ReadyPlanet.com
dot dot
เถาอัญชัญ article

เถาอัญชัญ

 

พ.ญ.จริยา   ไวศยารัทธ์ (รพ.นครปฐม)

 

วงเวียนวัฏฏะสังขาร  ไม่ได้เป็นจริงแต่กับมนุษย์หรือสัตว์

ต้นไม้  แม้จะเป็นเพียงวัชพืช  ไม้ดอก  ไม้ใบ  หรือไม้ยืนต้นให้ดอกให้ผล  ก็อยู่ในวงเวียนวัฏฏะสังขารเช่นเดียวกัน

 

ฉันปลูกต้นอัญชัญต้นนี้  เมื่อเดือนเจ็ดปีที่แล้ว  จากฝักแก่  ซึ่งภายในมีเมล็ดน่าจะประมาณ  – ๑๐ เมล็ดต่อฝัก  ฝักของเจ้าเหมือนฝักมะขาม  แต่เล็กกว่ากันหลายเท่าตัว  คุณยายสมทรงแม่ของ  “ป้านา”  แม่บ้านที่สนิทกันรูดฝักออกมาจากต้นที่บ้านของตัวเอง  แล้วก็บอกกับฉันว่า  “ทุบ ๆ  กระเทาะ ๆ  พอเห็นเม็ดก็โปรย ๆ  ไปเถอะคุณหม้อ.....  (สำเนียงเหน่อของคนนครปฐม)  เดี๋ยวฝนมา  ไม่นานหม้อก็จะเห็นดอกมันเอง”  ฟังจากคำพูดของคุณยาย  รู้สึกว่าจะปลูกง้ายง่ายฉันคิดเอาในตอนนั้น  จึงรับมาจากมือของคุณยายเพียง  – ๖ ฝัก  คะเนดูว่าคงจะมีสัก  ๒๐ – ๓๐  เมล็ดกระมัง  ระหว่างทางขับรถกลับบ้าน  ก็เล็ง ๆ  ไปพลางว่าจะโปรยไว้ที่ตรงส่วนไหนของสวนขนาดจิ๋วของฉันดี  เพราะที่ฉันเรียกว่าสวนนั้น  เป็นสวนที่รอดพ้นจากการราดปูนซีเมนต์ของคณะกรรมการบ้านพักในโรงพยาบาล  มีดินอยู่เพียงหน้ากว้าง  0.๕  เมตร  ยาว  ๒.๕  เมตร.....  เอาเถอะน่ะ  ฟังดูว่า  ต้นไม้ที่ฉันแสนโปรดสีของดอกนี้  ปลูกไม่ยาก  .....”ไม่นานคุณหม้อจะเห็นดอกของมันเอง”  กลับถึงบ้านไม่รอช้า  ฉันจึงพรวนดินหรือจริง ๆ  คือใช้ช้อนส้อม  คุ้ย ๆ  แคะ ๆ  ดิน  แล้วก็โปรยเมล็ดในฝัก  ซึ่งเป็นเม็ดเล็ก ๆ  และสีดำ ๆ  คล้ายเมล็ดแตงโมจิ๋ว.....ไม่มีการปักไม้อะไรไว้เป็นอันเสร็จพิธีกระบวนการปลูกที่ง่ายที่สุด

 

ฉันเฝ้าแวะเวียนไปดูเจ้า    ที่ ๆ  โปรยเมล็ด  เจ็ดวันแรกยังไม่เห็นอะไรเลย  เถอะน่ารออีกสักนิด  เราก็ได้ชื่อว่ามือเย็นนี่นะ  ผ่านมาอีกสี่ซ้าห้าวัน  ใบอ่อนบวกต้นอ่อนของเจ้าก็โผล่มาชมโลกสำเร็จ  ยอมรับว่าฉันดีใจมาก  เอาล่ะ  ที่นี้ลูกชายและพ่อบ้านจะได้กินบัวลอยมีสีม่วง  ไม่ก็ข้าวสีม่วงกันบ้างละ.....ฮิฮิ.....ความจริงฉันคิดถึงดอกไม้ที่แสนน่ารัก  เจ้าของสีม่วงสดเจิดจ้า  งดงามในแง่ศิลปะ  มากกว่าเรื่องจะต้มยำทำแกงกับดอกของเจ้าก่อนหรอกนะ  ดู ๆ ฉันเป็นคนโหดร้ายพอสมควร.....ที่คิดกินดอกไม้ที่ตัวเองปลูกขึ้นมากับมือได้ลงคอ

เวลาผ่านมาอีกเดือนสองเดือนที่ฉันได้เห็น  ดอกและเถาของเจ้า  ไต่ราวไหมพรม.....เนื่องจากข้อจำกัดของที่ดิน  ฉันจึงประจงใช้ด้ามของไม้กวาดร้อยไหมพรมสีเขียวอ่อน  ที่เที่ยวหาซื้อมา  เพื่อร้อยไปแขวนไว้บนขอบรั้วโลหะส่วนที่เป็นแง่ง ๆ  ก่อน  แล้วก็หยิบจับเอาหนวดของอัญชัญวัยละอ่อน  ไปพัน ๆ  ไว้ที่ไหมพรม  คุณยายบ้านใกล้ยังส่งเสียงทักทายว่า  .....ไม่ต้องลงแรงพันมากหรอกลูก  เดี๋ยวมันก็ไปของมันเองแหละ  ความที่กลัวว่าเจ้าจะโตช้า  เป็นห่วงว่าเจ้าจะไม่ค่อยได้อาบแดด  ฉันก็ได้แต่พัน ๆ  ไปเรื่อย ๆ  เหงื่อหยดไปหลายหยาด.....ทั้งที่ไม่ใช่งานที่ยากเย็น

 

ประมาณรวมได้เก้าเดือนที่  ฉันเห็นเถาเจ้า  ไม่รู้ต้นไหนบ้าง  สี่ – ห้า  ต้นได้กระมังที่พันกันเอาเองบ้าง  พันไหมพรมบ้าง   พันขอบแง่งรั้วบ้าง  เพื่อแย่งกันชูช่อ  ชูดอกรับแสงตะวัน  สีม่วงพราวไปทั่วริมรั้ว  เถาเจ้าดูแข็งแรงมาก  สีเทาปนขาวคล้ายผมสีดอกเลาของผู้เฒ่า  ซึ่งคงเคยเป็นชายฉกรรจ์มาก่อน.....ทำไมไปคิดว่าเจ้าเป็นชายได้ก็ไม่รู้  ทั้งที่ดอกของเจ้าสุดแสนสวย  ม่วงหวานแฝงความเข้มแข็ง  เพราะเป็นหวานของสีม่วงอ่อน  ไล่  ไล่ปนไปกับสีม่วงเข้ม  กลีบดอกเจ้ายังซ้อนกันหลายชั้นเสียด้วย.....  กลีบดอกดูบอบบางปนหวานปานสตรี  แต่เถาที่อยู่ติดกับพื้นดินของเจ้ารวมถึงเถาที่ไต่ราวไปตามกำแพง  กิ่งก้านของตัวเอง  และ  ราวไหมพรมประดิษฐ์ดูแข็งแรงเหมือนแขนของชาย  .....คงจะเป็นชายคนรักที่คอยปกป้องดูแลผู้หญิงของเขา.....นึกไปก็อิจฉาเจ้านะ  ที่ได้รับการดูแลจากผู้ชายของเจ้าขนาดนี้

 

พอขึ้นเดือนที่สิบเท่านั้นเอง  เถา,  ดอก,  กลิ่นของดอกของเจ้า  รวมไปทั้งสีม่วงอ่อนของบัวลอยไข่หวาน  (แฮ่ม)  ยังไม่จางหายไปจากความทรงจำ.....  อีกทั้งยังไม่ครบรอบฝนปีที่สองของเจ้าเลย  ฉันเห็นเจ้าโรยราเสียแล้ว  ใบเจ้าร่วงพรู  ทิ้งก้านเล็ก ๆ  ของเจ้า  ให้แห้งเหี่ยวแล้วที่สุดแห้งกรอบล่วงไป  ถัดจากนั้น  เถาจากเถาเล็ก ๆ  ก็ค่อย ๆ  แห้ง  แล้วคืบมาที่เถาหลัก  .....เจ้าถึงกาลอายุของเจ้า  หรือเจ้าป่วยกันแน่.....  ฉันจึงไปถามยายสมทรง  แม่บุญธรรมของเจ้า  ยายได้แต่หัวเราะเห็นฟันเปื้อนน้ำหมาก  แล้วก็พูดด้วยสำเนียงอันเป็นเอกลักษณ์ว่า  “โธ่  คุณหม้ออัญชัญมันก็มีอายุเท่านี้แหละคุณหม้อ”

 

ว่าแล้วยายก็รูดฝักของอัญชัญ  จากเถา  ที่คงผ่านการ  เกิด – ดับ  เกิด – ดับ  มาหลายรอบ  .....ที่หน้าบ้านให้ใหม่  .....พร้อมทั้งกำชับดังเดิมว่า  “ทุบ ๆ  กระเทาะ ๆ  แล้วก็โปรย ๆ  ไปเถอะคุณหม้อ  .....เดี๋ยวฝนมาหม้อก็จะเห็นดอกมันเอง”




บทความ

คำฉันท์ (๘)
คำฉันท์ (๗)
คำฉันท์ (๖)
คำฉันท์ (5)
คำฉันท์ (4)
คำฉันท์ (3)
คำฉันท์ (2)
ชื่อวรรณคดีที่ควรรู้จัก (เพิ่มเติม)
คำฉันท์ (1)
ฉากรบใน “ดาหลัง”
กลอนคนฝรั่งเขียน
กลอนบรรยายเมืองสิงห์บุรี เมื่อ พ.ศ 2466
ท้องถิ่นกับอาเซียน...จุดเชื่อมที่ยังต้องค้นหา
วันภาษาไทย? บางปัญหาที่น่าแลกเปลี่ยนทัศนะ
กลอนไหว้ครูโนห์ราชาตรี
ข้อเสียของวิชาประวัติศาสตร์
จากระบบบรรณาการถึงการปกครองแบบพิเศษในปะตานี
พระราชนิพนธ์แปลสามเรื่อง
การส่งเสริมและข้อจำกัดของวรรณกรรมมุสลิม
สุนทรคึก เขียนถึง สุนทรภู่ (1) ตามรอยคึกฤทธิ์
กลอนคนฝรั่งเขียน
50 ปีสมาคมนักกลอนฯ กับการก้าวสู่เวทีสากล
สารลึบพะสูน: วรรณคดีลุ่มน้ำโขงที่ไม่โปร่งใส
เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา
สุภาษิตโบราณ
ง่ายและงามอย่างลาว
การเมืองในกวีของ “คุณพุ่ม”
ตำนานการสร้างโลกของชาวจ้วง
เวียงจัน 450 ปี
วันภาษาไทยฯ ที่ราชภัฏมหาสารคาม
แม่น้ำท่าจีนกำลังจะตาย
ย้อนรอยวัฒนธรรมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
นครปฐมและพระปฐมเจดีย์ในวรรณคดีนิราศ
ตามรอยภาษาศาสตร์ภาษากะเหรี่ยงบ้านไร่
ชาตินิยมสยาม และชาตินิยมไทย กับกรณีปราสาทเขาพระวิหารมรดกโลก
จัดอันดับความนิยมของบทความในเว็บสมาคมฯ
ตำนานนิทานพื้นบ้าน กำเนิดแม่น้ำโขง "ยักษ์สะลึคึ"
เอกสารวิชาการ ร่องรอยกาลเวลา หัวข้อ "ศิลปะ เพลง ดนตรี กวี" วังสะพุง, เลย
มุทิตาบูชาครูวันสุนทรภู่ที่ราชภัฏมหาสารคาม
สัมพันธ์ไทย – จีน (จ้วง) เครือญาติชาติภาษา
ตามล่าหารัก
แม่น้ำโขง โลกร้อน หรือเพราะจีนปิดเขื่อนกั้นน้ำ
The Ides of March และ “โภชนสติ” จาก ป๋วย อึ๊งภากรณ์
มองรูป-เสียงกลอน (ว่าด้วยเสียงตรี วรรค ๒) ผ่าน อังคาร กัลยาณพงศ์ (๒) article
200 ปี เอบราแฮม ลิงคอล์น: “บ้านที่แตกแยกกันเอง ไม่อาจตั้งอยู่ได้”
มองรูป-เสียงกลอน (ว่าด้วยเสียงตรี วรรค ๒) ผ่าน อังคาร กัลยาณพงศ์
ที่เรียกว่า วัฒนธรรม และคำว่า ภาษา
ของ-โขง จิตวิญญาณแห่งสายน้ำ
โคลงห้าพัฒนา ของ "จิตร ภูมิศักดิ์"
ประชาภิวัฒน์(ไทยกับอาเซียน)
วันสารทไทย
สุนทรภู่-ครูมีแขก จากโซนาต้าถึงเพลงทยอยเดี่ยว
สังคม"ทันสมัย" แต่ไร้สมอง
มะเมี๊ยะเป็นสาวมอญ
บรูซแกสตันไว้อาลัยละมูล
รากเหง้าความศักดิ์สิทธิ์ของกวีนิพนธ์ไทย
บทสัมภาษณ์ กวีรากหญ้า
ความเชื่อ
ทำไม
ร่องรอยกาลเวลา
โขงนที เพลงกวี ดนตรีชีวิต
ประชาชนในชาตินิยม
รักสามเศร้า ที่แหลมมลายู
ความหมายทางวัฒนธรรม
เที่ยว 9 วัดศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระทำบุญปีใหม่ สไตล์ "สุจิตต์ วงษ์เทศ"
ปาฐกถาช่างวรรณกรรม
รัฐบุรุษ
หนึ่งคนสองวัฒนธรรม
สุนทรภู่ ต่อต้านสงครามล่าเมืองขึ้น
วัฒนธรรม เปลี่ยน...ซีไรต์ก็เปลี่ยน
สยามเมืองยิ้ม
ปราสาทเขาพระวิหาร
เสภาเรื่องพระราชพงศาวดาร ของสุนทรภู่
ตะเกียงเจ้าพายุ
ต้นแบบ"กลอนสุนทรภู่"
สุนทรภู่ "ความรู้ใหม่" โยงใย "ความรู้เก่า"
จากร้อยกรอง สู่บทกวีมีทำนอง
รามายณะ (รามเกียรติ์) เล่าใหม่
พายุนาร์กีสหรืออคติในใจไทยที่ทำร้ายคนพม่า?
เห่ช้าพญาหงส์
การเทครัวในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์
เมืองร้อยเอ็ดประตู
พล นิกร กิมหงวน
ภูมิประเทศอีสาน ไม่มีในประวัติศาสตร์ไทย
มิตาเกะ
เค้าขวัญวรรณกรรม
เรือพระราชพิธี
The Secret
โลกดนตรี
ลมปากที่ไร้มารยา
คำกวี เส้น สี และแสงเงา
ยิ่งกระจะยิ่งกระจ่างอยู่กลางใจ
วรรคทอง
การะเกด
ในวรรณคดีมีกลอน (หรือ) เปล่า...?
ในวรรณคดีก็มีกลอนเปล่า
โล้ชิงช้า ประเพณีประดิษฐ์ใหม่ของพราหมณ์สยาม
เพลงลูกทุ่งมาจากไหน?
สนุกเล่นแต่เป็นจริง
ครูแจ้งวัดระฆัง สร้างสำนวนขุนช้างขุนแผน แสนสยอง ...
ชาติพันธุ์สุวรรณภูมิ
อยากได้ความรู้ไปหมู่บ้าน อยากได้ปริญญาไปมหาวิทยาลัย
อัจฉริยะรอบโลก กับ I see U มติชน 30 ปี
มรดกภาษา
เขาพระวิหาร: "มรดกโลก" ของกัมพูชา
สุนทรภู่:ในช่วงแผ่นดินพระนั่งเกล้า
สุนทรภู่ มหากวีกระฏุมพี
ข้อมูลนิราศเมืองสุพรรณ
กรุงเทพฯ "พื้นที่ทางวัฒนธรรม"
บางกอก
มาตุภูมิ กับ ชาติภูมิ
กวีปฎิวัติ article
ปริศนาพาสนุก article
สิทธิชุมชน - สนั่น ชูสกุล article
กราบกลอนด้วยกลอนครู article
ร่าย – โคลงในโองการแช่งน้ำฉันทลักษณ์จากสองฝั่งโขง article
กาพย์ยานี : ตำนานฉันทลักษณ์กับหลักการใหม่ article
เส้นทางรัก ขุนแผนและนางพิม จากสุพรรณมาเมืองพิจิตร article
กลอนบทละคร article
กวีอมตะอยู่ที่ผลงาน article
๓๕ เดนตายใน ขุนช้าง ขุนแผน article
จากปากแพรกถึงท่าดินแดง article
แม่น้ำโขง แม่น้ำแห่งอุษาคเนย์ : เชียงรุ่ง1-2 article
พลังลาว article
เวตาลเป็นใคร article
อ้อมอกแม่อิง article
สนิมในวรรณคดี article
เรื่องเล่าของสาย article
สวัสดีปี ใหม่ ๒๕๕๐ article
รายงานวรรณกรรม article
ตลาดวิชาและบางสิ่งที่มองข้าม article
รู้สึก นึก คิด เขียน article



bulletผลร้อยกรองออนไลน์ 2558
dot
ประกวดร้อยกรองออนไลน์ครั้งที่ 7
dot
bulletข้อมูลการประกวดครั้งที่ 7, 2557
bulletผังร้อยกรอง
bulletอ่านโคลงประกวด 2557
bulletอ่านกลอนประกวด 2557
bulletอ่านกาพย์ยานีประกวด 2557
bulletผลการประกวดร้อยกรอง ปี 2557
dot
ข่าวสาร ข้อมูลสมาคม
dot
bulletกรรมการสมาคมสมัยที่ ๑๕-๑๖
bulletนายกสมาคมสมัยที่ ๑๗
bulletติดต่อนายกสมาคมนักกลอน
bulletติดต่อฝ่ายดูแลส่วนต่างๆ
bulletสมัครสมาชิกสมาคมนักกลอน
bulletนักกลอนตัวอย่าง ๒๕๕๓
dot
หัวข้อน่าสนใจ
dot
bulletรวมลิ้งค์เว็บไซต์น่าสนใจ
bulletส่งบทสักวา น.ส.พ. สยามรัฐ
bulletวารสารวิทยาจารย์ รับต้นฉบับ
bulletส่งข้อเขียนครูในดวงใจ
dot
แนะนำหนังสือ
dot
bulletหน้ารวมหนังสือ
bulletคู่มือเรียนเขียนกลอน
bulletกาสรคำฉันท์ - สมคิด สิงสง
bulletหนังสือสุรินทร์สโมสร
bulletฝากโลกนี้ไว้ในหัวใจเธอ - กอนกูย
bulletเลือน - อติภพ
bulletธาร ธรรมโฆษณ์
bulletนายทิวา
bulletกลอนเกียรติยศ
bulletอ้อมกอดแห่งท้องทุ่ง
bulletทองแถม นาถจำนง
bulletพงศาวดารพิภพ
bulletโป๊ยเซียน คะนองฤทธิ์
dot
โครงการประกวดต่างๆ
dot
bulletนายอินทร์อะวอร์ด ๒๕๕๖
bulletประกวดรางวัลซีไรท์ปี ๒๕๕๖
bulletรางวัลพานแว่นฟ้า ปี ๒๕๕๖
bulletรางวัลวรรณกรรมรามคำแหง ๒๕๕๖
dot
ผลตัดสินรางวัลต่างๆ
dot
bulletรางวัลศรีบูรพา ๒๕๕๖
bulletผลรางวัลซีไรต์ ๒๕๕๗
bulletผลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ๒๕๕๗
bulletผลรางวัลแว่นแก้ว ๗ (๒๕๕๓)
bulletผลกลอนวิถีคนกับควาย
bulletผลร้อยกรอง “ผมจะเป็นคนดี”
bulletรางวัลนราธิป ๒๕๕๓
bulletนักเขียนอมตะ คนที่ ๖ (๒๕๕๕)
bulletนักเขียนรางวัลศรีบูรพา ๒๕๕๖
bulletศิลปินมรดกอีสาน ๒๕๕๔
bulletผลรางวัลพานแว่นฟ้า ๒๕๕๕
bulletผลรางวัลรามคำแหง ๒๕๕๖
bulletศิลปินแห่งชาติ ๒๕๕๕
bulletผลประกวดหนังสือ ชีวิตใหม่ 2
dot
ข่าวคราวของลมหายใจ
dot
dot
Weblink
dot
bulletอ่านกลอนประกวด 2556

หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก
สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาภาษาไทย มศว
เว็บรวมกระทู้ อาศรมชาวโคลง ใน pantip.com
หนังสืออีศาน


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ติดต่อ นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง
โทรศัพท์ ๐๘๙-๑๒๓๔๗๕๔ อีเมล์ tongtham.n@hotmail.com

สำนักพิมพ์แม่โพสพ