ReadyPlanet.com
dot dot
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (กาพย์ยานี 11) : หัวข้อ “บทกวีกับสังคม”

(1.มณฑล)

๏ บทกวีที่นิพนธ์                          ประจักษ์ชนคนทั่งหล้า

บ้างกล่าวไม่มีค่า                         แต่บ้างว่าซึ้งรสกลอน

แต่งกวีต้องใช้จิต                      ต้องไม่คิดนอกคำสอน

ฝึงแต่งพาจิตอ่อน                       ไปเป็นขอนไม้ทรงพลัง

แต่งกวีฝึกความคิด                   รู้ถูกผิดรู้รักชัง

รู้พาตัวชอบดัง                            ได้เห็นซึ่งถึงสรรพกาล

๏ แต่กวีใช้สมาธิ                          อย่าได้ริจิตฟุ้งซ่าน

ทำใจเหมือนลำธาร                      อย่าให้วารรีการะเซ็น

อ่านกวีต้องจิตมั่น                     ไม่หุนหันทำเป็นเล่น

อ่านแล้วอ่านให้เป็น                     จะได้เห็นถึงความจริง

บทกวีทุกบทนั้น                        ล้วนซ่อนกันซึ่งสรรพสิ่ง

ซ่อนซึ่งความเป็นจริง                   ทั้งแย่งชิงตำแหน่งตัว

๏ บทกวีสะท้อนโลก                     ทั้งเรื่องโศกสุขดีชั่ว

บทกวีสะท้อนตัว                         ว่าเรามัวทำอะไร

๏ บทกวีมีเชยชม                          ถึงสังคมชนนี้ไซร้

อ่านแล้วคิดตามไป                      กลอนกล่าวไรในสังคม

๏ บทกวีบอกทุกเรื่อง                    ทั้งการเมืองเรื่องนิยม

ว่ามันแสนขื่นขม                         เหมือนสังคมปีนี้เอยฯ

…………………..(1.มณฑล)......................................

 

(2.กัญญารัตน์)

๏ ไทยแท้แต่เก่าก่อน                    อ่อนละมุนคุ้นไมตรี

ดั่งคิดมิตรล้วนดี                         บัณฑิตมากจากปัญญา

๏ ช่วยเหลือเอื้อค้ำจุน                   จิตเกื้อหนุนคุณรักษา

ถ้ารักมักเมตตา                           บุญจักมีที่ดวงใจ

๏ ยุคกลางช่างงดงาม                  ทุกเขตคามสยามไทย

ประเสริฐเลิศวิไล                         ด้วยพฤกษานานาพันธุ์

๏ ท้องฟ้าน่ายลชม                       แสนภิรมณ์สมสุขสันติ์

ไร้ทุกข์ปลุกชีวัน                           เย็นชุ่มชื่นรื่นหทัย

๏ ทุกวันพลันกาลเปลี่ยน              โลกหมุนเวียนเพียรเกิดภัย

เหล่าชนคนทุกวัย                        ควรรักษาป่าบ้านเรา

๏ ร่วมมือถือความสัตย์                 ที่แจ่มชัดขจัดเศร้า

อย่าหลงงงมัวเมา                        จงเร่งเฝ้าเข้าวัดวา

๏ พึ่งธรรมนำชีวี                          ยิ่งผ่องศรีดีทุกคลา

หมั่นฝึกตรึกตรึงตรา                    จะมีค่ากว่าบรรยายฯ

...........................(2.กัญญารัตน์)..............................

 

โคลงกลอนสร้างสามัคคี(3.สรวิศ)

๏ สอนศิลป์งานกวี                       ของสตรีแห่งมวลชน

ชาติไทยเราทุกคน                       ร่วมสร้างสรรค์คุณปัญญา

๏ สังคมจะเป็นสุข                       ปลดปล่อยทุกข์กันเถอะหนา

บทกลอนสรรสร้างมา                   เพื่อประชาเป็นสุขใจ

๏ คำคมสอนอ่านเขียน                 มีความเพียรต่อสิ่งไหน

ด้วยความมีเลือดไทย                   ผูกพันใจแต่โบราณ

๏ วันนี้บ้านเมืองเดือด                  เปื้อนคาวเลือดผู้กล้าหาญ

บทกวีศรีศิลป์สร้าง                      เพื่อสมานสามัคคี

๏ พ่อหลวงของชาติไทย                สู้ด้วยใจจนวันนี้

เหตุใดพวกไพรี                            ล้วนแต่มีเลือดเดียวกัน

๏ สีเลือดมี3สี                             แดงบ่งชี้เอกฉันท์

สีขาวร่มเย็นพลัน                        น้ำเงินนั้นสูงเหนือใคร

๏ โคลงกลอนสอนให้คิด               เพื่อชีวิตอันสดใส

วันหน้าไม่มีใคร                           พูดชื่อไทยให้ใครฟังฯ

..............................(3.สรวิศ)..................................

(4.แมน)

๏ รุ่นต่อรุ่นส่งผ่าน                       สื่อประสานงานอักษร

สืบมาสู่นาคร                              ขจรไกล    ใจชน

๏ เส้นสายของลายสือ                  ระบือรับนับนุสนธิ์

ทุกกะระยะดล                            มนต์กวีศรีอักษรา

๏ เพียงชนคนกลุ่มน้อย                 จำเรียงร้อยสร้อยภาษา

เป็นแหล่งแห่งปัญญา                  รวมใจตั้งเป็นสังคม

๏ สังคมที่ขับขาน                        มีตำนานให้เราชม

หลายปีที่เพาะบ่ม                        เป็นรากเหง้าเผ่าพงศ์ไทย

๏ กวีเคียงคู่ยุค                            เป็นแรงปลุกยุคสมัย

เปิดเทอมประเดิมชัย                    ให้ศึกษาน่าตรึกตรอง

๏ รามคำแหงมหาราช                  ทั้งศรีปราชญ์ชาติสนอง

สุนทรภู่สู่ยุคทอง                         ครองชีวันนิรันดร์กาล

๏ อีกมากบรมครู                          ขอเชิดชูจิตจดจาร

สังคมรอยตำนาน                        จากวันวานถึงวันนี้

๏ ถึงจะเป็นเด็กน้อย                     ใช่ว่าด้อยอักษรศรี

กลั่นกรองห้องวจี                         เป็นกวีในสังคมฯ

.............................(4.แมน)................................

 

(5.ฐานันดร)

๏ วรรณศิลป์ล้ำค่า                       เรียงร้อยมาถ้อยคำหวาน

ประดุจซึ่งน้ำตาล                        บทกลอนกานท์สานวจี

๏ ถ่ายทอดหลายรูปแบบ               ได้อย่างแยบยลกวี

อักษรบทกลอนมี                         ประพันธ์ดีที่ลีลา

๏ อรรถรสบทร้อยกรอง                 ที่ช่ำช้องเชี่ยวชาญมา

รังสรรค์สืบสานค่า                       พัฒนาจนก้าวไกล

๏ ร้อยรสซึ่งบทกลอน                   อุทาหรณ์ถ่ายทอดได้

สังคมสะท้อนไป                         เสน่ห์ไทยมิลบเลือน

๏ สังคมทรามย่ำแย่                     สังคมแปรเก่ามิเหมือน

สังคมมิย้ำเตือน                          สังคมเชือนแชเปลี่ยนไป

๏ บทกวีคลายทุกข์                       เพิ่มความสุขจรรโลงใจ

สืบสานกานท์กลอนไว้                  เพื่อลูกไทยไปชั่วกัลป์ฯ

.................................(5.ฐานันดร)..............................

 

(6.วรวีร์)

๏ น้ำตาลว่าหวานปาก                  ยังสิ้นซากละลายหาย

หวานแล้วยังไม่วาย                     พรากคนตายสังเวชใจ

๏ หวานใดไม่เท่ากลอน                 หวานเร่าร้อนน่าหลงใหล

หวานอารมณ์ลามทรวงใน            กวีไทยหวานอุรา

๏ เริ่มจากท่านสุนทร                    แต่งกาพย์กลอนเหินเวหา

จนได้ด้วยฉายา                           ชาญวิชาภาษากลอน

๏ บทกวีกับสังคม                        อย่าปล่อยล้มอย่าถอดถอน

สังคมคู่เคียงกลอน                      อย่าผลัดผ่อนอย่าหย่อนยาน

๏ ซ้อมฝึกใฝ่ประพันธ์                   ยิ่งนานวันยิ่งเล่าขาน

อย่าปล่อยเป็นตำนาน                  ให้สะท้านทั้งโลกา

๏ คนไทยศิษย์สุนทร                    ควรรักกลอนมิรอช้า

แต่งกลอนเพิ่มคุณค่า                  สื่อภาษาแซ่ซ้องใจฯ

.................................(6.วรวีร์)...............................

 

(7.นรินทร์)

๏ ล้วนแล้วทั้งประพันธ์                 กาพย์กลอนนั้นสุนทรภู่

ท่านคือบรมครู                            ผู้เชิดชูกวีไทย

๏ เยาวชนคนรุ่นก่อน                    ไม่ใจร้อนเหมือนรุ่นใหม่

กวีน่าเลื่อมใส                             หนุนนำใจช่วยร่มเย็น

๏ แม้ผ่านมาช้านาน                     แต่โบราณมีให้เห็น

เลื่องชื่อประพันธ์เป็น                   ไม่ทุกข์เข็ญเหมือนอื่นใคร

๏ ชื่นใจยามได้ยล                        ช่วยผู้คนยามทุกข์ได้

เพลิดเพลินกาพย์กลอนไทย          ต่างชื่นใจและชื่นบาน

๏ สังคมในยุคร้อน                       ไม่วิงวอนกวีหวาน

หัวใจไร้สำราญ                           ไม่เบิกบานอย่างยุคใด

๏ พวกเราเยาวชนน้อย                  ต่างเรียงร้อยหาคำใส่ 

แต่งกวีเพื่อปลุกใจ                       ให้คนไทยมารักกันฯ

.............................(7.นรินทร์)..................................

 

(8.สิทธิศักดิ์)

๏ กวีคือกลอน                             ฝึกเราสอนภาษาศิลป์

ดุจปั้นดาวจากดิน                       เรียงร้อยคำได้ดั่งใจ

๏ สังคมปัจจุบัน                          ดั่งหนทางที่ยาวไกล

ประเทศไทยเปลี่ยนไป                  ปัญหาใหญ่ที่ตามมา

๏ หลากคนหลากชีวิต                  ความคิดย่อมมีตื้นหนา

เติบใหญ่ตามเวลา                       ถูกเลี้ยงมาเป็นอย่างไร

๏ มุมมองแตกต่างบ้าง                 มองต่างมิใช่เรื่องใหญ่

ยึดถือมากเกินไป                         ผลร้ายเกิดจากใจตน

๏ ทิฏฐินั้นบังใจ                           พูดไปแบบไร้เหตุผล

โลกแคบใจมืดมน                        มองคนอื่นเป็นศัตรู

๏ จิตใจนั้นพาไป                         หลักฐานบอกไว้ไม่ดู

เถียงแบบไร้ความรู้                       กะลาครอบอยู่บังตา

๏ สังคมจะอยู่ได้                         เพราะคนไทยเฝ้ารักษา

ประเทศพัฒนา                           จิตอาสาไทยทั้งปวงฯ

.............................(8.สิทธิศักดิ์).........................

 

(9.กัญกาญจน์)

๏ ลากเส้นเป็นอักษร                    เขียนคำกลอนที่สั่งสม

กวี กับ สังคม                              งานสื่อสารผ่านสองมือ

๏ ผู้นำบงการชาติ                        สร้างบทบาทน่านับถือ

ไม่สนเสียงร่ำลือ                          ยักยอกทรัพย์เข้าส่วนตน

๏ ปากกล่าวเหมือนซื่อสัตย์           ปฏิบัติเพื่อหวังผล

หลอกลวงประชาชน                    ไทยสับสนทางมืดมัว

๏ สังคมแบ่งฝักฝ่าย                     เปลี่ยนใจกายดีเป็นชั่ว

เหลืองแดงสีแทนตัว                    ต่างประท้วงทวงแผ่นดิน

๏ โจรใต้ยิงกระหน่ำ                     ชนระส่ำตายแทบสิ้น

บ้านเรือนเคยอยู่กิน                      ถูกไฟเผาฝีมือใคร?

๏ ฟื้นชาติก่อนจะสาย                  หมดเรื่องร้ายชนสดใส

คนชั่วจงกลับใจ                          พาชาติไทยสุขเปรมปรีดิ์

๏ ธรรมาส่องสว่าง                       ชี้นำทางสมศักดิ์ศรี

รู้รักสามัคคี                                บทกวีสื่อสังคมฯ

........................(9.กัญกาญจน์)..........................




กาพย์ยานี ๑๑ 2552

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (กาพย์ยานี 11) : หัวข้อ “จิตสำนึก”
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (กาพย์ยานี 11) : หัวข้อ “ทางด่วน”



dot
ประกวดร้อยกรองออนไลน์ครั้งที่ 7
dot
bulletข้อมูลการประกวดครั้งที่ 7, 2557
bulletผังร้อยกรอง
bulletอ่านโคลงประกวด 2556
bulletอ่านกลอนประกวด 2556
bulletอ่านกาพย์ยานีประกวด 2556
bulletผลการประกวดร้อยกรอง ปี 2556
dot
ข่าวสาร ข้อมูลสมาคม
dot
bulletกรรมการสมาคมสมัยที่ ๑๕-๑๖
bulletนายกสมาคมสมัยที่ ๑๗
bulletติดต่อนายกสมาคมนักกลอน
bulletติดต่อฝ่ายดูแลส่วนต่างๆ
bulletสมัครสมาชิกสมาคมนักกลอน
bulletนักกลอนตัวอย่าง ๒๕๕๓
dot
หัวข้อน่าสนใจ
dot
bulletรวมลิ้งค์เว็บไซต์น่าสนใจ
bulletส่งบทสักวา น.ส.พ. สยามรัฐ
bulletวารสารวิทยาจารย์ รับต้นฉบับ
bulletส่งข้อเขียนครูในดวงใจ
dot
แนะนำหนังสือ
dot
bulletหน้ารวมหนังสือ
bulletคู่มือเรียนเขียนกลอน
bulletกาสรคำฉันท์ - สมคิด สิงสง
bulletหนังสือสุรินทร์สโมสร
bulletฝากโลกนี้ไว้ในหัวใจเธอ - กอนกูย
bulletเลือน - อติภพ
bulletธาร ธรรมโฆษณ์
bulletนายทิวา
bulletกลอนเกียรติยศ
bulletอ้อมกอดแห่งท้องทุ่ง
bulletทองแถม นาถจำนง
bulletพงศาวดารพิภพ
bulletโป๊ยเซียน คะนองฤทธิ์
dot
โครงการประกวดต่างๆ
dot
bulletนายอินทร์อะวอร์ด ๒๕๕๖
bulletประกวดรางวัลซีไรท์ปี ๒๕๕๖
bulletรางวัลพานแว่นฟ้า ปี ๒๕๕๖
bulletรางวัลวรรณกรรมรามคำแหง ๒๕๕๖
dot
ผลตัดสินรางวัลต่างๆ
dot
bulletรางวัลศรีบูรพา ๒๕๕๖
bulletผลรางวัลซีไรต์ ๒๕๕๗
bulletผลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ๒๕๕๗
bulletผลรางวัลแว่นแก้ว ๗ (๒๕๕๓)
bulletผลกลอนวิถีคนกับควาย
bulletผลร้อยกรอง “ผมจะเป็นคนดี”
bulletรางวัลนราธิป ๒๕๕๓
bulletนักเขียนอมตะ คนที่ ๖ (๒๕๕๕)
bulletนักเขียนรางวัลศรีบูรพา ๒๕๕๖
bulletศิลปินมรดกอีสาน ๒๕๕๔
bulletผลรางวัลพานแว่นฟ้า ๒๕๕๕
bulletผลรางวัลรามคำแหง ๒๕๕๖
bulletศิลปินแห่งชาติ ๒๕๕๕
bulletผลประกวดหนังสือ ชีวิตใหม่ 2
dot
ข่าวคราวของลมหายใจ
dot
dot
Weblink
dot
bulletอ่านกลอนประกวด 2556

หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก
สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาภาษาไทย มศว
เว็บรวมกระทู้ อาศรมชาวโคลง ใน pantip.com
หนังสืออีศาน


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ติดต่อ นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง
โทรศัพท์ ๐๘๙-๑๒๓๔๗๕๔ อีเมล์ tongtham.n@hotmail.com

สำนักพิมพ์แม่โพสพ