ReadyPlanet.com
dot dot
เรื่องเล่าของสาย article

1

เสียงปืนหลายนัดดังติดกันภายในสถานรับบริการบำเรอกำหนัดชายหรือที่คนทั่วไปเรียกว่าซ่องโสเภณี สิ้นเสียงปลายกระบอกของคนในเครื่องแบบสีกากีไดปลิดร่างสาย-หญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อยลงกับพื้นซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร่างของชายขี้เมาลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้ามาก่อนที่เสียงปืนจะดังคล้อยหลังไม่นานนัก

สภาพซ่องโสเภณีในค่ำนี้มันไม่ใช่สถานบริการหากแต่แปรสภาพเป็นสุสานหรทอกระจัดกระจายคละเคล้ากลิ่นคาวเลือดแทนกลิ่นคาวความใคร่ของโลกีย์ ขวดน้ำกระจายเต็มพื้น ร่องรอยของกระสุนปืนประทับรอยทิ้งไว้เต็มฝาผนังและเสียงอื่ออึ่งของผู้คน

2

ใช่สิ! เสียงเพลงในร้านวันนี้แตกต่างไปเสียงเพลงในทุกค่ำคืน แม้ว่าบรรยายในหัวค่ำจะดูคึกคักหญิงงามเมืองในร้านนี้หลายคนต่างขึ้นห้องกับชายแปลกหน้าหลายรอบ ขณะที่สาย หญิงสาวที่มาจากดินแดนที่ราบสูงยังนั่งหน้าหงอยอยู่ที่บาร์น้ำเฝ้าเมียงมองรอแขกที่จะมาหาความสุขกับเรือนร่างของเธอ คนแล้วคนเล่าต่างผ่านไปที่ส่ายตามาตรงที่เธอนั่งกับเพื่อนร่วมอาชีพอีกหลายคน เธออาจจะเก่าไปแล้วกระมั่งสำหรับที่นี่

นั่นสิ นับจากวันที่เธอจากบ้านก็ล่วงเวลาไปแล้ว ชายมากหน้าหลากรุ่นหลายวัยที่มาเยือนร้านแห่งนี้ สายต่างสัมผัสมาแล้วแทบทั้งสิ้น บางคนเป็นแขกประจำเขาเธอบางคนก็เป็นแค่ขาจร แต่กระนั้นสายเองไม่เคยลิ้มรสถึงความรู้สึกที่เป็นสุขในกามกิจที่ร่วมกับผู้ชายเหล่านั้น

ไม่สิ!อาจบ้างเป็นบางครั้งสำหรับคนที่สายแอบทอดใจเขา จริงอยู่แม้ว่าเขาเองไม่เคยล่วงรู้ในความรู้สึกที่สายมีให้แก่เขาแต่สายเองก็รู้สึกมีความสุกทุกครั้งที่สายถูกเป็นตัวเลือกของชายหนุ่มผู้นั้น

เขาเป็นตำรวจหนุ่ม แวะเวียนมาเที่ยวที่ร้านแต่ไม่มากนัก สายคิดตามประสาเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่ว่าคนในแบบอาจเป็นที่เชิดหน้าชูตาได้ในบ้านนอกคอกนาและสามารถปกป้องเธอได้ อย่างน้อยๆ มันคงลบรอยด่างในหัวใจ อาชีพที่คนค่อยถูกถากถางว่าเป็นหญิงบริการ แต่ไม่ใช่พวกเธอหรอกเหรอที่ให้บริการปลดเปลื้องกำหนัดให้แก่ชายผู้กลัดมันในอารมณ์ความใคร่ ไม่ว่าจะเป็น นักการเมือง พ่อค้า เซลแมน หรือแม้กระทั่ง เด็กหนุ่มที่ยังไม่เคยสัมผัสสิ่งที่เรียกว่าธรรมชาติของมนุษย์ ร่วมทั้งทิดสึกใหม่ที่ไม่เคยรู้รสแห่งโลกีย์วิสัย

สาย ต่างเห็นภาพเหล่านี้จนเจนตาตลอดหลายปีที่สายยึดอาชีพนี้เลี้ยงตัว

สาย...ครุ่นมาหลายวันแล้วว่าเธอจะเลิกอาชีพนี้เสียที บ้านที่เธอรู้สึกถึงความห่างเหินและไม่ได้กลับไป เธอทำได้เพียงส่งเงินกลับไปให้น้องๆ และพ่อแม่ ปานนี้น้องๆคงโตได้เล่าเรียนจบเรียนสูงๆ จะได้มีการมีงานทำดี ไม่ต้องมาเผชิญอาชีพเยี่ยงพี่สาว

หากที่นาที่บ้านไม่แล้งฝนเมื่อปีนั้น พ่อของสายคงไม่ต้องเอาเงินไปจำนองไว้กับกำนันเพื่อแลกกับการใช้หนี้ ธกส.

นี่แหละคือเหตุที่สายต้องออกจากโรงเรียนมุ่งมาหางานทำในเมืองกรุงตามคำแนะนำจากเพื่อนบ้าน และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อย่างน้อยๆก็น่าจะมีโอกาสไถ่ที่นาคืนจากกำนันที่ค่อยขูดรีดดอกเบี้ยขึ้นเอาอยู่ทุกปี และที่สำคัญสายเองรู้สึกเบื่อหน่ายตาสายตากำนันที่ค่อยแทะโลมเธออยู่เสมอๆเมื่อยามมาเก็บดอก โดยเฉพาะยามที่สายอยู่บ้านคนเดียว กำนันมักฉวยโอกาสค่อยจับไม้จับมือทำทีเหมือนเอ็นดูที่แฝงความหื่นกามค่อยคิดเคี้ยวหญ้าอ่อนอย่างสายหากมีโอกาสค่อยตะขบเหยื่ออันโอชะ

3

               

แสงโคมไฟหน้าบ้านสถานรับบริการบำเรอกำหนัดชาย ริมถนนที่สองฟากมีแสงไฟ สถานที่ไม่ผู้หญิงภายนอกย่ำกายเข้ามานอกจากคำหยามหมิ่นว่าเป็นพวกไร้ศักดิ์ศรี จะมีก็แต่ผู้ชายที่แวะเวียนเข้ามาอยู่ไม่ขาดสายเมื่อเมื่อโคมไฟเปิดในเย็นย่ำ

สาวน้อยหลายนางมักจะนั่งรออยู่บริเวณบาร์น้ำ ฟากหน้าประตูบ้านมีชายร่างกำย่ำค่อยเฝ้าอยู่กันเสมือนค่อยคุมเชิงสำหรับพวกมักมาแบ่งเที่ยวฟรีหรือเรียกเก็บค่าคุมครอง แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องราวกันมากนัก

สถานที่แห่งนี้อบอวลไปควันบุหรี่ เสียงปิดขวดโซดา กลิ่นอายคาบคาว และเสียงฮืดฮาดภายในห้องอับๆที่ถูกแบ่งเป็นหลายๆ ห้อง นั่นแหละคือวิมานของผู้ชายหลายวัยมาใช้บริการแล้วทิ้งไว้แต่เพียงร่องรอยความใคร่หลังจากเสร็จกิจ

สาย ถูกชักชวนให้มาทำงานที่นี้ ด้วยความจำใจ เพราะทางรอดที่ยังพอมีสำหรับการหาเงินจุนเจือครองครัวทางบ้านที่นับวันค่าดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นทุกที่ นาแปลงน้อยของเธอคงพอที่ไถ่นาพื้นใหญ่ที่บ้านทุ่งได้ และคงไม่มีทางออกใดมากไปกว่านี้แล้ว

ไม่เห็นจะเป็นไรนี่ เรื่องเยี่ยงนี้สายเองเคยผ่านมาบ้างกับเพื่อนหนุ่มสนิทของสาย แต่มันก็นานมาแล้ว แต่ยังไงมันก็กว่ายอมเสียฟรีๆให้กำนันหัวล้านที่บ้าน ซึ่งแสนจะชั่งน้ำหน้ามันยิ่งนัก

แต่...ค่ำนี้จะผิดแผกแปลกบ้างก็ตรงที่สายต้องทอดร่างนอนกับคนที่เพิ่งเห็นเพียงไม่กี่นาที แม้ว่าวันแรกที่มาสายต้องทดลองงานกับ“นายก้าน”แมงดาประจำซ่องทุกโสเภณีที่นี้ต่างกลัวเกรงสายต้องทอดลองงานพิสูจน์เรือนร่างกับนายก้านเสียก่อนว่าจะต้องทำอย่างไรกับลูกค้าและมีกฎข้อห้ามอย่างไรบ้าง...

มันช่างเป็นความขมและขื่นใจของสายเองไม่น้อยแต่ความขื่นขมนั้นคือ เงินซึ่งได้มาเพื่อ พ่อ แม่ และน้องที่บ้านมิใช่หรอกเหรอ

เป็นธรรมดาสำหรับหญิงสาวที่เพิ่งมาใหม่ย่อมเป็นที่หมายตาของเหล่าผู้ชายซึ่งเป็นลูกค้าประจำ  ระยะแรกคิวของสายจึงมีการจับจองไม่น้อยไปกว่าดาวประจำที่แห่งนี้ก่อนจะค่อยซ่าลงไปเพียงชั่วระยะไม่กี่เดือน

หลายครั้งที่สายคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ และน้องๆ ที่บ้าน สายคงทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าเงยดูดาวบนเหมือนคำผญาที่เคยร้องเล่นอยู่บ้านทุ่ง

“หากคึดฮอดให้เงยหน้าเบิ่งดาวสองตาเฮาจะจบกันเทิ่งฟ้า”

แต่ก็นั้นสิ! เวลาค่ำคืนสายอยู่แต่ห้องแคบๆกับคนแล้วคนเล่าที่เสพย์สุขอยู่บนเรือนร่างของสายซึ่งแตกต่างจากอารมณ์ความรู้สึกที่ต้องแกล้งแสดงออกไปอย่างสิ้นเชิง

แสงโคมไฟที่นี้ ช่างต่างกันแสงตะเกียงโรงนาที่บ้านทุ่ง สายยังจำวันเวลาเก่าๆ ได้ดี ที่สายสัมผัสสิ่งที่เรียกว่าธรรมชาติของมนุษย์เป็นครั้งแรกที่โรงนา แต่ที่นี้มันไม่เหมือนโรงนาและไม่เหมือนความรู้สึกที่สายมีให้แก่ ไผ่...เพื่อนสนิท

“ไผ่...เธอจะรับได้ไหม ถ้าเธอรู้ว่าเป็นผู้พันธุ์ ที่คนเขาเรียกว่ากระหรี่?” สาย ถามตัวเองด้วยความหวั่นใจ เมื่อนึกไผ่ทุกครา

“ใช่สิ...เขาคงไม่รู้หรอกว่าฉันมาทำอะไรที่นี้” สาย ตอบตัวเองอีกครั้งขณะที่นัยน์ตาคล้ายจะมีน้ำตานองออกมา

“เธอห้ามความรักกับลูกค้าเด็ดขาด นี่คือ กฎของ คนที่คิดจะเป็นกระหรี่” ประโยคแรกที่นายก้านออกกฎให้เธอทราบยังก้องหูสายอยู่ไม่หาย ขณะที่สายโชว์***ส่วนอันเปล่าเปลือยให้นายก้านดูวันแรกที่ต้องสอบสัมภาษณ์และทดลองงาน

เพราะอย่างน้อยๆ ไผ่ก็ไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็นมากกว่านั้น และไม่ได้ของในกฎที่นายก้านบอกไว้

จริงสิ!สายยังแอบปลื้มนายตำรวจหุ่นพระเอกหนังคนนั้น แต่เธอก็รักเขาไม่ได้เพราะสายยังประกอบวิชาชีพ โสเภณีอยู่ แต่นายตำรวจเห็นว่าสายเป็นของตายสำหรับเขาไปเสียแล้ว

ไม่ใช่เฉพาะสายคนเดียวหรอกโสเภณีแทบทั้งร้านก็เป็นของเขาเช่นกันร่วมทั้ง พี่บำเรอ เจ้าของซ่องนี้

4

                “แม่อีกไม่นานหนูจะไปอยู่บ้านแล้วพอเสียทีอาชีพนี้” สายแพ่งมองรูปของแม่ด้วยรอยยิ้มละมัย ขณะสมุดบัญชีธนาคารซ้อนรูปภาพบ่งบอกจำนวนเงินที่มีพอจะกลับไปอยู่บ้านโดยไม่ต้องลำบากยากแค้นเท่าไหร่ ที่สำคัญเงินงวดสุดท้ายที่ต้องจ่ายไถที่นาก็ใกล้จะหมดลงแล้ว ต่อไปอ้ายกำนันตัณหากลับคงไม่มาระรานเธอและพ่อแม่ต่อไป

       ปฏิทินเดือนทางมาปลายเดือนจวนจะหมดวิกของการทำงาน สายคิดไว้นานแล้วว่าจะกลับบ้านแล้วคงไม่กลับมาทำงานสถานที่แห่งนี้ สายคิดว่าเธอคงได้ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาคนหนึ่งได้เห็นเดือนเห็นตะวันอย่างใครเขาบ้าง คงมีห้องนอนสบายๆ มีลมโชยผ่านหน้าต่างหอมไอดินกลิ่นฟาง แทนที่จะเป็นห้องแคบๆ มีพัดลม โคมไฟ และความอับของเหงื่อเมือกคาวโลกีย์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

“เป็นไทเสียที ฮื” สายรำพึงออกมาพร้อมถอดหายใจเบาๆ ขณะนั่งนับจำนวนเงินที่มีเก็บส่วนตัวและที่มีอยู่ในบัญชีธนาคาร ตลอดหลายปีเธอพยามใช้ส่อยอย่างประหยัดที่สุด จะเปลื้องไปบ้างก็เฉพาะค่าน้ำหอมที่ต้องใช้พรมร่างกายให้หอมหวนชวนให้ลูกค้าเคลิ้มไปกับกลิ่นน้ำหอมที่ปะพรมอยู่ในร่างของสาวๆ ทุกคนในซ่องแห่งนี้

สายกลับมานั่งอยู่หน้าบาร์น้ำค่ำคืนนี้คงเป็นการทำงานทิ้งทวนของเธอ แต่ทำไมคืนนี้ลูกค้าไม่เรียกเธอ นั่นอาจเพราะว่าเธอเก่าไปเสียแล้วสำหรับลูกค้าขาประจำ เพื่อนๆ หลายคนของสายขึ้นแล้วห้องแล้วอาบหน้าจนหน้าแห้ง

ขณะที่สายนั่งรอความหวังที่จะได้เงินตามจำนวนเธอต้องการ เพื่อจะเลิกราอาชีพโสเภณีกับไปเป็นสาวชาวบ้านอย่างอดีต ได้ฟังเสียงพิณเสียงแคนจากวิทยุเครื่องเล็กๆ เวลาหน้าเกี่ยวข้าว บ้างครั้งสายฟังเสียงเพลินเกี่ยวไปใบข้าวก็บาดมือจนเป็นรอยรอยยิ้มจะปรากฏทุกครั้งเธอคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตแต่สักพักก่อนนัยน์ตาสายจะมีสีแดงเครือ

เสียงเพลงที่วันนี้จึงฟังดูเศร้าสร้อยยังไงพิกล แม้ว่าเธอพยามฟังให้เพราะแต่เพลงก็ดูหม่นเศร้าหรือเพราะอาภรณ์ที่เธอใส่นั้นมันสีหม่น เสียงเพลงเลยหม่นใจไปด้วย

“สาย ไม่ได้แขกอีกรึ?” พี่บำเรอ ถาม ขณะที่มือเธอยังคีบบุหรี่

“ยังเลย อีกสักพักคงมีมาน่ะ” สายตอบ

“สาย...มาอยู่กับพี่กี่ปีแล้วนะ”

“สามปี...วันนี้พอดีจ๊ะพี่” สายตอบโดยที่ไม่ต้องคิดคำนวณเวลาแต่อย่างใด

...................

เสียงประตูถูกเปิดอย่างรุกแรง ขณะที่สายนั่งอยู่หน้าบาร์น้ำที่เดิม และพี่บำเรอ นายก้านที่เดินตามนายตำรวจหนุ่มด้วยหน้าตาตื่น อาการของ นายตำรวจหนุ่มวันนี้มากแปลกว่าทุกวันอยู่ในสภาพเมาอย่างหนัก กลิ่นเหล้าคละคลุ้มเต็มร่างกาย

แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าอากรคลับคล้ายคนกำลังคลุ้มคลั่งอะไรบ้างอย่างก็หน้านี้

นายตำรวจหนุ่ม ผู้ดูแล้วจะมีอนาคตรุ่งทางราชการหลังจากหายไปร่วมเดือนโดยที่ไม่ใครรู้ข่าวคราว แรก ๆ หลายคนคิดว่าย้ายไปอยู่ที่อื่นเสียอีก แต่วันนี้ความสุขภาพที่เคยมีนั้นได้หายไป พลันแต่ได้ยินคำสบถต่างๆ นานา แม้ว่านายก้านจะคุมเชิงอยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะอะไรได้มากไปกว่าคอยดูท่าที

ปืนข้างเอวของตำรวจหนุ่มถูกชักออกมาอย่างรวดเร็วราวความไวของงูฉก ก็ที่จะกราดกระสุนไปรอบทิ้งพร้อมสบถอย่างดังๆ

“เพราะพวก*** ทำให้***ต้องเป็นโรคเอดส์

ไม่ทันความเร็วของกระสุนปืน ร่างของสายเคลื่อนไหวย้ายหลบปลายกระสุนไม่ทันเลยสักนัด พลันได้สติร่างก็ทรุดลงกับพร้อมกลิ่นคาวของเลือดและห่ากระสุน แม้ประตูหลังที่พอจะหนีก็ไม่มีทาง

วาบหนึ่งของอนุสติทำให้คิดถึงบ้านว่าเธอกลับบ้านโดยไม่ต้องรอค่าเหนื่อยอีกค่ำคืน เธอคงเห็นทุ่งนาเต็มทุ่งท่า

ขอบประตูหลังซ่องเห็นภาพลางๆ ของคนกวักมือเรียกชักชวน ขณะที่สายค่อยปิดเปลือกตาอย่างเศร้า และร่างของนายหนุ่มล้มลงไม่ไกลจากร่างเธอนัก




Post :
กัญญารัตน์ นามนนท์
Date : 08-01-2007 17:58:24
IP : 58.9.135.175




บทความ

คำฉันท์ (๘)
คำฉันท์ (๗)
คำฉันท์ (๖)
คำฉันท์ (5)
คำฉันท์ (4)
คำฉันท์ (3)
คำฉันท์ (2)
ชื่อวรรณคดีที่ควรรู้จัก (เพิ่มเติม)
คำฉันท์ (1)
ฉากรบใน “ดาหลัง”
กลอนคนฝรั่งเขียน
กลอนบรรยายเมืองสิงห์บุรี เมื่อ พ.ศ 2466
ท้องถิ่นกับอาเซียน...จุดเชื่อมที่ยังต้องค้นหา
วันภาษาไทย? บางปัญหาที่น่าแลกเปลี่ยนทัศนะ
กลอนไหว้ครูโนห์ราชาตรี
ข้อเสียของวิชาประวัติศาสตร์
จากระบบบรรณาการถึงการปกครองแบบพิเศษในปะตานี
พระราชนิพนธ์แปลสามเรื่อง
การส่งเสริมและข้อจำกัดของวรรณกรรมมุสลิม
สุนทรคึก เขียนถึง สุนทรภู่ (1) ตามรอยคึกฤทธิ์
กลอนคนฝรั่งเขียน
50 ปีสมาคมนักกลอนฯ กับการก้าวสู่เวทีสากล
สารลึบพะสูน: วรรณคดีลุ่มน้ำโขงที่ไม่โปร่งใส
เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา
สุภาษิตโบราณ
ง่ายและงามอย่างลาว
การเมืองในกวีของ “คุณพุ่ม”
ตำนานการสร้างโลกของชาวจ้วง
เวียงจัน 450 ปี
วันภาษาไทยฯ ที่ราชภัฏมหาสารคาม
แม่น้ำท่าจีนกำลังจะตาย
ย้อนรอยวัฒนธรรมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
นครปฐมและพระปฐมเจดีย์ในวรรณคดีนิราศ
ตามรอยภาษาศาสตร์ภาษากะเหรี่ยงบ้านไร่
ชาตินิยมสยาม และชาตินิยมไทย กับกรณีปราสาทเขาพระวิหารมรดกโลก
จัดอันดับความนิยมของบทความในเว็บสมาคมฯ
ตำนานนิทานพื้นบ้าน กำเนิดแม่น้ำโขง "ยักษ์สะลึคึ"
เอกสารวิชาการ ร่องรอยกาลเวลา หัวข้อ "ศิลปะ เพลง ดนตรี กวี" วังสะพุง, เลย
มุทิตาบูชาครูวันสุนทรภู่ที่ราชภัฏมหาสารคาม
สัมพันธ์ไทย – จีน (จ้วง) เครือญาติชาติภาษา
ตามล่าหารัก
แม่น้ำโขง โลกร้อน หรือเพราะจีนปิดเขื่อนกั้นน้ำ
The Ides of March และ “โภชนสติ” จาก ป๋วย อึ๊งภากรณ์
มองรูป-เสียงกลอน (ว่าด้วยเสียงตรี วรรค ๒) ผ่าน อังคาร กัลยาณพงศ์ (๒) article
200 ปี เอบราแฮม ลิงคอล์น: “บ้านที่แตกแยกกันเอง ไม่อาจตั้งอยู่ได้”
มองรูป-เสียงกลอน (ว่าด้วยเสียงตรี วรรค ๒) ผ่าน อังคาร กัลยาณพงศ์
ที่เรียกว่า วัฒนธรรม และคำว่า ภาษา
ของ-โขง จิตวิญญาณแห่งสายน้ำ
โคลงห้าพัฒนา ของ "จิตร ภูมิศักดิ์"
ประชาภิวัฒน์(ไทยกับอาเซียน)
วันสารทไทย
สุนทรภู่-ครูมีแขก จากโซนาต้าถึงเพลงทยอยเดี่ยว
สังคม"ทันสมัย" แต่ไร้สมอง
มะเมี๊ยะเป็นสาวมอญ
บรูซแกสตันไว้อาลัยละมูล
รากเหง้าความศักดิ์สิทธิ์ของกวีนิพนธ์ไทย
บทสัมภาษณ์ กวีรากหญ้า
ความเชื่อ
ทำไม
ร่องรอยกาลเวลา
โขงนที เพลงกวี ดนตรีชีวิต
ประชาชนในชาตินิยม
รักสามเศร้า ที่แหลมมลายู
ความหมายทางวัฒนธรรม
เที่ยว 9 วัดศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระทำบุญปีใหม่ สไตล์ "สุจิตต์ วงษ์เทศ"
ปาฐกถาช่างวรรณกรรม
รัฐบุรุษ
หนึ่งคนสองวัฒนธรรม
สุนทรภู่ ต่อต้านสงครามล่าเมืองขึ้น
วัฒนธรรม เปลี่ยน...ซีไรต์ก็เปลี่ยน
สยามเมืองยิ้ม
ปราสาทเขาพระวิหาร
เสภาเรื่องพระราชพงศาวดาร ของสุนทรภู่
ตะเกียงเจ้าพายุ
ต้นแบบ"กลอนสุนทรภู่"
สุนทรภู่ "ความรู้ใหม่" โยงใย "ความรู้เก่า"
จากร้อยกรอง สู่บทกวีมีทำนอง
รามายณะ (รามเกียรติ์) เล่าใหม่
พายุนาร์กีสหรืออคติในใจไทยที่ทำร้ายคนพม่า?
เห่ช้าพญาหงส์
การเทครัวในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์
เมืองร้อยเอ็ดประตู
พล นิกร กิมหงวน
ภูมิประเทศอีสาน ไม่มีในประวัติศาสตร์ไทย
มิตาเกะ
เค้าขวัญวรรณกรรม
เรือพระราชพิธี
The Secret
โลกดนตรี
ลมปากที่ไร้มารยา
คำกวี เส้น สี และแสงเงา
ยิ่งกระจะยิ่งกระจ่างอยู่กลางใจ
วรรคทอง
การะเกด
ในวรรณคดีมีกลอน (หรือ) เปล่า...?
ในวรรณคดีก็มีกลอนเปล่า
โล้ชิงช้า ประเพณีประดิษฐ์ใหม่ของพราหมณ์สยาม
เพลงลูกทุ่งมาจากไหน?
สนุกเล่นแต่เป็นจริง
ครูแจ้งวัดระฆัง สร้างสำนวนขุนช้างขุนแผน แสนสยอง ...
ชาติพันธุ์สุวรรณภูมิ
อยากได้ความรู้ไปหมู่บ้าน อยากได้ปริญญาไปมหาวิทยาลัย
อัจฉริยะรอบโลก กับ I see U มติชน 30 ปี
มรดกภาษา
เขาพระวิหาร: "มรดกโลก" ของกัมพูชา
สุนทรภู่:ในช่วงแผ่นดินพระนั่งเกล้า
สุนทรภู่ มหากวีกระฏุมพี
ข้อมูลนิราศเมืองสุพรรณ
กรุงเทพฯ "พื้นที่ทางวัฒนธรรม"
บางกอก
มาตุภูมิ กับ ชาติภูมิ
กวีปฎิวัติ article
ปริศนาพาสนุก article
สิทธิชุมชน - สนั่น ชูสกุล article
กราบกลอนด้วยกลอนครู article
ร่าย – โคลงในโองการแช่งน้ำฉันทลักษณ์จากสองฝั่งโขง article
กาพย์ยานี : ตำนานฉันทลักษณ์กับหลักการใหม่ article
เส้นทางรัก ขุนแผนและนางพิม จากสุพรรณมาเมืองพิจิตร article
กลอนบทละคร article
กวีอมตะอยู่ที่ผลงาน article
๓๕ เดนตายใน ขุนช้าง ขุนแผน article
จากปากแพรกถึงท่าดินแดง article
แม่น้ำโขง แม่น้ำแห่งอุษาคเนย์ : เชียงรุ่ง1-2 article
เถาอัญชัญ article
พลังลาว article
เวตาลเป็นใคร article
อ้อมอกแม่อิง article
สนิมในวรรณคดี article
สวัสดีปี ใหม่ ๒๕๕๐ article
รายงานวรรณกรรม article
ตลาดวิชาและบางสิ่งที่มองข้าม article
รู้สึก นึก คิด เขียน article



bulletผลร้อยกรองออนไลน์ 2558
dot
ประกวดร้อยกรองออนไลน์ครั้งที่ 7
dot
bulletข้อมูลการประกวดครั้งที่ 7, 2557
bulletผังร้อยกรอง
bulletอ่านโคลงประกวด 2557
bulletอ่านกลอนประกวด 2557
bulletอ่านกาพย์ยานีประกวด 2557
bulletผลการประกวดร้อยกรอง ปี 2557
dot
ข่าวสาร ข้อมูลสมาคม
dot
bulletกรรมการสมาคมสมัยที่ ๑๕-๑๖
bulletนายกสมาคมสมัยที่ ๑๗
bulletติดต่อนายกสมาคมนักกลอน
bulletติดต่อฝ่ายดูแลส่วนต่างๆ
bulletสมัครสมาชิกสมาคมนักกลอน
bulletนักกลอนตัวอย่าง ๒๕๕๓
dot
หัวข้อน่าสนใจ
dot
bulletรวมลิ้งค์เว็บไซต์น่าสนใจ
bulletส่งบทสักวา น.ส.พ. สยามรัฐ
bulletวารสารวิทยาจารย์ รับต้นฉบับ
bulletส่งข้อเขียนครูในดวงใจ
dot
แนะนำหนังสือ
dot
bulletหน้ารวมหนังสือ
bulletคู่มือเรียนเขียนกลอน
bulletกาสรคำฉันท์ - สมคิด สิงสง
bulletหนังสือสุรินทร์สโมสร
bulletฝากโลกนี้ไว้ในหัวใจเธอ - กอนกูย
bulletเลือน - อติภพ
bulletธาร ธรรมโฆษณ์
bulletนายทิวา
bulletกลอนเกียรติยศ
bulletอ้อมกอดแห่งท้องทุ่ง
bulletทองแถม นาถจำนง
bulletพงศาวดารพิภพ
bulletโป๊ยเซียน คะนองฤทธิ์
dot
โครงการประกวดต่างๆ
dot
bulletนายอินทร์อะวอร์ด ๒๕๕๖
bulletประกวดรางวัลซีไรท์ปี ๒๕๕๖
bulletรางวัลพานแว่นฟ้า ปี ๒๕๕๖
bulletรางวัลวรรณกรรมรามคำแหง ๒๕๕๖
dot
ผลตัดสินรางวัลต่างๆ
dot
bulletรางวัลศรีบูรพา ๒๕๕๖
bulletผลรางวัลซีไรต์ ๒๕๕๗
bulletผลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ๒๕๕๗
bulletผลรางวัลแว่นแก้ว ๗ (๒๕๕๓)
bulletผลกลอนวิถีคนกับควาย
bulletผลร้อยกรอง “ผมจะเป็นคนดี”
bulletรางวัลนราธิป ๒๕๕๓
bulletนักเขียนอมตะ คนที่ ๖ (๒๕๕๕)
bulletนักเขียนรางวัลศรีบูรพา ๒๕๕๖
bulletศิลปินมรดกอีสาน ๒๕๕๔
bulletผลรางวัลพานแว่นฟ้า ๒๕๕๕
bulletผลรางวัลรามคำแหง ๒๕๕๖
bulletศิลปินแห่งชาติ ๒๕๕๕
bulletผลประกวดหนังสือ ชีวิตใหม่ 2
dot
ข่าวคราวของลมหายใจ
dot
dot
Weblink
dot
bulletอ่านกลอนประกวด 2556

หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก
สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาภาษาไทย มศว
เว็บรวมกระทู้ อาศรมชาวโคลง ใน pantip.com
หนังสืออีศาน


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ติดต่อ นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง
โทรศัพท์ ๐๘๙-๑๒๓๔๗๕๔ อีเมล์ tongtham.n@hotmail.com

สำนักพิมพ์แม่โพสพ