ReadyPlanet.com


ธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม


วันที่ 01 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11254 มติชนรายวัน


ธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม


สัมภาษณ์พิเศษ




"สมัยผมทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ วธ.เงา ได้มองเห็นปัญหาต่างๆ"

ว่าไปแล้วนายธีระ สลักเพชร เป็นรัฐมนตรีใหม่อีกคนหนึ่งในจำนวนหลายๆ คนของรัฐบาล "อภิสิทธิ์ 1" ที่สมหวัง หลังจากที่ได้ซักซ้อมและศึกษางานทางด้านวัฒนธรรมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (เงา) ของพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นเวลากว่า 1 ปีเต็ม จนทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคยกตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ วธ.ตัวจริงให้กำกับดูแล ส่งผลให้นายธีระเป็นรัฐมนตรีว่าการใหม่ถอดด้าม ด้วยวัย 51 ปี ซึ่งได้สั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองมานานพอสมควร โดยเริ่มเป็น ส.ส.มาตั้งแต่ปี 2539, 2544, 2548, 2551 และเป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี จนได้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมคนปัจจุบัน "มติชน" จึงได้สัมภาษณ์พิเศษนายธีระถึงนโยบายและแนวทางการทำงานขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมของชาติ

@ ความรู้สึกแรกหลังได้ทราบว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการ วธ.ตัวจริง?

"ก็ดีใจครับ การทำงานครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการ วธ.เงาของพรรคประชาธิปัตย์ ทุกคนก็ได้ลงมือทำงานจริง ที่สำคัญไม่ได้ทำในเชิงการเมือง และเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล รัฐมนตรีเงาส่วนใหญ่ก็จะได้เป็นรัฐมนตรีตัวจริงตามโผนั้น"

@ มองเห็นปัญหาอะไรบ้าง สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการ วธ.เงา และจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร?

"สมัยที่ผมทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ วธ.เงา ได้มองเห็นปัญหาต่างๆ ในกระทรวงวัฒนธรรมหลายประการ เช่น การนำมิติวัฒนธรรมมาเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ยังน้อย การเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมก็ยังไม่เข้มแข็งและไม่ต่อเนื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่า วธ.ยังเป็นกระทรวงใหม่ ได้รับงบประมาณดำเนินงานน้อย นอกจากนี้ ผมยังมองเห็นปัญหาเรื่องเด็กและเยาวชน อาทิ ปัญหาเด็กติดเกม ปัญหาพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรม ดังนั้น จะต้องมีการเฝ้าระวังปัญหาอย่างเข้มข้นมากขึ้น และจะต้องลงลึกไปในระดับท้องถิ่นด้วย"


@ มีแนวทางจะขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมอย่างไรบ้าง?

"ผมเตรียมตัวมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ วธ.มากว่า 1 ปี โดยเห็นว่า วธ.เป็นกระทรวงที่มีความสำคัญ เพราะมีหน้าที่ในการสร้างจิตของคนให้ดี และมีคุณธรรม หากวัฒนธรรมไทยล้มเหลว ประเทศชาติก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้น การคงความเป็นไทย คือภารกิจของกระทรวงวัฒนธรรมที่ผมจะให้ความสำคัญ แต่ก็ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาท่ามกลางความขัดแย้งและวิกฤตการเมืองที่ล้มเหลว ซึ่งเกิดจากวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ล้มเหลว จึงทำให้สังคมแตกแยก ดังนั้น เราจะต้องเร่งฟื้นฟูวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้กลับคืนมา ด้วยการใช้มิติทางวัฒนธรรมเข้าไปช่วยฟื้นฟูวัฒนธรรมประชาธิปไตย และกู้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยกลับคืนมา เนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมาละเลยที่จะใช้มิติทางวัฒนธรรมเข้ามาแก้ไขปัญหาน้อยมาก ทั้งที่มิติวัฒนธรรมเป็นปัจจัยพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาปราสาทเขาพระวิหาร และปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชน เป็นต้น ซึ่งผมคิดว่าเป็นภารกิจสำคัญที่จะต้องทำ และจะต้องมีความต่อเนื่องของโครงการ รวมทั้งต้องดึงความร่วมมือจากภาคท้องถิ่นเข้ามาช่วยขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมด้วย"

@ จะทำงานสานนโยบายศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมทั้ง 4 ข้อของรัฐบาลอย่างไร?

"การดำเนินงานเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลนั้น ในส่วนของนโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมทั้ง 4 ข้อที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงต่อรัฐสภา คือ 1.ส่งเสริมการทำนุ บำรุง รักษาศิลปวัฒนธรรมไทยทุกด้าน รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย ให้มีความก้าวหน้า มีการค้นคว้า วิจัย ฟื้นฟูและพัฒนา พร้อมทั้งฟื้นฟูต่อยอดแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน 2.เสริมสร้างบทบาทของสถาบันครอบครัวร่วมกับสถาบันทางศาสนา สถาบันการศึกษาและสถาบันทางสังคมอื่นๆ ในการปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกที่ดี และการเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมที่มีผลกระทบต่อการเบี่ยงเบนพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน รวมทั้งสนับสนุนการผลิตสื่อสร้างสรรค์ สร้างกระแสเชิงบวกให้แก่สังคม และเปิดพื้นที่สาธารณะที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชน 3.สนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้งที่เป็นวิถีชีวิต ค่านิยมที่ดีงามและความเป็นไทย เพื่อการศึกษาเรียนรู้ และการเผยแพร่สู่สังคมโลก และการใช้ประโยชน์ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชาวโลก และการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ และ 4.ส่งเสริมการปรับปรุงองค์กร และกลไกลที่รับผิดชอบงานด้านศาสนา เพื่อให้การบริหารจัดการส่งเสริม ทำนุ บำรุงศาสนา โดยรัฐมีความเป็นเอกภาพ และประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมความเข้าใจอันดีและสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา เพื่อนำหลักธรรมของศาสนามาใช้ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนใช้หลักธรรมในการดำรงชีวิตมากขึ้น

"ส่วนความแตกต่างระหว่างนโยบายศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของรัฐบาลชุดนี้ กับรัฐบาลที่ผ่านมา ผมมองว่านโยบายของรัฐบาลนี้ครอบคลุมทุกปัญหาในสังคมปัจจุบัน และมีความแตกต่างจากนโยบายของรัฐบาลที่แล้ว อย่างในข้อ 2 ได้มีการเน้นเรื่องการเสริมสร้างสถาบันครอบครัว สถาบันทางศาสนา สถาบันการศึกษา ให้ปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกที่ดี และร่วมกันเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมที่มีผลกระทบต่อการเบี่ยงเบนพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน และส่งเสริมการผลิตสื่อสร้างสรรค์ ที่สำคัญจะต้องมีการเปิดพื้นที่สาธารณะที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งนโยบายข้อดังกล่าวผมมองว่ามีความสำคัญ เพราะสถาบันเหล่านี้มีความสำคัญกับเด็กและเยาวชนที่จะบ่มเพาะให้เด็กและเยาวชนเป็นคนดี และถ้าเราทำอย่างจริงจังก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ทั้งนี้ หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายเสร็จผมจะเร่งผลักดันและขับเคลื่อนงานตามนโยบายต่างๆ อย่างเต็มที่ เพื่อให้งานด้านวัฒนธรรมบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งจะต้องมีการจัดทำแผนปฏิบัติงานของ วธ.ให้ครอบคลุมนโยบายของรัฐบาลทั้ง 4 ข้อดังกล่าว รวมทั้งต้องศึกษาโครงการของ วธ.ที่จะสานต่อและปรับปรุง ว่าจะต้องทดลองหรือนำร่องในพื้นที่ใดบ้าง"

@ คิดจะทำอะไรที่นอกเหนือจากนโยบาย 4 ข้อของรัฐบาลบ้างหรือไม่?

"นอกเหนือจากนโยบายทั้ง 4 ข้อของรัฐบาลแล้ว ในส่วนของ วธ.จะนำแนวทางพื้นฐานหลัก 4 ประการ ที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภามาดำเนินการ ได้แก่ 1.ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่นคงในการเป็นศูนย์รวมจิตใจและรักษาความสามัคคีของคนในชาติ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้เหนือความขัดแย้งทุกรูปแบบ พร้อมทั้งดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้ล่วงละเมิดพระบรมเดชานุภาพ 2.สร้างความปรองดองสมานฉันท์บนพื้นฐานของความถูกต้อง ยุติธรรม และความยอมรับของทุกภาคส่วน 3.ฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน มีการยอมรับของทุกภาคส่วน และบรรเทาผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนต้องประสบ และ 4.พัฒนาประชาธิปไตยและระบบการเมืองไทยให้มีความมั่นคง มีการปฏิบัติตามกฎหมาย บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เป็นธรรม และเป็นที่ยอมรับของสากล ทั้งนี้ เพราะผมมองว่า วธ.มีศักยภาพที่สามารถจะช่วยรัฐบาลในการผลักดันแนวทางพื้นฐานหลักทั้ง 4 นี้ได้"

@ คนส่วนใหญ่มองว่างานวัฒนธรรมเป็นนามธรรม จะทำอย่างไรให้เห็นผลงานเป็นรูปธรรมได้?

"ผมจะเร่งผลักดันและสานต่อโครงการศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนให้มีความเข้มแข็ง และเกิดขึ้นครบทุกจังหวัด ทุกอำเภอทั่วประเทศ และอยากจะให้มีทุกตำบลด้วย โดยจะร่วมกับภาคท้องถิ่นและประชาชนในการขับเคลื่อน รวมทั้งผมอยากเห็นศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนเกิดขึ้นในทุกตำบลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะผมมองว่าศูนย์ดังกล่าวจะเป็นตัวเชื่อมและตัวกลางในการสร้างความเข้มแข็ง และความสามัคคีให้เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวผมตั้งเป้าว่าจะใช้พื้นที่ อาทิ บ้าน วัด โรงเรียน เป็นสถานที่ในการจัดตั้งศูนย์เพื่อที่จะได้เป็นศูนย์กลางของชุมชน ส่วนปัญหาขาดแคลนบุคลากรวัฒนธรรมอำเภอ ผมจะเร่งแก้ปัญหา เพราะวัฒนธรรมอำเภอมีภารกิจที่จะต้องดูแลคนทั้งอำเภอ และสร้างภูมิคุ้มกันจากการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน"

คงต้องเป็นกำลังใจช่วยให้รัฐมนตรีว่าการ วธ.คนใหม่ท่านนี้ ได้แสดงฝีมือในการขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรมให้ก้าวหน้า และแก้ปัญหาต่างๆ ลงไปได้ !!


หน้า 22 มติชนรายวัน 1 มค.52


ผู้ตั้งกระทู้ ผู้สื่อข่าวบ้านไพร :: วันที่ลงประกาศ 2009-01-01 21:01:59


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2029232)

ดิฉันป็นคนตราดและภูมิใจมากที่ท่านได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม น้องสาวของดิฉันได้มาทำงานที่ร้านอินเตอร์เนตใน จ.อยุธยา ดิฉันได้ตามมาช่วยน้องสาวทำงานด้วย เพราะน้องสาวไม่ค่อยสบาย และเมื่อวันพุธที่ 27 ม.ค.53 ได้มีเจ้าหน้าที่จาก สำนักงาน                    ของกระทรวงวัฒนธรรมเข้ามาตรวจในร้านดังกล่าวเป็นผู้หญิงมาพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย กับปลัด 1 คน โดยมีตำรวจชะโงกหน้ามา บอกว่า เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมจะมาตรวจ ดิฉันและน้องสาวก็เตรียมตัวรับ คณะที่มาตรวจเข้ามาถึงไม่บอกกล่าวอะไร เดินดุ่มๆมาดูห้องน้ำและบริเวณในร้านจนวุ่นวายไปหมด ตอนนั้นมีลูกค้าอยู่ 3-4 คน เขาก็ตกใจว่าตำรวจมาทำไม น้องสาวดิฉันจึงขอร้องให้เขานั่งรอเจ้าของร้านที่กำลังเดินทางมาที่ร้านก่อนและได้พูดว่า มีหมายค้นไหมคะ เท่านั้นแหละค่ะทั้งปลัด ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเขาโมโหกันใหญ่เลย ตำรวจพูดขู่น้องสาวว่า น้องอยู่เฉยๆ ดีกว่า อย่าพูดอะไรจะดีกว่า ดิฉันตกใจจึงจับมือน้องสาวเป็นเชิงห้ามปราบไว้ ดิฉันไม่เข้าใจว่าทำไมตำรวจต้องทำถึงขนาดนี้ ทั้งๆที่น้องสาวและดิฉันไม่ใช่ผู้ร้าย เจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนนั้นเขาหาว่าน้องสาวดิฉันไม่มีมารยาท ขอถามหน่อยว่า เจ้าหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรมของ อยุธยา ใหญ่โตขนาดนี้เลยหรือคะ ดิฉันและน้องสาวมาทำงานต่างบ้านมาเจออย่างนี้ ยอมรับว่าตกใจมาก กลัวตำรวจจะอาฆาตและมาหาเรื่องที่ร้านอีก อยากให้ท่านช่วยบอกกล่าวเจ้าหน้าที่ของกระทรวงหน่อยนะคะ ว่าขอความกรุณามาตรวจอย่างสุภาพชน ไม่ใช่อันธพาลอย่างนี้ เอ๊ะ แต่มาตรวจร้านนี่ตำรวจต้องมาด้วยเหรอคะ ไม่ใชเจ้าหน้าที่มาตรวจและแนะนำข้อปฏิบัติกันเองเหรอคะ    ขอความกรุณาจากท่าน ธีระ สลักเพชร ด้วยนะคะ ขอขอบพระคุณท่านมากค่ะ  นึกซะว่าเห็นแก่คนบ้านเดียวกันที่ลงคะแนนเสียงเลือกท่านก็แล้วกันนะคะ   

ผู้แสดงความคิดเห็น อุมา วันที่ตอบ 2010-01-28 10:19:44


ความคิดเห็นที่ 2 (2107135)

wig tape black hair wigs people buy wigs Chronic diseases that wigs Human hair wigs are more lace wigs front lace wigs.

ผู้แสดงความคิดเห็น brandon (zoey-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-11 07:27:38



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.