ReadyPlanet.com
dot dot
ของ-โขง จิตวิญญาณแห่งสายน้ำ

ของ-โขงจิตวิญญาณแห่งสายน้ำ

แสงดาว ศรัทธามั่น

(๑)     ข่าวดีจากเชียงของ

กริ๊ง.. กริ๊ง.. เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังกังวาลขึ้น.. จะชวนไปล่องน้ำโขงกัน ไปนะอ้าย ชวนเพื่อนนักเขียนไปด้วยเน้อ

เสียงชวนทางโทรศัพท์ขณะฉันกำลังนั่งอ่านหนังสือที่บ้านเชียงใหม่  “ครูตี๋หรืออาจารย์นิวัตร ร้อยแก้ว ผู้ประสานงานกลุ่มอนุรักษ์เชียงของโทรฯ มาชวนยามต้นฤดูพรรษา...มีหรือที่ฉันจะปฏิเสธ ฉันรีบยกหูไปหา อัคนี มูลเมฆนักเขียนสารคดีและนักแปลผู้แปลหนังสือ บ๊อบ มาเล่ย์...ศาสดาขบถอันลือเลื่องมาแล้ว ชวน ไพฑูรย์ พรมวิจิตรและ โถ่เรบอไปด้วย คนแรกเป็นกวีนักเขียนแห่งสถาบันวิจัยสังคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คนหลังเป็นนักเขียนเรื่องสั้นชนชาติปกากญอนอกคอกแห่งมูเส่คี...ป่าสนวัดจันทร์ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้ง อุดร วงษ์ทับทิมนักเขียน นักแปลหนุ่มนักดนตรี และ อานุภาพ นุ่นสงแห่งสำนักข่าวประชาธรรม ฉันชวน หญ้าน้ำ ทุ่งขุนหลวงกวี นักเขียนสารคดี แต่เขาไม่ว่าง...

๔ พฤษภาคม ๒๕๔๕...เรานั่งรถบัสไปลงสถานีขนส่งเชียงราย... กิตติ ตรีราช”  ครูหนุ่มแห่งโรงเรียนม่อนแสงดาว และเป็นนักดนตรีวง เดอะรีไซเคิลเอารถมารับมุ่งหน้าสู่อำเภอเชียงของทันที ถึงเชียงของยามเย็น...กลิ่นอายแห่งสายน้ำโขงและสายลมต้อนรับเรา เชียงของยังน่าอยู่อยู่แม้ผู้คนจะมากขึ้นตึกรามจะผุดโผล่เพิ่ม เพราะบรรยากาศที่นี่ เย็น นิ่ง ลึก งดงามตามความรู้สึกของฉัน ครูกิตติพาเราไปยัง “Guesthouse Orchid” สำนักของครูตี๋ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของลำน้ำโขงยิ้มร่าออกมารับเรา เขาปรี่รี่เข้ามาโอบกอดฉันซึ่งมีความสูงแค่ระดับไหล่ของเขา...เขาเป็นนักต่อสู้ นักอนุรักษ์ เป็นน้องชายที่น่ารักงดงามในจิตวิญญาณอีกคนหนึ่งของฉัน

 อ้าย มาลาไม่มาหรือครับเขาหมายถึง อ้ายมาลา คำจันทร์นักเขียนรางวัลซีไรต์แห่งล้านนา มาไม่ได้ครับ อ้ายมาลาก็เสียดายมาก แต่อ้ายติดสอนหนังสืออักษรล้านนาที่วัดหาคนแทนไม่ได้ฉันบอกครูตี๋

ค่ำคืนนี้เราพักที่นี่ กิน ดื่ม เล่นดนตรี ร้องเพลงด้วยความอบอุ่น สนุกสนาน หนุ่มมือกีต้าร์ และ ครูกิตติมือไวโอลิน พลิ้วเพลงกล่อมพวกเราจนค่อนดึก

(๒)  สายธาร ผาหิน วิญญาณ

 ...พวกเรานัดหมายพบกันที่ ร้านตำมิละตั้งอยู่เคียงข้างน้ำโขง เป็นทั้ง ร้านอาหารและ เกสต์เฮาส์ของคุณ วัชระ หลิ่วพงศ์สวัสดิ์และคุณวารุณี ปรีเปรม..คุณวัชระคือนักขี่จักรยานตัวยง ชอบท่องเที่ยวไปทั่วทั้งในและนอกประเทศ ฉันยินดีที่ได้ข่าวว่าเขาจะออกหนังสือที่เขาเขียนยามเที่ยวท่องทางไกล ส่วนคุณวารุณีคือเพื่อร่วมชีวิตของเขา เธอทั้งสองเป็นน้องสาว น้องชายที่งดงาม เอื้ออาทรของของฉันเช่นกัน มาเชียงของเมื่อไรก็ต้องมาเยือนบ้านนี้เกือบทุกครั้งล่ะ

ฉันเคยถามถึงความหมายของชื่อ ตำมิละเขาบอกว่าเป็นชื่อดั้งเดิมของชนเผ่าที่เคยอยู่ในเมืองนี้มาก่อน ครูตี๋เป็นผู้ประสานงานให้คนเดินทางจากทั่วสารทิศมาพบกันที่ร้านนี้ มีทั้งนักเขียน นักคิด นักหนังสือพิมพ์ และชาวบ้านทุกภาค เรากินอาหารเช้า ข้าวต้ม ชา กาแฟ กันที่นี่...มองลงไปข้างล่างริมลำน้ำโขง เรือยนต์หาปลาของชาวประมงหรือพรานปลามาจอดรอพวกเราอยู่ สายน้ำโขงเอื่อยไหลเรื่อยล่อง...ประเดี๋ยวเถิด ฉันจะให้แม่...แม่น้ำของฉันโอบกอดลูกชายให้ชื่นอกชื่นใจ...ฉันพึมพำในใจ มองแม่น้ำโขงด้วยหัวใจคารวะปีติ

พวกเราช่วยกันขนสัมภาระลงเรือ เราจะล่องทวนน้ำสู่ทิศเหนือ จุดหมายปลายทางคืออำเภอเชียงแสน...เรือยนต์ขนาดเล็ก ๗ ลำพาเพื่อนมนุษย์ตัวน้อยนิดร่วม ๔๐ กว่าชีวิตพุ่งทะยานไปข่างหน้า อากาศเช้านี้เย็นชุ่มฉ่ำ เมฆหนา ไร้แสงแดด ช่างเป็นใจให้คนเดินทางนัก เรือของเรามีแปดคน เป็นนักเขียนที่ชวนกันมาจากเชียงใหม่ รวมทั้งคนขับเรือ ครูตี๋นั่งเป็นแม่ทัพบนหัวเรือ ฉันนั่งหันหน้าไปทางหัวเรือ เรือแล่นเร็วพอประมาณ... ขวามือของเราเป็นชายฝั่งบ้านพี่น้องลาว บ้านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว โอ ! ฉันเห็นผีเสื้อปรบปีกพลิ้วโผบินข้ามน้ำโขง-น้ำของสองฝั่งไปมาหาสู่กัน ดั่งเช่นลาวไทย...พูดให้ถึงที่สุดแล้วในความเป็นจริงย่อมไร้พรหมแดน เพศ สีผิว เผ่าพันธุ์...ธรรมชาติล้วนเป็นหนึ่งเดียวทั้งดิน น้ำ ฟ้า อากาศ ฯลฯ ...นั่น ! นกนางแอ่นหลายตัวบินเล่นลมบนท้องฟ้า บ้างบินเลียดผิวน้ำ เสาะหาแมลง สัตว์ ปลาเป็นอาหาร...ฯลฯ

สายนทีรินหลั่งจากฟ้า แบ่งพสุธาเป็นซ้ายและขวาสองฝั่ง...แม่โขงกั้นกลางนั้นบ่สำคัญ

...แต่สองเรานั้นหัวใจเดียวกัน ฯลฯ

...ฉันฮัมเพลง สองฝั่งโขงทักทางท้องฟ้า ภูดอย สายน้ำสองฟากฝั่ง ฯลฯ เอื้อมมือโอบกอดแม่น้ำโขงทางกราบเรือ แม่น้ำก็กอดโอบมือฉัน...วักน้ำลูบไล้ใบหน้า เรือนผม ช่างเย็นชื่นฉ่ำนัก

...เรือแล่นไล่ตามกันไปเรื่อย ๆ ตามร่องน้ำลึก ภาพดูช่างงดงาม พวกเราในเรือแต่ละลำหลายคนโบกมือ ร้องเพลงทักทายหยอกล้อกันในหมู่ผู้ที่คุ้นหน้า พรานน้ำโขงขับเรือด้วยความชำนาญ เขาอ่าน-รู้จักร่องน้ำทุกร่อง อ่านหินผา เกาะแก่งอย่างแม่นยำ ฉมังยิ่งด้วยความจัดเจนแห่งการดำรงชีพด้วยรากเหง้าแห่งวิถีชีวิต...ชั่วชีวิต เกาะแก่งหินผาน้อยใหญ่ล้วนเกื้อกูลสัมพันธ์กันทั้งพืช สัตว์ สายน้ำ ฯลฯ เรือพาเราเรื่อยแล่นผ่านแวะสัมผัสเกาะแก่ง หาดทราย...พี่น้องชาวประมงคือ ครูใหญ่ที่สอนพวกเราชาวเมือง ชนชั้นกลางให้เข้าใจวิถีชีวิตที่นี่...เรือเราแล่นเรื่อยล่อง ฉันเห็นเรือแจวของคนหาปลาจากอีกฝั่ง เขากำลังพายจ้า

...พายจ้ำ...ภาพดูสงบ สง่างามนั่น ! บ่าผาพระครูตี๋ชี้ให้เราดูหินผาที่มีรูปพระแกะสลักมากมาย

ผาพระนี้ให้สร้างโดยเจ้าอนุวงศ์ ช่วงเดินทัพเพื่อปลดปล่อยลาวจากไทย เจ้าองค์นี้คนลาวเคารพนับถือยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษกู้ชาติของเขานะ มิใช่เป็นกบฎเหมือนที่เราใส่ร้ายป้ายสีเขาทางประวัติศาสตร์ครูตี๋พูดเสียงดัง หน้าตาขึงขึง... เรือแล่นผ่านหาดทราย ผาหินงามแห่งแล้วแห่งเล่า ฉันเอามือวักน้ำลูบหน้าหลายครั้ง แม่น้ำให้คุณค่าและความฉ่ำชื่นแก่มนุษย์นิรันดร์มา 

 “เขาจะระเบิดแก่ง ขุดลอกร่องน้ำตั้งแต่เชียงแสน เชียงของ ถึงเวียงแก่น เพื่ออ้างปรับปรุงเส้นทางเดินเรือและเพื่อการท่องเที่ยว หมดแน่ ๆ เลยครับ วิถีชีวิตวัฒนธรรมคนบ้านเราและลาว

ครูตี๋บอกพวกเราด้วยเสียงอันดังแข่งกับเสียงเรือยนต์สีหน้า แววตาลูกน้ำโขงที่เกิดที่นี่มีแววกังวล สายตาครูสอดส่องจ้องมองเกาะแก่งหาดทราย แม่น้ำ ฯลฯ สายแล้ว แสงตะวันระบายแรเมฆงดงาม...เพื่อการท่องเที่ยวจริงหรือ ? การท่องเที่ยวต้องไม่ทำลายธรรมชาติอย่างสุดโต่งเช่นนี้...เพื่อการค้า เงินตรา หรือ ? ...เพราะความโลภในวัตถุเงินตราสุดโต่งนี่แหละจิตใจคนเราจึงหยาบกร้านกระด้างลงไปทุกที ๆ... ฉันครุ่นคิดในใจ หาดฮ้าย ผาฟอง แก่งไก่ ดอนสะเล็ง ผาฟ้า ผาหลัก ที่เราผ่านมา และจะไปถึงที่โดนขุดลอกระเบิดหมดครูตี๋พูดตอกย้ำเราพากันส่ายหน้าด้วยความอิดหนาระอาใจ

โน่นไง ! แก่งไก่ครูตี๋ชี้มือไปข้างหน้า ก่อนนี้ไก่ป่าจากฝั่งลาวบินข้ามโขงมาเกาะที่แก่งนี้ แล้วบินมาเที่ยวฝั่งไทย สมัยก่อนไก่ป่าเยอะมากพวกเรายิ้ม พยักหน้าฟังด้วยความสนใจ ฉันฟังครูเล่าแล้วอยากใคร่เห็นเป็นบุญตาจังเลย.. เรือแล่นผ่านเกาะแก่งใหญ่น้อย บางช่วงน้ำไหลแรงเชี่ยวกราก.. น้ำมันฮ้ายคนเรือบอก หมายถึงว่าน้ำเชี่ยวแรงร้ายมาก ถ้าไม่รู้ร่องน้ำเรือพลิกคว่ำแน่นอน

คาราวานเรือพาเรามาแวะที่ดอนสะเล็ง-ผาฟ้า-ผาหลัก อันกว้างใหญ่ เป็นทั้งดอนทรายและผาสูงตระหง่านฟ้า พี่น้องชาวประมงพาเราขึ้นไปบนผาฟ้าสูงสวยงาม มองเห็นทิวทัศน์ไกล ๆ ของสองฝั่งโขงได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ณ สถานที่แห่งนี้ มีพืชหญ้าที่มีประโยชน์มากทีเดียว พี่น้องชาวเรือเป็นครูให้ความรู้แก่เราอีก.. นี่ ! เรียกหญ้าไหม เขาเอากินกับน้ำพริก นั่น ! ยอดไคร้ กินกับลาบปลา โหยยยย..อร่อย โน่น ! ต้นไคร้หางนาก เป็นอาหารของปูปลาทุกชนิด พวกปลาจะมาอยู่ในป่าไคร้ก่อนหน้าหนาวและวางไข่ที่ดอนทราย ปลาบางชนิดวางไข่ติดกับใบต้นไคร้ครูชาวประมงยืนตระหง่าน ฉากหลังเป็นแม่น้ำโขงล่องไหล วิบวับด้วยพรายน้ำ ครู เล็กเชอร์ให้คนในเมืองอย่างเราที่นั่งบนก้อนหินฟังด้วยความสนใจ

 หลงให้กำเนิด เตา”  *

หินให้กำเนิด ไก”  **

...วลีนี้ของครูชาวบ้านยังแว่วในหูของฉัน ทุกครั้งที่นึกถึงการเดินทางอันทรงคุณค่าในครั้งนี้...ได้เวลาพอสมควรเรามุ่งหน้าสู่อำเภอเชียงแสน ไปถึงเห็นเรือสินค้าของจีนระวางขับน้ำประมาณ ๗๐-๘๐ ตัน จอดเรียงรายอยู่ที่ท่าเรือเชียงแสน... จีนนี้เอง ที่เป็นโต้โผภาคีใหญ่จัดประชุมร่วมจีน พม่า ไทย ลาว เมื่อเดือนแห่งวันวาเลนไทน์ ปี ๒๕๔๕ ณ เมืองคุนหมิง เพื่อทำแผนปฏิบัติงานปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือในแม่น้ำโขงตอนบน โดยรัฐบาลจีนรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เอง คล้ายเป็นการเปิดทางให้จีน ฯลฯ นำเรือสินค้าและเรือสำราญ (เรือท่องเที่ยว) ขนาดใหญ่ระวางขับน้ำ ๓๐๐-๕๐๐ ตัน ผ่านสู่เมืองหลวงพระบางได้อย่างสะดวกโดยไม่ได้คิดถึงผลกระทบใหญ่ด้านรากเหง้าวิถีชีวิตของชุมชนทั้งสองฝั่งโขง

เราปีนขึ้นบกกินข้าวกลางวัน พักผ่อนที่นี่..บ่ายแก่ ๆ เรือ พาเราล่องกลับตามลำน้ำโขง ทุกคนดูสดชื่นแจ่มใส ชี้ชวนกันชมวิถีชีวิตสองฟากฝั่ง คนออกหาปลาทั้งลาว-ไทย ฉันเห็นเณรน้อยฝั่งลาวร่วมสิบกว่าคนเล่นน้ำ อาบน้ำกันสนุกสนาน เรามาถึงหาดบ้านดอนที่ ครูตี๋บอกให้พวกเรารอสักครู่ แล้วเขากับชาวประมงสามสี่คนก็บ่ายหัวเรือมุ่งสู่แผ่นดินลาวสักครู่ใหญ่ก็กลับมาเขาไม่อนุญาตให้เรานอนที่ดอนหาดทรายกลางแม่น้ำ เพราะช่วงนี้มีทหารลาวจากในเมืองหลวงมาพักแรมที่นี่ เจ้าหน้าที่ของลาวเขากลัวมีปัญหา เขาบอกว่าถ้าไม่มีทหารมาก็ไม่มีปัญหาอะไรนอนได้เลย เราก็ต้องเข้าใจเขา ฯลฯครูตี๋อธิบาย ตกลงเราจึงขนของลงหาดบ้านดอนที่ฝั่งไทย

หาดบ้านดอนที่เป็นหาดที่สวยงามมากเช่นกัน ทรายนวลเนียนละเอียด ฉันชอบเปลือยเท้าทักทายแนบชิดหาดทรายนุ่มนวล ช่างอบอุ่นใจนักยามนี้ หาดตั้งอยู่ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ ตรงข้ามกับบ้านน้ำเกิ๋ง แขวงบ่อแก้ว เขตห้วยทราย ลาว...เราเตรียมจัดข้าวของพักกันที่นี่ ช่วยกันหาฟืน ฝ่ายเสบียงช่วยกันเตรียมกับข้าว พี่น้องประมงได้ปลาใหญ่น้อยมา ทั้งปลาค้าว ปลากด ปลาเพี้ย

..มาน้ำโขงถ้าไม่ได้อาบน้ำโขงก็เหมือนไม่ได้มาถึงเต็มร้อย..แล้วหญิงชายสาวหนุ่มใหญ่หนุ่มน้อยพากันแบ่งโซนอาบน้ำกันอย่างม่วนซื่นโฮแซว สนุกสนาน...ส่วนใครอยากจะ ไปหนักไปเบากันก็ตามอัธยาศัย มีห้องสุขาชั่วคราวขุดไว้บริการ ส่วนฉัน ตามเคยถนัดเรื่องไปเดินชมสุมทุมพุ่มไม้ นั่งเก็บดอกไม้ในป่าริมโขง ดูท้องฟ้า ยลสายน้ำ กลางสายลมพัดชวยชื่น อยู่ในเมืองไม่มีโอกาสงดงามเช่นนี้

...อาหารจานเด็ดอร่อยมื้อเย็นคือต้มส้มปลาเพี้ย ปลาค้าว ตลอดจนลาบปลา ฯลฯ โดยฝีมือที่ เข้าพริก-เข้าเกลือของชาวประมงและแม่ครัว นั่งกินกันตรงชายหาดยามเย็นที่ตะวันกำลังจะลาฟ้า แม่น้ำโขงไหลเรื่อยล่อง วิบ ๆ วับ ๆ ด้วยพรายน้ำยามเย็น...คืนนี้เราก่อกองไฟ จุดเทียน พูดคุย ดื่มกิน เล่นดนตรี ร้องเพลง อ่านบทกวี สนุกสนานอบอุ่นกัน ฯลฯ

อรุณรุ่งเสียงไก่ลาว-ไทยขันส่งทอดรับกันปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวแล้วก่อกองไฟ ต้มน้ำ ผิงไฟ ...หลังอาหารเช้าเรายังคุยกันเรื่องชะตากรรมของแม่น้ำโขง พันธุ์ปลา รากเหง้าวิถีชีวิต ฯลฯ เราเป็นห่วงปลาบึกที่จะได้รับผลกระทบด้วย เพราะปลาบึกมีความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม ยิ่งตอนนี้ปลาบึกมีปริมาณลดน้อยลง...สายน้ำโขงยังเอื่อยไหล หนุ่ม-ครูกิตติเอากีตาร์และไวโอลินมากรีดสายกล่อมเพลงให้กำลังใจคนเดินทาง สายน้ำ หินผา ปูปลา กุ้งหอย สรรพสิ่งสรรพชีวิต ณ สองฝั่งโขง ฯลฯ

(๓)   คืนค่ำ ชื่นเช้า-รมณีย์   

คนเดินทางกลับมาพักบ้านครูตี๋ บางส่วนแยกกลับบ้าน รุ่งเช้ากวี นักเขียนกลับเชียงใหม่ ฉันตั้งใจอยู่ต่ออีกคืนเพราะอยากไปเยือนมิตรสหายอีกคนหนึ่ง ครูตี๋พาฉันไปหา ลุงภพพบหน้าเราสวมกอดกัน ลุงภพดีใจมาก วันนี้ขอม่วนกันหน่อยนะลุงบอก แล้วเราก็ ม่วนกันจริง ๆ กินดื่มกันที่แพริมน้ำโขงของลุง แกงปลา ย่างปลาอร่อยนัก ฉันนอนหลับสบายบนแพอันเย็นชื่น...รุ่งเช้าฉันตื่นขึ้นมารำมวยจีนเรียกพลังลมปรานบนชานแพ อากาศสดชื่นเหลือเกิน...นกนางแอ่นและนกเขาทรายออกหากินโบยบินฉวัดเฉวียนบนฟ้าและผิวน้ำ ฉันเก็บภาพนกนางแอ่นที่กำลังบินหลายภาพ และฉันก็ตื่นเต้นระทึกใจยิ่งเมื่อได้แอบถ่ายรูปรังนกนางแอ่นในร่มชายคาที่มุงด้วยหญ้าคาแพลุงภพ ฉันแอบย่องเข้าไปติด

ฝาห่างจากรังประมาณแค่มือเอื้อมถึง ภาพพ่อแม่นกนางแอ่นคาบตัวแมงมาย เหยื่อมาป้อนลูกนกในรังช่างงดงามนัก เป็นบุญตาฉันนัก..

...ฉันลาจากเชียงของราวบ่ายกว่า ๆ ...ลาก่อน กัลยาณมิตร..ลาก่อนกรวดหิน

ดินทราย เกาะแก่ง ร่องน้ำ หินผา ปู ปลา กุ้ง หอย... ลาก่อนแม่น้ำโขงอันหลั่งสายน้ำนมแม่มาจากภูดอยสูงทิเบต-หิมาลัยอันไกลโพ้น หลั่งไหลหล่อเลี้ยงเกื้อวิถีชีวิตสองฝั่ง จีน ม่าน ลาว ไทย กัมปูเจีย เวียดนาม... ลาก่อน ขอจิตวิญญาณสำนึกรับผิดชอบชั่ว-ดีแห่งมวลมนุษยชาติได้ช่วยกันปกป้องดูแลรักษาธรรมชาติวิถีชีวิตของแม่น้ำของ-โขงด้วยเทอญ

หลงคือพื้นที่ชุ่มนิ่งของสองฝั่งโขง มีความกว้างประมาณ ๕-๑๐ เมตร บริเวณนี้อุณหภูมิจะแตกต่างกับแม่น้ำโขงที่เย็น หลงเป็นแหล่งให้กำเนิด เตาซึ่งเป็นตะไคร่น้ำชนิดหนึ่งที่บริโภคได้ทั้งมนุษย์ และเป็นอาหารที่อร่อยของปลา

** “หินคือบริเวณหาดหินและแก่งของแม่น้ำโขง เป็นแหล่งกำเนิดของ ไกซึ่งเป็นสาหร่ายชนิด เป็นอาหารอร่อยทั้งของมนุษย์และปลา ฯลฯ

( ข้อมูลจากคุณไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ แห่งเครือข่ายแม่น้ำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาจารย์นิวัตร ร้อยแก้ว (ครูตี๋) ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงของ )

 

ที่มา : อนุสาร อ.ส.ท.  ปีที่  ๔๓  ฉบับที่ ๒  เดือนกันยายน  ๒๕๔๕

....................

ประวัตินักเขียน

แสงดาว ศรัทธามั่น

กำเนิด บนดาวโลกดวงนี้เมื่อต้นฤดูหนาวปี พ.ศ. ๒๔๘๘ เป็นคนล้านนาเชียงใหม่

การศึกษา ระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ (วิชาเอกภาษาอังกฤษ วิชาโทภูมิศาสตร์)

จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 อาชีพ อดีตเคยเป็นครูสอนหนังสือเด็กโรงเรียนบ้านนอก อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ รับราชการนานร่วม ๒๘ ปี ลาออกจากครูปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เพราะอยากเดินทาง ท่องเที่ยว เขียน-อ่านหนังสือ และเข้าร่วมกิจกรรมการเคลื่อนไหวที่เป็นประโยชน์ต่อรากเหง้าวิถีชีวิตของแผ่นดิน ฯลฯ

 เขียนบทความครั้งแรกชื่อ ต้นหางนกยูงที่คูเมืองกำลังร้องไห้ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น คนเมืองสมัยนุ่งกางเกงขาสั้นชั้นมัธยมต้น ราวปี พ.ศ. ๒๕๐๖ เพื่อเรียกร้องให้เทศบาลเมืองเชียงใหม่ช่วยดูแลรักษาต้นหางนกยูงรอบ ๆ คูเมืองเชียงใหม่ที่ถูกน้ำเซาะตลิ่งล้มลงทีละต้น

          ...มาเขียนหนังสือค่อนข้างจริงจังบ้าง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ จนถึงปัจจุบัน เขียนทั้งในนามจริงและทั้งในนามปากกานี้ตลอดจนนามปากกาอื่น ๆ และตั้งใจจะเขียนหนังสือจนไม่มีคนอ่าน

มีผลงารวมเล่มเช่น ความรักที่งดงาม และ ขบถโรมานซ์ ฯลฯ




บทความ

คำฉันท์ (๘)
คำฉันท์ (๗)
คำฉันท์ (๖)
คำฉันท์ (5)
คำฉันท์ (4)
คำฉันท์ (3)
คำฉันท์ (2)
ชื่อวรรณคดีที่ควรรู้จัก (เพิ่มเติม)
คำฉันท์ (1)
ฉากรบใน “ดาหลัง”
กลอนคนฝรั่งเขียน
กลอนบรรยายเมืองสิงห์บุรี เมื่อ พ.ศ 2466
ท้องถิ่นกับอาเซียน...จุดเชื่อมที่ยังต้องค้นหา
วันภาษาไทย? บางปัญหาที่น่าแลกเปลี่ยนทัศนะ
กลอนไหว้ครูโนห์ราชาตรี
ข้อเสียของวิชาประวัติศาสตร์
จากระบบบรรณาการถึงการปกครองแบบพิเศษในปะตานี
พระราชนิพนธ์แปลสามเรื่อง
การส่งเสริมและข้อจำกัดของวรรณกรรมมุสลิม
สุนทรคึก เขียนถึง สุนทรภู่ (1) ตามรอยคึกฤทธิ์
กลอนคนฝรั่งเขียน
50 ปีสมาคมนักกลอนฯ กับการก้าวสู่เวทีสากล
สารลึบพะสูน: วรรณคดีลุ่มน้ำโขงที่ไม่โปร่งใส
เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา
สุภาษิตโบราณ
ง่ายและงามอย่างลาว
การเมืองในกวีของ “คุณพุ่ม”
ตำนานการสร้างโลกของชาวจ้วง
เวียงจัน 450 ปี
วันภาษาไทยฯ ที่ราชภัฏมหาสารคาม
แม่น้ำท่าจีนกำลังจะตาย
ย้อนรอยวัฒนธรรมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
นครปฐมและพระปฐมเจดีย์ในวรรณคดีนิราศ
ตามรอยภาษาศาสตร์ภาษากะเหรี่ยงบ้านไร่
ชาตินิยมสยาม และชาตินิยมไทย กับกรณีปราสาทเขาพระวิหารมรดกโลก
จัดอันดับความนิยมของบทความในเว็บสมาคมฯ
ตำนานนิทานพื้นบ้าน กำเนิดแม่น้ำโขง "ยักษ์สะลึคึ"
เอกสารวิชาการ ร่องรอยกาลเวลา หัวข้อ "ศิลปะ เพลง ดนตรี กวี" วังสะพุง, เลย
มุทิตาบูชาครูวันสุนทรภู่ที่ราชภัฏมหาสารคาม
สัมพันธ์ไทย – จีน (จ้วง) เครือญาติชาติภาษา
ตามล่าหารัก
แม่น้ำโขง โลกร้อน หรือเพราะจีนปิดเขื่อนกั้นน้ำ
The Ides of March และ “โภชนสติ” จาก ป๋วย อึ๊งภากรณ์
มองรูป-เสียงกลอน (ว่าด้วยเสียงตรี วรรค ๒) ผ่าน อังคาร กัลยาณพงศ์ (๒) article
200 ปี เอบราแฮม ลิงคอล์น: “บ้านที่แตกแยกกันเอง ไม่อาจตั้งอยู่ได้”
มองรูป-เสียงกลอน (ว่าด้วยเสียงตรี วรรค ๒) ผ่าน อังคาร กัลยาณพงศ์
ที่เรียกว่า วัฒนธรรม และคำว่า ภาษา
โคลงห้าพัฒนา ของ "จิตร ภูมิศักดิ์"
ประชาภิวัฒน์(ไทยกับอาเซียน)
วันสารทไทย
สุนทรภู่-ครูมีแขก จากโซนาต้าถึงเพลงทยอยเดี่ยว
สังคม"ทันสมัย" แต่ไร้สมอง
มะเมี๊ยะเป็นสาวมอญ
บรูซแกสตันไว้อาลัยละมูล
รากเหง้าความศักดิ์สิทธิ์ของกวีนิพนธ์ไทย
บทสัมภาษณ์ กวีรากหญ้า
ความเชื่อ
ทำไม
ร่องรอยกาลเวลา
โขงนที เพลงกวี ดนตรีชีวิต
ประชาชนในชาตินิยม
รักสามเศร้า ที่แหลมมลายู
ความหมายทางวัฒนธรรม
เที่ยว 9 วัดศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระทำบุญปีใหม่ สไตล์ "สุจิตต์ วงษ์เทศ"
ปาฐกถาช่างวรรณกรรม
รัฐบุรุษ
หนึ่งคนสองวัฒนธรรม
สุนทรภู่ ต่อต้านสงครามล่าเมืองขึ้น
วัฒนธรรม เปลี่ยน...ซีไรต์ก็เปลี่ยน
สยามเมืองยิ้ม
ปราสาทเขาพระวิหาร
เสภาเรื่องพระราชพงศาวดาร ของสุนทรภู่
ตะเกียงเจ้าพายุ
ต้นแบบ"กลอนสุนทรภู่"
สุนทรภู่ "ความรู้ใหม่" โยงใย "ความรู้เก่า"
จากร้อยกรอง สู่บทกวีมีทำนอง
รามายณะ (รามเกียรติ์) เล่าใหม่
พายุนาร์กีสหรืออคติในใจไทยที่ทำร้ายคนพม่า?
เห่ช้าพญาหงส์
การเทครัวในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์
เมืองร้อยเอ็ดประตู
พล นิกร กิมหงวน
ภูมิประเทศอีสาน ไม่มีในประวัติศาสตร์ไทย
มิตาเกะ
เค้าขวัญวรรณกรรม
เรือพระราชพิธี
The Secret
โลกดนตรี
ลมปากที่ไร้มารยา
คำกวี เส้น สี และแสงเงา
ยิ่งกระจะยิ่งกระจ่างอยู่กลางใจ
วรรคทอง
การะเกด
ในวรรณคดีมีกลอน (หรือ) เปล่า...?
ในวรรณคดีก็มีกลอนเปล่า
โล้ชิงช้า ประเพณีประดิษฐ์ใหม่ของพราหมณ์สยาม
เพลงลูกทุ่งมาจากไหน?
สนุกเล่นแต่เป็นจริง
ครูแจ้งวัดระฆัง สร้างสำนวนขุนช้างขุนแผน แสนสยอง ...
ชาติพันธุ์สุวรรณภูมิ
อยากได้ความรู้ไปหมู่บ้าน อยากได้ปริญญาไปมหาวิทยาลัย
อัจฉริยะรอบโลก กับ I see U มติชน 30 ปี
มรดกภาษา
เขาพระวิหาร: "มรดกโลก" ของกัมพูชา
สุนทรภู่:ในช่วงแผ่นดินพระนั่งเกล้า
สุนทรภู่ มหากวีกระฏุมพี
ข้อมูลนิราศเมืองสุพรรณ
กรุงเทพฯ "พื้นที่ทางวัฒนธรรม"
บางกอก
มาตุภูมิ กับ ชาติภูมิ
กวีปฎิวัติ article
ปริศนาพาสนุก article
สิทธิชุมชน - สนั่น ชูสกุล article
กราบกลอนด้วยกลอนครู article
ร่าย – โคลงในโองการแช่งน้ำฉันทลักษณ์จากสองฝั่งโขง article
กาพย์ยานี : ตำนานฉันทลักษณ์กับหลักการใหม่ article
เส้นทางรัก ขุนแผนและนางพิม จากสุพรรณมาเมืองพิจิตร article
กลอนบทละคร article
กวีอมตะอยู่ที่ผลงาน article
๓๕ เดนตายใน ขุนช้าง ขุนแผน article
จากปากแพรกถึงท่าดินแดง article
แม่น้ำโขง แม่น้ำแห่งอุษาคเนย์ : เชียงรุ่ง1-2 article
เถาอัญชัญ article
พลังลาว article
เวตาลเป็นใคร article
อ้อมอกแม่อิง article
สนิมในวรรณคดี article
เรื่องเล่าของสาย article
สวัสดีปี ใหม่ ๒๕๕๐ article
รายงานวรรณกรรม article
ตลาดวิชาและบางสิ่งที่มองข้าม article
รู้สึก นึก คิด เขียน article



bulletผลร้อยกรองออนไลน์ 2558
dot
ประกวดร้อยกรองออนไลน์ครั้งที่ 7
dot
bulletข้อมูลการประกวดครั้งที่ 7, 2557
bulletผังร้อยกรอง
bulletอ่านโคลงประกวด 2557
bulletอ่านกลอนประกวด 2557
bulletอ่านกาพย์ยานีประกวด 2557
bulletผลการประกวดร้อยกรอง ปี 2557
dot
ข่าวสาร ข้อมูลสมาคม
dot
bulletกรรมการสมาคมสมัยที่ ๑๕-๑๖
bulletนายกสมาคมสมัยที่ ๑๗
bulletติดต่อนายกสมาคมนักกลอน
bulletติดต่อฝ่ายดูแลส่วนต่างๆ
bulletสมัครสมาชิกสมาคมนักกลอน
bulletนักกลอนตัวอย่าง ๒๕๕๓
dot
หัวข้อน่าสนใจ
dot
bulletรวมลิ้งค์เว็บไซต์น่าสนใจ
bulletส่งบทสักวา น.ส.พ. สยามรัฐ
bulletวารสารวิทยาจารย์ รับต้นฉบับ
bulletส่งข้อเขียนครูในดวงใจ
dot
แนะนำหนังสือ
dot
bulletหน้ารวมหนังสือ
bulletคู่มือเรียนเขียนกลอน
bulletกาสรคำฉันท์ - สมคิด สิงสง
bulletหนังสือสุรินทร์สโมสร
bulletฝากโลกนี้ไว้ในหัวใจเธอ - กอนกูย
bulletเลือน - อติภพ
bulletธาร ธรรมโฆษณ์
bulletนายทิวา
bulletกลอนเกียรติยศ
bulletอ้อมกอดแห่งท้องทุ่ง
bulletทองแถม นาถจำนง
bulletพงศาวดารพิภพ
bulletโป๊ยเซียน คะนองฤทธิ์
dot
โครงการประกวดต่างๆ
dot
bulletนายอินทร์อะวอร์ด ๒๕๕๖
bulletประกวดรางวัลซีไรท์ปี ๒๕๕๖
bulletรางวัลพานแว่นฟ้า ปี ๒๕๕๖
bulletรางวัลวรรณกรรมรามคำแหง ๒๕๕๖
dot
ผลตัดสินรางวัลต่างๆ
dot
bulletรางวัลศรีบูรพา ๒๕๕๖
bulletผลรางวัลซีไรต์ ๒๕๕๗
bulletผลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ๒๕๕๗
bulletผลรางวัลแว่นแก้ว ๗ (๒๕๕๓)
bulletผลกลอนวิถีคนกับควาย
bulletผลร้อยกรอง “ผมจะเป็นคนดี”
bulletรางวัลนราธิป ๒๕๕๓
bulletนักเขียนอมตะ คนที่ ๖ (๒๕๕๕)
bulletนักเขียนรางวัลศรีบูรพา ๒๕๕๖
bulletศิลปินมรดกอีสาน ๒๕๕๔
bulletผลรางวัลพานแว่นฟ้า ๒๕๕๕
bulletผลรางวัลรามคำแหง ๒๕๕๖
bulletศิลปินแห่งชาติ ๒๕๕๕
bulletผลประกวดหนังสือ ชีวิตใหม่ 2
dot
ข่าวคราวของลมหายใจ
dot
dot
Weblink
dot
bulletอ่านกลอนประกวด 2556

หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก
สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาภาษาไทย มศว
เว็บรวมกระทู้ อาศรมชาวโคลง ใน pantip.com
หนังสืออีศาน


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ติดต่อ นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง
โทรศัพท์ ๐๘๙-๑๒๓๔๗๕๔ อีเมล์ tongtham.n@hotmail.com

สำนักพิมพ์แม่โพสพ