสงใส

แผ่นดินแห่งเสรีภาพตราบเป็นไป

   เกิดสิ่งใหม่ ได้ประจักษ์  รักษ์แผ่นดิน

คือบทเรียน บทโลก โศกสะท้อน   

 คือบทย้อนจิตวิญญาณทั่วฐานถิ่น

เจ็บจึงรู้จดจำ อยู่ย้ำยิน                       

เราไม่สิ้นประวัติศาสตร์ชาติสังคม

 

ภูวดล  ภูภัทรโยธิน  ผู้ประพันธ์

E-mail :     pphoovadol@yahoo.com   

ผู้แสดงความคิดเห็น นักข่าวสายวรรณกรรม วันที่ตอบ 2009-08-01 09:39:55


ความคิดเห็นที่ 13 (1970169)
คุณนักข่าวฯช่วยกรุณานำบทกวีที่ได้รางวัลมาลงให้ครบทั้ง๑๒ชิ้นเลยได้ไหมคะอยากอ่านเป็นอันมากค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น แจ๋วระทด วันที่ตอบ 2009-08-01 10:12:34


ความคิดเห็นที่ 14 (1970219)

ขออภัยขอแก้ไขสำนวนที่ถูกต้อง พิมพ์ตกไป ๒ วรรค

                    "ไม่นานหรอกแม่.....ไม่นาน         สงกรานต์จะกลับไปให้โกนผม"

              ชายผ้าเหลืองแม่เอ๋ยหวังเชยชม           แผ่วบทเพลง "ค่าน้ำนม" ล่องลมเลือน

สำนวนรางวัลชมเชยกวีการเมือง วรรณกรรมพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๒

“อีกไม่นาน....ทหารหนุ่ม”

                        “ไม่ต้องห่วงนะแม่....”             ข่าวอาจฟังย่ำแย่เป็นแค่ข่าว

            ปักษ์ใต้คงไม่มืดอยู่ยืดยาว                   เหน็บหนาวคงไม่หนาวไปยาวนาน

            ก็มีบ้างอากาศเย็นเผลอเป็นไข้             พอได้ใช้หยูกยาแกล้มอาหาร

            เถอะ...ลูกแม่หนึ่งคนยังทนทาน          คิดถึงแม่ คิดถึงบ้าน ก็ทานทน

            เรื่องปลอดภัย ไม่ปลอดภัย ยังไม่รู้       แต่ก็สู้อย่างที่แม่สอนแต่ต้น

            ยังกราบพระก่อนนอนขอพรดล          ให้ลูกแม่หนึ่งคนผ่านพ้นภัย

            เจาะไอร้อง ไกลไหม ?..ไกลครับแม่   แต่ชายชาติทหารแท้ต้องทนได้

            สนามรบอุปสรรคหนักเพียงไร            แต่ทุกข์ของพี่น้องชาวไทยยิ่งใหญ่เกิน

            เป็นหน้าที่ต้องทำ ต้องสำเหนียก         จึ่งโลกเรียก “ลูกผู้ชาย” มิอายเขิน

            ชาติต้องการทหารกล้านำหน้าเดิน      กล้าเผชิญขวากหนาม สงครามร้าย

                        บ้านอุดรธานี..ทุ่งศรีเมือง         ข่าวแดงเหลืองฆ่าฟันมิทันหาย

            แม่ใจสั่นงันงกแทบอกวาย                  มือปล่อยสายโทรศัพท์ลงพับล้ม”

                        “ไม่นานหรอกแม่...ไม่นาน      สงกรานต์จะกลับไปให้โกนผม”

            ชายผ้าเหลืองแม่เอ๋ยหวังเชยชม            แผ่วบทเพลง “ค่าน้ำนม” ล่องลมเลือน

                        ทหารหนุ่มของแม่......             คราเฒ่าแก่หวังเห็นเจ้าเป็นเพื่อน

            กลับลมร้ายสายนราฯพัดมาเยือน         ตาแม่เปื้อนอุทกตก ท้นอกพัง

                        วีรบุรุษของแม่............             ภาพและข่าวทีวีแพร่ แว่วแตรสังข์

            เผลอยิ้มขณะอกแม่ตกภวังค์                ยิ้มทั้งทั้งน้ำตาบ่าหัวใจ

            ไม่นานหรอกไม่นาน..ทหารหนุ่ม        ใต้ธงคลุมผืนทับเจ้าหลับใหล

            แม่เหม่อมองเมฆฟ้าโศกาลัย                รอเครื่องบินจากปักษ์ใต้...อีกไม่นาน

 

                                                                                              สุขุมพจน์ คำสุขุม

ผู้แสดงความคิดเห็น นักข่าวสายวรรณกรรม วันที่ตอบ 2009-08-01 13:15:04


ความคิดเห็นที่ 15 (1970226)

จัดให้ครับคุณแจ๋วระทด แต่ต้องทยอยพิมพ์เพราะไม่ค่อยมีเวลาจ้า

สำนวนรางวัลชมเชยกวีการเมือง วรรณกรรมพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๒

“หน้าที่ของกู”

                      หากจะวางซ้อนกันมันสูงมาก   และก็ยากจะมีที่รักษา

            จะชั่งกิโลขายไร้ราคา                          จะเป็นควันแสบตาถ้าเผาไฟ

            น้ำหมึกจะเป็นยาฆ่าปลวกมด             หรือยาลดปริมาณการวางไข่

            จะเอาพับถุงขายละอายใจ                    อาจทำให้เป็นมะเร็งเร่งลุกลาม

            หากเอาบรรทัดทองของหนังสือ          มาต่อยือวางกองคงต้องหาม

            ทุกมาตรากำหนดบทสวยงาม             เขียนไว้ตามสาระประชาชน

            เพื่อประชาธิปไตยที่ใหญ่ยิ่ง                 เสร็จฉีกทิ้งมาแล้วสักกี่หน

            อาจเป็นความบกพร่องของบุคคล       หรือเหตุผลผู้ใช้ได้ไม่ดี

            บางครั้งเอาของเดิมมาเสริมหน้า          บางเวลาคนเขียนอาจเปลี่ยนสี

            ล่วงเวลาสิ้นเสร็จเจ็ดสิบเจ็ดปี             ไม่รู้กี่ฉบับหากนับกัน

            ตีมโหระทึกดังกึกก้อง                         เอาพานทองแว่นฟ้ามารับขวัญ

            ธรรมนูญเพื่อประชามากำนัล              ไม่กี่วันพานทองก็หมองจาง

            คนมีสิทธิ์ใช้ไร้สิทธิ์เขียน                    คนที่เปลี่ยนสิทธิ์มีเลือกสีข้าง

            จึงเหมือนผู้ชราหูตาฟาง                       และทุกอย่างมองเห็นเป็นทางตัน

            แต่ก็มีความหวังยังไม่ท้อ                     จะเฝ้ารอเส้นทางที่สร้างฝัน

            วันที่เหลือข้างหน้าอาจจะทัน              คงเป็นวันที่ฟ้าไร้ราคี

            เฝ้าแต่นับทบทวนจำนวนครั้ง             และก็หวังท้องฟ้าจะเปลี่ยนสี

            สิ่งผ่านมาถูกหรือผิดทฤษฎี                 จนปูนนี้หัวใจไม่อยากคิด

            ใครจะเขียนเพื่อใคร “กู” ไม่รู้              หน้าที่ “กู” คือกาอย่าให้ผิด

            “กู” จะกาต่อไปในชีวิต                       รักษาสิทธิ์ประชาชนคนอย่างกู

 

                                                                                   สงวน  กลิ่นหอม

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายวรรณกรรม วันที่ตอบ 2009-08-01 13:41:40


ความคิดเห็นที่ 16 (1970236)

สำนวนรางวัลชมเชยกวีการเมือง วรรณกรรมพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๒

 

“ขอเพียงแผ่นดินไทยเป็นผืนเดียว”

 

อย่าตัดสินชั่วดีด้วยสีเสื้อ         เพราะเลือดเนื้อในนั้นสำคัญกว่า

            อย่าประเมินหัวใจด้วยสายตา              ละเลยแรงศรัทธามหาชน

            เพราะมีรากวันนี้จึงมียอด                    ดำรงรอดกิ่งไม้ให้ดอกผล

            ยึดแผ่นดินหยัดยืนขึ้นเต็มตน               อาบน้ำฟ้าน้ำฝนรดต้นใบ

            สายเลือดเดียวเกี่ยวดองดุจน้องพี่         แปรงป้ายสีเธอถือข้างมือไหน

            แตกแยกคนละทางบนร่างใคร            เฉือนคมเชือดเลือดไทยลงไหลริน

            ดูเถิดแผ่นดินทองใต้กองศพ                สร้างตึกสร้างสนามรบไม่จบสิ้น

            อ้างถูกผิดผลาญเหย้าเผาแผ่นดิน          กัดก้อนเกลือดื่มกินอุดมการณ์

            ห่อหุ้มคนดีดีด้วยสีเสื้อ                         ฝังความเชื่อเลือกข้างเข้าล้างผลาญ

            ไล่รบราฆ่าฟันกันแหลกลาญ              แยกคมแยกด้ามคว้านแบ่งขวานเดียว

            ใต้ร่มธงชาติไทยในวันนี้                     หากยังมีชื่อไทยใช้ยึดเหนี่ยว

            แก่นชีวิตคือการผสานเกลียว               ไม่มีเสี้ยวเศษใดไม่สำคัญ

            ไม่มีใครชั่วดีเพราะสีเสื้อ                     รวมเลือดเนื้อเชื้อไทยใช่สีสัน

            ประเทศเป็นของเราเท่าเท่ากัน             ในคำนั้นคำว่า  ประชาธิปไตย

            เสียงขุนศึก-อำมาตย์-ราษฎร                ก้องสะท้อนแผ่นดินได้ยินไหม

            “ไม่มีใครชั่วดีด้วยสีใด                        ขอเพียงแผ่นดินไทยเป็นผืนเดียว”

 

                                                                                      จามรี  ตันไพฑูรย์ดิถี

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายวรรณกรรม วันที่ตอบ 2009-08-01 14:18:45


ความคิดเห็นที่ 17 (1970241)

สำนวนรางวัลชมเชยกวีการเมือง วรรณกรรมพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๒

 “เทียนของแม่”

                        ……………………                ใต้อ้อมกอดแกร่งแห่งหุบเขา

            ท่ามกลางมรสุมรุมเร้า                         ในดวงตาของเจ้าแม่เข้าใจ

            ว่าไม่มีหวังบ้านหลังเขา                      เทียนก็เก่าเกินแรงพายุใหญ่

            ไม่อาจส่องฟ้าดำให้อำไพ                    รอละลายมอดไหม้ในไม่ช้า

            ต่างกับแสงไฟกลางใจกรุง                  โรจน์รุ่งเริงแรงสาดแสงกล้า

            ปลุก ประชาธิปไตยให้ตื่นฟ้า              ขับไล่มายาความสามานย์

            หรือเป็นเพียงสามานย์อันสามัญ          ที่เฉิดฉันช่วงฉายประกายฉาน

            ในคราบประชาคมอุดมการณ์              ซ่อนวิญญาณอสัตย์เต็มอัตตา

            นี่หรือ.....ประชาธิปไตย                       ดั่งดวงไฟโชติชัดจรัสจ้า

            ฉายเพียงเพื่อตนพ้นชั่วช้า                    ฉวยมาอ้างสิทธิ์สร้างอิทธิพล

            เป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม         ใช้ความสับปลับสร้างสับสน

            โหมแรงแห่รุกปลุกใจคน                    จึงฉ้อฉลให้เห็นอยู่เด่นชัด

            คืนกลับมาเถิดลูกเอ๋ย                           บ้านหลังเขาเจ้าเคยสู้ยืนหยัด

            แม้หมื่นมหาพายุพัด                             อ้อมหัตถ์หุบเขาจะเฝ้าประคอง

            เทียนของแม่ในคืนหม่นจักยลแสง      ด้วยมือเรารวมแรงขึ้นปกป้อง

            ประกายเทียนจักฉายประกายทอง       ให้เห็นทุกครรลองอย่างถ่องแท้

            ให้เห็นทุกมโนทัศน์อย่างชัดแจ้ง         ความจริงจักสำแดงดั่งแสงแข

            ขอเดือนเพ็ญเด่นพร่างกลางดวงแด     ขอลูกแม่กลับคืนสู่ผืนดิน

                                          มาต่อเทียนให้ทั่วถิ่นแผ่นดินไทย                                      

 

                                                                                     กัมปนาท  แสงทอง

ผู้แสดงความคิดเห็น นักข่าวสายวรรณกรรม วันที่ตอบ 2009-08-01 14:43:22


ความคิดเห็นที่ 18 (1970251)

สำนวนรางวัลชมเชยกวีการเมือง วรรณกรรมพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๒

 

“ในนามของความเข้าใจ”

                        “คนดีของฉัน”                         ที่ห่างกันยังคะนึงคิดถึงเสมอ

            ภาพยังค้างกลางใจแม้นไม่เจอ             รู้สึกดีต่อเธอเสมอมา

            เหงาที่รอเธอกลับนานนับเดือน           ยังส่งใจมาเยือนย้ำเตือนว่า

            ใจที่ต่างยืนหยัด ต่างศรัทธา                 มิอาจกั้นเสน่หาบรรดามี

            “ในนามของประชาธิปไตย”                เราอาจไปคนละข้างเสื้อต่างสี

            แต่เชื่อความงดงามของความดี            งดงามในเสรี วิธีคิด

            บ้านเมืองเป็นของเราเท่าเท่ากัน           ทั้งเธอ-ฉัน วันนี้ จึงมีสิทธิ์

            เราอาจแปลกแยกข้างแยกทางทิศ        แต่ชีวิตมีอะไรไปกว่านั้น

            “ในนามของความรัก”                         ยังแน่นหนักทุกเมื่อ ยังเชื่อมั่น

            ระหว่างความผิดถูกและผูกพัน           เชื่อเถอะ คนละส่วนกัน ฉันสัญญา

            ...ที่ชุมนุมเหนื่อยหนักเธอพักหน่อย     อย่าเผลอปล่อยให้หนักรีบรักษา

            เช่นเธอรักยุติธรรมเธอนำพา                รักประชาธิปไตยใส่ใจรัก

            เช่นเธอห่วงบ้านเมืองเป็นเรื่องใหญ่     ยามสังคมบ่มไฟซมไข้หนัก

            เธอเสมอร่วมด้วยช่วยฟูมฟัก               แจ้งประจักษ์เจตนาศรัทธาเธอ

            “คนดีของฉัน”                                     กี่เดือนวันยังคะนึง คิดถึงเสมอ

            รอภาระเธอจบ รอพบเจอ                     อยากกดเบอร์โทรหามิกล้าพอ

            ระหว่างเรื่องการเมือง เรื่องคิดถึง        ดูลึกซึ้งเกินคิดโทรติดต่อ

            อุดมการณ์ยืนหยัดเกรงขัดคอ              จึงฝากใจใส่จอฝากข้อความ

            “ในนามของความเข้าใจ”                    รู้ เธอชอบสีอะไรจะไม่ถาม

            รักและห่วงใยอยู่ทุกครู่ยาม                  ห่างไกลข้ามวันเดือน...ยังเหมือนเดิม

           

                                                                                         กัญจนพร  ยุวระดา

                       

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายวรรณกรรม วันที่ตอบ 2009-08-01 15:17:54


ความคิดเห็นที่ 19 (1970353)

เรื่องสั้นการเมือง ขอแก้ไขเพราะพิมพ์ตกหล่นไป

รางวัลชนะเลิศ          “พี่สาวของ”  โดย ประกาศิต  คนไว

                                 “พี่สาวของผม”  โดย ประกาศิต  คนไว

ผู้แสดงความคิดเห็น ประชาสัมพันธ์ วันที่ตอบ 2009-08-02 06:45:11


ความคิดเห็นที่ 20 (1970357)

“ในสายตาของคางคก”

            เธอพร่ำคำซ้ำซาก “ปราศจากอาวุธ”    แต่แค้นคลั่งรั้งฉุดพรากหมุดหมาย

            จิตละเมอเผลอหลุดอาวุธร้าย               สะสมซากความตายในสายตา

            โดยสงบ…..โดยตลอดถูกทอดทิ้ง       พลัดตกจากก้านกิ่งอหิงสา

            ช่วงวันผูกพันรักถูกชักพา                   หลงราวไพรปริศนา….อันมืดดำ

            ละเอียดอ่อนชีวิต  ถูกลิดรอน              ขุ่นตะกอนอารมณ์- เธอล้มคว้ำ

            ในนามสัตย์ประเสริฐ…ตะเพิดซ้ำ       กระหน่ำอารมณ์ค้างเตะคางคก          

            ตีนในนาม “สิทธิ เสรีภาพ”                 กำราบโลกเหล่านั้นหวั่นวิตก

            ชีวิตในรั้วบ้าน....สั่นสะทก                 มือกำชกดอกไม้พังไปทั้งแปลง

            มิใช่เล่น..เวรกรรมและน้ำตา               หลากใบหน้าสบตาแบบมีแอบแฝง

            สายเคเบิ้ลเหินสะท้านด้านรุนแรง       จุดแบ่งข้างระอุรุ่มเป็นกลุ่มควัน

            ชีวิตถ้าหากลองต้องเลือกข้าง              ความเห็นต่างจำกัดสิทธิ์ถูกกีดกั้น

            เผด็จการต่อภาวะแต่ละวัน                  สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ณ ชานเรือน

            หลังดอกไม้ยับพังไปทั้งแปลง             ซากศพแห่งคางคกรายรกเกลื่อน

            ถูกโยงใยชีวิต-ถูกบิดเบือน                  ละลาบเลือนในตาหลากอาวุธ

            ลามละเลงโทนเฉดประเทศชาติ          ประกาศการห้ำหั่นอันบริสุทธิ์

            เผยภาวะรุนแรงแห่งมนุษย์                  ดีงามถึงคราวหลุดประทุษร้าย

            เธอพร่ำคำซ้ำซาก “ปราศจากอาวุธ”    ณ ขณะจุดอารมณ์ พังล่มสลาย

            สันติของคางคกถูกเหยียบตาย            เธอปีนป่ายธงชาติประกาศชัย

            แปลงดอกไม้ยับพังไปทั้งนั้น              เธอดื้อรั้นตะโกนกรอกตะคอกใส่

            ว่าข้าพเจ้าไม่ลุ่มลึก...เธอเสียใจ           มัวแต่เศร้าอาลัยกับคางคก

 

                                                                                     โกสินทร์  ขาวงาม

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายวรรณกรรม วันที่ตอบ 2009-08-02 08:51:19


ความคิดเห็นที่ 21 (1970360)

สำนวนรางวัลชมเชยกวีการเมือง วรรณกรรมพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๒

 

“ในสายตาของคางคก”

 

            เธอพร่ำคำซ้ำซาก “ปราศจากอาวุธ”    แต่แค้นคลั่งรั้งฉุดพรากหมุดหมาย

            จิตละเมอเผลอหลุดอาวุธร้าย               สะสมซากความตายในสายตา

            โดยสงบ…..โดยตลอดถูกทอดทิ้ง       พลัดตกจากก้านกิ่งอหิงสา

            ช่วงวันผูกพันรักถูกชักพา                   หลงราวไพรปริศนา….อันมืดดำ

            ละเอียดอ่อนชีวิต  ถูกลิดรอน              ขุ่นตะกอนอารมณ์- เธอล้มคว้ำ

            ในนามสัตย์ประเสริฐ…ตะเพิดซ้ำ       กระหน่ำอารมณ์ค้างเตะคางคก          

            ตีนในนาม “สิทธิ เสรีภาพ”                 กำราบโลกเหล่านั้นหวั่นวิตก

            ชีวิตในรั้วบ้าน....สั่นสะทก                 มือกำชกดอกไม้พังไปทั้งแปลง

            มิใช่เล่น..เวรกรรมและน้ำตา               หลากใบหน้าสบตาแบบมีแอบแฝง

            สายเคเบิ้ลเหินสะท้านด้านรุนแรง       จุดแบ่งข้างระอุรุ่มเป็นกลุ่มควัน

            ชีวิตถ้าหากลองต้องเลือกข้าง              ความเห็นต่างจำกัดสิทธิ์ถูกกีดกั้น

            เผด็จการต่อภาวะแต่ละวัน                  สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ณ ชานเรือน

            หลังดอกไม้ยับพังไปทั้งแปลง             ซากศพแห่งคางคกรายรกเกลื่อน

            ถูกโยงใยชีวิต-ถูกบิดเบือน                  ละลาบเลือนในตาหลากอาวุธ

            ลามละเลงโทนเฉดประเทศชาติ          ประกาศการห้ำหั่นอันบริสุทธิ์

            เผยภาวะรุนแรงแห่งมนุษย์                  ดีงามถึงคราวหลุดประทุษร้าย

            เธอพร่ำคำซ้ำซาก “ปราศจากอาวุธ”    ณ ขณะจุดอารมณ์ พังล่มสลาย

            สันติของคางคกถูกเหยียบตาย            เธอปีนป่ายธงชาติประกาศชัย

            แปลงดอกไม้ยับพังไปทั้งนั้น              เธอดื้อรั้นตะโกนกรอกตะคอกใส่

            ว่าข้าพเจ้าไม่ลุ่มลึก...เธอเสียใจ           มัวแต่เศร้าอาลัยกับคางคก

 

                                                                                     โกสินทร์  ขาวงาม

                       

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายวรรณกรรม วันที่ตอบ 2009-08-02 08:56:22


ความคิดเห็นที่ 22 (1970374)

สำนวนรางวัลชมเชยกวีการเมือง วรรณกรรมพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๒

 

“กระดานชื่อประเทศชาติ”

 

                        เล่นหมากรุกกี่ครั้งตั้งแล้วล้ม  ตัวเบี้ยถมแตกทิ้งกลิ้งลงถัง

            กระดานโทรมทรุดล้วนจวนจะพัง      กระทบกระทั่งแต่ละทีเกือบบี้แบน

            เซียนต่อเซียนเปิดเบี้ยเข้าเคลียร์ทาง     ปะทะกลางกระดานกลุ่มชุมนุมแน่น

            โคนเข้าผูกรุกม้าหาคะแนน                 ยกเรือแล่นแผนลับสลับลาย

            ขุนต่อขุนจ้องหน้าวางท่าขุน               เอาเม็ดรุนไล่เสียพลิกเบี้ยหงาย

            กับดักโยนโคนขวางสร้างอุบาย          ค่อยเทถ่ายคลายผูกรุกไม่จน

            เล่นกี่ครั้งกี่ครั้งตั้งตาอับ                      เซียนมีไม้ตายลับขั้นเข้มข้น

            ล้มกระดานเล่นใหม่ในเล่ห์กล             เบี้ยได้แต่ยอมทนทุกครั้งคราว

            กระดานชื่อประเทศชาติก็อาบชุ่ม        เลือดประชาชุมนุมก็ทบท่าว

            เซียนไม่เคยกระสากลิ่นอันขื่นคาว      จับเบี้ยร้าวแหลกพังลงถังโยน

            …..หมากรุกกระดานนี้……                เล่นต่อไปก็มีแต่หักโค่น

            นับแต่ขุนเม็ดม้านาวาโคน                   จะพลอยโจนตายเสียเบี้ยบอกมา

            เซียนต่อเซียนเวียนสู้อยู่ไม่ถอย            กระดานพลอยหงอยเหงาเก่าคร่ำคร่า

            เล่นไม่เลิกเบิกสร้างทางอัปรา             เหลือซากกระดานไร้ค่าเป็นรางวัล

 

                                                                                       ธีรภัทร  เจริญสุข     

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายวรรณกรรม วันที่ตอบ 2009-08-02 09:45:49


ความคิดเห็นที่ 23 (1970381)

สำนวนรางวัลชมเชยกวีการเมือง วรรณกรรมพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๒

 

“การผลัดใบอันยาวนาน”

 

                      ทนฝืนยืนต้นบนดินแล้ง            ด้วยแรงแห่งหวังยังไม่สิ้น

            รอแดดแผดคลายสายฝนริน                 คงได้ยลยินการผลิใบ

            ปลิวคว้างร้างเงาใบเก่าร่วง                  ลาห้วงแห่งกาลผ่านสมัย

            ปลิดทิ้งไม่เหลือสิ้นเยื่อใย                    เก่าแก่เกินไปไม่ควรกาล

            เหลือก้านกร้านลมห่มแดดเปรี้ยง        คู่เคียงกิ่งต้นทนประสาน

            บรรเลงเพลงหวังก้องกังวาน               ถึงวันผลิบานแห่งดอกใบ

            ว่า “ผีเสื้อสวยด้วยปีกสี”                      จะคลี่บินฟ้อนว่อนไสว

            เริงอิสราจากฟ้าไกล                            ผสมพันธุ์ไม้ให้งดงาม

            เกิดป่าเสรีตามที่ฝัน                             ส่ำสัตว์แพร่พันธุ์กันล้นหลาม

            ดินชุ่มน้ำใส ในนิยาม                          แห่งความคลาดหวังยังเลื่อนลอย

            เพราะความเป็นไปในวันนี้                  ทำนองดนตรียังเหงาหงอย

            เพลงลวงหลอกว่าตั้งตาคอย                จังหวะเคลื่อนคล้อยการผลิใบ

            พรางตาว่ามีรุ้งสีสวย                           ว่าลมจะช่วยรวยรินไหว

            ฝนพรำฉ่ำดินทุกถิ่นไป                        แท้น้ำรินไหลจากนัยน์ตา

            แผ่นฟ้ายังปิดทุกทิศเหงา                     สร้างแสงลวงเงาให้ค้นหา

            สีสวยด้วยฉากมากมายา                      จึงใช่เวลาหานิยาม

            คงฝืนยืนต้นบนดินร้อน                       พบผีเสื้อฟ้อน-ฝากวอนถาม

            ประชาธิปไตยในไม้งาม                      เมื่อไหร่ถึงยามได้ผลัดใบ

                                                                                                    นายเงา

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายวรรณกรรม วันที่ตอบ 2009-08-02 10:13:23


ความคิดเห็นที่ 24 (1970382)

ยังขาดอีก 2 สำนวน คือ ในป่าหิมพานต์ กับ การผลัดใบอับยาวนาน ได้ยินข่าวมาว่าเป็นแนวหวานซึ้งกินใจ แต่ยังหาอ่านไม่ได้ ใครมีช่วยโพสต์ด้วย ขอความอนุเคราะห์เป็นพิเศษไปยังผู้สื่อข่าวสายวรรณกรรม กราบขอบพระคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น อัสดง วันที่ตอบ 2009-08-02 10:17:35


ความคิดเห็นที่ 25 (1970392)

สำนวนรางวัลชมเชยกวีการเมือง วรรณกรรมพานแว่นฟ้าประจำปี ๒๕๕๒

“ในป่าหิมพานต์”

                        1.                         

                        เมื่อวานนี้

                        นกเขาขวากกล่าวทักทายนกกาเหว่า

                        ในป่าหิมพานต์เล็กๆหลังบ้าน

                        ดงเฟิร์นสะท้อนแสงอัญมณีของน้ำค้าง

                        ต้นไม้ใบหญ้าแพรวพราวไปด้วยสีสัน

                        ท่ามกลางแสงแดดจ้าของฤดูร้อน

                        ที่ปัตตานี....

                        ปัตตานี

                        2.

                        สายลมที่ไม่มีใครรู้จักพัดราวตากผ้าหลากสีสันสะบั้นลง

                        ฮิญาบสีขาวร่วงหล่น

                        ร้านน้ำชา ร้านโรตีมะตะบะ ร้านโทรศัพท์มือถือ

                        วัด-มัสยิด และเรือนบ้านของชาวพื้นเมือง

                        สั่นสะทกอยู่ในสายลมแรง

                        ที่ปัตตานี….

                        ปัตตานีในป่าหิมพานต์

                        3.

                        เมื่อสายลมหยุดนิ่งในค่ำคืนหนึ่ง

                        ท้องฟ้ามืดครึ้ม

                        หมู่เมฆสีดำก้อนมหึมายิ่งกว่าเขาไกรลาส

                        ลอยวนอยู่เหนือเมือง

                        อากาศร้อนอ้าว เหมือนฝนจะตก

                          หญิงชราในก้อนเมฆสวมเสื้อคุมยาว

                          ในมือถือตะเกียงส่องสว่าง

                          เดินวนอยู่บนท้องฟ้า

                          ที่ปัตตานี...

                          ปัตตานีในป่าหิมพานต์

                                   

                        4.

                        ความสว่างไสวกลับมาอีกครั้ง

                        สาวน้อยในก้อนเมฆสีขาวเริงระบำกับฝูงว่าวหลากสี

                        สรรพสัตว์บนฟากฟ้ากำลังก้มมองดูเบื้องล่าง

                        สรรพสัตว์บนพื้นดินกำลังแหงนหน้ามองท้องฟ้า

                        เรากำลังเดินอยู่ในป่าหิมพานต์

                        ที่คั่นระหว่างอาณาจักรโบราณสองแห่ง

                        กลิ่นแม่น้ำไหลหลอมรวมกลับมหาทะเล

                        ปลาในแม่น้ำจึงได้ทักทายกับปลาในทะเล

                        พรุ่งนี้เราจะพบพานสิ่งใดอีก?

                        ที่ปัตตานี...

                        ปัตตานีในป่าหิมพานต์

                        5.

                        วันนี้หญิงชรายังไม่โผล่หน้ามาจากก้อนเมฆ

                        เหล่าสาวน้อยยิ้มแย้งเริงร่าอยู่ในฮิญาบหลากสีสัน

                        เสียงไวโอลินแว่วหวานผสานทำนองเพลงรองแง็ง

                        นกเขาชวาและนกกาเหว่าปรากฏเงาร่างขึ้น ณ เวิ้งขอบฟ้า

                        ที่ปัตตานี...

                        ปัตตานีในป่าหิมพานต์

                                                                                     กันต์ธร  อักษรนำ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวสายวรรณกรรม วันที่ตอบ 2009-08-02 11:23:27


ความคิดเห็นที่ 26 (1970411)

ขอแสดงความชื่นชมยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกสำนวน และขอแสดงความคิดเห็นเป้นทรรศนะส่วนตัวนะครับ สำนวนที่ได้รับการตัดสินรางวัลระดับต่างๆ ผมว่าสำนวนการเขียน กวีโวหาร การใช้ถ้อยคำความคิดเห็นต่างๆ อันเป็นส่วนของกวี ไม่ได้แตกต่างกันมากมาย ใกล้เคียงกันมาก สำนวนรางวัลชมเชย มีหลายสำนวนที่ผมคิดว่าเป็นสำนวนชนะเลิศ หรือรองชนะเลิศก็ได้ เช่น สำนวนที่ผมชอบ คือ อีกไม่นาน ทหารหนุ่ม ของคุณสุขุมพจน์ คำสุขุม แต่ก็ยอมรับและเคารพในคำของคณะกรรมการทุกท่านครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ไอ้ขุนทอง วันที่ตอบ 2009-08-02 11:54:32


ความคิดเห็นที่ 27 (1970478)

วิจารณ์ รางวัลชนะเลิศบทกวีการเมือง "กระดาษแผ่นดิน"

ฉันทลักษณ์ ชิงสัมผัส หรือไม่

จุดที่๑ คำท้ายบท ๑ "ใด" สัมผัส "ใส" คำท้ายวรรค๒ ของบท๒  แต่ชิงสัมผัส  ความตั้ง"ใจ" และ จากเนื้อ"ใจ" ในวรรค ๓

จุดที่๒ คำท้ายบท ๖ "ราษฎร" สัมผัส "อุทาหรณ์" คำท้ายวรรค ๒ แต่ชิงสัมผัส ก่อน "ตะกอน" และตก "ตะกอน" ในวรรค ๓

และมีอีกหลายจุดที่มีตำหนิ  รวมทั้งผลงานอื่น ๆ ด้วย ขอเชิญท่านที่เห็นว่าไม่สมควรได้รับรางวัล ช่วยกันทักท้วงไปที่คณะกรรมการโดยด่วน

ผู้แสดงความคิดเห็น นายฉันทลักษณ์ วันที่ตอบ 2009-08-02 15:28:07


ความคิดเห็นที่ 28 (1970480)

เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ ๒๗

คณะกรรมการต้องมีมาตรฐานกว่านี้

ไม่มีความสวยงามเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น นายหนุนยัน วันที่ตอบ 2009-08-02 15:38:41


ความคิดเห็นที่ 29 (1970516)

ก็ดีนะ ในความหมายกินใจดี นิดนิดหน่อยหน่อย หยวนๆ  

ผู้แสดงความคิดเห็น คนหน้าแมว วันที่ตอบ 2009-08-02 20:06:13


ความคิดเห็นที่ 30 (1970561)

ขอร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยคนครับ สำหรับเรื่องการเขียนกลอนชิงสัมผัส ไม่ได้เป็นเรื่องผิดฉันทลักษณ์ร้ายแรงอะไร เพราะงานเขียนของกวีรุ่นครูตั้งแต่สุนทรภู่มาถึงอีกหลายๆท่าน มีทั้งสัมผัสซ้ำ ชิงสัมผัส ในการประกวดแข่งขันกลอน ถ้าผิดเล็กน้อยก็หักคะแนนไป แล้วพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ เช่น สำนวนโวหาร ลีลาการนำเสนอ ความคิดเชิงสร้างสรรค์ ศิลปะการใช้ถ้อยคำภาษา อารมณ์สะเทือนใจ ความสอดคล้องกับชื่อเรื่องและวัตถุประสงค์ของการประกวดแข่งขัน ฯลฯ คณะกรรมการตัดสินเท่าที่ทราบมีการกลั่นกรองกันเป็นขั้นตอน ตั้งแต่รอบแรก กระทั่งถึงรอบสุดท้าย เกณฑ์ กติกา ก็ชัดเจน และยังเปิดกว้างให้ส่งกลอนเปล่าเข้าร่วมประกวดด้วย ถ้าครบถ้วนด้วยองค์ประกอบของวรรณศิลป์ ก็ได้รับรางวัลเช่นเดียวกับร้อยกรองฉันทลักษณ์ กรรมการตัดสินวรรณกรรมพานแว่นฟ้า ล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์อยู่ในวงการกวีนิพนธ์มานานหลายสิบปี ผมให้เกียรติกรรมการครับ แต่ก็มีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันได้

ผู้แสดงความคิดเห็น ไอ้ขุนทอง วันที่ตอบ 2009-08-03 00:49:34


ความคิดเห็นที่ 31 (1970595)

ในการประกวดกลอน หรือบทกวี จะได้จำไว้ว่า

"ฉันทลักษณ์ และชิงสัมผัส ไม่ไช่เรื่องสำคัญตามความคิดเห็นของ ความคิดเห็นที่ ๓๐ นะพี่น้อง"

ผู้แสดงความคิดเห็น ขำขำ วันที่ตอบ 2009-08-03 09:04:51


ความคิดเห็นที่ 32 (1970623)

ผมว่าเขาตั้งใจเล่นคำนะครับ

ที่ว่า ความตั้งใจจานเจือจากเนื้อใจ

และ ก่อนตะกอนสกปรกตกตะกอน

ผู้แสดงความคิดเห็น กรรมกร วันที่ตอบ 2009-08-03 10:07:23


ความคิดเห็นที่ 33 (1970634)

เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ ๓๒ ครับ เพราะได้ดูประวัติของผู้ชนะการประกวดรางวัลพานแว่นฟ้าปีนี้ คุณนิตยา พูนเพิ่ม ได้รับรางวัลจากสนามประกวดระดับชาติหลายรางวัล แม้กระทั่งประกวดร้อยกรองออนไลน์ของสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย เธอได้รับทั้งรางวัลที่ ๑ และรางวัลที่ ๒ เคยเข้าค่ายอบรมการเขียนร้อยกรองหลายครั้ง มีครูภาษาไทยนักกลอนแถวหน้าคอยส่งเสริมสนับสนุน ดังนั้นเรื่องข้อบกพรอ่งด้านฉันทลักษณ์ที่เป็นส่วนของประเด็นเล็กน้อย คงไม่อาจหักล้างความเป็นกวีนิพนธ์ที่มีความดีเด่นในด้านอื่นๆได้เลย อย่าหลงอยู่ในวังวนของฉันทลักษณ์เพียงอย่างเดียว ยกเว้นถ้าผิดฉันทลักษณ์ร้ายแรง เช่น สัมผัสระหว่างบท สัมผัสระหว่างวรรค ผิดเสียงท้ายวรรค อย่างนี้ถือว่าผิดร้ายแรงครับผม

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พันธมิตรนักกลอน วันที่ตอบ 2009-08-03 11:05:24


ความคิดเห็นที่ 34 (1970769)

รามเกียรติ์
ตอน.. พระรามกลับอยุทยา

พระรามตรัสกับ "นางไกยเกษี"
พระมารดาอีกองค์หนึ่งของพระราม

๏ ซึ่งตัวลูกต้องเดินดง
จะน้อยใจพระองค์ก็หาไม่
เหตุด้วยเทวาสุราลัย
ประชุมให้ไวกูณฐ์มา
บำรุงโลกาธาตรี
ล้างเหล่าอสุรีริษยา
แม้นอยู่ครอบครองพารา
ไหนจะได้เข่นฆ่ากุมภัณฑ์
พระชนนีอย่าแหนงแคลงจิต
ลูกไม่คิดรังเกียจเดียดฉันท์
ทูลแล้วลาสองพระนักธรรม์
แปดกษัตริย์พากันออกไป

ตอน.. บรรลัยกัลป์สู้กับหนุมาน
บรรลัยกัลป์เป็นลูกของทศกัณฐ์
ที่เกิดกับนางอัคคีลูกของพระยากาลนาค

๏ ศรชัยนั้นทำอำนาจ
เกลื่อนกลาดไม่นับเล่มได้
ให้เสียงสำเนียงเกรียงไกร
ล้อมไล่รอบตัววานร

ผู้แสดงความคิดเห็น xers วันที่ตอบ 2009-08-03 15:59:39


ความคิดเห็นที่ 35 (1970863)

ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านด้วยครับ

โดยเฉพาะพี่ภูวดล กับ พี่สุขุมพจน์ ที่รู้จัก

ผู้แสดงความคิดเห็น "กอนกูย" วันที่ตอบ 2009-08-03 21:05:54


ความคิดเห็นที่ 36 (1976848)

นักกลอนก็คือนักกลอน   เป็นพวกอนุรักษ์นิยม  พายเรือในกาละมัง

แต่กวีเป็นพวกบูรณาการทางความคิด  ฉันทลักษณ์เป้นแค่เครื่องประดับ

สามารถที่จะนำมาประดับตรงไหนก็ได้   และชอบแล่นเรือในมหาสมุทร

ที่กว้างใหญ่  ขอกราบคารวะบรรพกวีทุกท่าน  และอาจารย์กวีทุกท่าน

และขอให้ข้าพเจ้าหลุดพ้นและอย่าได้พบเจอกับพวกนักกลอนทุกภพชาติเทอญ

ไม่ชอบจริงๆๆ     พวกนักกลอน   เนี๊ยะ  และพวกนักกลอนเขียนนี่จะไม่อ่านเลย

ไม่ได้รังเกียจแต่ไม่ชอบ    มันมีความรู้สึกยังไงบอกไม่ถูก   เวลาคุยกับนักกลอน

คุยได้ไม่เกินสิบคำ    รู้สึกเบื่อครับ    แต่กวีนี่ผมชอบอาจารย์เนาวรัตน์   และ แรคำ    ไพวรินทร์   โชคชัย   มนตรี    เรวัฒน์   อัคนี    ศักดิ์ศิริ

รุ่นบนสรวงสวรรค์    ผมชอบ   บรมครูสุนทรภู่    เจ้าพระยาพระคลัง     เจ้าฟ้ากุ้ง    และบทกวีโบราณ   ต่างๆๆ   นักกลอนชอบอยู่คนเดียว

คือ   อาจารย์ประยอม       นอกนั้นเห็นแล้วไม่อ่านเลยละ   รสนิยมส่วนตัวจริงๆๆ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ยอดนักกวีที่ชอบอ่านกวี วันที่ตอบ 2009-08-24 12:45:42


ความคิดเห็นที่ 37 (1976854)

โดยเฉพาะ  อาจารย์เนาวรัตน์    ท่านมีผลงานอย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุด   

ผลงานท่านอยู่เหนือรางวัลใดๆๆ  ทั้งสิ้น   อยู่เหนือคำว่าชีไร   เหนือคำว่าศิลปินแห่งชาติ

ระดับท่านต้องเป็นตำนานของสยามเลยละครับ ผมเห็นท่านอ่านต่อหน้าพระพักตร์พระราชินี  ผมขนลุกเลยครับ

ผมยอมรับและยอมรับจริงๆๆ  สำหรับอาจารย์เนาวรัตน์   ผมไม่ได้ประจบท่านหรอก

แต่ท่านไม่รู้ว่าผมเป็นใคร    แต่ผมเคยคุยกับท่าน    แต่ท่านแรคำ     มนตรี   เรวัฒน์     โชคชัย

ผมรออ่านอยู่   แต่ไม่เห็นมีเล่มใหม่ให้อ่านเลย   รอมาหลายปี   เข้าใจเอาเองว่าคงจะหมดแม็ก 

โดยเฉพาะท่านแรคำ  หายไปนานเลย     นับถือ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ยอดนักกวีที่ชอบอ่านกวี วันที่ตอบ 2009-08-24 12:55:53


ความคิดเห็นที่ 38 (1977134)

ขอแสดงความคิดเห็นด้วยครับ ระหว่างคำว่า "นักกลอน" กับคำว่า "กวี" หลายครั้งที่มีคำถามว่า นักกลอน กับ กวี ต่างกันอย่างไร บทกลอน กับ กวีนิพนธ์ ต่างกันอย่างไร นักกลอนบางคนเรียกตัวเองว่ากวี มีมากมายไป และกวีในหมู่นักกลอนก็มีไม่น้อย แต่เขาไม่เคยประกาศตัวเป็นกวี กิจกรรมที่ทำก็จะเลี่ยงคำว่ากวี เห็นอ่านกวีนิพนธ์สาธารณะกันหลายแห่ง ประกาศว่าเป็นกวีรุ่นใหม่ เป็นกวีร่วมสมัย เคยไปฟังก็ไม่เห็นว่าจะเป็นบทกวีแต่ประการใด ก็คือร้อยกรองธรรมดา ธรรมดา เพียงแต่แทรกใส่แนวความคิดใหม่ๆลงไป สำนวนโวหารก็ไม่เห็นจะโดดเด่นประการใด สู้สำนวนกลอนของนักกลอนรุ่นเก่าๆอีกหลายคนก็ไม่ได้ เช่น ประสิทธิ์ โรหิตเสถียร ภิญโญ ศรีจำลอง เอนก แจ่มขำ สุธีร์ พุ่มกุมาร ศิวกานท์ ปทุมสูติ  ธัญญา ธัญญามาศ สันติ ชนะเลิศ ฯลฯ ผมว่าอยู่ที่พื้นฐานการเขียนร้อยกรอง และการยอมรับของคนส่วนใหญ่เป็นสำคัญครับ กลอนดีดีหลายบทเป็นกวีนิพนธ์ได้อย่างไม่เก้อเขิน กวีนิพนธ์บางบทก็เป็นเพียงกลอนธรรมดาๆเท่านั้นเอง ส่วนที่ท่านว่านักกลอนเป็นพวกอนุรักษ์นิยม พายเรือในกาละมัง พูดคุยด้วยแล้วรู้สึกเบื่อ มันก็มีบ้าง แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ทราบว่าท่านไปพูดคุยกับใครจึงน่าเบื่อ แล้วก็มาพิพากษา ประเมินผลว่านักกลอนน่าเบื่อ ไม่น่าสนทนาด้วย " กวีหรือนักกลอนจะนำเสนอเนื้อหา หรือแนวความคิดที่หลากหลายเหมือนกัน เช่น ความรัก ธรรมชาติ อารมณ์ ความคิดฝัน ความประทับใจ สภาพสังคม เป็นต้น เพื่อที่จะสื่อสารกับผู้อ่าน อาจเป็นความคิดหรือเนื้อหาอย่างตรงไปตรงมา หรือความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ของผู้ประพันธ์ สุดแท้แต่ว่าใครจะทำได้ดีที่สุด ต้องให้คนอ่านส่วนใหญ่เป็นผู้ตัดสิน"

ผู้แสดงความคิดเห็น สาธุชน วันที่ตอบ 2009-08-25 05:06:59


ความคิดเห็นที่ 39 (1983065)

เห็นมั้ย  ความคิดนักกลอนอีกแล้ว   นักกลอนแท้ๆ   เลย

แค่คิดแสดงความคิดมาก็ชัดเลย  นักกลอนชัดๆๆๆ

โอ   หดหู่   ห่อเหี่ยว  นักกลอน   ก็คือ  

ท้องฟ้า  สายลม   แสงแดด    สายน้ำ

เธอ   ฉัน    แล้วก็เขียนสอนคนอื่น

ชอบทำตัวเป็นศาสดา  สอนโน้นคนนี้  

ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงของชีวิตที่ดำรงอยู่    เบื่อ

ผู้แสดงความคิดเห็น ข้าคือกวี วันที่ตอบ 2009-09-11 13:22:00


ความคิดเห็นที่ 40 (1983143)

ผมว่าถ้าเบื่อก็อย่ามาแสดงความคิดเห็นเชิงลบเลย เหมือนมากวนน้ำให้ขุ่นเสียมากกว่า เว็บไซต์ที่สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้นมาเป็นเวทีสำหรับปัญญาชนผู้มีคารวะธรรมได้ร่วมแสดงความคิดเห็นที่เรียกว่าทรรศนะ คือความคิดเห็นอันประกอบด้วยเหตุและผลด้วยความสุภาพ ไม่ใช่เพียงความรู้สึกว่าชอบไม่ชอบ แล้วก็พร่ำตำหนิติเตียนผู้อื่นโดยที่นึกคิดว่าตนเองเหนือชั้นกว่าคนอื่น 

ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอน วันที่ตอบ 2009-09-11 16:06:45


ความคิดเห็นที่ 41 (1985604)

ประเทศเจริญได้เพราะการทะเลาะกัน

รัฐธรรมนูญฉบับแรกเกิดขึ้นมาได้พราะการทะเลาะกัน

ความเจริญเกิดขึ้นได้เพราะการทะเลาะกัน

ดูอย่างอเมริกา   ญี่ปุ่น   สิครับ

ทะเลาะกับคนทั้งโลกเลย และยิ่งเจริญ

ประเทศไทยยังทะเลาะกันน้อยไปครับ

ประเทศจึงเจริญช้า  ประเทศจีน  จัตุรัสเทียนอันเหมิน

ตายเป็นแสนครับ  และยิ่งเจริญ

ความยุติธรรม  เที่ยงธรรม เสรีภาพ สันติภาพ ต้องบูชาด้วยเลือดและเนื้อครับ

และประพรมด้วยหยาดน้ำตาและความเศร้าโศกจึงจะงอกงามชวนชม

ไม่เชื่อลองศึกษาประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศดูสิ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ปัตตานี วันที่ตอบ 2009-09-18 14:23:56


ความคิดเห็นที่ 42 (1985753)
เห็นด้วยครับ เห็นด้วยกับคุณที่ใช้นามปากกา "ปัตตานี"  การแสดงความคิดเห็นในลักษณะนี้ถือว่าสุภาพ สร้างสรรค์ มีเหตุผล ยอมรับในความคิดเห็นการขัดแย้งเพื่อแบ่งปัน พื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวม
ผู้แสดงความคิดเห็น นักกลอน วันที่ตอบ 2009-09-19 09:22:15


ความคิดเห็นที่ 43 (1993396)

 

These included cheap wow power leveling a weak labour market, “still tight” credit conditions and the buy wow power leveling psychological impact of equity and housing losses aion kina sustained by households over the last two years. He saw businesses wow power leveling still remaining “very cautious” and still looking to trim staff and capital expenditure budgets.

ผู้แสดงความคิดเห็น yoyohh วันที่ตอบ 2009-10-10 13:42:37


ความคิดเห็นที่ 44 (2107454)

louis vuitton men replica louis vuitton handbag is for a dressy occasion or louis vuitton relationship you have a better lv lv travelling.

ผู้แสดงความคิดเห็น icey (tambour-at-google-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-11 10:34:07


ความคิดเห็นที่ 45 (2111428)
slippers for women slippers for women mens uggs mens uggs uggs sale uggs sale babies booties babies booties
ผู้แสดงความคิดเห็น swiss watches วันที่ตอบ 2010-09-22 01:22:42


ความคิดเห็นที่ 46 (2145484)
diamond engagement rings, diamond engagement rings diamond necklace, diamond necklace heart ring, heart ring tiffany & co, tiffany & co
ผู้แสดงความคิดเห็น guess watches วันที่ตอบ 2011-01-15 10:33:07



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.