ReadyPlanet.com
dot dot
คำฉันท์ (๗)

คำฉันท์ (๗)

โชติช่วง  นาดอน (ทองแถม นาถจำนง)

เมื่อเริ่มเขียนบทความชุด “คำฉันท์” วางแผนงานไว้ว่า จะเขียนแนะนำวรรณคดีคำฉันท์ไล่เรียงมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาจนมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ เขียนไปเรื่อย ๆ ให้เห็นพัฒนาการของฉันทลักษณ์ฉันท์ และจะสอดแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมในสังคมยุคนั้น ๆ ที่ข้าพเจ้ามีข้อมูลใหม่ ๆ แปลก ๆ เอาไว้ด้วย เป็นต้นว่า นำเอาฉากบรรยายการคล้องช้างในวรรณคดีลาว(อีสาน)มาเล่าเสริมเรื่องการคล้องช้างใน “สมุทรโฆษคำฉันท์” ไว้ด้วย 

แต่เมื่อบังเอิญมาสังเกตว่า หนังสือ “นามานุกรม ชื่อวรรณคดี” รวบรวมวรรณคดีไว้เพียงสามร้อยยี่สิบกว่าเรื่อง ข้าพเจ้าเห็นความจำเป็นว่าจะต้องรีบเขียนเรื่องเพิ่มเติมดังที่ประกาศไปในคอลัมน์ “ตามรอยคึกฤทธิ์”

จึงขอเว้นข้ามวรรณคดีคำฉันท์หลาย ๆ เรื่องไปก่อน กระโดดข้าม “หมุดหมาย” สำคัญของคำฉันท์ นั้นคือสมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรสไปก่อน ขอแนะนำวรรณคดีคำฉันท์สมัย ร.๓ – ร.๕ ก่อน
 
ข้าพเจ้าใช้คำว่า “หมุดหมาย” เพราะขนบการประพันธ์ฉันท์ ก่อนกับหลังสมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรส มีความเปลี่ยนแปลงมาก

ในเรื่อง “สมุทรโฆษคำฉันท์” สมเด็จกรมพระปรมานุชิตฯ ทรงแต่งตามขนบดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา นั่นคือ ไม่เคร่งครัดเสียงลหุ –ครุ แบบตายตัว ใช้หลักเปรียบเทียบเสียงหนัก-เบา ภายในวรรค เสียงเบาในวรรคนั้น ๆ เมื่อเทียบกับคำเสียงหนักข้างเคียงแล้วก็อนุโลมให้ใช้ในตำแหน่ง “ลหุ” ได้ แม้จะมิใช่คำลหุก็ตาม

แต่หลังจากทรงเขียนตำรา ฉันท์มาตราพฤติ และฉันท์วรรณพฤติแล้ว วงกวีสยามเกิดความนิยมเน้นความเคร่งครัดของคำ ลหุ-ครุ เสียงสระสั้น-ยาว ตายตัวกันมากขึ้น ๆ............

มาตราพฤติ – “มาตรา” ในที่นี้ ความวัดเวลาที่ออกเสียง เสียงลหุนับเป็น ๑ มาตรา เสียงครุนับเป็นสองมาตรา ฉันท์มาตราพฤติอาศัยกำหนดจำนวนมาตราเป็นเกณฑ์

ส่วนฉันท์วรรณพฤตินั้น นอกจากจะมีเกณฑ์จำนวนพยางค์แล้ว ยังมีเกณฑ์ครุลหุเป็นการตายตัวด้วย (คำอธิบายจาก “วิทยาสารานุกรม” พระนิพนธ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์)

ประกอบกับ ระบบการศึกษาไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงในรัชกาลที่ห้า เยาวชนเล่าเรียนในระบบใหม่ ผู้รู้ภาษาบาลีมีน้อยลง คงเหลือแต่สายมหาเปรียญตามวัด ในที่สุด “บทกวี” ประเภทฉันท์ก็สูญเสียผู้เสพ ผู้อ่านไป 

ขอกลับมาถึงเรื่องวรรณคดีฉันท์ ยุคหลังจากที่สมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงแต่งตำราฉันท์ วรรณพฤติแล้ว

วรรณคดีที่มีบทแนะนำในหนังสือ “นามานุกรม ชื่อวรรณคดี” แล้ว ข้าพเจ้าก็จะข้ามไปก่อน จะรีบเร่งเขียนวรรณคดีที่หนังสือดังกล่าวมิได้รวมไว้

เรื่องแรกขอแนะนำเล่มที่หาอ่านได้ไม่ยากก่อน คือเรื่อง “กุมารคำฉันท์”

วรรณคดีชุดนี้ อันที่จริงมีอย่างน้อยสามเรื่อง คือ “กุมารคำฉันท์” “มัทรีคำฉันท์” “สักกบรรพคำฉันท์” วรรณคดีชุดนี้น่าสนใจตรงที่ เป็นฝีมือประพันธ์ของปัญญาชนสตรี กล่าวคือเป็นผลงานของพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน

“กุมารคำฉันท์” นี้กรมศิลปากรจัดพิมพ์ครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ ๒๕๓๙ ยังพอหาซื้อมาอ่านกันได้

พูดถึงการจัดพิมพ์หนังสือวรรณคดีขอกรมศิลปากรแล้ว ต้องชมเชย เพราะระยะหลังๆ นี้ได้จัดพิมพ์วรรณคดีที่หายาก หรือที่ไม่เคยได้ตีพิมพ์มาก่อนออกมาสม่ำเสมอ คอหนังสือควรช่วยสนับสนุนซื้อหาเก็บรักษาไง้ เพื่อให้กรมศิลปากรมีกำลังใจจัดพิมพ์ออกมามากขึ้น ๆ 

คำแนะนำเบื้องต้นข้าพเจ้าขอคัดลอกจากคำนำของกรมศิลปากร(ปี ๒๕๓๙) ดังนี้

“กุมารคำฉันท์ เป็นพระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้ามณฑา และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุบล ทรงพระราชนิพนธ์เป็นคำประพันธ์ประเภทฉันท์ ดังปรากฏในโคลงบทที่ ๗ และ ๘ หน้าที่ ๒-๓ ของเรื่องว่า

๐ ขอแถลงมธุรกล่าวเกลี้ยง...กลอนฉันท์
โดยเรื่องกุมารบรรพ์............บอกถ้อย
ชาดกพระเวสสัน ………......ดรแจ่ม ใจนา
เพียงแต่งตามรู้น้อย.............อ่านแจ้ง ใจเกษมฯ
 
๐ ข้าผู้ประพฤติพร้อง............คำกล
ลิขิตวิจิตรนิพนธ์.................พจน์ไว้
สมญาอุบลมณ–……….......ฑามาศ
แต่งกุมารกลอนให้..............ต่อต้องมหาพน ฯ

เรื่องนี้ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าทรงพระนิพนธ์ในรัชกาลใด จึงไม่สามารถระบุพุทธศักราชแน่นอน อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงอธิบายไว้ในการพิมพ์ครั้งแรกว่า “....ถ้าว่าตามสันนิษฐานดูทำนองเหมือนจะแต่งในรัชกาลที่ ๒ ด้วยมีเรื่องราวปรากฏในรัชการนั้น โปรดฯให้แต่งหนังสือมหาชาติตำหลวงซึ่งฉบับขาดาแต่ครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาให้บริบูรณ์ครบทั้ง ๑๓ กัณฑ์ อาจเป็นเหตุชวนให้พระเจ้าน้องนาเธอทั้งสองพระองค์ ซึ่งทรงศึกษาอักขรวิธีได้เชี่ยวชาญ ทรงแต่งฉันท์กุมารในรัชกาลที่ ๒ นั้นก็เป็นได้

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ามณฑา และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุบล เป็นพระราชธิดาองค์ที่ ๒๔ และองค์ที่ ๓๑ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งที่ปราบดาภิเษกแล้วกับเจ้าจอมมารดานิ่มและเจ้าจอมมารดาทองตามลำดับ โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ามณฑา ประสูติเมื่อปีจอ พุทธศักราช ๒๓๓๓ ได้เป็นพระอาจาริณีทรงสอนอักขรวิธีประทานพระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงปีระกา พุทธศักราช ๒๔๐๔ จึงสิ้นพระชนม์ขณะพระชันษา ๗๒ ปี ส่วนพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุบล ประสูติเมื่อปีกุน พุทธศักราช ๒๓๓๔ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๓ โดยไม่ปรากฏปีชัดเจน

เรื่อง ‘กุมารคำฉันท์’ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้านารีวัฒนา ซึ่งเป็นพระราชธิดาองค์ที่ ๕๓ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งบรมราชาภิเษกแล้วกับเจ้าจอมมารดาดวงคำ โปรดให้จัดพิมพ์ให้จัดพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปีกุน พุทธศักราช ๒๔๖๖ เป็นเรื่องที่ได้อรรถรส ให้คุณค่าทางวรรณศิลป์ โดยเฉพาะสำนวนภาษาดี มีความไพเราะ ยากที่จะหากวีชายใดในสมัยเปรียบได้ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าเรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการศึกษาของสตรีในราชสำนักของไทยได้เจริญรุ่งเรืองมาแต่โบราณกาล”
เนื้อเรื่อง “กุมารคำฉันท์” ก็เดินเรื่องตาม พระคาถา ๑๐๑ คาถาในมหาชาติ “กัณฑ์กุมาร” นั่นเอง 

คำฉันท์ที่ไพเราะมีหลายฉาก เช่น ฉากที่พระเวสสันดรกล่าวเกลี้ยกล่อมให้ชาลีกับกัณหาที่ซ่อนตัวในบึงบัวยอมออกมาให้ “ชูชก” นำตัวไป , ฉากชูชกพักแรมกลางคืนแล้วมัดกัณหา-ชาลีเอาไว้ เป็นต้น

ขอยกตัวอย่างฉากที่ชูชกมัดกัญหา-ชาลีไว้ ใช้ฉันทลักษณ์ “วสันตดิลกฉันท์ ๑๔”

๐ อ้าแม่มัทรีธวรนาง         ฤ มห่างอุราเคียง  
เคยแนบถนอมชอรเรียง     จรดรสภิรมย์ชม 
เย็นย่ำทิฆัมพรก็มัว            มณหัวรหวยนม
เหลือแรงจะรั้งฤทยรทม      บปะแม่มัทรีมา
โอ้กรรมหนอกรรมกรแล้ว    ทนุแก้วหกัณหา
ไหนเลยจะตามพระวรชา    ลิยพี่คระลีจร
คอยแม่บเห็นจรวิแวว        ฤ มาแคล้วพเนดร
นึกหวังจะสั่งอมอมร          ธรเทพยทั้งหลาย 
หัตถสองก็ต้องพนธนัง       บมิยั้งจะตั้งกาย
เราโทประชุมศิรถวาย        ทศนัขสโมธาน
น้ำเนตรธไหลทลุลหลั่ง       ธ ก็สั่งที่ข่าวสาร
ถึงมาตุเรศกุลมดาล          ดลให้อาไลยเรา”

 




บทความ

คำฉันท์ (๘)
คำฉันท์ (๖)
คำฉันท์ (5)
คำฉันท์ (4)
คำฉันท์ (3)
คำฉันท์ (2)
ชื่อวรรณคดีที่ควรรู้จัก (เพิ่มเติม)
คำฉันท์ (1)
ฉากรบใน “ดาหลัง”
กลอนคนฝรั่งเขียน
กลอนบรรยายเมืองสิงห์บุรี เมื่อ พ.ศ 2466
ท้องถิ่นกับอาเซียน...จุดเชื่อมที่ยังต้องค้นหา
วันภาษาไทย? บางปัญหาที่น่าแลกเปลี่ยนทัศนะ
กลอนไหว้ครูโนห์ราชาตรี
ข้อเสียของวิชาประวัติศาสตร์
จากระบบบรรณาการถึงการปกครองแบบพิเศษในปะตานี
พระราชนิพนธ์แปลสามเรื่อง
การส่งเสริมและข้อจำกัดของวรรณกรรมมุสลิม
สุนทรคึก เขียนถึง สุนทรภู่ (1) ตามรอยคึกฤทธิ์
กลอนคนฝรั่งเขียน
50 ปีสมาคมนักกลอนฯ กับการก้าวสู่เวทีสากล
สารลึบพะสูน: วรรณคดีลุ่มน้ำโขงที่ไม่โปร่งใส
เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา
สุภาษิตโบราณ
ง่ายและงามอย่างลาว
การเมืองในกวีของ “คุณพุ่ม”
ตำนานการสร้างโลกของชาวจ้วง
เวียงจัน 450 ปี
วันภาษาไทยฯ ที่ราชภัฏมหาสารคาม
แม่น้ำท่าจีนกำลังจะตาย
ย้อนรอยวัฒนธรรมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
นครปฐมและพระปฐมเจดีย์ในวรรณคดีนิราศ
ตามรอยภาษาศาสตร์ภาษากะเหรี่ยงบ้านไร่
ชาตินิยมสยาม และชาตินิยมไทย กับกรณีปราสาทเขาพระวิหารมรดกโลก
จัดอันดับความนิยมของบทความในเว็บสมาคมฯ
ตำนานนิทานพื้นบ้าน กำเนิดแม่น้ำโขง "ยักษ์สะลึคึ"
เอกสารวิชาการ ร่องรอยกาลเวลา หัวข้อ "ศิลปะ เพลง ดนตรี กวี" วังสะพุง, เลย
มุทิตาบูชาครูวันสุนทรภู่ที่ราชภัฏมหาสารคาม
สัมพันธ์ไทย – จีน (จ้วง) เครือญาติชาติภาษา
ตามล่าหารัก
แม่น้ำโขง โลกร้อน หรือเพราะจีนปิดเขื่อนกั้นน้ำ
The Ides of March และ “โภชนสติ” จาก ป๋วย อึ๊งภากรณ์
มองรูป-เสียงกลอน (ว่าด้วยเสียงตรี วรรค ๒) ผ่าน อังคาร กัลยาณพงศ์ (๒) article
200 ปี เอบราแฮม ลิงคอล์น: “บ้านที่แตกแยกกันเอง ไม่อาจตั้งอยู่ได้”
มองรูป-เสียงกลอน (ว่าด้วยเสียงตรี วรรค ๒) ผ่าน อังคาร กัลยาณพงศ์
ที่เรียกว่า วัฒนธรรม และคำว่า ภาษา
ของ-โขง จิตวิญญาณแห่งสายน้ำ
โคลงห้าพัฒนา ของ "จิตร ภูมิศักดิ์"
ประชาภิวัฒน์(ไทยกับอาเซียน)
วันสารทไทย
สุนทรภู่-ครูมีแขก จากโซนาต้าถึงเพลงทยอยเดี่ยว
สังคม"ทันสมัย" แต่ไร้สมอง
มะเมี๊ยะเป็นสาวมอญ
บรูซแกสตันไว้อาลัยละมูล
รากเหง้าความศักดิ์สิทธิ์ของกวีนิพนธ์ไทย
บทสัมภาษณ์ กวีรากหญ้า
ความเชื่อ
ทำไม
ร่องรอยกาลเวลา
โขงนที เพลงกวี ดนตรีชีวิต
ประชาชนในชาตินิยม
รักสามเศร้า ที่แหลมมลายู
ความหมายทางวัฒนธรรม
เที่ยว 9 วัดศักดิ์สิทธิ์ ไหว้พระทำบุญปีใหม่ สไตล์ "สุจิตต์ วงษ์เทศ"
ปาฐกถาช่างวรรณกรรม
รัฐบุรุษ
หนึ่งคนสองวัฒนธรรม
สุนทรภู่ ต่อต้านสงครามล่าเมืองขึ้น
วัฒนธรรม เปลี่ยน...ซีไรต์ก็เปลี่ยน
สยามเมืองยิ้ม
ปราสาทเขาพระวิหาร
เสภาเรื่องพระราชพงศาวดาร ของสุนทรภู่
ตะเกียงเจ้าพายุ
ต้นแบบ"กลอนสุนทรภู่"
สุนทรภู่ "ความรู้ใหม่" โยงใย "ความรู้เก่า"
จากร้อยกรอง สู่บทกวีมีทำนอง
รามายณะ (รามเกียรติ์) เล่าใหม่
พายุนาร์กีสหรืออคติในใจไทยที่ทำร้ายคนพม่า?
เห่ช้าพญาหงส์
การเทครัวในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์
เมืองร้อยเอ็ดประตู
พล นิกร กิมหงวน
ภูมิประเทศอีสาน ไม่มีในประวัติศาสตร์ไทย
มิตาเกะ
เค้าขวัญวรรณกรรม
เรือพระราชพิธี
The Secret
โลกดนตรี
ลมปากที่ไร้มารยา
คำกวี เส้น สี และแสงเงา
ยิ่งกระจะยิ่งกระจ่างอยู่กลางใจ
วรรคทอง
การะเกด
ในวรรณคดีมีกลอน (หรือ) เปล่า...?
ในวรรณคดีก็มีกลอนเปล่า
โล้ชิงช้า ประเพณีประดิษฐ์ใหม่ของพราหมณ์สยาม
เพลงลูกทุ่งมาจากไหน?
สนุกเล่นแต่เป็นจริง
ครูแจ้งวัดระฆัง สร้างสำนวนขุนช้างขุนแผน แสนสยอง ...
ชาติพันธุ์สุวรรณภูมิ
อยากได้ความรู้ไปหมู่บ้าน อยากได้ปริญญาไปมหาวิทยาลัย
อัจฉริยะรอบโลก กับ I see U มติชน 30 ปี
มรดกภาษา
เขาพระวิหาร: "มรดกโลก" ของกัมพูชา
สุนทรภู่:ในช่วงแผ่นดินพระนั่งเกล้า
สุนทรภู่ มหากวีกระฏุมพี
ข้อมูลนิราศเมืองสุพรรณ
กรุงเทพฯ "พื้นที่ทางวัฒนธรรม"
บางกอก
มาตุภูมิ กับ ชาติภูมิ
กวีปฎิวัติ article
ปริศนาพาสนุก article
สิทธิชุมชน - สนั่น ชูสกุล article
กราบกลอนด้วยกลอนครู article
ร่าย – โคลงในโองการแช่งน้ำฉันทลักษณ์จากสองฝั่งโขง article
กาพย์ยานี : ตำนานฉันทลักษณ์กับหลักการใหม่ article
เส้นทางรัก ขุนแผนและนางพิม จากสุพรรณมาเมืองพิจิตร article
กลอนบทละคร article
กวีอมตะอยู่ที่ผลงาน article
๓๕ เดนตายใน ขุนช้าง ขุนแผน article
จากปากแพรกถึงท่าดินแดง article
แม่น้ำโขง แม่น้ำแห่งอุษาคเนย์ : เชียงรุ่ง1-2 article
เถาอัญชัญ article
พลังลาว article
เวตาลเป็นใคร article
อ้อมอกแม่อิง article
สนิมในวรรณคดี article
เรื่องเล่าของสาย article
สวัสดีปี ใหม่ ๒๕๕๐ article
รายงานวรรณกรรม article
ตลาดวิชาและบางสิ่งที่มองข้าม article
รู้สึก นึก คิด เขียน article



bulletผลร้อยกรองออนไลน์ 2558
dot
ประกวดร้อยกรองออนไลน์ครั้งที่ 7
dot
bulletข้อมูลการประกวดครั้งที่ 7, 2557
bulletผังร้อยกรอง
bulletอ่านโคลงประกวด 2557
bulletอ่านกลอนประกวด 2557
bulletอ่านกาพย์ยานีประกวด 2557
bulletผลการประกวดร้อยกรอง ปี 2557
dot
ข่าวสาร ข้อมูลสมาคม
dot
bulletกรรมการสมาคมสมัยที่ ๑๕-๑๖
bulletนายกสมาคมสมัยที่ ๑๗
bulletติดต่อนายกสมาคมนักกลอน
bulletติดต่อฝ่ายดูแลส่วนต่างๆ
bulletสมัครสมาชิกสมาคมนักกลอน
bulletนักกลอนตัวอย่าง ๒๕๕๓
dot
หัวข้อน่าสนใจ
dot
bulletรวมลิ้งค์เว็บไซต์น่าสนใจ
bulletส่งบทสักวา น.ส.พ. สยามรัฐ
bulletวารสารวิทยาจารย์ รับต้นฉบับ
bulletส่งข้อเขียนครูในดวงใจ
dot
แนะนำหนังสือ
dot
bulletหน้ารวมหนังสือ
bulletคู่มือเรียนเขียนกลอน
bulletกาสรคำฉันท์ - สมคิด สิงสง
bulletหนังสือสุรินทร์สโมสร
bulletฝากโลกนี้ไว้ในหัวใจเธอ - กอนกูย
bulletเลือน - อติภพ
bulletธาร ธรรมโฆษณ์
bulletนายทิวา
bulletกลอนเกียรติยศ
bulletอ้อมกอดแห่งท้องทุ่ง
bulletทองแถม นาถจำนง
bulletพงศาวดารพิภพ
bulletโป๊ยเซียน คะนองฤทธิ์
dot
โครงการประกวดต่างๆ
dot
bulletนายอินทร์อะวอร์ด ๒๕๕๖
bulletประกวดรางวัลซีไรท์ปี ๒๕๕๖
bulletรางวัลพานแว่นฟ้า ปี ๒๕๕๖
bulletรางวัลวรรณกรรมรามคำแหง ๒๕๕๖
dot
ผลตัดสินรางวัลต่างๆ
dot
bulletรางวัลศรีบูรพา ๒๕๕๖
bulletผลรางวัลซีไรต์ ๒๕๕๗
bulletผลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ๒๕๕๗
bulletผลรางวัลแว่นแก้ว ๗ (๒๕๕๓)
bulletผลกลอนวิถีคนกับควาย
bulletผลร้อยกรอง “ผมจะเป็นคนดี”
bulletรางวัลนราธิป ๒๕๕๓
bulletนักเขียนอมตะ คนที่ ๖ (๒๕๕๕)
bulletนักเขียนรางวัลศรีบูรพา ๒๕๕๖
bulletศิลปินมรดกอีสาน ๒๕๕๔
bulletผลรางวัลพานแว่นฟ้า ๒๕๕๕
bulletผลรางวัลรามคำแหง ๒๕๕๖
bulletศิลปินแห่งชาติ ๒๕๕๕
bulletผลประกวดหนังสือ ชีวิตใหม่ 2
dot
ข่าวคราวของลมหายใจ
dot
dot
Weblink
dot
bulletอ่านกลอนประกวด 2556

หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก
สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาภาษาไทย มศว
เว็บรวมกระทู้ อาศรมชาวโคลง ใน pantip.com
หนังสืออีศาน


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ติดต่อ นายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ทองแถม นาถจำนง
โทรศัพท์ ๐๘๙-๑๒๓๔๗๕๔ อีเมล์ tongtham.n@hotmail.com

สำนักพิมพ์แม่โพสพ