ReadyPlanet.com


กลอนเปล่าคืออะไร


กลอนเปล่าเป็นอย่างไร แต่งให้ดูหน่อย


ผู้ตั้งกระทู้ เด็กปะราชญ์ :: วันที่ลงประกาศ 2009-03-04 15:33:35


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1909718)
เอ๊ะนั่นใครมองไม่เห็นเป็นถนัด ยังไม่ชัดลางเลือนเหมือนไม่เห็น ใครไม่แท้ไม่แน่ใจไปไม่เป็น เริ่มจะเห็นนั่นแน่ที่แท้ก็ใคร
ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กปะราชญ์ วันที่ตอบ 2009-03-04 15:49:03


ความคิดเห็นที่ 2 (1909729)
กลอนเปล่า มีลักษณะสำคัญคือ ไม่มีข้อบังคับใดในการแต่ง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคำ การสัมผัส จังหวะ แต่จะแบ่งเนื้อความออกเป็นวรรคเป็นตอน เพียงแต่วรรคตอนเหล่านั้นไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ศิลปะในการแต่งกลอนเปล่า จึงอยู่ที่ความสามารถในการใช้ภาษาที่ก่อให้เกิดความสะเทือนอารมณ์ และสามารถแสดงความคิดได้ลึกซึ้งและเป็นสากลมากน้อยเพียงไร
ผู้แสดงความคิดเห็น อิสรชน วันที่ตอบ 2009-03-04 16:10:27


ความคิดเห็นที่ 3 (1909732)
กลอนเปล่า หรือกลอนอิสระ  คือ คำประพันธ์ที่ไม่มีข้อบังคับทางฉันทลักษณ์ อย่างบทกวีนิพนธ์ทั่วไป ที่แต่งด้วย
ฉันทลักษณ์แบบต่าง ๆเช่น โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ฯลฯ
        นอกจาก ๒ คำนี้แล้ว ยังมีคนเรียกด้วยคำอื่น ๆ อีก เช่น กลอนไร้ฉันทลักษณ์ กลอนเปลือย เรียงร้อยถ้อยคำ คำร้อย เป็นต้น ที่มีคำว่า กลอน อยู่ด้วย แสดงว่ายังอยากให้รู้ว่าเป็นงานประพันธ์ที่ไม่ใช่ร้อยแก้ว ส่วนที่ไม่ต้องการใช้คำว่า กลอน ก็คงเพราะเห็นว่าเป็นข้อเขียนที่ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับกลอนเลย แต่เป็นการเอาคำมาเรียงร้อยกันให้มีลีลาจังหวะและความหมายตามที่ผู้แต่งต้องการ
ผู้แสดงความคิดเห็น ชรากวี วันที่ตอบ 2009-03-04 16:15:34


ความคิดเห็นที่ 4 (1909733)

ตัวอย่างกลอนเปล่า

ทุกวันนี้ฉันถูกอบรม
ขูดสมอง ขูดลิ้น จับมือ
ให้คิด ให้พูด ให้ทำ
ตามที่คนรุ่นเก่ากำหนดไว้
สงสัยนัก
ฉันเกิดมาเพื่อใคร
เพื่อเป็นทาส เป็นทรัพย์สิน เป็นเครื่องมือ
เป็นพยานความดี ความถูกต้อง ของใครกัน
ของตัวเองหรือของคนรุ่นเก่า

(ปล่อยฉันจากซากเดนอันโสโครกเสียที : อรุณ ดิษฐาอภิชัย)

ผู้แสดงความคิดเห็น สมาชิกสมาคมนักกลอน วันที่ตอบ 2009-03-04 16:20:07


ความคิดเห็นที่ 5 (1909818)

มันก็คือ“ร้อยแก้ว”ธรรมดา เพียงแต่หาจังหวะในการขึ้นบรรทัดใหม่ตามความอยาก (มักง่าย)

ตัวอย่าง

--ฉันอยู่หนใด--

ฉันเกิดมาฉันจะเป็นตัวของตัวเอง

ฉันไม่เรียน ฉันไม่พูด

ฉันไม่ทำ ฉันไม่รับรู้

ถ้าฉันเรียนฉันพูดฉันทำฉันรับรู้ฉันต้องเป็นทาสคนที่เกิดก่อน

ฉันไม่มีกฎ ฉันไม่มีเกณฑ์

ฉันไม่มอง ฉันไม่ฟัง

ดังนั้นตอนที่ฉันเกิดจึงถูกขี้เถ้ายัดปาก จึงไม่มีฉัน.....ฮาจบ

---------------

ผู้แสดงความคิดเห็น --ส.ใส่เกือก-- วันที่ตอบ 2009-03-04 19:56:13


ความคิดเห็นที่ 6 (1909935)

กลอนเปล่าไม่น่าจะใช่ร้อยแก้วธรรมดา เพราะถ้าเขียนแบบร้อยแก้วธรรมดาไม่มีองค์ประกอบทางวาทศิลป์ก็จะเป็นแค่ความเรียงสั้นๆ บรรยายความไปตามเรื่อง ตามอารมณ์ แต่ถ้าเป็นกลอนเปล่าแบบตะวันตกจริงๆมันมีลักษณะรูปแบบเป็นการเฉพาะเหมือนกัน ร้อยแก้วดีดีก็เป็นงานวรรณศิลป์ได้เช่นเดียวกับร้อยกรองทั่วๆไป

ผู้แสดงความคิดเห็น ทัศนศิลป์ วันที่ตอบ 2009-03-05 06:44:35


ความคิดเห็นที่ 7 (1910108)

--การเขียนทั้ง“ร้อยแก้ว”และ“ร้อยกรอง”จำเป็นต้องมีวาทศิลป์ เพื่อดึงจิตใจผู้อ่านให้คล้อยไปกับเรื่องราวที่เราเขียน บางคนเก่งเรื่องตลก บางคนเก่งออดอ้อน แล้วแต่ถนัด

--ดังนั้นการแยก“ร้อยแก้ว”หรือ“ร้อยกรอง”จึงควรแยกที่“ฉันทลักษณ์”ไม่ใช่เพียงการขึ้นบรรทัดใหม่

--สมัยที่ผมยังไม่มีปัญญาเขียนกลอนให้เป็นกลอนผมก็เขียนได้แบบที่เรียกว่า“กลอนเปล่า”นั้นแหละส่งอาจารย์ อาจารย์เรียกว่า“ขยะ”ผมยังจำได้จนทุกวันนี้ (เล่าความหลังให้ฟัง)...

--ทั้ง“ร้อยแก้ว”และ“ร้อยกรอง”ต่างก็เป็นงานวรรณศิลป์ แต่“ร้อยกรอง”เป็นการเรียงร้อยที่มีรูปแบบเฉพาะของแต่ละชนิด ส่วน“ร้อยแก้ว”เป็นการเรียงร้อยที่ไม่มีรูปแบบ ดังนั้น“กลอนเปล่า”ก็คือ“ร้อยแก้ว”นั้นเอง...
ผู้แสดงความคิดเห็น --ส.ใส่เกือก-- วันที่ตอบ 2009-03-05 12:14:44


ความคิดเห็นที่ 8 (1910120)

เกิดเพื่อตาย

ใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อเรียนรู้ว่าทุกสิ่งล้วนว่างเปล่า

 

ผู้แสดงความคิดเห็น จิงปะ วันที่ตอบ 2009-03-05 12:37:05


ความคิดเห็นที่ 9 (1910641)

เกิดเพื่อตาย

ใช้ชีวิตทั้งชีวิต

เพื่อเรียนรู้ว่าสรรพสิ่ง

ล้วนว่างเปล่า

ผู้แสดงความคิดเห็น กลอนเปล่า วันที่ตอบ 2009-03-06 14:09:06


ความคิดเห็นที่ 10 (2038056)

คมจริงๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น kendo1992 (kendo_kenaichiro1379-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-02-22 21:28:24


ความคิดเห็นที่ 11 (2148514)

คือไร อะ

ผู้แสดงความคิดเห็น joza วันที่ตอบ 2011-01-26 19:22:41


ความคิดเห็นที่ 12 (2217543)

ลองแต่งดูอ่ะครับ ม่ะเคยแต่เลย อยากบรรยายถึงฝนตกหนังแล้วดินถล่ม ลูกผู้หวาดกลัวร้องหาแม่ที่จากไป

ฝนตก

แม่จ๋า

หนูสั่นไปทั้งตัว

น้ำไหลเป็นสีแดง

แม่จ๋าหนูกลัว

กรีดร้องทั้งป่า

ดินถล่มแม่จ๋า

แ่ม่อยู่ไหน

ผู้แสดงความคิดเห็น ภูผารอดวงตะวัน วันที่ตอบ 2011-09-18 09:03:53


ความคิดเห็นที่ 13 (2258729)

 เพื่อนคือเพื่อน

ย้ำเตือนเสมอ

ว่ามิอาจเผลอ

ให้เป็นอย่างอื่นไปได้



 

ผู้แสดงความคิดเห็น Izesy วันที่ตอบ 2012-03-07 20:19:05


ความคิดเห็นที่ 14 (2293469)

กลอนเปล่าก็คือกลอนเปล่า

เป็นการเล่าเรื่องราวของความฝัน

สัมผัสนอกออกในก็คล้ายกัน

แต่ผิดฉันทลักษณ์ตามหลักการ

บรรยายไปเรื่อยเรื่อยตามอารมณ์

ท่ามความขมกลมกลื่น ฤาชื่นหวาน

หากแต่เพียงมีสำเนียงกวินท์กาล

เข้าผสานซ่านผสมอารมณ์ความ



ประมาณนี้ครับ  ด้วยจิตคารวะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เฮยอิง วันที่ตอบ 2012-08-12 22:40:26


ความคิดเห็นที่ 15 (2293470)

แบบที่สอง
ก็ปรมาณนี้ครับ



จ่าหน้าซองถึงคุณ

พร้อมลายมือเคยคุ้นอันอ่อนไหว

ตัวหนังสือ เล็กเล็กไม่เหมือนใคร

คุณจะจำได้ไหม. . .ไม่รู้เลย

ฉันนั่ง เขียนทุกวันที่ผันผ่าน

ไม่เคยปล่อยห้วงกาลให้ผ่านไปเฉยเฉย

ตั้งแต่ วันแรกที่เราลงเอย

จนวันที่ละเลยไปจากกัน

จ่าหน้าซองไปถึงคุณ

แนบ ภาพวาดละมุนเหมือนภาพฝัน

จำได้ไหมที่บอกจะใช้ลมหายใจของทุกวัน

หายใจ ไปพร้อมกัน. . .ก่อนถึงวันที่เลิกลา

ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย

ที่ เรื่องราวดี-ร้ายจะจมหายไปต่อหน้า

ไดอารี่เล่มเก่า "บันทึกสีเทาจากหยดน้ำตา"

ลงท้ายด้วยปลายปากกา ว่าฉันเอาทุกเศษเสี้ยวของเวลามาส่งคืน



 

ผู้แสดงความคิดเห็น เฮยอิง วันที่ตอบ 2012-08-12 23:01:10


ความคิดเห็นที่ 16 (2294954)

กลอนเปล่า ( Blank words ) มีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น กลอนอิสระ กลอนปลอดสัมผัส คำร้อยไร้ฉันทลักษณ์ เป็นคำประพันธ์รูปแบบใหม่ ที่มีลักษณะกำกึ่งระหว่างร้อยกรองกับร้อยแก้ว ดังนั้นจึงเป็นการเรียบเรียงถ้อยคำ โดยไม่มีลักษณะบังคับทางฉันทลักษณ์ท่ตายตัว แต่ก็ไม่ใช่ความเรียงเขียนติดต่อกันไปอย่างร้อยแก้ว จะมีการแบ่งเป็นช่วงเป็นวรรค ที่ได้จังหวะงดงาม สั้นหรือยาวก็แล้วแต่เนื้อความ การแบ่งข้อความเป็นวรรคเป็นช่วงนี่เอง ทำให้ดูแล้วมีลักษณะเหมือนกลอน กลอนเปล่าจะมุ่งเน้นเนื้อหามากกว่า
รูปแบบ ไทยได้รับอิทธิพลกลอนเปล่ามาจากตะวันตก ผ้ท่นำกลอนเปล่ามาใช้ในไทย คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอย่หัว รัชกาลท่ 6 โดยใช้เป็นบทสนทนาของบทละครท่แปลมาจากบทละครของเช็คสเปียร์

ผู้แสดงความคิดเห็น jariya kongwang (jariya_jaja-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-08-19 13:24:52


ความคิดเห็นที่ 17 (2295700)

ผมว่าเรื่องบางเรื่องผู้อธิบายไม่มีความรู้ ก็ไม่ควรอธิบายนะครับ เพราะมันจะเป็นการเอากะลาไปช่วยกันครอบผู้อื่น  และอีกอย่างจากที่จะเป็น "ผู้รู้" มันจะกลายเป็น "ผู้อวดรู้" ไป  อย่างงานศิลป์ของแต่ละแขนงถ้าเข้าไม่ถึงก็ไม่ควรไปดูถูกว่าเป็นขยะเพราะงานแต่ละประเภทมีเสน่ห์ในตัวของมันเองทั้งนั้นครับ  ผมว่าควรถามตัวเองก่อนว่าทำอะไร เราเดินตามรูปแบบนี้ทำไม หรือ แค่ เพราะใคร. . .

ผู้แสดงความคิดเห็น อักขระมายา (mayaakra-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-08-22 13:39:50



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.